บทที่ 154 งานเลี้ยงยาอายุวัฒนะสิ้นสุด
มีนักพรตไหวพริบดีคนหนึ่งเอาแต่แหงนหน้าจ้องมองท้องฟ้าอยู่ตลอดเวลา เสิ่นตานเจวี๋ยหลอมโอสถแก้พิษหลายร้อยเม็ดยังอัญเชิญนิมิต์มาได้ การปรุงโอสถของศิษย์พี่ของเขาจะไม่มีปฏิกิริยาเลยได้อย่างไร
แล้วก็เป็เช่นนั้นจริงๆ ตอนที่ใกล้จะถึงเวลาเปิดฝาเตาหลอม บนท้องฟ้าก็มีลำแสงสีรุ้งจางๆ จำนวนหนึ่งเคลื่อนมารวมตัวกัน สุดท้ายจึงกลายเป็เมฆสายรุ้งกว้างประมาณหลายสิบลี้หนึ่งก้อน
“สมแล้วที่เป็ศิษย์พี่ของาาโอสถ นิมิต์นั่นขนาดใหญ่กว่าของเสิ่นตานเจวี๋ยตั้งเป็ร้อยเท่าเชียวนะ!”
คนที่เคยเห็นนิมิต์ทัณฑ์์ที่ลู่อวี่อัญเชิญออกมาตอนที่ปรุงโอสถ ยามนี้กลับมีท่าทีค่อนข้างสงบนิ่ง แม้นิมิต์จะเป็สิ่งที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาหลายร้อยปี แต่ปีนี้ลำพังแค่ในเทียนตูก็ปรากฏออกมาหลายครั้งแล้ว หลังจากเห็นนิมิต์อันทรงพลังอำนาจที่มีขนาดกว้างใหญ่นับพันลี้ นิมิต์ที่มีขนาดกว้างเพียงร้อยกว่าลี้ตรงหน้านี้จะนับเป็อะไรได้ พวกเขาจึงไม่ได้มีท่าทางตื่นตระหนกอะไร
แต่ถึงจะบอกว่าสงบนิ่งก็ตาม โอสถชิง์ของตระกูลลู่กลับปรุงออกมาขายเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น ทว่าเขาหนิงชุยเฟิงเห็นชัดว่าไม่คิดจะทำเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่จัดงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะเสียยิ่งใหญ่ เขาหนิงชุยเฟิงคงไม่กล้าสร้างความบาดหมางกับผู้คนทั้งหมด!
“เปิด!” หวันต่านเยวี่ยคำรามเสียงทุ้มต่ำ เตาหลอมที่สูงสองสามจั้งก็สั่นคลอนเบาๆ ก่อนฝาเตาจะเปิดออกในพริบตา
“ปัง!” มีเสียงหนักทึบดังตามมาหนึ่งครา ก่อนจะได้ยินเสียงซ่ายาวเหยียดเหมือนฝนตก โอสถวิเศษที่เรืองแสงสีขาวน้ำนมพากันพวยพุ่งออกมาจากเตาหลอม พริบตาเดียวก็มีมากถึงหลายร้อยเม็ด!
“ซี้ด!” เสี้ยวพริบตานั้น เสียงสูดหายใจก็พลันดังขึ้นโดยทั่วสถานที่จัดงาน บางคนถึงขั้นหลุดอุทานออกมาอย่างหยาบคายว่า “แม่เ้าโว้ย!”
ใช้เวลาเพียงไม่กี่พริบตา โอสถวิเศษที่พรั่งพรูออกมาจากเตาหลอมก็มีมากกว่าหลายพันเม็ดแล้ว โอสถเ่าั้พุ่งขึ้นสูงอย่างรุนแรง ก่อนจะถูกม่านพลังหยุดเอาไว้ พื้นที่ว่างภายในม่านพลังราวกับเกิดปรากฏการณ์ห่าฝนโอสถ แล้วยังเป็ห่าฝนโอสถขั้นห้าเสียด้วย!
ต่อให้เสิ่นตานเจวี๋ยจะล่วงรู้แผนการของหวันต่านเยวี่ยอยู่แล้ว แต่หลังจากได้เห็นภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เขาก็ยังเผลออ้าปากค้างด้วยความใอยู่ดี ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆ เลย
นักปรุงโอสถขั้นห้าทั้งสามคนของตระกูลลู่หากได้มาเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ก็คงตกตะลึงไม่แพ้กัน
“เป็การปรุงโอสถที่วิปริตผิดวิสัยอะไรเยี่ยงนี้ กลวิธีชนิดใดกันถึงหลอมโอสถขั้นห้าออกมาได้มากถึงเพียงนี้ อย่าบอกนะว่าโอสถขั้นห้าเหล่านี้ไม่คิดเงิน?”
