อันธการลิขิต (ภาคปฐมบท)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

กลิ่นอายของหอนางโลมในยามราตรีอบอวลไปด้วยควันเทียนไขและกลิ่นหอมจากธูปนำเข้าแดนจากไกล ผสมปนเปกับกลิ่นเหล้าเบียร์และเหล้าองุ่นราคาถูก เสียงพิณและขลุ่ยดังแว่วมาจากมุมห้อง แข่งกับเสียงหัวเราะและเจรจาของแขกที่มาเยือน


แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันที่แขวนอยู่ตามผนังไม้เก่า ส่องให้เห็นภาพวาดหยาบๆ บนกำแพง บ้างเป็๲ภาพสตรีเปลือยกาย บ้างเป็๲ภาพทิวทัศน์ทะเล ม่านผ้าไหมสีแดงเก่าคลุ้มถูกแขวนกั้นเป็๲ช่องๆ สร้างความเป็๲ส่วนตัวให้แขกที่นั่งอยู่ด้านใน


ชาร์ลส์นั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ยาว จิบเหล้าราคาถูกที่มีรสขมเฝื่อน แก้วดีบุกในมือเขามีรอยบุบและขูดขีด บ่งบอกถึงการใช้งานมายาวนาน


หญิงสาวในชุดกระโปรงสุ่มยาวสีแดงสด ผ้าโปร่งบางเผยให้เห็นเรือนร่างด้านใน เดินเข้ามาใกล้ ผมสีน้ำตาลของเธอถูกมัดรวบขึ้นอย่างหลวมๆ ปล่อยให้ปอยผมตกลงมาระแก้ม กลิ่นน้ำหอมที่ทำจากดอกไม้และสมุนไพรลอยตามมา


"คุณชายดูเหงาๆ นะคะ" เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เสียงกระซิบของเธอหวานละมุน "อยากให้ดิฉันเป็๲เพื่อนไหม?"


ชาร์ลส์หันไปมองเธอ สังเกตเห็นแป้งสีขาวที่ทาบนใบหน้าและสีแดงที่แต้มบนริมฝีปาก กลิ่นหอมจากดอกกุหลาบผสมกับกลิ่นสมุนไพรลอยมาแรงขึ้นเมื่อเธอโน้มตัวเข้ามาใกล้


"คุณชายดูมีฐานะดีนะคะ" เธอยิ้มหวาน มือเรียวเล็กวางบนแขนเสื้อของเขา "เสื้อผ้าดูดี... รูปร่างก็สง่างาม ทำไมถึงมานั่งดื่มคนเดียวล่ะคะ?"


"บางทีฉันอาจกำลังรอใครสักคน" ชาร์ลส์ตอบกลั้วหัวเราะ


"งั้นหรือคะ?" เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นหอมยิ่งอวล มือที่วางบนแขนเสื้อยิ่งลูบไล้ต่ำลง "แต่ถ้าคนที่รอยังไม่มา... หนูอยู่เป็๲เพื่อนก่อนก็ได้นะคะ" นิ้วเรียวของเธอวาดวนบนแขนเสื้อเขาเบาๆ "หรือถ้าคุณชายอยากขึ้นไปคุยกันข้างบน ที่นี่เสียงดังเกินไป..."


เธอแอ่นหน้าอกจนเข้ามาชิดกับต้นแขนของชายหนุ่ม ความรู้สึกเสียวเนื้อเสียวตัวจนขนลุกไหลไปทั่ว๶ิ๥๮๲ั๹


ชาร์ลส์จิบเหล้า ก่อนจะกระซิบเสียงแ๶่๥ "สตรีงาม จันทร์เงินส่องแสง"


ดวงตาของหญิงสาวเปลี่ยนไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมประกายวาบในดวงตา "แต่ฉันชอบดวงดาวมากกว่า"


เธอลุกขึ้นยืน "ตามมาค่ะ... ทางด้านหลังเงียบกว่า"


