วินาทีถัดมา คลื่นพลังสีฟ้าได้ควบแน่นกันจนกลายเป็ลูกธนูปกคลุมไปทั่วร่างของยอดฝีมือลึกลับคนนี้ ลูกธนูแต่ละลูกมีความยาวประมาณหนึ่งเมตร และตัวลูกธนูมีลวดลายอักขระลึกลับอยู่เต็มไปหมด กลิ่นอายอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวลูกธนู พร้อมกับเปล่งแสงคมกริบราวกับเป็ลูกธนูของจริง
ปลายลูกธนูหันหน้าออกไปทั่วทุกสารทิศ คนที่มองมาจากที่ไกลๆ จะเห็นเป็เม่นสีฟ้าขนาดั์ กลิ่นอายที่น่ากลัวกระจายไปทั่วบริเวณ
ทันทีที่ยอดฝีมือลึกลับโบกมือ กลิ่นอายอันทรงพลังก็ปะทุขึ้นมา ลูกธนูถูกยิงออกไปทุกทิศทางอย่างไร้ความปราณีประหนึ่งห่าฝนที่กำลังโหมกระหน่ำ เสียงหวีดหวิวฝ่าอากาศดังขึ้นจนแสบแก้วหูไปหมด
ภายใต้ห่าธนูที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าและผืนดิน ทำให้ซุนเฟยไม่อาจซ่อนตัวได้อีกต่อไป
เมื่อเผชิญหน้ากับลูกธนูที่แหลมคมและทรงพลัง ซุนเฟยในโหมดมือสังหารจึงรวบรวมชี่แท้ภายในร่างไปไว้ที่หมัดทั้งสองข้างจนเกิดเปลวไฟสีแดงฉานขึ้น ยามที่เขาชกออกไปจะเกิดเสียงคำรามของพยัคฆ์ดังกึกก้อง ซุนเฟยใช้ทักษะ 'พยัคฆ์จู่โจม' และ 'หมัดเปลวเพลิง' ในโหมดมือสังหารตามลำดับ
การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็จำนวนมาก
ตูม ตูม ตูม ตูม!
ลูกธนูมากกว่าสิบดอกถูกหมัดของซุนเฟยทำลายเป็ชิ้นๆ
เนื่องจาก 'ทักษะแห่งธนู' เป็ทักษะการโจมตีแบบวงกว้าง ดังนั้นพลังที่อยู่ภายในลูกธนูแต่ละดอกจึงอ่อนแอกว่าการโจมตีก่อนหน้านี้ และนี่ก็เป็เหตุผลที่ทำให้ซุนเฟยจัดการมันได้อย่างง่ายดาย
แต่อย่างไรก็ตาม การโจมตีแบบนี้ก็เป็การบีบบังคับให้ซุนเฟยต้องเผยร่องรอยออกมา
“ทักษะแห่งดัชนี!”
ยอดฝีมือลึกลับยังคงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเ็า ในขณะที่เรียกใช้ทักษะลำดับที่ห้า
ในที่สุดชายคนนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว เขายกนิ้วขึ้นมาและชี้ไปทางซุนเฟย
วูซ วูซ วูซ!
เสียงเหมือนกับฟองสบู่แตกดังขึ้นมาเบาๆ
ซุนเฟยรู้สึกเหมือนกับว่า ตัวเองกำลังถูกขังอยู่ในคุกที่มองไม่เห็นและยากจะหลบหนีได้
ทันใดนั้นก็มีนิ้วมือขนาดใหญ่ทั้งห้านิ้วที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าสี่เมตรปรากฏขึ้นมาที่เหนือหัวของซุนเฟย มองเห็นลายนิ้วมือและเล็บมือบนนิ้วั์ได้อย่างชัดเจน ราวกับว่านิ้วมือของชายคนนั้นได้ขยายใหญ่ขึ้น กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวกระจายออกมาจากนิ้วมือนั่น ไม่ช้า มันก็กดลงมาบนหัวของซุนเฟย
ท่าทางนี้ดูไม่ต่างอะไรกับการบี้มดตัวหนึ่ง
ซุนเฟยพลันหน้าถอดสี เขารีบเปลี่ยนเป็ 'โหมดคนเถื่อน' ก่อนที่จะะเิพลังทั้งหมดออกมาแล้วปล่อยหมัดโปร่งแสงออกไป
คราวนี้เขาเลือกใช้ 'หมัดหิมะเยือกเเข็ง...หมัดเดียวสังหาร'
ทักษะนี้เป็การผสมผสานกันระหว่างหมัดหิมะเยือกแข็งกับทักษะ 'ทุบ' ของคนเถื่อน ทักษะนี้สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับซุนเฟยเป็สองเท่าในพริบตา ท่านี้ถือเป็ท่าที่มีพลังโจมตีสูงที่สุดของซุนเฟยในตอนนี้!
