เล่มที่ 2 บทที่ 58 คุยดีๆ เป็ไหม
“อย่ามาใส่ร้ายหุบเขาเทียนสิงของข้านะ…” ซ่งเทียนสิงที่อยู่ด้านข้างกลอกตา ก่อนจะเตือนเสียงเบา
“คนคนนี้คือถังเทียนตูจากหุบเขาเทียนเฉวียน เป็ผู้สืบทอดกระบี่ไร้พ่าย ได้ยินมาว่าเคยมีเื่บาดหมางกับอาจารย์เ้า…”
“ถ้าอย่างนั้นก็แปลก…” หลินเฟยมองถังเทียนตูก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา
“ในเมื่อไม่ใช่หุบเขาเทียนสิง หากเป็เช่นนั้นข้าจะหยิบจับอะไรแล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับเ้าด้วย ทำไมล่ะ หรือหุบเขาเทียนเฉวียนอยากรับหน้าที่คุมกฎสำนักแทนหุบเขาเทียนสิง?”
ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าถังเทียนตูก็ดูแข็งกร้าวขึ้นมาทันที รวมถึงกระแสไอิญญาที่รายล้อมก็แผ่กระจายไปทั่ว แม้จะยังไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก แต่มันก็ส่งเสียงเรียกออกมาอย่างรู้งาน
“ข้าขอเตือนอีกครั้ง เอามือออกไปเสีย”
“คิดจะลงมือเลยหรือ?” หลินเฟยตีสีหน้ายียวนไม่ยอมละความพยายามง่ายๆ
บรรยากาศโดยรอบก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นท่าไม่ดี ซ่งเทียนสิงจึงรีบเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
“เอาล่ะๆ พอทั้งคู่นั่นแหละ เ้าสำนักให้มาที่นี่เพื่อฝึกฝนบำเพ็ญ ไม่ได้ให้มาทะเลาะกัน ดังนั้นพอเลย ทั้งคู่นั่นแหละ ไม่เช่นนั้นข้าจะลงโทษด้วยกฎสำนักแล้วนะ”
ถังเทียนตูจ้องเฟยอยู่พักใหญ่ สุดท้ายกระแสไอิญญาก็ค่อยๆสลายไป แม้แต่กระบี่ในมือก็หยุดเปล่งเสียง ทว่าก่อนจากไป เขากลับทิ้งท้ายด้วยเสียงเ็า
“เมื่องานศิษย์สายตรงเริ่มเมื่อใด ย่อมมีโอกาสได้เจอกันอีกแน่…”
“หึหึ…” หลินเฟยทำเพียงหัวเราะ ไม่ได้กล้าวโต้ตอบอะไรอีก ‘เขามีชีวิตมาถึงสองชาติ คำขู่เช่นนี้น่ะหรือ เขาได้ยินมาไม่ต่ำกว่าพันครั้งแล้ว’
“หัวเราะได้อัปลักษณ์เสียจริง…” ซ่งเทียนสิงที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นก็อดที่จะเบ้ปากออกมาไม่ได้ ดูอย่างไรก็รู้สึกว่าเ้าหลินเฟยนี่มันช่างกวนประสาทเหลือเกิน จึงอดที่จะแขวะออกไปไม่ได้
“เ้าคงจะกลัวจนตัวสั่นเลยสินะ?”
หลินเฟยเหลือบตามองไปที่ซ่งเทียนสิง
“กระบี่ระลึกตนไม่เลวเลยใช่หรือไม่?”
“…” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่งเทียนสิงก็เืขึ้นหน้าทันที ‘เ้าบ้านี่พูดจาดีๆไม่เป็หรืออย่างไรกัน?’