“สมแล้วที่เป็ศิษย์พี่ของาาโอสถ ฝีมือการปรุงโอสถครั้งเดียวได้หมื่นเม็ดเช่นนี้ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก!”
“โอสถวิเศษขั้นห้ามากมายถึงเพียงนี้ คาดว่าพวกเราคงจะไม่ต้องกลับไปมือเปล่าแล้ว!”
หลังจากความเงียบสงัดชั่วครู่ผ่านไป เสียงพูดคุยจอแจก็ดังแทรกขึ้นมาในพริบตาเดียว เพราะว่าอีกประเดี๋ยวจะเป็่เวลาสำหรับขายโอสถวิเศษแล้ว ซึ่งเป็ตอนที่พวกเขาเฝ้ารอกันมากที่สุด
ก่อนหน้านี้ ขุมกำลังน้อยใหญ่ต่างก็รวบรวมเงินทองกันอย่างเอาเป็เอาตาย ขอเพียงเขาหนิงชุยเฟิงปรุงโอสถคุณภาพดีที่คุ้มค่าแก่การเสียเงินออกมา พวกเขาก็พร้อมจ่ายเงินแลกกับการหอบโอสถวิเศษเ่าั้กลับไปให้ได้มากที่สุด ถึงจะไม่ได้กินทันที แต่อย่างน้อยก็ควรมีเก็บเอาไว้
ตอนนี้พอเห็นว่าเสิ่นตานเจวี๋ยปรุงโอสถขั้นห้าได้หลายร้อยเม็ด ขณะที่หวันต่านเยวี่ยปรุงโอสถขั้นห้าออกมาได้จำนวนหมื่นกว่าเม็ด พวกเขาก็แทบไม่หวังแล้วว่าโอสถของหวันต่านเยวี่ยจะมีประสิทธิภาพวิเศษวิโสเพียงใด ขอเพียงสามารถกว้านซื้อโอสถวิเศษเ่าั้ได้ในราคาถูกที่สุดก็พอแล้ว!
ในตอนนั้นเอง เสิ่นตานเจวี๋ยได้ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “โอสถวิเศษที่ศิษย์พี่ของข้าเพิ่งจะปรุงสำเร็จออกมาคือ ‘โอสถรวมปราณ’ ซึ่งมีประสิทธิภาพเพิ่มความเร็วในการฝึกบำเพ็ญ จำนวนทั้งสิ้นหนึ่งหมื่นแปดสิบเม็ด เขาหนิงชุยเฟิงของพวกเราจะเก็บไว้เพียงส่วนน้อยเพื่อใช้สอยและเก็บสำรอง ที่เหลือทั้งหมดจะถูกนำมาแบ่งจำหน่ายให้ทุกท่าน!”
ครั้งนี้เขาหนิงชุยเฟิงปรุงโอสถแก้พิษยาชิงหลิงออกมาทั้งหมดสามร้อยหกสิบเม็ด โอสถรวมปราณที่ใช้ในการฝึกบำเพ็ญหนึ่งหมื่นแปดสิบเม็ด เขาหนิงชุยเฟิงเก็บโอสถแก้พิษไว้ใช้เองหกสิบเม็ด โอสถรวมปราณหนึ่งพันแปดสิบเม็ด ส่วนที่เหลือทั้งหมดถูกนำออกมาแลกเปลี่ยนซื้อขาย ทำให้ความนิยมของเขาหนิงชุยเฟิงพุ่งสูงอย่างรวดเร็วอยู่พักใหญ่ ถึงขั้นที่ขุมกำลังขนาดใหญ่ทั้งหมดยกเว้นตระกูลลู่ ต้องยอมบากหน้าเข้ามาร่วมแย่งชิงโอสถเพื่อประโยชน์ของวงศ์ตระกูล
เมื่อถึง่เวลาเหมาะสม เสิ่นตานเจวี๋ยก็เปิดเผยหนึ่งในวัตถุดิบสำหรับปรุงโอสถแก้พิษจำนวนหลายร้อยเม็ดของเขา ซึ่งเป็สมุนไพรแห่งโลกา์ที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง กลีบดอกของ ‘ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น’
เมื่อข่าวดังกล่าวแพร่ออกไป ตระกูลใหญ่และสำนักต่างๆ ก็ตกตะลึงกันไม่น้อย พวกเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าสมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์เป็สิ่งล้ำค่าเพียงใด? เจ็ดตระกูลใหญ่สี่สำนักหลัก มีเพียงตระกูลเซี่ย ตระกูลอวิ๋น ตระกูลเจียง สำนักเทียนเต๋าและสำนักปีศาจศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่มีสมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์อยู่ใน แต่พวกเขาไม่ยอมเผยรายละเอียดว่าเป็สมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์ชนิดใด จึงเป็ข้อมูลที่ทราบกันเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