ทว่า...
ตูม ตูม ตูม ตูม!
ท่าโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของซุนเฟย ทำได้เพียงะเินิ้วมือบางส่วนจนขาดกระจุยเท่านั้น นิ้วมือส่วนที่เหลือยังคงกดลงมาที่หัวของซุนเฟย
......
......
ยี่สิบนาทีต่อมา
“ดี”
หลังโจมตีไปได้สิบกระบวนท่า ยอดฝีมือลึกลับก็เอามือไพล่หลังตามเดิม
คิ้วที่ขมวดมุ่นของเขาก็ค่อยๆ คลายออก ดวงตาที่สงบนิ่งจับจ้องมาที่ซุนเฟยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่มีใครรู้ว่าชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ และคงไม่มีใครมองออกว่า ชายคนนี้เป็คนเดียวกันกับคนที่เกือบจะสังหารซุนเฟยด้วยการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน
ซุนเฟยยืนอยู่ห่างจากชายคนนั้นไปประมาณสิบเมตร ในใจของซุนเฟยตอนนี้เต็มไปด้วยความใและไม่อยากจะเชื่อ
การต่อสู้เมื่อยี่สิบนาทีก่อน เป็การต่อสู้ที่ลากเืและเสี่ยงตายมากที่สุดนับั้แ่ที่ซุนเฟยทะลุมิติมาที่แผ่นดินอาเซรอท
ไม่ว่าจะเป็พลัง ประสบการณ์ จังหวะในการโจมตีหรือแม้กระทั่งโอกาส ยอดฝีมือตรงหน้าก็เหนือกว่าซุนเฟยหลายเท่ามาก ั้แ่ต้นจนจบ ซุนเฟยสลับโหมดตัวละครในโลก Diablo จนครบทั้งเจ็ดตัว ใช้ทักษะทุกทักษะที่มี วางแผนอย่างรอบคอบในการโจมตีหรือแม้กระทั่งวางกับดักจำนวนมาก แต่สุดท้าย ทุกอย่างที่เขาทำก็ถูกยอดฝีมือลึกลับตรงทำลายลงอย่างง่ายดาย
ในระหว่างการต่อสู้ ยอดฝีมือลึกลับคนนั้นก็ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเท้าเลยสักก้าว มีแต่ซุนเฟยที่ต้องวิ่งวุ่นไปรอบๆ ราวกับลิงที่ถูกไฟลนก้น
ความแข็งแกร่งของพวกเขาห่างชั้นกันเกินไป
ทักษะที่งดงามหรือกลอุบายที่เลิศหรู ทุกอย่างกลายเป็ของไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าพลัง
ตอนนี้ซุนเฟยรู้สึกแย่มาก
ชุดเกราะที่มาจากโลก Diablo ระดับ 6 หรือ 7 ต่างได้รับความเสียหายอย่างหนัก ความทนทานของพวกมันต่ำกว่าศูนย์ทุกชิ้น เห็นได้ชัดว่า ไม่อาจนำมันกลับไปซ่อมแซมได้อีก ไอเทมพวกนี้ซุนเฟยซื้อมาในราคาที่มากกว่าสองแสนเหรียญทอง แต่ตอนนี้ เงินกว่าสองแสนเหรียญทองได้กลายเป็เศษเหล็กไปแล้ว สภาพของซุนเฟยในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับขอทานเลยสักนิด เสื้อผ้าบนร่างของเขาขาดวิ่นและรุ่งริ่งราวกับนำผ้าขี้ริ้วมาสวม
นอกจากชุดเกราะจะพังแล้ว ร่างกายที่ถึกทนของคนเถื่อนก็ย่ำแย่ไม่แพ้เสื้อเลย
ร่างของซุนเฟยในโหมดคนเถื่อนไม่สามารถต้านทานการโจมตีของชายตรงหน้าได้ แขนทั้งสองข้างเต็มไปด้วยาแมากมาย เืยังคงไหลออกมาไม่หยุดจนแขนทั้งสองข้างถูกย้อมเป็สีแดง ทั่วร่างได้รับาเ็อย่างหนัก ตลอดการต่อสู้ ซุนเฟยเน้นป้องกันแค่ส่วนที่เป็อันตรายและใบหน้าที่หล่อเหล่าของตัวเอง
สิ่งที่เลวร้ายกว่ารอยาแบนิัก็คือ คลื่นพลังสีฟ้าที่รุกล้ำเข้ามาในร่างกายของซุนเฟยตามาแ
