มีคนในจวนซู่เฉิงโหวของพวกนางสบคบกับชาวซีเหลียง ไม่ว่าเป็การสมรู้ร่วมคิดหรือถูกคุกคาม ถึงอย่างไรก็คือมีคนหวาดกลัวอิทธิพลของซีเหลียง และไม่มีคนคลางแคลงสงสัยว่าผู้ลักพาตัวเฉียวเยว่จะเป็มู่หรงจิ่วแห่งซีเหลียง
หากไม่ใช่มู่หรงจิ่ว ไหนเลยหรงจ้านจะคำนวณได้แม่นยำถึงเพียงนี้ หากไม่ใช่มู่หรงจิ่ว ก็คงจะไม่ได้รับความร่วมมือเ่าั้
เด็กอย่างเฉียวเยว่ยังเข้าใจเหตุผล คนอื่นๆ ไหนเลยจะไม่เข้าใจ แม้ว่า่นี้ในจวนจะดูเหมือนเมื่อก่อน แต่เฉียวเยว่กลับััได้ถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลายภายนอก ทว่าภายในกลับเคร่งเครียด
ถึงอย่างไรก็เป็หลานสาวของตนเอง แม้จะเลวร้ายเพียงใด ท้ายที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ลงมือกับชิงเยว่ นางถูกฮูหยินผู้เฒ่ากักบริเวณ
อ้างว่าเพราะมารดาของนางฆ่าตัวนาง นางจึงสติฟั่นเฟือน ไม่อาจพบหน้าผู้คน
พี่สาวน้องชายสามคนอ่านตำราร่วมกันอยู่ในห้องหนังสือ ฉีอันหัวเราะเยาะเอ่ยว่า "คนสติฟั่นเฟือนที่ไหนจะพบหน้าผู้คนไม่ได้ คงกลัวว่าปล่อยนางออกมาแล้วจะไปทำร้ายผู้อื่นต่อเสียมากกว่า"
ฉีอันนึกถึงคนที่รังแกเฉียวเยว่ก็นอนไม่หลับ แม้เฉียวเยว่จะปลอดภัยกลับมา แต่ฉีอันกลับได้รับผลกระทบอย่างหนัก มักนอนไม่หลับทุกค่ำคืน
เฉียวเยว่จับมือน้องชาย "พวกท่านย่าย่อมจะจัดการได้ พวกเราเป็เพียงเด็กน้อยไร้เดียงสา คิดไม่ได้ทำอันใดก็ไม่เป็ แต่พวกเขาเป็ผู้ใหญ่ ต้องทำได้ดีแน่นอนอยู่แล้ว"
ฉีอันหัวเราะเยาะ "ทำได้ดี? พวกเขาทำได้ดีหรือพี่จ้านช่วยชีวิตเ้าไว้กันแน่?"
นับั้แ่รู้ว่าหรงจ้านช่วยเฉียวเยว่กลับมา ท่าทีของเขาต่อหรงจ้านก็ไม่เหมือนเดิมอีก
เดิมทีเขาไม่ชอบหรงจ้านผู้นี้ มักรู้สึกว่าคนผู้นี้คลุมเครือไม่แน่ชัด ไม่เหมือนคนดี แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว
หรงจ้านช่วยชีวิตพี่สาวเขาถึงสองครั้งสองครา สมดุลในใจเขาเอียงกระเท่เร่อย่างรวดเร็ว บัดนี้ใครก็ตามที่ว่าร้ายหรงจ้านถึงจะเป็คนไม่ดี ส่วนหรงจ้านก็กลายเป็ผู้ประเสริฐสุดในใต้หล้า
เป็ตัวแทนของคนภายนอกเ็าภายในอบอุ่น
"โอ... จริงสิ ข้าได้ยินว่าทันทีที่คณะทูตซีเหลียงออกจากเมืองหลวงก็เจอกับมือสังหาร"
"ตายหรือเปล่า?" เฉียวเยว่ยิ้มกริ่ม
ฉีอันส่ายหน้า "คงไม่หรอก สามารถส่งข่าวมาได้ก็คือยังไม่ตาย แต่ไม่รู้ว่าเป็ฝีมือของพี่จ้านหรือท่านลุง แต่มีบางอย่างที่ข้าไม่เข้าใจ พวกเ้าช่วยข้าคิดทีสิ พวกเ้าว่า... ต้าฉีส่งคนไปลอบสังหารคณะทูตอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้เป็วิธีที่เหมาะสมแล้วหรือ?"