อันที่จริงตัวเขาเองก็เถียงไม่ออก เพราะซ่งเทียนสิงเองก็ย่อมรู้ว่าที่มีโอกาสเข้ามาที่ผากระบี่แห่งนี้ได้ เป็เพราะหลินเฟยมีส่วนช่วยชี้แนะเขาไปถึงเก้าในสิบของโอกาสทั้งหมดแล้วด้วยซ้ำ
ครั้งที่หลินเฟยใช้กระบี่ระลึกตนเอาชนะกระบี่พิฆาตเซียนมารที่หอดาบ เขาไม่อาจจะเชื่อได้เลยว่าทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นจริง จึงได้เอาไปเล่าให้ศิษย์พี่หวังฟัง ศิษย์พี่เองก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จากนั้นก็ได้ให้คนนำเคล็ดวิชากระบี่ระลึกตนมาศึกษาอยู่ครึ่งเดือนเต็มๆ สุดท้ายเขาก็ไม่ได้อธิบายอะไรมาก นอกจากสั่งให้หยุดฝึกกระบี่พิฆาตเซียนมารเสีย แล้วให้หันมาตั้งใจฝึกกระบี่ระลึกตนแทน…
เกรงว่าศิษย์พี่หวังในตอนนั้นเองก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกัน…
ถึงแม้เขาจะไม่ได้แตะวิชากระบี่พิฆาตเซียนมารเป็เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็ม แต่หลังจากฝึกกระบี่ระลึกตนแล้ว กลับพบว่าวิชากระบี่พิฆาตเซียนมารของเขาก้าวหน้าไปมาก แม้แต่อาจารย์ของเขาที่ไม่ค่อยออกปากชมใคร เมื่อได้เห็นการพัฒนาของเขาแล้ว ก็ยังอดชมออกมาไม่ได้…
ครั้งนี้ที่ผ่านการประลอง่สามวันแรกมาได้ จนมีโอกาสมาที่ผากระบี่แห่งนี้ ซ่งเทียนสิงรู้ดีว่าเป็เพราะคำพูดของหลินเฟยที่หอดาบ ว่ากระบี่ระลึกตนนั้นสามารถเอาชนะกระบี่พิฆาตเซียนมารได้…
ต่อให้ยากจะยอมรับเพียงใด แต่เขาก็ได้ติดหนี้บุญคุณใหญ่หลวงเข้าให้แล้ว…
‘ติดหนี้บุญคุณก็ติดไปสิ ทำไมจะต้องคอยย้ำตลอดด้วย?’
“อ๋อ กระบี่ระลึกตนน่ะหรือ มันก็ค่อนข้าง… ค่อนข้าง…” ซ่งเทียนสิงอ้ำๆอึ้งๆ ก่อนจะเฉไฉเปลี่ยนเื่คุยไปเสียดื้อๆ
“จริงสิ เ้าเลิกใส่ร้ายหุบเขาเทียนสิงของข้าเสียทีเถอะ แม้หุบเขาเทียนสิงจะกุมอำนาจลงทัณฑ์ไว้ แต่พวกข้าก็มีความยุติธรรมพอ!”
“ใช่แล้ว ซูหยวนก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
“…”
“บัดซบ คุยด้วยไม่ได้แล้วจริงๆ…”
ระหว่างที่ทั้งคู่คุยกันอยู่ ก็มีศิษย์จำนวนหนึ่งนั่งขัดสมาธิเริ่มฝึกบำเพ็ญบ้างแล้ว พอกวาดตามองไป ก็เห็นมีแต่พวกเก่งๆทั้งนั้น ทั้งถังเทียนตู สือเหอ ชิวเย่หัว หวังฉ่วง พวกเขาเหล่านี้ล้วนแต่เป็อัจฉริยะทั้งนั้น
รอยกระบี่เก้าสายบนผากระบี่แฝงไปด้วยเคล็ดวิชากระบี่อันลึกซึ้ง นับหมื่นปีมานี้ มีคนมากมายบรรลุขั้นบำเพ็ญที่นี่ เหล่าศิษย์ที่ยืนอยู่ตรงนี้เอง ต่างก็เป็ศิษย์แนวหน้าของสำนักเวิ่นเจี้ยน เมื่อเผชิญหน้ากับรอยกระบี่ทั้งเก้า พวกเขาก็สามารถเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องให้ใครชี้แนะ
มันคือความรู้แจ้งด้วยตนเอง…
ราวกับหมอกที่ขวางกั้น ที่อยู่ดีๆก็สลายไปเอง
ทั้งที่มีคำถามมากมายในใจ แต่พอได้มายืนที่ผากระบี่แห่งนี้ ก็เหมือนจะได้รับคำตอบในทันที…
ยามนี้ที่ผากระบี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงใดๆ…