เธอนำชาร์ลส์เดินผ่านโต๊ะไม้หลายตัว ลอดผ่านม่านผ้าไหมเก่าสีแดงที่กั้นเป็๲ช่องๆ มุ่งหน้าไปยังประตูหลังร้าน เสียงดนตรีและเสียงเอะอะค่อยๆ เบาลง


ประตูหลังเปิดออกสู่ตรอกแคบ มีโกดังเก่าหลายหลังตั้งเรียงราย แสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็๲ริ้วๆ ระหว่างช่องว่างของหลังคา กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นหืนลอยมาจากถังขยะที่วางอยู่ตามมุม


ชาร์ลส์แอบหันไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็ว สายตากวาดมองไปตามตรอกมืด เห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งในชุดคลุมยาวยืนพิงกำแพงอยู่ใต้แสงตะเกียงริบหรี่ ดูเหมือนจะเป็๲แขกที่เพิ่งออกมาจากซ่อง เขาไม่แน่ใจว่านั่นคือโจเซฟหรือไม่ แต่ก็ไม่มีเวลาให้พิจารณานานนัก เพราะหญิงสาวในชุดแดงกำลังเร่งฝีเท้า นำเขาเลี้ยวเข้าไปในซอยแคบด้านข้างโกดัง


ขณะที่เดินลึกเข้าไปในตรอกแคบ เสียงจากซ่องโสเภณีค่อยๆ เบาลงจนแทบไม่ได้ยิน ชาร์ลส์สังเกตว่าหญิงสาวดูไม่คุ้นเคยกับเส้นทางนัก เธอชะลอฝีเท้าที่ทางแยกแต่ละครั้ง ราวกับกำลังนึกทบทวนทิศทาง


"ตรงนี้..." เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเลี้ยวขวาเข้าซอยที่แคบกว่าเดิม "ใช่แล้ว ทางนี้ค่ะ"


ชาร์ลส์เดินตามไปเงียบๆ สังเกตท่าทางของเธอที่ดูประหม่าเล็กน้อย ต่างจากตอนที่อยู่ในร้านที่เธอดูมั่นใจกว่านี้มาก เขารู้ว่าเธอคงเป็๲เพียงผู้นำทางที่ได้รับคำสั่งมา คนที่อาจไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹พวกนี้มาก่อน


พวกเขาเดินมาถึงลานโล่งเล็กๆ ด้านหลังโกดัง มีประตูเหล็กบานใหญ่ขึ้นสนิมตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า


"ถึงแล้วค่ะ" หญิงสาวหันมาบอก น้ำเสียงโล่งอก ราวกับดีใจที่ทำหน้าที่เสร็จสิ้น "ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ..."


แต่ก่อนที่เธอจะทันได้เดินจากไป เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ใบหน้าของเธอซีดลงทันทีเมื่อเห็นชายฉกรรจ์สามคนเดินออกมาจากเงามืด


"รออยู่นี่แหละ" หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงห้วน ทำให้หญิงสาวชะงักกึก ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความหวาดกลัว


ชาร์ลส์แอบสังเกตชายทั้งสามคน คนแรกสูงใหญ่ ใบหน้ามีแผลเป็๲พาดจากหูถึงคาง สวมเสื้อหนังสีดำที่มีรอยขาดตรงแขน คนที่สองรูปร่างผอม ดวงตาวาววับคมกริบ มือถือมีดสั้นเล่มหนึ่ง เป็๲คนเดียวกันกับที่สะกดรอยตามโจเซฟในตลาดมืดเมื่อคราวก่อน ส่วนคนสุดท้ายรูปร่างล่ำสัน ท่าทางดูเป็๲หัวหน้า


"ไม่ต้องกลัว" ชายร่างล่ำสันพูดกับหญิงสาว น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความอันตราย "แค่อยู่เป็๲พยานว่าเราไม่ได้ทำอะไรเกินเหตุ"


หญิงสาวถอยไปชิดผนัง ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก เธอไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน


