บทที่ 10 ทางเลือก
สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายราวกับฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับโชคชะตาที่กำลังจะพลิกผัน บรรยากาศภายในคลินิกเถื่อนยามสายวันนี้อึมครึมและหนาหนักไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าพายุลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวด้านนอก
แดนเหนือ ยืนหันหลังให้ห้องพักฟื้น ทำทีเป็จัดเรียงเวชภัณฑ์ลงกล่องด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ทั้งที่ในใจกำลังกวาดเก็บความรู้สึกที่พังทลายลงเงียบๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังใกล้เข้ามา พยัคฆ์ หรือ เสือ เดินออกมาจากห้องพักฟื้นในสภาพที่ดูดีขึ้นกว่าวันแรกที่มาถึงอย่างผิดหูผิดตา แม้จะสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนและกางเกงสแล็คธรรมดาที่ลูกน้องหามาให้ แต่ราศีจับของ ‘ผู้นำ’ ก็ฉายชัดออกมาจนกลบภาพเบ้ประจำคลินิกไปจนหมดสิ้น
รถลีมูซีนคันหรูของลูกน้องจอดรอสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่หน้าร้าน เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มเหมือนสัตว์ร้ายที่รอรับเ้านายกลับสู่บัลลังก์
“เก็บของเสร็จแล้วเหรอ?”
แดนเหนือถามขึ้นโดยไม่หันไปมอง พยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อืม ไม่มีอะไรให้เก็บมากนักหรอก” เสือตอบเสียงทุ้ม เดินเข้ามายืนซ้อนหลังหมอหนุ่ม เว้นระยะห่างไว้เพียงเล็กน้อย
“ส่วนใหญ่ก็มีแต่ของที่มึงให้กูยืม”
“งั้นก็ดี...” แดนเหนือวางขวดยาลงกระแทกโต๊ะดังปึก
“รีบไปซะ ลูกน้องแกรอนานแล้ว เดี๋ยวพวกมันจะหาว่าฉันกักขังหน่วงเหนี่ยวหัวหน้าแก๊ง”
คำพูดประชดประชันนั้นทำให้เสือขมวดคิ้ว เขาเอื้อมมือไปคว้าไหล่บางให้หันมาเผชิญหน้า
“แดนเหนือ... มึงเป็อะไร?” เสือถามเสียงเครียด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ฉายแววเ็าและตัดพ้อ
“ทำไมต้องพูดจาห่างเหินแบบนี้? เมื่อคืนเราคุยกันรู้เื่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“รู้เื่?” แดนเหนือแค่นหัวเราะ ปัดมือเสือออกจากไหล่
“ใช่... รู้เื่ว่าแกจะกลับไปเสวยสุขบนกองเงินกองทอง กลับไปเป็มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ แล้วทิ้งหมอเถื่อนจนๆ อย่างฉันไว้ข้างหลังไง”
“กูไม่ได้ไปเสวยสุข!” เสือเถียงกลับ พยายามข่มอารมณ์
“กูไปเพื่อเคลียร์ทาง กูบอกมึงแล้วไงว่ากูจะกลับมา...”
“คำพูดสวยหรูของพวกมาเฟีย ใครจะไปเชื่อ!”
แดนเหนือตวาดแทรก ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว “พอกลับไปเจอแสงสี เจอคนประจบสอพลอ เจอคู่ขาเก่าๆ เดี๋ยวแกก็ลืม ลืมว่าเคยมามุดหัวอยู่ที่นี่ ลืมว่าใครช่วยชีวิตแกไว้!”
ความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาตลอดคืนะเิออกมา แดนเหนือรู้ตัวว่าเขากำลังพาล แต่ความกลัวมันกัดกินหัวใจ กลัวว่าเสือจะไปแล้วไปลับ กลัวว่าตัวเองจะเป็แค่ทางผ่าน
“มึงเห็นกูเป็คนแบบนั้นเหรอวะ?” เสือถามเสียงต่ำ ั์ตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยความโกรธและความผิดหวัง
“ที่กูยอมกลับไปลงนรกอีกรอบ ก็เพื่อความปลอดภัยของมึง! เพื่อที่มึงจะได้ไม่ต้องมาคอยระแวงไอ้จอด หรือไอ้หน้าไหนที่จะมาทำร้ายมึงอีก!”
“ฉันดูแลตัวเองได้! ไม่ต้องมาลำบากแทนฉัน!” แดนเหนือผลักอกเสือเต็มแรง “ถ้าอยากไปนักก็ไปเลย! ไปให้พ้น! อย่ามาทำเป็พูดดีเพื่อจะทิ้งฉันไปหน่อยเลย... ไอ้คนเห็นแก่ตัว!”
คำว่า ‘เห็นแก่ตัว’ เหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ความอดทนของเสือขาดผึง
เขาอุตส่าห์หักห้ามใจ ยอมทิ้งความสุขตรงหน้าเพื่ออนาคตของคนตัวเล็ก แต่กลับถูกมองเจตนาผิดไปหมด มิหนำซ้ำยังถูกไล่เหมือนหมูเหมือนหมา
“เออ! กูมันเห็นแก่ตัว!”
เสือคำรามลั่น ประดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง เขาพุ่งเข้าประชิดตัวแดนเหนืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระชากร่างโปร่งเหวี่ยงลงไปที่เตียงตรวจโรคด้านหลัง!
“โอ๊ย!”
แดนเหนือร้องเสียงหลงเมื่อแผ่นหลังกระแทกกับฟูกเตียง แม้จะไม่เจ็บมากแต่ก็จุกจนพูดไม่ออก ยังไม่ทันจะตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของเสือก็ตามลงมาทาบทับ กักขังเขาไว้ใต้อาณัติอย่างสมบูรณ์แบบ
“จะทำอะไร! ปล่อยนะ!” แดนเหนือเบิกตากว้าง พยายามดิ้นหนี แต่สองมือถูกเสือรวบกดตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว
“ไล่กูนักใช่ไหม? อยากให้กูไปนักใช่ไหม?”
เสือโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวหน้าแดนเหนือ กลิ่นฟีโรโมน ดินปืนผสมคาวเื ะเิออกมาอย่างรุนแรง กดดันจนแดนเหนือตัวสั่นเทิ้ม
“กูจะไปแน่ ไม่ต้องห่วง”
เสือแสยะยิ้มร้ายกาจ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและแรงปรารถนาที่ลุกโชน
“แต่ก่อนไป ขอกูชิมหน่อยเถอะ ว่าปากดีๆ แบบนี้มันจะแน่แค่ไหน!”
สิ้นคำประกาศ เสือบดจูบลงมาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน ไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ มีเพียงความ้าที่จะปราบพยศและตีตราจอง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงลิ้นเล็กจนแดนเหนือเจ็บชาไปหมด
“อื้อ! อึก!”
แดนเหนือประท้วงในลำคอ ร่างกายดิ้นพล่านด้วยความตื่นตระหนก แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวเสือ
มือหนาข้างที่ว่างสอดล้วงลงไปหว่างขาเรียวของแดนเหนือ บีบขยำต้นขาด้านในอย่างแรงจนแดนเหนือสะดุ้งเฮือก
“ปากเก่งนัก... แต่ตัวสั่นเชียวนะหมอ”
เสือถอนจูบออกเพื่อมองดูผลงาน ริมฝีปากของแดนเหนือแดงช้ำและบวมเจ่อ ดวงตาคลอหน่วงไปด้วยน้ำตา แต่สิ่งที่ทำให้เสือได้ใจคือปฏิกิริยาทางร่างกายของอีกฝ่ายที่สวนทางกับการต่อต้าน
หน้าขาของเสือที่แนบชิดอยู่กับ่ล่างของแดนเหนือ ััได้ถึงความแข็งขึงที่ตื่นตัวขึ้นมาภายใต้กางเกงสแล็ค
เสือขยับสะโพกสอบ บดเบียด เป้ากางเกงที่ตุงแน่น เข้ากับหน้าขาและจุดกึ่งกลางลำตัวของแดนเหนืออย่างจงใจ
“อ๊ะ!...”