ถึงอย่างไรก็เป็การทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้น
เฉียวเยว่แลบลิ้น ก่อนจะวิเคราะห์ราวกับเป็ผู้ใหญ่ "บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ พวกเ้าลองคิดดูสิ ถึงอย่างไรคนก็ยังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตายเสียหน่อย อีกอย่างตอนนี้ก็ต้องมาดูว่าคำพูดของใครมีน้ำหนักกว่ากัน พวกเขาไม่มีหลักฐานว่าต้าฉีเป็ฝ่ายลงมือ หากพวกเขามีหน้ามาถาม ข้าก็สามารถหาคำโต้แย้งอย่างหมดจดได้ เื่นี้ต้องมีคนใส่ร้ายป้ายสี มาพินิจดูให้ดี จะมีใครสังหารคนในที่ของตนเองกันเล่า"
ฉีอันถอนหายใจ "เ้ามันกลิ้งกลอก..."
แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
เฉียวเยว่หัวเราะ "นั่นอาจเป็เหตุผล แต่ไม่ใช่เื่ของเรา แค่สนุกไปวันๆ ก็พอ อย่างไรเสียก็ไม่มีใครปรกติสักคนอยู่แล้ว"
อิ้งเยว่เห็นน้องชายน้องสาวเป็เช่นนี้ก็ถอนหายใจ "พวกเ้ากระตือรือร้นกันเช่นนี้ ไม่สู้ไปเตรียมของที่จะออกเดินทางพรุ่งนี้ดีกว่า พรุ่งนี้จะไปเที่ยวชมทะเลสาบกับหรงจ้านมิใช่หรือ"
เฉียวเยว่มองพี่สาวของตนเองอย่างประหลาดใจ "ไปกับเขาต้องเตรียมอะไรไปด้วยหรือ ไม่จำเป็เสียหน่อย"
อิ้งเยว่ยอมแพ้ "ตอนนี้เ้าหน้าหนาจนข้าอัศจรรย์ใจยิ่ง"
เฉียวเยว่ยิ้มพราย ถามว่า "ต้นวสันต์ปีหน้า พี่สาวก็จะแต่งงานแล้ว มีเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ท่านจะไม่เก็บเกี่ยวความสุขของชีวิตโสดออกไปเที่ยวกับพวกเราหน่อยหรือ?"