"คุณชายมีอะไรจะถามเกี่ยวกับตลาดมืดสินะ?" ชายร่างล่ำสันหันมาทางชาร์ลส์ "พวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมถึงสนใจนัก"


"ถ้าแค่อยากซื้อของ ก็น่าจะรู้กันดีว่าต้องถามใคร" ชายตาวาววับเสริม พลางเล่นมีดในมือไปมา "ไม่ใช่มาสืบๆ ถามๆ ไปทั่ว"


"หรือว่าเป็๲พวกทางการ?" ชายแผลเป็๲ถาม น้ำเสียงแฝงความขู่เข็ญ "ถ้าใช่ก็แย่หน่อยนะ... คืนนี้คงได้จัดการหนักหน่อย"


"ไม่หรอก" ชาร์ลส์ตอบเสียงเรียบ "ฉันแค่มาตามหาของบางอย่าง... ของที่มีค่ามาก"


คำพูดของเขาทำให้ชายทั้งสามชะงัก สบตากันเล็กน้อย


"ของมีค่า?" ชายร่างล่ำสันทวนคำ "อย่างเช่น?"


ชาร์ลส์ยิ้มมุมปาก "พวกนายคงไม่คิดว่าฉันจะโง่พอมาพูดเ๱ื่๵๹สำคัญกลางตรอกแบบนี้หรอกนะ?"


"เข้าใจๆ" ชายร่างล่ำสันพยักหน้า รอยยิ้มเ๽้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า "งั้นไปคุยกันในที่ที่เหมาะสมกว่านี้ดีกว่า... มีห้องส่วนตัวรออยู่"


"แต่..." เขาชะงักเล็กน้อย "ต้องขออภัยด้วยนะ เ๱ื่๵๹ของเราค่อนข้างละเอียดอ่อน ต้องระวังตัวไว้ก่อน"


ชายตาวาววับก้าวเข้ามาข้างหลังชาร์ลส์อย่างว่องไว ในมือถือถุงผ้าสีดำ ชาร์ลส์รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวนั้นแต่แกล้งทำเป็๲ไม่รู้ตัว เขานึกโล่งใจที่เหตุการณ์กำลังดำเนินไปในทางที่ดีกว่าแผนที่วางไว้มาก


จากที่คิดว่าจะต้องยอมถูกซ้อมและแกล้งแพ้ให้พวกมันลากตัวไป แต่ตอนนี้พวกมันกลับสนใจพาเขาไปพบหัวหน้าโดยที่เขาไม่ต้องเจ็บตัวให้เปล่าประโยชน์


"เข้าใจได้" ชาร์ลส์พยักหน้า พยายามแสดงท่าทีสงบนิ่ง "แล้วหญิงสาวคนนี้ล่ะ?"


"อ้อ..." ชายร่างล่ำสันโบกมือไล่หญิงสาวที่ยืนตัวสั่น "เธอไปได้แล้ว อย่าเพิ่งบอกใครว่าเห็นอะไร"


หญิงสาวรีบวิ่งจากไปทันที ไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง


จังหวะที่ชาร์ลส์หันไปมองตามหญิงสาว ถุงผ้าสีดำก็ถูกคลุมลงบนศีรษะของเขาอย่างรวดเร็ว มือหยาบกร้านจับไหล่ของเขาไว้แน่น


"ขออภัยด้วยนะคุณชาย" เสียงของชายร่างล่ำสันดังขึ้น "แต่เราต้องพาคุณไปด้วยวิธีนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย"


ชาร์ลส์ถูกจับให้เดินไปตามทางที่พวกมันนำ ผ่านประตูเหล็กเข้าไปในโกดัง แต่แทนที่จะพาเขาไปยังตลาดมืด พวกมันกลับพาเขาเลี้ยวไปอีกทาง เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องบนพื้นไม้เก่า ก่อนจะเปลี่ยนเป็๲เสียงทุ้มของพื้นที่ถูกปูด้วยพรม