แดนเหนือหลุดเสียงครางอย่างห้ามไม่อยู่ ความร้อนผ่าวและขนาดที่ใหญ่โตเกินมาตรฐานของอัลฟ่า แม้จะมีเนื้อผ้ากั้นกลาง แต่แรงเสียดสีที่เสือจงใจเน้นย้ำลงมา มันกระตุ้นจุดกระสันจนแดนเหนือขาอ่อนยวบ
เสือถูไถแก่นกายของตนกับร่องขาของหมอหนุ่ม เนิบนาบแต่หนักหน่วง ทุกจังหวะที่ขยับเน้นย้ำถึงความ้าที่จะสอดใส่เข้าไปข้างใน
“รู้สึกไหมแดนเหนือ...” เสือกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหู ขบเม้มติ่งหูแดงก่ำ
“ว่ากูอยากมึงแค่ไหน กูอยากจะกระชากกางเกงมึงออก แล้วยัดเยียดความเป็ผัวให้มึงเดี๋ยวนี้เลย”
“ฮึก... อย่า... ไอ้เสือ...”
แดนเหนือส่ายหน้า น้ำตาไหลพราก ความกลัวปะปนกับความเสียวซ่านจนสับสนไปหมด ขาเรียวที่เคยพยายามหุบเข้าหากัน เริ่มอ่อนแรงและเผยอออกตามแรงบดเบียดของอีกฝ่าย
กลิ่นยูคาลิปตัสของแดนเหนือเริ่มเปลี่ยนไป.มันหอมหวานขึ้น เข้มข้นขึ้น เหมือนกลิ่นของดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานรอรับการผสมเกสร
เสือได้กลิ่นนั้น และมันแทบจะทำให้เส้นความอดทนของเขาขาดสะบั้น
เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมนั้นอย่างตะกละตะกลาม มือหนาเริ่มปลดกระดุมกางเกงของแดนเหนือออก
“เป็ของกูนะ... แดนเหนือ...”
เสือพึมพำเหมือนคนละเมอ
“ให้กูตีตรามึ ให้มึงเป็ของกูคนเดียว”
แดนเหนือนอนตัวสั่นระริก เขากำลังจะพ่ายแพ้ พ่ายแพ้ต่อััของผู้ชายคนนี้ ทั้งที่ปากบอกเกลียด แต่ร่างกายกลับเรียกร้อง
“ถ้าแกทำ...” แดนเหนือพูดเสียงสั่นเครือ จ้องมองเพดานด้วยสายตาว่างเปล่า
“ฉันจะเกลียดแก... ไปตลอดชีวิต”
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดถังใหญ่ที่สาดโครมลงมากลางกองเพลิง
มือของเสือที่กำลังจะดึงกางเกงของแดนเหนือลง หยุดชะงัก เสียงหอบหายใจหนักหน่วงของเสือยังคงดังก้อง แต่การเคลื่อนไหวที่คุกคามหยุดลงทันที เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองแดนเหนือ
ภาพที่เห็นคือหมอหนุ่มที่นอนน้ำตาไหลพราก ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ไม่ใช่ความสมยอม
ดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่เคยจ้องเขาอย่างท้าทาย ตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและผิดหวัง
สติของเสือค่อยๆ กลับคืนมา...
เขาทำบ้าอะไรลงไป?