อิ้งเยว่ "ใครจะไปกับเ้า"
เฉียวเยว่เบะปาก "คนน่าเบื่อ"
เฉียวเยว่ยิ้ม "ไปด้วยกันเถอะ ไม่มีคนนอกเสียหน่อย"
อิ้งเยว่ยังคงส่ายหน้า "แทนที่จะอยู่กับลิงซนอย่างพวกเ้าสองคน มิสู้ไปอ่านตำราดีกว่า นอกจากนี้สำหรับข้าแล้ว หรงจ้านก็เป็คนนอก"
เฉียวเยว่มาตรองดูอย่างละเอียดก็เริ่มเข้าใจ ดูเหมือนจะเป็เช่นนี้จริงๆ สำหรับพวกเขาแล้วหรงจ้านเป็พี่ชายคนหนึ่ง แต่สำหรับพี่สาวไม่เหมือนกัน นางเป็สาวแล้ว หากตัดเื่นี้ออกไป หรงจ้านก็เป็เพียงบุรุษภายนอกคนหนึ่งจริงๆ ยิ่งควรระมัดระวังเื่ความเหมาะสม
เดิมทีฮองเฮาก็ไม่ต้องตาพี่สาวของนางอยู่แล้ว เพื่อเลี่ยงคำครหา ก็ต้องไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นติฉินนินทาได้ถึงจะถูก
"เช่นนั้นพวกเราไปเที่ยวกันเองก็ได้" เฉียวเยว่พูดอย่างจริงจัง
อิ้งเยว่หยิกแก้มของนาง "ไปเถอะ ระวังตัวด้วยเล่า"
เฉียวเยว่ยิ้มตาหยี "ข้าไม่ใช่คนน่ารังเกียจที่จะถูกคนลอบสังหารตลอดเวลาเสียหน่อย"
พอคำนี้หลุดออกมา ฉีอันก็หัวเราะลั่น "เ้ายังอุตส่าห์แถไปได้อีกนะ"
เฉียวเยว่เชิดดวงหน้าน้อยขึ้น แล้วหัวเราะเสียงดังลั่น
เฉียวเยว่สองพี่น้องนัดหมายกับหรงจ้านออกไปข้างนอกด้วยกัน หรงจ้านมารับพวกเขาแต่เช้าตรู่ มีแต่พวกเขาไม่มีคนนอก ยังมีอาจารย์ฉีท่านตาของเฉียวเยว่อีกคน
อาจารย์ฉีนั่งบนหัวเรือ พูดพลางถอนหายใจ "เด็กอย่างพวกเ้าสองคนออกมาเที่ยวยังตามข้ามาด้วย ข้าล่ะปลาบปลื้มใจจริงๆ"
"เพราะมาเที่ยวกับเขาไม่สนุก ต้องมีท่านตาอยู่ด้วยถึงจะดีที่สุด" เฉียวเยว่พูดอย่างจริงจัง
ถ้อยคำเช่นนี้ทำเอาอาจารย์ฉีหัวเราะออกมา หลายวันมานี้มีเื่ยุ่งวุ่นวายไม่น้อย เห็นเฉียวเยว่ไม่ได้รับผลกระทบก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
"จะว่าไป เรือของท่านอ๋องอวี้ลำนี้ก็ช่างพิเศษยิ่ง" นางกล่าว
กลิ่นหอมอบอวล ม่านโปร่งพลิ้วไสว
"เพราะเขาดัดจริตเกินไป" เฉียวเยว่ลอบค่อนแคะ
หรงจ้านยืนพิงกราบเรือ เอ่ยขึ้นเสียงเบา "ขออภัย ข้าได้ยินทุกคำ"
เฉียวเยว่ก้าวเข้ามาแล้วเงยหน้าขึ้น "ถึงท่านจะได้ยินก็ไม่นำพาใช่หรือไม่?"
หรงจ้านเลิกคิ้ว กระดกมุมปากข้างหนึ่งกล่าวเสียงเรียบ "ต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ข้าถือสา"
เฉียวเยว่หัวเราะพรืดออกมา พูดแกมหยอกเย้า "เป็บุรุษก็ควรใจกว้างหน่อยสิ"
หรงจ้านคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "หากสตรีใจแคบได้ ข้าก็ไม่ถือสาหากเ้าจะเห็นข้าเป็สตรี"
พรืด!
อย่าว่าแต่เฉียวเยว่ แม้แต่อาจารย์ฉีกับฉีอันต่างหัวเราะขบขันอย่างอดไม่ได้
เดิมทีฉีอันไม่ค่อยชอบหรงจ้าน เขาเื่มาก ดูไม่เหมือนคนดี แต่พอคบหากันนานวันเข้า ก็รู้สึกว่าเขาเป็คนที่ไม่เลวเลย มาพินิจดูแล้วนอกจากเื่ปากร้าย เขาก็ไม่มีปัญหาด้านอื่นเลยจริงๆ
แต่ดูจากตอนนี้ ก็น่าขันมากจริงๆ
เฉียวเยว่งุนงง ถอยออกมาเงียบๆ
น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นเฉียวเยว่เป็เช่นนี้ ทุกคนยิ่งรู้สึกขบขันเป็ทวี
อาจารย์ฉีกวักมือเรียก แล้วพูดกับเฉียวเยว่ "แท้จริงแล้วการแข่งขันวันนั้นของเ้า ไม่ว่าเ้าจะใช้วิธีใดในการคำนวณ แต่ความรวดเร็วและแม่นยำก็สูงยิ่ง ส่วนการเล่นหมากกลับยังมีปัญหา"
พอได้ยินเช่นนี้ เฉียวเยว่ก็ถามทันควัน "เอ๋ เอ๋? ข้ามีปัญหาตรงไหนหรือเ้าคะ?"