"ระวังขั้นบันได" เสียงหนึ่งเตือน ก่อนที่ชาร์ลส์จะถูกนำลงไปตามขั้นบันไดแคบๆ


อากาศเย็นชื้นขึ้น เสียงเพลงและความอึกทึกจากซ่องเริ่มเบาลงเรื่อยๆ จนเกือบจะไม่ได้ยิน พวกเขาเดินไปตามทางยาว ชาร์ลส์รู้สึกได้ว่ากำลังเดินผ่านอุโมงค์ใต้ดิน


หลังจากเดินอยู่พักใหญ่ เสียงประตูลับเปิดดังขึ้น ตามด้วยกลิ่นอากาศภายนอก ชาร์ลส์ถูกนำตัวขึ้นบันไดอีกครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงล้อรถม้า


"ขึ้นรถ" เสียงห้วนสั่ง พลางดันเขาขึ้นไป


รถม้าเคลื่อนตัวออก ชาร์ลส์พยายามนับเลี้ยวและจดจำทิศทาง แต่รถม้าวนไปวนมาหลายรอบจนเขาเริ่มสับสน เขารู้ว่านี่เป็๲กลอุบายที่พวกมันใช้เพื่อไม่ให้ใครตามรอยได้


หลังจากผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง รถม้าก็หยุดลง เขาถูกพาลงจากรถและนำเข้าไปในอาคารหลังหนึ่ง เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องบนพื้นหิน กลิ่นอับของห้องใต้ดินโชยมา หลังของชาร์ลส์ถูกผลักให้เดินตามทางที่กำหนด จนได้ยินเสียงเปิดประตูและเดินเข้ามาในห้อง


"นั่งลง" เสียงสั่ง พร้อมดันเขาให้นั่งบนเก้าอี้ไม้


ถุงดำถูกดึงออก แสงตะเกียงสว่างจ้าทำให้ชาร์ลส์ต้องหรี่ตา เมื่อปรับสายตาได้ เขาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องใต้ดินที่ถูกตกแต่งอย่างดี ผนังบุด้วยไม้ มีชั้นหนังสือและภาพวาดราคาแพงประดับอยู่ ตรงหน้าเขาคือโต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดมัน และเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่ยังว่างอยู่


"ค้นตัวเขาก่อน" ชายร่างล่ำสันสั่ง ขณะที่ชายตาวาววับเริ่มล้วงตามกระเป๋าเสื้อและกางเกงของชาร์ลส์


ชายผอมค่อยๆ หยิบของออกมาจากตัวชาร์ลส์ทีละชิ้น เริ่มจากนาฬิกาพกจากกระเป๋าเสื้อ ตามด้วยผ้าเช็ดหน้า สุดท้ายคือขวดแก้วขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวข้นหนืดสีทองอมแดง ซึ่งส่องประกายวับแม้ในแสงตะเกียงสลัว


ชายร่างล่ำสันรวบของทั้งหมดมาถือไว้ ก่อนจะหย่อนนาฬิกาลงในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง ส่วนของที่เหลือส่งต่อให้ชายผอมสูงเก็บไว้ ชาร์ลส์แอบจดจำใบหน้าของชายร่างล่ำสันไว้ในใจ


"นายท่านจะมาพบในอีกสักครู่" ชายร่างล่ำสันบอก "หวังว่าคุณจะมีคำอธิบายที่ดีพอ ว่าทำไมถึงมาสืบเ๱ื่๵๹ตลาดมืดของเรา"


ชาร์ลส์กวาดตามองรอบห้องอีกครั้ง สังเกตเห็นรายละเอียดมากขึ้น นอกจากชั้นหนังสือและภาพวาด ยังมีตู้โชว์แก้วใสที่จัดแสดงวัตถุโบราณหลายชิ้น ทั้งเครื่องถ้วยกระเบื้องโบราณ รูปสักการะทองคำขนาดเล็ก และอัญมณีสีต่างๆ ที่ถูกจัดวางอย่างประณีต


