“จ้าวจินจู้…” หยวนเหล่าเอ้อร์ร้องเรียกด้วยน้ำเสียงโรยแรง ผู้ที่ถูกเรียกก็แข้งขาอ่อนแรงไม่แพ้กัน เพียงแต่ยังไม่เคยถูกเสี่ยวไป๋ใช้ขาฟาดเบาๆ เลยนับว่าดีกว่าเล็กน้อย
จ้าวจินจู้เดินแข้งขาอ่อนเปลี้ยเข้าไปหาพี่เขย หยวนเหล่าเอ้อร์เอ่ยว่า “เ้าไปเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนที แล้วก็ช่วยต้มน้ำให้ข้าด้วย ข้าฉี่ราดกางเกง ทำให้เ้าต้องขบขันแล้ว…”
จ้าวจินจู้เกือบจะพูดออกไปแล้วว่า ตนก็กลัวจนเกือบจะฉี่ราดกางเกงเช่นกัน “พี่เขย ท่านไม่ต้องคิดมาก แค่ฉี่ราดกางเกงไม่นับว่าเป็เื่ใหญ่ อุจจาระราดต่างหากถึงจะน่าขายหน้ายิ่งกว่า”
หยวนเหล่าเอ้อร์ “…”
รู้ได้อย่างไร น้องภรรยาที่ฉลาดเฉลียวเช่นนี้คงปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้ว ช่างเถอะ หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่รอให้อีกฝ่ายไปต้มน้ำมาให้ เขาตัดสินใจคลานไปที่ริมลำธารเอง
ยามนี้คือฤดูเหมันต์ อากาศเหน็บหนาว น้ำในลำธารจึงเย็นเฉียบ หยวนเหล่าเอ้อร์จุ่มมือลงไปในน้ำแค่เล็กน้อยก็ต้องยอมแพ้ ช่างเถิด กางเกงมีสีเหลืองทองติดอยู่ให้ถือเสียว่ามีโชคก็แล้วกัน
“คือว่า เจินเจิน เ้าไล่มันไปได้หรือไม่ มันอยู่ตรงนี้แล้วแม่กลัว” อีกด้าน จ้าวซื่อเอ่ยกับบุตรสาว นางกลัวจนไม่เป็อันทำอันใดแล้ว
เจินเจินเอามือลูบที่ขาของเสี่ยวไป๋ “พวกเราไปเล่นกันเถิด”
เสี่ยวไป๋ส่งเสียงร้องรับคำ ทำเอาจ้าวซื่อถึงกับสะดุ้งตัวโยนล้มลงไปก้นกระแทกพื้น
เจินเจินปีนขึ้นไปบนหลังของเสี่ยวไป๋ มือข้างหนึ่งจับขนตรงคอมัน มืออีกข้างกำหมัดแล้วชูขึ้นฟ้า “เสี่ยวไป๋ ไปเลย!”
สิ้นเสียงของเด็กหญิง เสี่ยวไป๋พลันพุ่งทะยานไปข้างหน้า เพียงพริบตาก็หายไปจนไม่เห็นแม้แต่เงา
“เจินเจิน!” จ้าวซื่อะโเรียกบุตรสาว ทว่าเด็กหญิงกับเสือขาวตัวนั้นได้หายลับไปจากสายตาเสียแล้ว นางให้บุตรสาวไล่มันไป ไม่ใช่ให้ไปกับมันเสียหน่อย
รอจนเสือขาวและบุตรสาวจากไปไกลแล้ว หยวนเหล่าเอ้อร์ถึงค่อยคลานกลับมา เขาเริ่มมีเรี่ยวแรงพอจะลุกขึ้นยืนได้บ้างแล้ว เอ่ยห้ามจ้าวซื่อที่กำลังร้องเรียกบุตรสาวให้กลับมา “เสือขาวตัวนี้ดีต่อเจินเจินมาก นางไม่เป็อะไรหรอก”
“แต่นั่นคือเสือ” จ้าวซื่อเอ่ยอย่างกังวลใจ
เมื่อเสือไม่อยู่ตรงหน้า หยวนเหล่าเอ้อร์จึงไม่ตัวสั่นอีกต่อไป กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เจินเจินมักจะขึ้นเขาไปเล่นกับมันบ่อยๆ ก่อนหน้านี้นางไม่เป็อะไร เวลานี้ก็คงเช่นกัน อีกอย่างยามอยู่กับเจินเจิน เสือตัวนั้นทั้งเชื่องและเชื่อฟังประหนึ่งแมวก็ไม่ปาน เช่นนี้แล้วจะมีอันใดให้ต้องกังวล”
หมอเทวดาชวีที่ไม่รู้ว่ามาปรากฏตัวตรงนี้ั้แ่เมื่อใด นึกถึงภาพเหตุการณ์บนยอดเขาแล้วก็พยักหน้าเอ่ยอย่างเห็นด้วย “เจินเจินมีเรี่ยวแรงมาก เสือตัวนั้นทำอันใดนางมิได้หรอก”
“เกี่ยวอะไรกับท่านด้วย!” หยวนเหล่าเอ้อร์หันไปถลึงตาใส่อย่างไม่เกรงใจ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีวันให้อภัยชายชราผู้นี้ อีกฝ่ายลงมาโดยทิ้งบุตรสาวของเขาไว้บนยอดเขาคนเดียว อีกฝ่ายทำได้อย่างไร!