หรงจ้าน "หลายตำแหน่งที่เดินได้ไม่ดี แท้จริงแล้วเ้าสามารถล้มเขาได้เร็วกว่านั้น"
ได้ยินหรงจ้านกล่าวเช่นนี้ อาจารย์ฉีก็เลิกคิ้วเอ่ยว่า "ไม่สู้พวกเราเล่นกันสักกระดาน?"
หรงจ้านยิ้มน้อยๆ "หากอาจารย์ฉีมิถือสา ข้าย่อมไม่ขัดข้อง"
ทั้งสองฝ่ายเดินหมากกันเร็วมาก เร็วจนเหมือนไม่ใช่มนุษย์ การเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่มือที่เดินหมากกลับเร็วยิ่ง
เฉียวเยว่ถอนหายใจ "พวกท่านวางหมากไม่ต้องคิดกันเลยหรือ?"
หรงจ้าน "เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่ได้คิด?"
เฉียวเยว่นึกดู ก็จริง
"อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ที่แท้หมากตานี้ข้าควรลงตรงนี้เองหรือ? ถูกต้อง หากวันนั้นข้าตัดสินใจเร็วกว่านี้ก็คงดีมาก" เฉียวเยว่พูดเรื่อยเปื่อย
"สุภาพชนแท้จริงย่อมชมการเล่นหมากโดยไม่เอ่ยวาจา" ฉีอันตำหนินาง
เฉียวเยว่เชิดหน้า พูดอย่างไม่ละอาย "มิใช่สุภาพชน ไยต้องสนอะไรมากมาย"
มาพินิจดูแล้วก็รู้สึกอับอาย ตนเองเป็ถึงสมาชิกคนข้ามภพ แต่ทุกเื่ล้วนต้องเริ่มเรียนใหม่อีกรอบ แต่ผลลัพธ์เล่า ก็ยังเก่งสู้คนโบราณไม่ได้อยู่ดี บางคราคนเหล่านี้ก็เฉลียวฉลาดมาแต่กำเนิด
ความเฉลียวฉลาดของนางคือสิ่งที่ได้มาในภายหลัง แต่หรงจ้านกลับไม่เหมือนกัน
เฉียวเยว่รู้สึกเหมือนว่าตนเองมาจากบ้านนอกอย่างไรอย่างนั้น
มือเล็กจ้อยของนางแตะบนบ่าของหรงจ้านโดยไม่รู้ตัว อยากจะเข้าไปดูให้ใกล้กว่านี้ นางสนใจแต่ดูกระดานหมาก แต่หรงจ้านกลับััความใกล้ชิดได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงความนุ่มนวลของมือน้อยขาวกระจ่าง
กลิ่นหอมสดชื่นจากตัวของเฉียวเยว่กำจายออกมา มีกลิ่นเกลือทะเลอ่อนจางเจืออยู่บางส่วน เฉียวเยว่มักทำให้คนรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แต่ไม่รู้เหตุใดเขาถึงยิ่งร้อนรุ่ม
ฤดูร้อนปีนี้ดูเหมือนจะร้อนกว่าปีก่อนๆ หรือไม่?
เฉียวเยว่ชำเลืองมองหรงจ้านโดยไม่ตั้งใจ "พี่จ้าน ไฉนใบหูของท่านถึงแดงนักเล่า?"
