ไอแซคก้าวเข้าไปหาร่างของคริสโตเฟอร์ที่ยังถูกเปลวไฟเผาไหม้อยู่บนโต๊ะ ควันสีดำลอยขึ้นจากร่างที่ไร้ชีวิต เขาเอื้อมมือไปถอดแหวนทองที่เต็มไปด้วยเขม่าออกจากนิ้วของศพ
เขานำแหวนไปเสียบเข้าช่องบนผนัง
…แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สีหน้าของเขานั้นผิดหวังอยู่เล็กน้อย
"ไม่ใช่..." เขาพึมพำ ก่อนจะยกมือขึ้น ล้วงเข้าไปทะลุผ่านกลไกบนผนังราวกับเป็อากาศธาตุ จนกระทั่งคว้าบางสิ่งออกมา
หนังสือปกหนังเล่มหนึ่งปรากฏในมือของเขา สภาพสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง ไอแซคเปิดอ่านด้วยสีหน้าเปี่ยมความพึงพอใจ ก่อนจะล้วงลงไปในกลไกอีกครั้ง มือของเขาควานหาอยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่พบสิ่งที่้า
จู่ๆ เขาก็ชะงัก มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา แล้วจุดไฟเผา
ควันสีเทาลอยขึ้นจากกระดาษที่ถูกเผา ค่อยๆ รวมตัวเป็ตัวอักษร ชาร์ลส์พยายามอ่านข้อความ แต่จากมุมที่เขาถูกล่ามอยู่ ตัวหนังสือกลับหัวกลับหางทำให้อ่านยาก
แต่เขาก็พออ่านออกว่า "พบของแล้ว" ปรากฏชัดเจนท่ามกลางหมอกควัน
ไอแซคโบกมือ สลายกลุ่มควันที่ลอยอยู่ในอากาศ ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมาเขียนข้อความแล้วจุดไฟเผา จนกลายเป็เท่าธุลี
จากนั้นสายตาของเขาจับจ้องสลับไปมาระหว่างกำแพงด้านหลังกับร่างของคริสโตเฟอร์ราวกับกำลังชั่งใจ
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกร่างของคริสโตเฟอร์ ก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่ถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม เสียงบริกรรมคาถาดังขึ้นจากริมฝีปากของเขา
"อีนา ชามู อิลุมมา, นูร์มา อูเชลู"
"เอรเซตู ชูลูกูมา, เซรู นับทารู!"
แสงระยิบระยับสีขาวอมฟ้าปรากฏขึ้นเหนือร่างของคริสโตเฟอร์ จากนั้นบางสิ่งก็ลอยขึ้นมาจากร่างที่ไร้ชีวิต
มันคือดวงิญญาที่มีรูปร่างคล้ายก้อนสมอง แต่เต็มไปด้วยปากนับพันที่อ้าหุบไม่หยุด ลอยนิ่งอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง
ทันใดนั้น ความรู้สึกบางอย่างก็ผุดขึ้นในสัญชาตญาณของชาร์ลส์ เป็ความกระหายแบบเดียวกันกับที่เขาดูดกลืนสติสัมปชัญญะของโจรในป่า แรงดึงดูดประหลาดที่ชักนำให้เขาอยากกลืนกินดวงิญญานั้น ราวกับมันคือสิ่งที่เขาแสวงหามาตลอด
เหงื่อเย็นผุดซึมที่หน้าผากขณะที่เขาพยายามต่อสู้กับความปรารถนาอันน่าเย้ายวนนี้ แต่ครั้งนี้ไม่รุนแรงเท่าครั้งในป่า เขาพอที่จะทนมันได้
……
ในสถานที่คล้ายห้องใต้ดินมืดสนิท ที่ไหนสักแห่ง แสงตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวส่องสว่างริบหรี่ เผยให้เห็นร่างของชายในชุดคลุมสีดำ ในมือถือขวดแก้วใบหนึ่ง
ภายในขวดมีของเหลวสีดำเหนียวใส และสิ่งมีชีวิตประหลาดกำลังดิ้นรนอยู่ในนั้น มันมีลักษณะคล้ายปลิง แต่มีหนวดจำนวนมากยื่นออกมารอบตัว พวยพุ่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง
บนพื้นห้องไม่ไกลจากที่เขายืน มีศพนอนหงายอยู่ ใบหน้าของศพนั้นเหมือนกับคริสโตเฟอร์ ดาร์ซี่ ราวกับเป็ฝาแฝด