ชายทั้งสามยืนเฝ้าเขาอย่างเงียบๆ ชาร์ลส์สังเกตว่าพวกเขาจัดวางตำแหน่งการยืนอย่างมีระบบ คนหนึ่งอยู่ข้างประตู อีกสองคนยืนคุมด้านข้างของเขา พร้อมจะจัดการได้ทันทีถ้าเขาทำอะไรแปลกๆ


เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก ตามด้วยเสียงประตูเปิด ชายร่างท้วมในชุดราคาแพงก้าวเข้ามา ผมสีเทาหวีเรียบ แว่นตากรอบทองวางอยู่บนจมูกโด่ง เขาดูมีอายุราวห้าสิบปี แต่ท่าทางกระฉับกระเฉง


"ขออภัยที่ให้รอ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ พลางเดินไปนั่งบนเก้าอี้หนังตรงข้ามชาร์ลส์ "ผมเป็๲คนที่ดูแลธุรกิจในย่านนี้... เรียกผมว่านายท่านก็แล้วกัน"


เขาหยิบกล่องยานัตถุ์ทองเหลืองขนาดพอดีฝ่ามือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เปิดฝาอย่างประณีต "ดมหน่อยไหม? เป็๲ยานัตถุ์ชั้นดีจากแดนไกล"


"ไม่ ขอบคุณ" ชาร์ลส์ตอบเรียบๆ


"งั้นคุยกันเลยดีกว่า" นายท่านสูดยานัตถุ์เข้าจมูก ก่อนจะหลับตาลงชั่วครู่ด้วยความพึงพอใจ "ลูกน้องของผมบอกว่าคุณสนใจเ๱ื่๵๹ตลาดมืดของเรา... แถมยังไปสืบถามที่โน่นที่นี่ จนทำให้หลายคนกังวล"


เขาเปิดตาขึ้นมองชาร์ลส์ "ผมอยากรู้ว่า... คุณเป็๲ใคร? และมาที่นี่ทำไม?"


"แต่ก่อนอื่น" นายท่านพูดต่อ ขณะที่ปิดกล่องยานัตถุ์และเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ และหันไปทางชายร่างล่ำสัน "ขอดูของที่ยึดมาได้หน่อย"


ชายร่างล่ำสันล้วงนาฬิกาพกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ วางลงบนโต๊ะตรงหน้านายท่าน แสงตะเกียงสะท้อนบนผิวโลหะที่ขัดมันวาว "งานฝีมือชั้นสูง นวัตกรรมจากแดนไกล... นาฬิกาประเภทนี้เจอได้เฉพาะผู้มีเงินเท่านั้น"


จากนั้นชายผอมก็นำผ้าเช็ดหน้าพร้อมขวดยามาให้นายท่าน


"ของเหลวงดงามในขวดยา" เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาสำรวจ "งานตัดเย็บประณีตเนื้อผ้าละเอียด ถือว่าเป็๲ของดี"


นายท่านวางของทุกอย่างลง และหยิบนาฬิกาขึ้นมา พร้อมส่งสัญญาณให้ลูกน้องของที่เหลือไว้


นายท่านหมุนนาฬิกาในมือช้าๆ "แปลกนะ... คนธรรมดาไม่น่าจะมีของล้ำค่าขนาดนี้ได้" เขาเงยหน้าขึ้นมองชาร์ลส์ "แล้วคนที่มีเงินมากพอที่จะซื้อของแบบนี้ มาสืบหาอะไรในตลาดมืดล่ะ"


บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันที ชายทั้งสามที่ยืนคุมตัวชาร์ลส์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย


"แต่..." นายท่านเอนหลังพิงเก้าอี้ "เราค่อยๆ คุยกันดีกว่า คืนนี้ยังอีกยาว..."


ด้านนอกห้อง เสียงระฆังจากหอนาฬิกากลางเมืองดังก้องในความมืด บอกเวลาเที่ยงคืนตรง คืนนี้เพิ่งเริ่มต้น และยังมีเ๱ื่๵๹ราวอีกมากที่รอการเปิดเผย



นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้