หรงจ้านสงบนิ่งมาก เขาแค่นเสียงหัวเราะ "อากาศร้อนจัด เ้ายังเข้ามาใกล้ชิดข้าเพียงนี้ ข้าจะไม่ตื่นเต้นได้หรือ แต่ข้าผู้นี้สงวนตัวยิ่ง"
อาจารย์ฉีสำลักชาพรวดออกมา
พอเห็นกระดานหมากเปียกน้ำ ตีให้ตายหรงจ้านก็ไม่อาจเล่นต่อ
เขาจ้องกระดานหมากอย่างกระอักกระอ่วน "เช่นนั้น... พวกเราจบแค่นี้ดีหรือไม่?"
อาจารย์ฉีได้ยินเื่โรครักความสะอาดของหรงจ้านมาบ้าง สิ่งใดที่ตนเองไม่้าก็อย่าทำสิ่งนั้นกับผู้อื่น
เหตุผลนี้เขาย่อมเข้าใจ จึงพยักหน้าตอบ "เมื่อเป็เช่นนี้ ข้าจะจำหมากกระดานนี้ไว้ วันหน้าค่อยมาเล่นต่อ"
"ย่อมดีที่สุด" หรงจ้านอมยิ้ม
เฉียวเยว่พิงหรงจ้านอยู่ครึ่งตัว ชะโงกไปมองข้างหน้า หมายจะจำหมากกระดานนั้น
พูดตามตรง การกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมจริงๆ ถึงอย่างไรก็เป็แม่นางอายุสิบเอ็ดปี ภายใต้สถานการณ์ปรกติอายุสิบสามสิบสี่ก็หมั้นหมายแล้ว ดังนั้นอายุสิบเอ็ดปีจึงไม่ถือว่าเด็กแล้ว ขนาดคนที่ไม่ถือพิธีรีตองเช่นอาจารย์ฉีก็ยังรู้สึกว่าพฤติกรรมของเฉียวเยว่นี้ไม่ค่อยดีนัก
ขณะกำลังจะเอ่ยบางอย่าง
ก็ได้ยินหรงจ้านเอ่ยว่า "เ้ากระต่ายอ้วน อยู่ให้ห่างจากข้าหน่อยได้หรือไม่?"
เฉียวเยว่ "หา?"
นางเกาศีรษะ "เพราะเหตุใด?"
คนผู้นี้ไฉนทำตัวชอบกล?
"ข้าหวั่นวิตกว่าเ้าอยู่ใกล้เกินไป ข้าจะถูกหาเศษหาเลย"
พรวด!
อาจารย์ฉีสำลักน้ำชาอีกครา
หรงจ้านมองกระดาหมากเงียบๆ อยู่นาน ก่อนลุกขึ้นไปยืนพิงข้างเรือ แล้วออกคำสั่ง "ซื่อผิง เก็บกวาดให้เรียบร้อย"
แต่เพราะรู้สึกกระอักกระอ่วน จึงเอ่ยขึ้นช้าๆ "ทิวทัศน์ทะเลสาบและขุนเขาช่างงดงามยิ่ง"
ความสามารถในการเบี่ยงเบนประเด็นช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก
เฉียวเยว่เอ่ยอย่างหนักแน่น "หรงจ้าน"
นี่เป็ครั้งแรกที่นางเอ่ยเรียกนามเขา หรงจ้านเลิกคิ้ว ไม่รู้ว่าหัวใจของตนเองเต้นเร็วขึ้นได้อย่างไร
เฉียวเยว่ใช้นิ้วอวบจิ้มเขา "ใครจะหาเศษหาเลยกับท่านกัน ข้าเป็โฉมสะคราญ ท่านสู้ข้าไม่ได้โดยสิ้นเชิง แก่ก็แก่กว่า ข้าไม่เคยต้องตาท่านสักนิด และไม่เคยคิดหาเศษหาเลยกับท่านด้วย หลงคิดไปเองฝ่ายเดียวเช่นนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก"
หรงจ้านหรี่ตาน้อยๆ "เ้าอยากลงไปเป็อาหารปลาในทะเลสาบหรือ?"