ทันใดนั้น ร่างของศพก็เริ่มมีปฏิกิริยา ิับวมพอง ตุ่มน้ำผุดขึ้นทั่วร่าง กล้ามเนื้อกระตุกรุนแรง ิัเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำเหมือนถูกน้ำร้อนลวก ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะละลายกลายเป็ของเหลว ระเหยเป็ไอร้อนลอยขึ้นสู่อากาศ จนไม่เหลือร่องรอยใดๆ
เสียงกระแทกประตูดังสนั่นทำลายความเงียบ ชายในฮูดหันขวับไปทางต้นเสียง
เอ็ดเวิร์ดวิ่งพรวดเข้ามาในห้อง เหงื่อโซมใบหน้า หายใจหอบ ตามมาด้วยหญิงชราที่สวมสร้อยคอสัญลักษณ์วงล้อทองคำแห่งศาสนาส่องประกายวับภายใต้แสงตะเกียง เธอคือมาดามเอสเธอร์ หัวหน้าหน่วยปราบปราม
เมื่อเห็นเอ็ดเวิร์ดและหัวหน้าหน่วยปราบปรามปรากฏ ชายในฮูดรีบยกมืออีกข้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ในมือถือวัตถุประหลาด เป็จานแบนที่ทำจากตะกั่ว
ตรงกลางจานมีหูมนุษย์หนึ่งข้างฝังอยู่ ถูกตรึงไว้ด้วยตะกั่วหลอมเหลวที่ราดทับลงไป แข็งตัวจับหูนั้นให้ติดแน่นกับแผ่นจาน สภาพของหูยังคงสดใหม่ราวกับเพิ่งถูกตัดออกมา
ชายในฮูดกระซิบใส่จานตะกั่วนั้น น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ชัดถ้อยชัดคำ "กรมคลัง เมืองหลวงของอาณาจักรไฮเดนลิน"
ทันทีที่คำพูดสุดท้ายหลุดจากริมฝีปาก ร่างของเขาก็เลือนหายไปในอากาศ เหมือนภาพวาดที่ถูกลบออกจากผืนผ้าใบ ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยหรือเงาที่บ่งบอกว่าเคยมีใครยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับขวดแก้วที่เขาถืออยู่
……
กรมคลัง ไอแซคกำลังทำพิธีตกผลึกิญญาของคริสโตเฟอร์เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย ดวงิญญาที่เต็มไปด้วยปากนับพันถูกห่อหุ้มด้วยผลึกใสทรงแหลม ส่องประกายระยิบระยับใต้แสงไฟ
ทันใดนั้น ชายในฮูดก็ปรากฏตัวขึ้นกลางห้อง การปรากฏตัวของเขาทำให้อาณาเขตพิเศษที่ปิดกั้นห้องนี้แตกสลาย ห้องที่เคยถูกตัดขาดจากโลกภายนอก บัดนี้ได้กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง
เสียงกระแทกประตูดังมาจากด้านนอก ความหวังผุดขึ้นในใจของชาร์ลส์ที่ยังถูกล่ามอยู่กับกำแพง
ไอแซคเริ่มเคลื่อนไหว มือยื่นออกไปคว้าผลึกิญญา
ใน่เวลานั้น ความคิดสองกระแสปะทะกันอย่างรุนแรงในใจของชาร์ลส์ ด้านหนึ่งคือสัญชาตญาณดิบ ที่กระหายจะกลืนกินิญญานั้น คอยกระตุ้นและบีบรัดหัวใจ
อีกด้านคือความละโมบที่เย้ายวนด้วยความหวังว่าจะได้ความทรงจำที่สูญหายกลับคืนมา ย้ำเตือนว่านี่อาจเป็โอกาสเดียวที่จะได้รู้ว่าเขาเป็ใคร มาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่
สองแรงปรารถนาผสานเป็หนึ่งแรงผลักดัน พัดพาเหตุผลและการยับยั้งชั่งใจชายหนุ่มไปทั้งหมด เหลือเพียงความ้าอันแรงกล้าที่จะิญญานั้นให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
"การานู!" ชาร์ลส์ะโคาถา มือที่ถูกล่ามยกขึ้น
ผลึกิญญาพุ่งตรงมาที่มือของเขาราวกับถูกแรงดึงดูดมหาศาล ไอแซคที่ไม่ทันตั้งตัวคว้าได้แต่อากาศว่างเปล่า
ใบหน้าเขาบิดเบี้ยวด้วยความใและโกรธแค้น
ไอแซคคำรามลั่น ปาดาบเข้าใส่ชาร์ลส์ที่ถูกล่ามติดกำแพง แต่ชาร์ลส์เหวี่ยงศีรษะหลบในวินาทีสุดท้าย คมดาบผ่านเฉียดใบหูไปเพียงเส้นยาแดง
ไอแซคเตรียมจะพุ่งเข้ามาซ้ำ แต่ชายในฮูดก้าวเข้ามาขวาง