แต่ตอนนี้เขาหนิงชุยเฟิงกลับเปิดเผยว่ามีกลีบดอกของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอยู่ แล้วจะไม่ให้พวกเขาแตกตื่นได้อย่างไร ยิ่งกับขุมกำลังขนาดเล็กและบรรดานักพรตสันโดษยิ่งไม่ต้องพูดถึง สมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์เป็เสมือนสิ่งที่อยู่ในตำนานเล่าขานสำหรับพวกเขา ต่อให้มีของเ่าั้อยู่จริง ถึงจะเอามาวางกองตรงหน้าพวกเขาก็แยกแยะไม่ออกอยู่ดี
ด้วยข่าวลือดังกล่าวนี้เอง โอสถแก้พิษของเขาหนิงชุยเฟิงจึงได้รับความนิยมเป็อย่างยิ่ง ทำให้โอสถแก้พิษขายดีเป็เทน้ำเทท่า
“คิดไม่ถึงเลยว่าเขาหนิงชุยเฟิงจะมีสมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์อย่างต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอยู่ด้วย อิทธิพลของพวกเขาไม่ธรรมดาจริงๆ ก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีข้อมูลใดเล็ดลอดออกมาสักนิด!”
“ได้ยินว่าวันที่ดอกของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นผลิบาน การฝึกบำเพ็ญใต้ต้นของมันจะช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ ทำให้บรรลุความหมายของการบำเพ็ญเพียรมากขึ้นหลายเท่าตัว เป็ตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
“ได้ยินว่าต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นมีความแข็งแรงคงทนสุดยอด ขอเพียงตั้งใจดูแลให้ดีๆ ต่อให้เป็ตระกูลขนาดเล็กก็ย่อมปลูกมันได้ น่าเสียดายที่ต้นไม้ชนิดนี้หายากมากเกินไป เกรงว่าทั่วทั้งเทียนตูจะมีอยู่เพียงต้นเดียว!”
“อา หากเป็เช่นนั้น พวกเ้าคิดว่าพอจะปรึกษาหารือเื่นี้กับเขาหนิงชุยเฟิงได้หรือไม่ ใช้สมบัติล้ำค่าชิ้นอื่นๆ ของพวกเราไปแลกเปลี่ยนต้นกล้ากับเขาหนิงชุยเฟิง เช่นนี้พวกเราทุกคนก็จะมีสมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์เป็ของตัวเองแล้ว?”
“ไป ไปให้พ้นเลยนะ เ้าเป็นักพรตจากตระกูลใดกัน เหตุใดความรู้ถึงต้อยต่ำเพียงนี้ ในเมื่อเป็สมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์ จะสามารถตัดโค่นเพาะปลูกตามอำเภอใจเหมือนต้นไม้ทั่วไปได้อย่างไร หากเป็เช่นนั้น สมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์ก็มีเกลื่อนกลาดเต็มเทียนตูแล้วสิ?”
“ข้าเพียงแต่ลองเสนอความคิดเห็น เหตุใดท่านต้องดูถูกดูแคลนกันถึงเพียงนี้ด้วย? คิดว่าคนตระกูลซ่งของเรารังแกง่ายนักหรือ?”
“แล้วเ้าจะเอาอย่างไร?”
การปรากฏตัวของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นทำให้อำนาจชื่อเสียงที่เรียกคืนมาได้เกินครึ่งของเขาหนิงชุยเฟิง ทวีความยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น นักพรตจำนวนมากในเทียนตูต่างคิดว่าอีกไม่นาน เขาหนิงชุยเฟิงจะประจันหน้ากับตระกูลลู่ได้อย่างทัดเทียมแล้ว อาจถึงขั้นกดข่มอยู่เหนือศีรษะของตระกูลลู่ด้วยซ้ำ ซึ่งหากสถานการณ์หวนกลับไปเหมือนแต่ก่อน ย่อมต้องเป็ข่าวดีสำหรับพวกเขาส่วนใหญ่
หลังจากนั้นหนึ่งวัน งานเลี้ยงยาอายุวัฒนะของเขาหนิงชุยเฟิงก็ปิดฉากลง!