คลื่นพลังพวกนี้เป็เหมือนมีดเล็กๆ ที่แหลมคมคอยเชือดเฉือนอวัยวะภายในของซุนเฟยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันเจ็บมากกว่ารอยาแตามร่างของซุนเฟยเสียอีก
ทั้งๆ ที่จ่ายค่าตอบแทนหนักขนาดนี้ แต่ซุนเฟยกลับไม่อาจทำอะไรคู่ต่อสู้ได้ แม้แต่ผมสักเส้นก็ยังไม่มีปัญญาตัดมันให้ขาดเลย
ั้แ่ต้นจนจบ ซุนเฟยไม่สามารถเข้าใกล้ร่างของยอดฝีมือลึกลับตรงหน้าได้
ถึงแม้ว่าซุนเฟยจะได้รับาเ็หนัก แต่ดวงตาของเขากลับเป็ประกายขึ้นมา
เพราะซุนเฟยรู้แล้วว่ายอดฝีมือลึกลับตรงหน้าเป็ใคร
หลังการต่อสู้สิ้นสุดลง ซุนเฟยก็เริ่มนึกออกแล้วว่าชายตรงหน้านี้เป็ใคร และทำไมซุนเฟยถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายของยอดฝีมือลึกลับคนนี้ ที่แท้ชายตรงหน้าก็คือยอดฝีมือลึกลับที่ตามล่านักฆ่าที่มาสังหารซุนเฟยเมื่อยี่สิบวันก่อน และยังเป็คนสร้างหลุมั์นี้ขึ้นมาด้วย
หลายวันที่ผ่านมา ซุนเฟยคอยสังเกตและซึมซับกลิ่นอายที่หลงเหลือจากการต่อสู้ของสองยอดฝีมือ ดังนั้น ในตอนแรกซุนเฟยถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายของยอดฝีมือลึกลับคนนี้ แต่มันก็เป็เื่ยากมากที่จะแยกออกได้ในทันที บวกกับยอดฝีมือลึกลับคนนี้จงใจที่จะปกปิดกลิ่นอายของตัวเองไว้ แต่ในการโจมตีครั้งสุดท้าย เขาได้เปิดเผยกลิ่นอายของตัวเองออกมา และนั่นก็ทำให้ซุนเฟยนึกออก
ไม่รู้ว่าทำไม ทันทีที่ซุนเฟยนึกออกว่าชายตรงหน้าเป็ใคร เขาก็รู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจขึ้นมา
ไม่ใช่เพราะว่ายอดฝีมือลึกลับคนนี้ช่วยไล่สังหารนักฆ่าลึกลับคนนั้น แต่เป็เพราะว่าสัญชาตญาณของคนเถื่อนเลเวล 46 ของซุนเฟยได้กระซิบบอกเขาว่า ยอดฝีมือลึกลับคนนี้เป็มิตรไม่ใช่ศัตรู
“เ้าจำข้าได้ไหม?”
ชายผ้าคลุมและเส้นผมปลิวไสวไปตามแรงลมที่พัดเข้ามา แสงจันทร์ที่เย็นะเืที่ส่องลงมากระทบใบหน้าและไหล่ของเขา น้ำเสียงที่ไร้อารมณ์กล่าวขึ้นมาอย่างช้าๆ และดังก้องอยู่ในหูของซุนเฟย
“ข้าจำได้…ผู้าุโ!” ซุนเฟยครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกใช้คำว่า 'ผู้าุโ'
“อืม เ้าใช่ได้เลยทีเดียว!” ยอดฝีมือลึกลับพูดขึ้นมาในขณะที่สะบัดมือเบาๆ แสงสว่างสีฟ้าก็ไหลออกมาจากร่างของซุนเฟยอย่างรวดเร็วประหนึ่งปลาวาฬกำลังดูดน้ำ
ซุนเฟยตะลึงจนตาค้าง
เขารู้ดีว่ายอดฝีมือลึกลับคนนี้กำลังดึงคลื่นพลังที่อยู่ในร่างของเขาออกไป
แต่ที่ซุนเฟยคาดไม่ถึงคือ ทั้งๆ ที่คลื่นพลังอันร้ายกาจกำลังอยู่ในร่างของเขา แต่ยอดฝีมือลึกลับตรงหน้าก็ยังสามารถควบคุมคลื่นพลังสีฟ้าในร่างของเขาได้ นั่นหมายความว่า ถ้ายอดฝีมือลึกลับคนนี้้าจะฆ่าซุนเฟย เขาก็สั่งให้คลื่นพลังที่อยู่ในร่างของซุนเฟยะเิออกมาได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถคร่าชีวิตของเขาได้ในทันที แต่ก็สามารถทำให้ซุนเฟยพิการได้!