"ไม่มีเวลาแล้ว" เขากระซิบ ก่อนจะพูดใส่จานตะกั่วในมือและหายตัวไป พร้อมกับไอแซคที่หายตามไปด้วย
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกพังเข้ามา
ผู้คุ้มกันสองนายวิ่งเข้ามา กวาดตามองสถานการณ์ในห้อง
"คริสโตเฟอร์ตายแล้ว ผู้ลงมือหนีไปได้" ชาร์ลส์รีบรายงาน
"ไปทางไหน?" หนึ่งในผู้คุ้มกันถาม
"ไม่รู้ แต่มันหนีออกไปข้างนอกแล้ว"
ผู้คุ้มกันคนหนึ่งรีบออกไปตรวจสอบด้านนอก ค้นหาจนทั่วแต่ไม่พบร่องรอยใด เขากลับเข้ามาในห้อง สบตากับเพื่อนร่วมงาน ทั้งคู่รู้ดีว่าพวกเขากำลังเดือดร้อน
"พวกเราต้องโดนแน่..." หนึ่งในผู้คุ้มกันกระซิบ พยายามไม่ให้ชาร์ลส์ได้ยิน
"ต้องหาคนรับผิดแทน" อีกคนตอบเสียงแ่
"ไอ้หมอนั่นไง" เขาเหลือบมองชาร์ลส์ "คนนอก ไม่น่าไว้ใจ แถมยังโกหกเื่คนร้ายด้วย ไม่เหมือนฟีโอน่าที่ทุกคนรู้จักดี แต่ไอ้นี่..." เขาหรี่ตามองชาร์ลส์ "เพิ่งโผล่มาวันนี้ แล้วก็เกิดเื่พอดี"
"ใช่ เพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก แล้วเกิดเื่... น่าสงสัยชัดๆ"
ทั้งคู่พยักหน้าเห็นพ้อง ก่อนจะชักดาบชี้ไปที่ชาร์ลส์ "แกถูกจับแล้ว คนร้าย!"
"เดี๋ยว นี่มันเื่อะไร-" ชาร์ลส์พยายามแก้ต่าง แต่ก่อนที่จะพูดจบ ผู้คุ้มกันคนหนึ่งก็เตะเข้าที่ท้องอย่างแรง โลกรอบตัวมืดลงทันที ก่อนที่เขาจะสิ้นสติไป
……
ในห้องที่มีแสงสลัว เปลวเทียนกะพริบไหว ทอดเงายาวบนผนัง ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หรู จิบไวน์สีแดงเข้มอย่างผ่อนคลาย
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ
"เข้ามา" เขาเอ่ยเสียงเรียบ
ชายผู้มาเยือนก้าวเข้ามาในห้อง "มีอะไร?" ชายที่นั่งจิบไวน์ถาม
"คริสโตเฟอร์ตายแล้วครับ"
แก้วไวน์ในมือชะงักกลางอากาศ เขาจัดท่านั่งใหม่ "ตาย? ตายได้ยังไง?"
"ถูกฆ่าในห้องกรมคลัง ถูกคลุมตัวด้วยผ้าชุบน้ำมันแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็"
"แล้วใครเป็คนทำ?"
"ได้ยินผู้คุ้มกันคุยกันว่าเป็ฝีมือนักสืบคนหนึ่ง ชื่อชาร์ลส์ เรเวนส์ครอฟต์ ครับ"
"ชาร์ลส์..." เขาทวนชื่อนั้นช้าๆ ดวงตาวาววับด้วยความเข้าใจบางอย่าง
"รีบไปสั่งคนของเรา ใช้เส้นสายที่มี นำตัวนักสืบคนนั้นไปขังที่คุกหลวงทันที ไม่ต้องผ่านขั้นตอนสอบปากคำ อ้างว่าจะทำหลังจับขัง" เขาวางแก้วไวน์ลง "แล้วบอกคนของเราให้เตรียมตัว... โอกาสมาถึงแล้ว"
"ครับท่าน" ผู้ส่งข่าวรีบออกจากห้องไปปฏิบัติตามคำสั่ง
แสงเทียนกะพริบ เผยให้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของชายผู้นั้น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความมุ่งร้าย เงาของเขาทาบยาวบนผนัง ดูบิดเบี้ยวและน่าพรั่นพรึง
……
แสงอรุณสาดส่องผ่านช่องลูกกรงเล็กๆ ของคุกหลวง ชาร์ลส์นอนหมดแรงอยู่มุมห้องขัง ร่างกายที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนทั้งมือและเท้าเต็มไปด้วยาแ เสื้อผ้าบางๆ ที่เหลืออยู่บนร่างเปียกชื้นด้วยน้ำที่ใช้สาดปลุกเขาหลังสลบไปครั้งแล้วครั้งเล่า
เสียงฝีเท้าดังมาตามระเบียงทางเดิน ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าห้องขัง ชาร์ลส์พยายามลืมตาที่บวมช้ำขึ้นมอง ภาพของชายร่างสูงในชุดสะอาดสะอ้านปรากฏขึ้น ผมสีทองอ่อนและลักยิ้มที่คุ้นเคยทำให้เขารู้ทันทีว่าผู้มาเยือนเป็ใคร