แม้ว่าในงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะ เสิ่นตานเจวี๋ยกับหวันต่านเยวี่ยจะปรุงโอสถขั้นห้าออกมาจำนวนหมื่นกว่าเม็ด แต่ในสถานการณ์ที่ยังมีตระกูลลู่ถ่วงดุลอยู่ พวกเขาย่อมไม่อาจตั้งราคาสูงเกินไปได้
ถึงตระกูลลู่จะไม่ได้ปรุงโอสถแก้พิษขั้นห้าออกมาขาย แต่โอสถที่ช่วยในการบำเพ็ญเพียรกลับมีอยู่ไม่น้อย อีกอย่างเขาหนิงชุยเฟิงก็ตั้งใจจะเล่นงานตระกูลลู่อยู่แล้ว จึงไม่สามารถขายโอสถในราคาที่แพงเกินไปได้ ในทางกลับกัน พวกเขายอมขาดทุนเพื่อทำให้บรรดานักพรตที่เข้าร่วมงานรู้ซึ้งถึงความสามารถในการปรุงโอสถของเขาหนิงชุยเฟิง ด้วยเหตุนี้เองหลังจากเขาหนิงชุยเฟิงขายโอสถวิเศษจำนวนมากออกไปแล้ว นอกจากพวกเขาจะไม่ได้รับกำไร ยังขาดทุนไปไม่น้อยด้วย
แต่ขอเพียงสร้างความลำบากให้ตระกูลลู่ได้ เสิ่นตานเจวี๋ยก็ไม่คิดจะเก็บการขาดทุนเพียงเล็กน้อยมาใส่ใจอยู่แล้ว
จวนตากอากาศเทียนอวิ๋นของตระกูลลู่ เป็ชื่อสถานที่พักอาศัยของลู่อวี่ที่ตั้งอยู่บนเขาเทียนฉยง เขาตั้งชื่อให้มันหลังกลับมาจากสำนักเป่ยเฉิน เพราะจากจวนของเขา ทิวทัศน์เดียวที่มองเห็นคือทะเลเมฆหมอกไกลสุดลูกหูลูกตา
“นายน้อย นักปรุงโอสถทั้งสามท่านที่เข้าร่วมงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะกลับมาถึงแล้ว กำลังรอพบท่านอยู่ที่ด้านนอก บอกว่ามีเื่สำคัญจะรายงาน!”
ลู่อวี่นั่งอยู่ภายในศาลาขนาดเล็กในจวน กำลังตรวจสอบความคืบหน้าในการฝึกฝนของลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสอง จีชิงรั่วและลู่หนาน ด้วยการสั่งให้พวกนางลองปรุงโอสถขั้นเก้าด้วยตัวเอง
“อ้อ? ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ!” ลู่อวี่เห็นจีชิงรั่วกำลังทำหน้าเคร่งขรึม ขณะจัดวางสมุนไพรต่างๆ ที่จัดการเรียบร้อยแล้วลงในเตาหลอมอย่างระมัดระวัง ก็อดรู้สึกขบขันไม่ได้ ศิษย์ตัวน้อยของเขาเพิ่งเคยปรุงโอสถเป็ครั้งแรก แม้แต่ละขั้นตอนจะทำเสร็จเชื่องช้ายิ่งนัก แต่กลับกุมจุดสำคัญทั้งหมดได้ ขอเพียงไม่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นระหว่างทาง สามารถควบคุมไฟได้อย่างสม่ำเสมอ การปรุงโอสถครั้งนี้ย่อมมีโอกาสสำเร็จเจ็ดถึงแปดส่วนเลยทีเดียว
แต่พอหันหน้าไปมองทางลู่หนาน ลู่อวี่ก็เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย
การจัดการสมุนไพรนับว่าไม่แย่ แล้วยังทำได้รวดเร็วกว่าศิษย์ตัวน้อยของเขาด้วยซ้ำ ตอนนี้กระทั่งการจัดวางตัวยาก็เรียบร้อยหมดแล้ว สามารถเริ่มการปรุงโอสถได้ทันที แต่นางกลับสะเพร่าลืมอุ่นเตาหลอมโอสถให้ร้อน สุดท้ายก็ต้องนำสมุนไพรที่จัดเรียงลงไปในเตาออกมาทั้งหมด ยิ่งหันไปเห็นว่าจีชิงรั่วกำลังไล่ตามตนเองมาติดๆ นางก็ยิ่งร้อนรนไปกันใหญ่
