“อากาศปลอดโปร่งดีแฮะ”
“ต่างจากโลกที่ฉันมา ที่มักจะเต็มไปด้วยฝุ่นและมลพิษจากท่อไอเสีย”
หลังจากกลับมาจากเที่ยว จิ้งหยวนที่ไม่มีอะไรทำก็เดินไปตามสะพานหินในจวน ผ่านสระน้ำที่เต็มไปด้วยปลาน้อยใหญ่แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคือปลาอะไร เดินและมองดูรอบๆ
คาดประมาณเนื้อที่ของจวนแห่งนี้ได้ ว่าน่าจะครอบคลุมพื้นที่เทียบได้กับวิลล่าสุดหรูหลังหนึ่งที่มีสวนและสระน้ำส่วนตัวเป็ของตัวเอง
“คุณชาย เกิดเื่ไม่ดีแล้วขอรับ...”
ขณะชื่นชมสิ่งก่อสร้างในจวน ทันใดนั้นต้าเซี่ยนก็วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับใบหน้าที่มีเม็ดเหงื่อ
“เกิดสิ่งใด?” จิ้งหยวนถามออกมาอย่างสงสัย
“คุณชาย ย่านหอโคมเขียวส่งใบแจ้งหนี้มา หลังจากเงินเดือนของท่านถูกงด ตอนนี้ทรัพย์สินของเราเหลือแค่ไม่กี่ตำลึง หากเราจ่ายพวกเขาไม่ได้ จวนของเราจะถูกยึด คนใช้หลายคนก็เริ่มมีท่าทีว่าจะขอลาออก หากปล่อยไป จวนสกุลจิ้งจะไม่เหลือเงินเดือนไว้จ้างพวกเขาต่อ”
อะไร
ถูกยึด?
ดวงตาของจิ้งหยวนเบิกกว้าง
เขาพึ่งจะัักับชีวิตคุณชายใหญ่มาแค่วันสองเดียว หากจวนหลังนี้ถูกยึด นั่นก็หมายความว่าเขาจะกลายเป็คนไร้บ้านในโลกนี้ทันที
“เป็ไปไม่ได้”
“หนี้แบบไหนกันถึงทำให้เราต้องจ่าย…หืมมมม” ขณะที่จิ้งหยวนกำลังสอบถามที่ไปที่มาของหนี้ อยู่ๆ ความทรงจำของจิ้งหยวนคนก่อนก็ผุดขึ้นมาเหมือนรู้ทัน
ก่อนจะทราบว่าไอ้บ้านี้มันเหมากวาดย่านโคมเขียวทุกร้าน เลี้ยงผู้คนไปหลายพันเมื่อไม่กี่วันก่อนเพื่อประชดจักรพรรดิ จนเื่ลุกลามเป็หนี้เป็สินก้อนใหญ่ จนจิ้งหยวนต้องใช้สมองครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาทางออก ว่าเขาจะทำยังไงถึงจะหาทางจ่ายหนี้ก้อนนี้ให้ทันก่อนเื่จะบานปลาย
จากการสำรวจ ในแง่ของเงินในของโลกนี้ หนึ่งอีแปะสามารถซื้อซาลาเปาไส้เนื้อเทียบเท่ากับค่าเงินสามหยวนในอีกโลกหนึ่ง
1,000 อีแปะมีค่าเท่า 1 ตำลึงเงิน ตีเป็เงินก็สามพันหยวนเศษๆ และเงิน 10 ตำลึงเงินก็มีค่าเทียบเท่า 1 ตำลึงทอง
ดังนั้นพอเห็นใบแจ้งหนี้ที่แสดงอยู่ตรงหน้าแสดงราคามากกว่า 30 ตำลึงทอง เมื่อเอาไปเทียบกับค่าเงินหยวนจากโลกปัจจุบัน ก็หมายความว่าเขามีหนี้ที่ต้องจ่ายมากถึง 900,000 หยวนถ้วนเต็มๆ
โอ้ว ชิด!!!
มันเป็ไปได้ยังไงครับเนี้ยยยยย!!!~~
“....”
จิ้งหยวนะโว่าแย่แล้วภายในใจ ก่อนที่เขาจะมองไปที่ต้าเซี่ยนแล้วถามออกมาว่า
“ตอนนี้มีคนใช้อยู่กี่คน!”