"โจเซฟ..." เสียงแหบแห้งของชาร์ลส์แ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
เสียงลูกกุญแจไขดังขึ้น โจเซฟก้าวเข้ามาในห้องขัง ดวงตาฉายแววใเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทใกล้ชิด มีาแจากการทรมานปรากฏชัดบนร่างกาย เล็บหลายนิ้วถูกถอดออก รอยแผลไหม้จากเหล็กร้อนประทับอยู่ทั่วแขนขา
"พวกเขาทำกับนายขนาดนี้เลย?" น้ำเสียงของโจเซฟเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
"พวกสารเลวนั่น..." ชาร์ลส์พยายามพูดทั้งที่หายใจติดขัด "มันทรมานฉัน บังคับให้สารภาพความผิดที่ไม่ได้ทำ"
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ชาร์ลส์รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องของคริสโตเฟอร์ ั้แ่การปรากฏตัวของไอแซค การต่อสู้ และการถูกใส่ร้ายว่าเป็ฆาตกร
"อย่างนี้นี่เอง..." โจเซฟพยักหน้าช้าๆ "พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมไมเคิลถึงไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากทหารพิทักษ์เมือง ด้วยอำนาจของคริสโตเฟอร์ มันง่ายมากไปที่จะแทรกแซง"
"ถ้างั้น..." ชาร์ลส์กระซิบ "ย้ายฉันไปคุกของหน่วยพิเศษได้ไหม? อย่างน้อยที่นั่นก็คงไม่มีการทรมาน"
"ฉันลองแล้ว แต่ถูกปฏิเสธ" โจเซฟส่ายหน้า "พวกมันอ้างว่านายเป็คนของหน่วยพิเศษ ถ้าย้ายไปที่นั่นจะเกิดการลำเอียงในการตัดสิน"
"งั้นช่วยบอกให้พวกมันหยุดทรมานก่อนได้ไหม?"
"เื่นั้นฉันก็พยายามแล้วเหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็ผล" โจเซฟถอนหายใจ "เหลือทางเดียวคือต้องรีบสืบเื่นี้ให้กระจ่าง ล้างข้อกล่าวหาของนายให้เร็วที่สุด อดทนหน่อยนะ"
"งั้นช่วยรีบหน่อย" ชาร์ลส์พูดเสียงสั่น "แหวนเงินที่เป็กุญแจไขกลไกในห้องของคริสโตเฟอร์... น่าจะอยู่ที่คฤหาสน์ของเขา"
"เื่นั้นไม่ต้องห่วง" โจเซฟพยักหน้า "อาเอ็ดเวิร์ดส่งคนไปค้นคฤหาสน์มาแล้ว พบแหวนเงินวงหนึ่ง ฉันขอมาได้ ขั้นต่อไปก็แค่ไปที่กรมคลัง"
ดวงตาของชาร์ลส์ฉายแววกังวล "อีกเื่หนึ่ง... นายพกยาระงับมาไหม? ระหว่างที่โดนทรมาน ฉันเกือบจะถูกกลืนกินจนคลุ้มคลั่ง เกือบฆ่าผู้คุมไปหลายครั้งแล้ว"
โจเซฟล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบขวดแก้วใบเล็กออกมา ของเหลวสีอำพันภายในส่องประกายเรืองรองใต้แสงอรุณ ยื่นส่งให้ชาร์ลส์
ชาร์ลส์รับขวดยามาด้วยมือที่สั่นเทา พยายามเปิดฝาด้วยนิ้วมือที่าเ็ แต่แรงน้อยเกินไป โจเซฟจึงช่วยเปิดให้ ก่อนจะประคองศีรษะของเพื่อนขึ้น ช่วยให้ดื่มยา
"ขอบใจ..." ชาร์ลส์กระซิบหลังกลืนยาลงไป รสหวานแกมขมไหลจากฤทธิ์ลงสู่คอ ก่อนที่ความกระหายจะค่อยๆ สงบลง
โจเซฟลุกขึ้นยืน "ฉันต้องไปแล้ว" รีบก้าวออกจากห้องขัง
"ฉันจะกลับมาเยี่ยมนายอีก" เขากระซิบก่อนประตูห้องขังจะปิดลง
ชาร์ลส์มองตามร่างของเพื่อนที่จากไป ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้น ยาเริ่มออกฤทธิ์ ทำให้จิตใจสงบลง แต่ความเ็ปทางกายยังคงอยู่ เขาหลับตาลง พยายามพักผ่อนเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยนิด รู้ดีว่าการทรมานครั้งต่อไปจะมาถึงในไม่ช้า