ลู่อวี่คิดว่ากว่าเด็กสาวผู้นี้จะปรุงโอสถสำเร็จได้ ก็คงจะล่วงเข้าสู่วันใหม่ไปแล้ว อีกอย่างด้วยนิสัยของนาง หากจีชิงรั่วปรุงโอสถสำเร็จก่อน คาดว่านางจะต้องตัดใจยอมแพ้อย่างแน่นอน
น้องสาวของเขาเป็คนที่ฉลาดเฉลียวและไหวพริบเป็เลิศ ร่าเริงมีชีวิตชีวา ไม่ค่อยเหมาะกับการปรุงโอสถที่มีขั้นตอนน่าเบื่อหน่ายสักเท่าไร แต่ในเมื่อนางชื่นชอบ เขาก็ไม่จำเป็ต้องขัดขวาง เพราะนางยังอายุน้อยอยู่ แล้วยังเป็สตรีอีกต่างหาก ถึงจะสิ้นเปลืองสมุนไพรไปบ้าง เขาและตระกูลลู่ย่อมไม่คิดจะเก็บมันมาใส่ใจ แต่หากภายภาคหน้านางเติบโตและมีความสุขุมนุ่มลึกกว่านี้ การเป็นักพรตที่มีทักษะปรุงโอสถติดตัวย่อมเป็เื่ที่ดีอย่างยิ่ง
เพราะหากเดินทางออกจากตระกูล หลายครั้งโอสถที่พกติดตัวไปก็มักจะถูกใช้จนหมด หากตนเองสามารถปรุงโอสถได้ อย่างไรก็ย่อมมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยใน่เวลาสำคัญ
“คารวะนายน้อย!” ลู่เหว่ยอิงนำนักปรุงโอสถสองคนของตระกูลลู่เข้ามาในจวนตากอากาศ เมื่อพบกับลู่อวี่ที่อยู่ไม่ไกลก็ประสานมือทำความเคารพ
แม้ทั้งสามคนจะมีอายุมากกว่าลู่อวี่ แต่หากจะวัดกันที่ความาุโจริงๆ พวกเขาที่เป็เพียงคนจากตระกูลสาขาก็นับว่าเป็คนรุ่นหลานของลู่อวี่ เพียงแต่โชคดีที่มีพร์ด้านการปรุงโอสถที่ไม่เลว ถึงได้กลายเป็หนึ่งในคนปรุงโอสถประจำหอโอสถของตระกูลลู่ ยามพบหน้าลู่อวี่ที่เป็คนปรุงโอสถอันดับหนึ่งของตระกูล พวกเขาย่อมไม่อาจเสียมารยาทได้
“อืม เป็อย่างไร ได้ยินว่างานเลี้ยงยาอายุวัฒนะของเขาหนิงชุยเฟิงมีคนเข้าร่วมจำนวนไม่น้อย พวกเ้าได้ความรู้อะไรกลับมาบ้างเล่า?”
ลู่อวี่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะของเขาหนิงชุยเฟิงมากนัก แล้วเขาก็เมินเฉยต่อการโต้ตอบของนิมิต์อย่างสิ้นเชิงด้วย แต่เพราะเื่ดังกล่าวกำลังเป็ข่าวโด่งดังและถูกผู้คนพูดถึงไปทั่ว จึงถือโอกาสลองสอบถามดูสักหน่อย
ลู่เหว่ยอิงตั้งใจมาที่นี่เพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะอยู่แล้ว จึงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังว่า “นายน้อย งานเลี้ยงยาอายุวัฒนะครั้งนี้ เขาหนิงชุยเฟิงปรุงโอสถออกมาสองชนิด ล้วนเป็โอสถขั้นห้า ชนิดแรกเป็โอสถที่ใช้สำหรับแก้พิษ ชนิดที่สองเป็โอสถเสริมในการบำเพ็ญเพียร โอสถทั้งสองชนิดต่างได้รับความนิยมยิ่งนัก กระทั่งราคาที่พวกเขาขายก็ยังถูกกว่าของตระกูลลู่ของพวกเรา ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเสิ่นตานเจวี๋ยสามารถปรุงโอสถแก้พิษได้ทีเดียวหลายร้อยเม็ด ส่วนศิษย์พี่ของเขาก็ยิ่งฝีมือร้ายกาจ ปรุงโอสถครั้งเดียวได้หนึ่งหมื่นแปดสิบเม็ด! ข้าคิดว่าหากเขาหนิงชุยเฟิงมีความสามารถมากถึงเพียงนี้ จะกลายเป็ภัยคุกคามต่อตระกูลลู่ของพวกเราได้ ดังนั้นจึงตั้งใจนำเื่นี้มารายงานให้นายน้อยทราบ!”