ในเมื่อต้าเซี่ยนเป็หัวหน้าพ่อบ้าน นอกจากจะต้องเก่งเื่ประจบสอพลอแล้ว หัวของเขาก็ต้องไม่งี่เง่ารับรู้ข้อมูลในจวนทุกอย่าง
“หากไม่นับข้า จวนสกุลจิ้งตอนนี้มีคนใช้ชายสี่คน คนใช้หญิงแปดคน และนักบัญชีาุโอีกหนึ่งขอรับ” ต้าเซี่ยนไม่รู้ว่าคุณชายถามทำไม แต่เขาก็รีบตอบออกมาถึงคนทั้งหมดที่จวนเลี้ยงดู
“แล้วเงินเดือนทั้งหมดต่อคน ได้เดือนละเท่าไหร่?” จิ้งหยวนยังไม่ตอบแต่ถามคำถามอื่น ก่อนต้าเซี่ยนจะตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
“คนใช้ชายเราจ้าง 300 อีแปะต่อเดือนขอรับ คนใช้หญิงจ้าง 200 อีแปะ ส่วนเงินเดือนของนักบัญชีและของกระหม่อมสูงขึ้นเล็กน้อยจ่ายในราคา 500 อีแปะต่อเดือน”
หลังจากคำนวณ ในที่สุดจิ้งหยวนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมต้าเซี่ยนถึงบอกว่าวิกฤต เพราะหลังจากหักหนี้สินบวกกับค่าจ้างรายเดือนของคนรับใช้ คลังในจวนก็ยังติดลบจ่ายไม่หมด
จวนสกุลจิ้งไม่มีกิจการอะไรนอกจากกินบุญเก่าที่พ่อและแม่ทิ้งไว้ รายได้อันเดียวที่มีคือเงินเดือนตำแหน่งโหว แต่พ่อบ้านบอกว่าเพราะเื่เก่าที่เขาก่อ จักรพรรดิเลยลงโทษด้วยการงดเงินเดือนของเขา 1 ปี จนจิ้งหยวนอยากจะะโแตะเ้าของร่างเดิมสุดๆ ที่โตเป็ควายแล้วยังไม่รู้จักวางแผนชีวิตเก็บเงิน
“เราควรทำอย่างไรดีขอรับ” ต้าเซี่ยนถามด้วยสีหน้าวิตก โชคดีที่จิ้งหยวนคนนี้ไม่ใช่คนเก่า ในอดีตเขาอาจจะรีบร้อนและถึงกับเลิกจ้างข้ารับใช้รับการลงโทษจากจักรพรรดิอย่างตรงไปตรงมา แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เพราะเขาคือจิ้งหยวนที่มาจากโลกศตวรรษที่ 21 ที่มักจะเต็มไปด้วยความคิดบ้าๆ ในการทำเงิน โดยเฉพาะโลกโบราณที่ค่อนข้างเรียบง่ายไม่ค่อยจะมีอะไรใหม่ๆ ที่น่าดึงดูด
“ให้จ่ายหนี้และค่าจ้างส่วนหนึ่งไปก่อน บอกพวกเขาว่าจวนสกุลจิ้งจะขอจ่ายหนี้เป็งวดๆ ”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะจัดการหาวิธีสำหรับเื่นี้เอง”
จิ้งหยวนยังคงทำตัวตามปกติไม่ได้ตื่นตระหนก ก่อนที่เขาจะบอกต้าเซี่ยนที่กำลังร้อนใจออกไปทำงานของตัวเอง เื่เงินเขาขอตัวกลับห้องขอเวลาใช้ความคิด
ซึ่งต้าเซี่ยนก็ค่อนข้างลังเลในตอนแรก แต่เขาก็พยักหน้าและจากไป พอจะคาดเดาได้ว่าท่านโหวอาจจะไปขอยืมเงินจากพระสนมอู่ที่เป็พระมาตุจฉาในวัง
ที่ห้องเดิม
จิ้งหยวนในตอนนี้ก็ยืนอยู่หน้าแจกันเคลือบ ม้าทองคำและชิ้นเต่าหยก เรียกลูกบาศก์ออกมาเพื่อเก็บของมีค่าทั้งสามชิ้น จนของที่เคยวางอยู่บนเตียงจะพลันหายวับเหมือนไม่เคยมีอยู่ในห้องมาก่อน
“เยี่ยม”
ในวันที่ผ่านๆ มา จิ้งหยวนเคยลองเก็บของใส่ลูกบาศก์เอาเข้าเอาออกมาหลายครั้งแล้ว แต่อย่างนั้นการเก็บของก็ยังเป็สิ่งที่น่าทึ่งอยู่ตลอด ก่อนที่จะไม่ลืมขอชุดบอดี้สูทจากลูกบาศก์ เพื่อที่ตอนข้ามกลับไปโลกเดิมจะได้ไม่ถูกจับแยกฉีกเป็ชิ้นๆ อีก
“โอ้ว”
“นี่คือชุดบอดี้สูทยังงั้นเหรอ?”
“มันบินได้เหมือนไอรอนแมนหรือเปล่า?”