ช่างใจจืดใจดำยิ่งนัก!
หมอเทวดาชวีมีสีหน้ากระอักกระอ่วนในพริบตา เดิมทีในใจก็รู้สึกผิดเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ครั้นเห็นท่าทีของหยวนเหล่าเอ้อร์ ในยามนี้ จึงย่นคอไม่กล้ากล่าวคำใดออกมาอีก
ประโยคปลอบใจของหยวนเหล่าเอ้อร์ทำให้จิตใจของจ้าวซื่อสงบลงไม่น้อย ก่อนที่จมูกจะได้กลิ่นบางอย่าง นางจ้องเขม็งไปที่หยวนเหล่าเอ้อร์ “ท่านพี่ เหตุใดตัวท่านถึงได้มีกลิ่นเหม็นเช่นนี้ ท่านอุจจาระราดกางเกงหรือ”
หยวนเหล่าเอ้อร์ “…”
รู้แล้วจะพูดออกมาไย ไฉนเขาถึงมีภรรยาที่โง่เขลาเช่นนี้นะ!
“จินจู้ ต้มน้ำเสร็จแล้วเอาไปให้ข้าในกระโจมด้วย” หยวนเหล่าเอ้อร์ถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก ก่อนจะเดินเอามือไพล่หลังเข้าไปในกระโจม เพียงไม่นานกางเกงซึ่งมีกลิ่นเหม็นอุจจาระก็ถูกโยนออกมา
เจินเจินที่ขี่อยู่บนหลังเสี่ยวไป๋ตะลอนไปทั่วทั้งป่า นางกำลังตามหาพี่ชายสุนัขจิ้งจอก ทว่ากลับพบแต่ศพของคนชุดดำ ไม่เจอศพของอีกฝ่าย นางจึงเดาว่าพี่ชายสุนัขจิ้งจอกน่าจะหนีออกจากป่าไปได้แล้ว หากเป็เช่นนี้ก็ดีแล้ว
“พี่ชายสุนัขจิ้งจอก ท่านต้องปลอดภัยนะ!” เจินเจินะโไปยังทิศทางที่พาออกจากป่า
“เสี่ยวไป๋ พวกเราไปล่าสัตว์กันเถิด” เจินเจินเอ่ยกับเสี่ยวไป๋ด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางลูบตรงคอของมัน เสี่ยวไป๋เอาหัวถูไถกับมือของนางแล้วกระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
จ้าวจินจู้นำเสื้อผ้าของหลิ่วตี๋ออกมาจากในห่อสัมภาระ บุรุษผู้นี้แม้อายุไม่มาก ทว่ารูปร่างสูงใหญ่ไม่ใช่น้อย ตัวสูงพอๆ กับหยวนเหล่าเอ้อร์เลยทีเดียว เพียงแต่ผอมกว่า พี่เขยสามารถใส่เสื้อผ้าของอีกฝ่ายได้ไม่มีปัญหา แต่อาจจะคับอยู่สักเล็กน้อย
ด้วยเหตุนี้ เมื่อหยวนเหล่าเอ้อร์สวมใส่ชุดนั้นแล้วจึงต้องค่อยๆ เดิน ก้าวสั้นๆ หากก้าวยาวๆ กางเกงอาจจะขาดได้ แลเห็นผู้เป็สามีลำบาก จ้าวซื่อกับจ้าวจินจู้จึงช่วยกันค้นในสัมภาระว่ามีเข็มกับด้ายหรือไม่ หลิ่วตี๋เป็คนเื่มากถึงเพียงนั้น คนของอีกฝ่ายจะต้องนำมาด้วยเป็แน่
จ้าวซื่อเดาได้ถูกต้อง นางเจอกล่องใส่เข็มกับด้ายจริงๆ นางนำเสื้อผ้าสองชุดของหลิ่วตี๋มาปรับแก้ให้เหมาะสมกับขนาดตัวของผู้เป็สามี หยวนเหล่าเอ้อร์สวมแล้วลองะโดู พอเห็นว่าใช้ได้ก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
จ้าวซื่อกับจ้าวจินจู้ช่วยกันจัดเก็บสัมภาระ ระหว่างนี้บังเอิญค้นเจอข้าวสารและแป้งสาลีในกระโจม จ้าวซื่อจึงนำข้าวสารมาต้มโจ๊ก และนำแป้งสาลีมาทำแผ่นแป้งย่าง
“เจินเจินยังไม่กลับมาอีกหรือ ท่านพี่ ท่านไปดูนางหน่อยเถิด” จ้าวซื่อเอ่ยอย่างเป็ห่วงเมื่อเห็นว่าโจ๊กใกล้จะต้มสุกแล้ว