เขากำลังจะข่มขืนคนที่เขารัก คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ เพียงเพราะโทสะชั่ววูบและความหึงหวงโง่ๆ
ถ้าเขาทำลงไปตอนนี้ เขาจะได้ร่างกายแดนเหนือก็จริง แต่เขาจะเสียหัวใจของหมอไปตลอดกาล และนั่นคือสิ่งที่เสือกลัวที่สุด
“โธ่เว้ย!”
เสือสบถลั่น ผละตัวออกจากร่างของแดนเหนือราวกับต้องของร้อน เขาถอยหลังไปสองสามก้าว ยืนหันหลังให้ หอบหายใจแรงเพื่อระงับอารมณ์ดิบที่ยังคุกรุ่น
บรรยากาศในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของแดนเหนือที่รีบตะกายลุกขึ้นมานั่ง จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ด้วยมือที่สั่นเทา เสือหลับตาแน่น กำหมัดจนเล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อเรียกสติตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองคนที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง
“กู... ขอโทษ”
เสียงของเสือแหบพร่าและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
แดนเหนือไม่ตอบ ไม่เงยหน้ามอง เอาแต่ซุกหน้ากับเข่าตัวเอง
เสือเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ แต่ไม่กล้าแตะต้องตัวอีก เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าที่ข้างเตียง สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตา
“กูจะไม่ทำ จนกว่ามึงจะเต็มใจ” เสือพูดเสียงหนักแน่น
“กูไม่ได้อยากได้แค่ตัวมึง แดนเหนือ กูอยากได้ใจมึงด้วย”
เขาเอื้อมมือไปจับมือเย็นเฉียบของแดนเหนือมากุมไว้เบาๆ
“ที่กูต้องไป เพราะกูไม่อยากให้มึงต้องมาเสี่ยงอันตรายแบบเมื่อกี้อีก”
เสืออธิบายช้าๆ อย่างใจเย็น
“กูรู้ว่ามึงเก่ง มึงดูแลตัวเองได้... แต่กูทนไม่ได้ถ้าต้องเห็นมึงเจ็บเพราะกู”
แดนเหนือค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนยังคงมีความหวาดระแวง แต่ก็เจือไปด้วยความสับสน
“แกจะกลับมาจริงๆ ใช่ไหม...” แดนเหนือถามเสียงเบาหวิว
“ด้วยเกียรติของพยัคฆ์” เสือจูบที่หลังมือแดนเหนือ
“ต่อให้ต้องคลานกลับมา กูก็จะมา”
เสียงบีบแตรจากรถด้านนอกดังขึ้น เป็สัญญาณเตือนว่าเวลาของพวกเขาหมดลงแล้ว
เสือลุกขึ้นยืน ตัดใจปล่อยมือจากแดนเหนือ แม้จะอยากกอดลาแค่ไหน แต่เขากลัวว่าจะหักห้ามใจไม่ไหวอีก
“รอกูนะ...”
เสือทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีก เพราะเขากลัวว่าถ้าหันกลับมา เขาอาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปไหนเลย
แดนเหนือนั่งมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ หายลับไป หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งโล่งใจ และ... คิดถึง
เสียงรถยนต์เคลื่อนตัวออกไปจนเงียบเสียง แดนเหนือถึงได้รู้ตัวว่า ความอบอุ่นในห้องนี้ได้จางหายไปพร้อมกับผู้ชายคนนั้นแล้ว
เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเอง ที่ยังคงบวมเจ่อและรู้สึกถึงรสััของเสือ
“ไอ้คนบ้า...”
แดนเหนือพึมพำ น้ำตาหยดใหม่ไหลลงมาอาบแก้ม
“รีบๆ กลับมาให้ฉันด่าเร็วๆ ล่ะ ไอ้เสือ”
ในคลินิกที่ว่างเปล่า เหลือเพียงกลิ่นจางๆ ของอัลฟ่า และคำสัญญาที่ผูกมัดใจคนสองคนเอาไว้ ท่ามกลางเส้นทางขวากหนามที่รออยู่ข้างหน้า.
******