สมกับที่เป็ของจากโลกศตวรรษที่ 30 ชุดที่ปรากฏออกมาก็ดูดีมากๆ จิ้งหยวนไม่รู้ว่ามันสร้างมาจากวัสดุอะไร มันเป็สีดำมันวาวครอบคลุมั้แ่เท้าจรดศีรษะ น้ำหนักเบาแต่ก็แข็งพร้อมมีความยืดหยุนในตัว เสียอย่างเดียวที่มันไม่มีระบบเอไอหรือผู้ช่วยเหมือนไอรอนแมน
“เจ๋งแฮะ”
เมื่อเอามือยื่นออกไปััหวังจะหยิบมาใส่ ชุดที่เคยลอยค้างอยู่กลางอากาศ ก็ไหลเข้ามาในร่างของจิ้งหยวนแบบไม่ต้องจับสวม
“ชุดนี้น่าจะเป็อะไรที่คล้ายๆ กับชุดนาโนบอท ถ้าวันปกติใส่ไว้ใต้ร่มผ้า มันก็คงเป็ชุดเกราะที่ป้องกันของมีคมและะุได้”
จิ้งหยวนสำรวจตัวเองด้วยความพอใจชุดไม่รัดแน่นและเย็นสะดวกสะบาย ในเมื่อชุดนี้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการฉีกของมิติอวกาศ เื่ะุก็คงเป็อะไรที่ขี้ประติ๋วไม่ต้องกังวล
ลองควบคุมก็พบว่าชุดสามารถปลดส่วนหัวและส่วนที่เจาะจงเข้าออกได้ตลอด ดังนั้นหากเขาใส่ชุดโบราณหรือชุดลำลองทับลงไป แล้วปลดส่วนมือและคอ ก็แทบจะไม่มีคนนอกรู้เลยว่าเขามีชุดเกราะสุดไฮเทคซ่อนอยู่ข้างในอีกที
“ที่นี้ก็เปิดประตูมิติเพื่อกลับไปยังโลกเดิมสินะ”
หลังจากเคลื่นไหวขยับร่างกายแล้วพบว่าชุดนี้ยังช่วยเสริมสมรรถภาพเล็กน้อย สามารถยกโต๊ะไม้หนักๆได้แค่มือเดียว จิ้งหยวนก็ยิ่งพอใจ ก่อนที่จะขอให้ลูกบาศก์สร้างประตูมิติเพื่อเดินทางกลับโลกเดิม
ฟูมมม!~~
พลังงานที่ยิงออกไปยังจุดๆ หนึ่งจนเกิดเป็เสียงอื้อหูที่มาพร้อมกับวังวนที่คุ้นตา จิ้งหยวนคิดในใจอย่างลับๆ ว่าครั้งหน้าเขาควรจะสร้างห้องใต้ดินขึ้นมาสักหลัง เพราะเสียงการเปิดประตูมิติอาจจะทำให้คนนอกเกิดความสงสัยได้ ดีหน่อยที่เขตนี้เป็จวนและเต็มไปด้วยคนของเขาเอง และจิ้งหยวนก็สั่งการต่อต้าเซี่ยนไว้ก่อนแล้ว ว่าหากได้ยินอะไรก็อย่าสนใจให้ทำงานตัวเองตามหน้าที่เป็พอ
“ไปกันเถอะ”
ใจของจิ้งหยวนสั่นเล็กน้อย เพราะภาพการข้ามมิติแล้วเห็นไส้ตัวเองยังคงติดตาของเขาอยู่ แต่ด้วยชุดบอดี้สูท ความมั่นใจในการเดินทางกลับก็เพิ่มขึ้นสูง ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆ เดินเข้าไปในวังวน พร้อมกับการหายไปของลูกบาศก์มิติหลงเหลือเพียงห้องที่ว่างเปล่า
ฟรูปปปปป…!!
กลับมาถึงใต้ถุนบ้านที่คุ้นเคย ปลดชุดบอดี้สูทเก็บไว้ที่ลูกบาศก์
ถ้าหากไม่ใช่เพราะชุดโบราณที่เขาสวมอยู่ จิ้งหยวนก็คงคิดไปแล้วว่าเื่ราวที่ผ่านมามันอาจจะเป็เพียงความฝันหนึ่งตื่น
เมื่อสำรวจร่างกายแล้วพบว่าไม่มีส่วนไหนขาดหายไป จิ้งหยวนก็ถอนหายใจที่การกลับโลกเดิมเป็ไปได้ด้วยดี
“เยส”
“ของพวกนี้เก่าตามกาลเวลาจริงๆ ด้วย”
เมื่อสื่อสารกับลูกบาศก์ แล้วสั่งให้มันเอาของทั้งสามอย่างที่เก็บไว้ออกมาอีกครั้ง แจกันเครื่องลายคราม ม้าทองและเต่าหยกที่หลุดออกมา มันจะมีสภาพขลังและเก่าดูโบราณตามที่จิ้งหยวนคิดไว้จริงๆ
จิ้งหยวนสามารถกำหนดได้ ว่าจะให้ลูกบาศก์ส่งคลื่นป้องกันใส่วัตถุเพื่อไม่ให้มันได้รับผลกระทบหรือเปล่า หากคลุมด้วยคลื่น วัตถุในลูกบาศก์ก็จะมีสภาพตามปกติ แต่หากไม่ทำ วัตถุพวกนั้นก็จะได้รับผลกระทบจากห้วงเวลา และหากเป็สิ่งมีชีวิตก็คงถูกกระชาก ดังนั้นสิ่งที่เขาจะพากลับไปมาระหว่างสองโลกได้ในตอนนี้ จึงมีแต่ของที่ไม่มีชีวิตเท่านั้นถึงจะไม่ถูกมิติฉีกทำลาย