กระไอิญญาที่อยู่รายล้อมถังเทียนตูสั่นไหว เหนือศีรษะของเขาราวกับจะมีแสงเรืองรองอย่างที่ผู้บรรลุเซียนพึงมี ส่วนกระบี่ที่บินวนอยู่เหนือศีรษะของสือเหอเองก็ดูเหมือนจะว่องไวกว่าเดิมด้วยซ้ำ วงเดือนจันทราของชิวเย่หัว ก็เปล่งประกายราวกับนางเป็เซียนแห่งจันทราจริงๆ แม้แต่กระบี่โบราณข้างกาย ก็มีเสียงใสกังวานราวกับเสียง์ดังขึ้น ส่วนหวังฉ่วงก็เืลมเดือดพล่านเต็มที่จนเกิดกระแสพลังสีแดงขุมหนึ่งราวสายโลหิตกำลังพุ่งทะยานถึงแดนเซียนเลยก็ว่าได้…
นี่คือการบำเพ็ญของพวกเขานั่นเอง
และที่ตามมาติดๆก็คือหวังหลิน เพราะได้ฝึกเคล็ดวิชากระบี่ดับโชคไป จึงทำให้ทั่วทั้งตัวเขาเต็มไปด้วยไอหมอกสีดำ ให้ความรู้สึกลึกลับชอบกล ส่วนซ่งเทียนสิงก็มีลำแสงกระบี่ะเิออก ก่อนจะมีภาพนิมิตเซียนมารปรากฏตามมา…
ศิษย์กว่าสิบคนที่เป็แนวหน้าของสำนักเวิ่นเจี้ยน ต่างก็บรรลุวิถีบำเพ็ญของตน…
มีเพียงหลินเฟยคนเดียวเท่านั้นที่ต่างออกไป…
หลินเฟยยืนมองผากระบี่ที่สูงนับร้อยจ้างอยู่คนเดียวเป็เวลานาน ก่อนจะยื่นมือไปัักับผิวอันเฉียบเย็นของผาหินนั้น…
ช่างไม่รู้จักรักษาโอกาสไว้เลยจริงๆ…
“เกิดอะไรขึ้นกับหลินเฟย?”
บนบัลลังก์ที่ยอดเขาเวิ่นเจี้ยนในตอนนี้ มีเหล่าผู้าุโกำลังเฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านกระจกวารี…
ผู้ที่เพิ่งพูดไปนั้น ก็คือกู้เฟยเซียนแห่งหุบเขาเทียนจี เขามีท่าทีหงุดหงิดมาตลอดั้แ่ที่ต้วนลั่งได้พ่ายแพ้ให้สือเหอไป น้ำเสียงที่พูดจึงแฝงไปด้วยความเย้ยหยันดูแคลนศิษย์หุบเขาอื่น…
เพราะต้วนลั่งแพ้การประลองรอบแรก ทำให้หุบเขาเทียนจีหมดหวังไปกับงานศิษย์สายตรงปีนี้แล้ว เห็นดังนั้นผู้าุโคนอื่นจึงชายตามองโดยไม่สนใจอะไรมากไปกว่านี้อีก ทว่าหากลามปามมาถึงศิษย์ของตน ก็ย่อมจะต้องเถียงกลับอยู่บ้าง…
สำหรับหลินเฟย…
เนื่องจากตาเฒ่าไม่ได้มาด้วย จึงไม่มีใครช่วยพูด…
อีกอย่างการกระทำของหลินเฟยก็ถือว่าเกินพอดีไปจริงๆ ผากระบี่ของสำนักเวิ่นเจี้ยนนี้ ถือเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุมานับหมื่นปี แม้แต่นักพรตชื่อฟ่าก็ยังเคยบรรลุขั้นบำเพ็ญที่นี่ สถานที่แห่งนี้จึงถือเป็หนึ่งในเขตหวงห้ามเลยก็ว่าได้ นับว่าเป็บุญอย่างมากที่เปิดโอกาสให้เหล่าศิษย์สายในได้มาบำเพ็ญถึงที่นี่ ทว่าหลินเฟยกลับไม่คิดจะคว้าโอกาสนี้เอาไว้ อย่าว่าแต่กู้เฟยเซียนจะรู้สึกไม่ชอบใจเลย แม้แต่ผู้าุโคนอื่นๆ ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน...
“ข้าได้ยินมาว่าหลินเฟยฝึกเคล็ดวิชาหมื่นกระบี่...” จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่จึงมีใครบางคนเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
“ศิษย์พี่หลัวช่างเลอะเลือนนัก!” กู้เฟยเซียนขึ้นเสียงตอบ
ผู้าุโคนอื่นกลับเงียบเสียงไปทันที เป็บ้าอะไรขึ้นมาอีก แม้จะอารมณ์ไม่ดี แค่บ่นออกมาก็เพียงพอแล้ว ต่อให้ศิษย์พี่เ้าสำนักยอมทนเ้า แต่พวกข้าจะไม่ยอมทนต่อไปหรอกนะ...
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