ความสามารถในการควบคุมพลังช่างน่ากลัว!
ซุนเฟยย้อนนึกกลับไปถึงตอนที่ยอดฝีมือลึกลับคนนี้สามารถสลาย 'ทักษะแห่งดาบ' ได้ก่อนที่มันจะพุ่งไปชนกับวงเวทที่อยู่รอบๆ หลุมั์แห่งนี้...เมื่อเทียบกับคู่ต่อสู้ที่เคยพบเจอมาทั้งหมดแล้ว ระดับการควบคุมพลังของยอดฝีมือลึกลับตรงหน้าเรียกได้ว่าเป็พระเ้าในหมู่พระเ้า!
“ผ่านไปแล้วสิบกระบวนท่า คืนพรุ่งนี้มาที่นี่!”
เสียงที่เ็าดังขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รอให้ซุนเฟยได้ถามไถ่อะไรสักคำ ร่างผอมๆ ของยอดฝีมือลึกลับก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา แม้แต่พลังของคนเถื่อนเลเวล 46 ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าชายคนนี้จากไปตอนไหน!
เทพัเห็นหัวไม่เห็นหาง!
ซุนเฟยได้แต่อ้าปากค้าง แขนที่กำลังจะยกขึ้นเพื่อรั้งไม่ให้ยอดฝีมือจากไปก็หยุดชะงักค้างในอากาศ
จากนั้นไม่นาน ซุนเฟยก็ค่อยๆ ลดแขนลงและลูบคางของเขาแทน เขารู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันแปลกมาก
เดาจากความแข็งแกร่งของยอดฝีมือลึกลับคนนี้แล้ว เขาจะต้องเป็บุคคลสำคัญในเซนิทอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ชายคนนี้แข็งแกร่งเป็อย่างมาก แต่ไม่รู้ทำไม เขาถึงได้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างลึกลับและโจมตีเขาอย่างไร้เหตุผลถึงสิบกระบวนท่า พอสมใจแล้วก็จากไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ให้กับเขาเลยสักคำ!
เป็ไปได้ไหมว่ายอดฝีมือลึกลับคนนี้เกิดรู้สึกเบื่อๆขึ้นมาก็เลยโผล่มาทุบตีข้าเล่นเพื่อความสนุก?
หรือว่า...
ทันใดนั้น ซุนเฟยก็นึกถึงประโยคสุดท้ายที่ยอดฝีมือคนนั้นได้ทิ้งเอาไว้ 'ผ่านไปแล้วสิบกระบวนท่า คืนพรุ่งนี้มาที่นี่!'
“คืนพรุ่งนี้มาที่นี่? นี่เขาอยากให้ข้ามาที่นี่เพื่อให้เขาทุบตีเล่นอีกรอบงั้นหรือ? นี่เขาเกลียดข้ามากขนาดนี้เชียว?”
ซุนเฟยหัวเราะคิกคักออกมา ดูเหมือนว่าเขาเริ่มจะเข้าใจความหมายที่แฝงมากับคำพูดของยอดฝีมือลึกลับคนนี้แล้ว ถึงแม้ซุนเฟยจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังคาดเดาอยู่ในตอนนี้จะจริงหรือไม่ คงได้แต่รอให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์ ที่แน่ๆ ก็คือ เขามั่นใจว่าชายคนนี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเขา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หลังความตึงเครียดหายไป ความเหนื่อยล้าและความเ็ปก็เริ่มเข้ามาจู่โจมร่างกายของเขาอย่างหนัก ท่ามลมหนาวที่พัดผ่านไป ซุนเฟยก็ล้มตัวลงนอนกับพื้น กางแขนกางขาออก นอนนิ่งๆ ไม่ไหวติง ตอนนี้เขาไม่อยากเคลื่อนไหวใดๆ อีกต่อไปแล้ว
---------------------