“ท่านแม่!” ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันอยู่หน้ากองไฟ เสียงร้องเรียกของบุตรสาวก็ดังขึ้นโดยพลัน
จ้าวซื่อหันไปมองตามทิศทางของเสียง เจินเจินซึ่งขี่อยู่บนหลังเสี่ยวไป๋กำลังตรงมาทางนี้ ในปากของมันคาบกวางมาด้วยหนึ่งตัว
ทุกคนพลันมีท่าทีระแวดระวังตัวขึ้นมาทันใด
หยวนเหล่าเอ้อร์ต้องพยายามบังคับและปลุกปลอบใจตัวเองอยู่นานกว่าจะทำใจไม่ให้วิ่งหนีไปได้ เขายืนนิ่งอยู่ข้างกองไฟ ตามองตรงไปยังบุตรสาวที่กำลังขี่หลังเสี่ยวไป๋ตรงเข้ามา พลางฝืนยิ้มและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด “เจินเจิน…กลับ…กลับ…กลับมาแล้วหรือ”
เจินเจินะโลงมาจากตัวเสี่ยวไป๋ ซึ่งเป็เวลาเดียวกันกับที่มันวางซากกวางไว้บนพื้น เจินเจินลากตัวกวางวิ่งมาตรงหน้า เงยหน้ามองบิดามารดาพร้อมกับยิ้มกว้าง “ท่านแม่ กินเนื้อ!”
จ้าวซื่อมองเสี่ยวไป๋ที่กำลังเลียขาของตนอย่างระมัดระวัง ไม่สนใจซากกวางบนพื้นเลยแม้แต่น้อย นางกลืนน้ำลาย กล่าวกับผู้เป็สามีว่า “ท่านพี่ บุตรสาวเราทำเช่นนี้ถือว่าแย่งอาหารมาจากเสือหรือไม่”
หยวนเหล่าเอ้อร์พยักหน้า “ใช่ สมกับเป็บุตรสาวของข้า ช่างเก่งกาจเสียจริง”
จ้าวจินจู้ “…”
ก่อนหน้านี้พี่เขยยังถูกเสี่ยวไป๋ทำให้ใกลัวจนฉี่รดกางเกงอยู่เลยมิใช่หรือ
“อะแฮ่ม พวกท่านจะขายเขากวางกับตัวเดียวอันเดียวของมันให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจะให้ราคาสูงแน่นอน” หมอเทวดาชวีเอ่ยออกมา เขาตระหนักดีว่าคนสกุลหยวนชื่นชอบเงินทอง เพื่อเป็การขอบคุณที่เจินเจินได้ช่วยชีวิตเอาไว้ จะตอบแทนน้ำใจด้วยมอบเงินให้เฉยๆ ก็ดูกระไรอยู่ เลยอาศัยโอกาสนี้ยื่นข้อเสนอ
“ท่านจะให้เท่าไร” หยวนเหล่าเอ้อร์ถามออกไป น้ำเสียงยามเอ่ยอ่อนลงจากตอนแรกไม่น้อย
“ข้าจะให้ราคาสูงกว่าร้านยาหนึ่งเท่า ลงจากเขาเมื่อใดสมุนไพรที่พวกท่านเก็บมาก็สามารถนำมาขายให้ข้าได้เช่นกัน” หมอเทวดาชวีกล่าวตอบ
”ตกลง เช่นนั้นลงจากเขาเมื่อใดข้าค่อยให้ท่าน”
“ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะเป็คนจัดการกับเขากวางและตัวเดียวอันเดียวของมันเอง เืกวางก็มีสรรพคุณอันยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ดูจากสภาพของมัน น่าจะเพิ่งตาย พวกท่านลองดูว่าสามารถรองเืกวางได้หรือไม่” หมอเทวดาชวีเอ่ยคำ
กวางเป็สัตว์บำรุงร่างกายชั้นยอด หากเวลานี้สามารถลงจากเขาแล้วกลับหมู่บ้านได้ในประเดี๋ยวนี้ หยวนเหล่าเอ้อร์คงเลือกที่จะเอามันไปขาย ไม่เอามาทำอาหารกินเป็แน่ ทว่ายังไม่ต้องพูดถึงเื่นี้ ด้วยเพราะกวางตัวนี้เป็เสี่ยวไป๋จับมา พวกเขามีหรือจะกล้าเอาไว้กินเอง รอจนหมอเทวดาชวีนำเขากวางและตัวเดียวอันเดียวของกวางไปแล้ว หยวนเหล่าเอ้อร์จึงค่อยจัดการตัดขาของกวางออกมาสองขาไว้สำหรับทำอาหารกิน ส่วนที่เหลือเขาให้เจินเจินนำไปให้เสี่ยวไป๋
