ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ 'โหมดคนเถื่อน' แล้วใช้พลังของคนเถื่อนดึงตัวาาแห่งไบแซนไทน์ที่อยู่ใต้สนามประลองดาบขึ้นมา เสียงลมดังหวือก่อนที่ร่างของาาหนุ่มจะลอยขึ้นมาบนสนามประลองดาบอย่างรวดเร็ว
“เจอกันอีกแล้วฝ่าา คอนสแตนตินยังไม่ได้กล่าวขอบคุณฝ่าาเื่เมื่อวานนี้เลย” าาหนุ่มมีท่าทีใและตื่นเต้นในตอนแรก ก่อนที่จะค่อยๆ สงบสติลง ทันทีที่เท้าแตะสนามประลองเขาก็โค้งกายให้ซุนเฟยเล็กน้อยแล้วเรียกขานตัวเองว่าคอนสแตนติน
“ไม่ต้องขอบใจข้าหรอก ที่ข้าช่วยเ้าเป็เพราะข้ามองเห็นเงาข้าในตัวเ้า”
ความอดทนของซุนเฟยดูเหมือนจะดีมาก เขาเล่าประสบการณ์ของตัวเองที่เกิดขึ้นในเมืองแซมบอร์ดให้ฟัง เมื่อาาแห่งไบแซนไทน์ได้ฟังชะตาชีวิตของชายตรงหน้าและลองย้อนนึกถึงตัวเองแล้วก็ทอดถอนใจออกมา พวกเขาต่างมีชะตาชีวิตที่คล้ายกันมาก ั้แ่ตอนที่พระบิดาได้จากไป บ้านเมืองก็เข้าสู่สภาวะลมมรสุมเข้าปกคลุม อำนาจในมือของพวกเขาต่างถูกลิดรอน มีเพียงคนรักและนักรบผู้ภักดีคอยคุ้มครองตัวเอง แต่ชะตาชีวิตของซุนเฟยดูจะโชคดีกว่าคอนสแตนตินเล็กน้อย ตอนนี้าาแห่งไบแซนไทน์เริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมาาเมืองแซมบอร์ดถึงยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตัวเอง ความสงสัยที่ค้างคาในใจก็ค่อยๆ หายไป
“ความแข็งแกร่งของเ้าก็ไม่เลวเลยนะ เพียงแต่ว่า เ้าขาดทักษะคลื่นพลังและคัมภีร์คลื่นพลังดีๆ สักเล่ม หากเ้าเจอคนที่อยู่ในระดับเดียวกันกับเ้า เ้าจะเสียเปรียบอีกฝ่ายทันที…อืม ข้ามีคัมภีร์คลื่นพลังที่ข้าสร้างเองอยู่เล่มหนึ่ง ถ้าเ้าสนใจข้าก็จะยกให้เ้า…” ซุนเฟยหยิบหนังสือเล็กๆ เล่มหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บของ ก่อนจะส่งไปให้คอนสแตนติน
“หือ? 'หมัดเจ็ดพิการ'? เป็ชื่อที่แปลกมาก!”
“ฮึๆ เจ็ดหมัดพิฆาตเล่มนี้เป็สิ่งที่ข้าสร้างขึ้นมาจากความเข้าใจเกี่ยวกับหมัดมวย หมัดชุดนี้ได้รวบรวมท่าหมัดที่แข็งแกร่งเอาไว้ และในแต่ละหมัดจะแฝงไปด้วยพลังงานเจ็ดชนิด บางหมัดอาจจะรุนแรงดุเดือด บางหมัดอาจจะนุ่มนวล บางหมัดในความรุนแรงก็จะแฝงไปด้วยความนุ่มนวล แต่บางครั้งความนุ่มนวลก็จะแฝงความรุนแรงไว้ บางหมัดเป็เส้นตรง แต่บางหมัดอาจจะหดตัวหรืออาจจะเพิ่มจำนวน ทุกหมัดสามารถจู่โจมอวัยวะภายในในร่างกายของศัตรูได้อย่างเงียบเชียบ...” ซุนเฟยนำเสนออย่างเต็มที่ แน่นอนว่าอาจจะมีโม้ไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของมันก็เป็ความจริง
'หมัดเจ็ดพิการ' ก็เป็ท่าที่ไปคัดลอกมาจากนิยายในโลกเก่าของเขา
คัมภีร์คลื่นพลังเล่มนี้สร้างมาจากเส้นทางที่บุกเบิกขึ้นมาใหม่ด้วยพลังชี่แท้ใน 'โหมดมือสังหาร' และคัมภีร์คลื่นพลังธาตุโลหะที่กองอยู่ในแหวนเก็บของ ระหว่างการทดสอบ ซุนเฟยค้นพบว่า คัมภีร์คลื่นพลังเล่มนี้สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้ได้ใน่เวลาสั้นๆ และยังมีท่าหมัดที่รุนแรงอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ข้อบกพร่องของ 'หมัดเจ็ดพิการ1' ก็เหมือนกับในนิยายของท่านกิมย้ง นั่นก็คือ อาจจะสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในของผู้ฝึก ซุนเฟยครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจตั้งชื่อคัมภีร์คลื่นพลังเล่มนี้ว่า 'หมัดเจ็ดพิการ' ไหนๆ ก็คัดลอกท่าเขามาแล้ว เช่นนั้นก็คัดลอกชื่อนิยายเขามาด้วยเลยแล้วกัน
ด้วยข้อบกพร่องดังกล่าว ทำให้ซุนเฟยลังเลที่จะมอบให้คนสนิทใกล้ตัวของเขาฝึก ประจวบเหมาะกับที่าาน้อยตรงหน้าขาดแคลนคัมภีร์คลื่นพลังดีๆ สักเล่ม ดังนั้นซุนเฟยเลยตัดสินใจที่จะมอบมันให้เขาในอนาคต หากาาแห่งไบแซนไทน์ไม่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกขัดหูขัดตา เขาก็ยินดีจะหาหนทางแก้ไขจุดบกพร่องของ 'หมัดเจ็ดพิการ' ให้
แน่นอนว่าซุนเฟยไม่ได้คิดที่จะปิดบังข้อบกพร่องของ 'หมัดเจ็ดพิการ' แต่อย่างใด เขาอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อบกพร่องนี้ให้คอนสแตนตินรับรู้
“ขอบคุณท่านมาก! คอนสแตนตินยินดีจะรับคัมภีร์คลื่นพลังเล่มนี้ไว้ ข้ารู้ดีว่าถ้าอยากแข็งแกร่งขึ้นก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่คู่ควรกับมัน!”
คอนสแตนตินมองคัมภีร์คลื่นพลังในมือด้วยสายตามุ่งมั่น แม้จะทราบถึงข้อบกพร่องที่น่ากลัวนั่นอย่างแจ่มแจ้ง แต่เมื่อคิดถึงผลสำเร็จของมันแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา หากไม่ใช่เพราะรอบข้างของเขาเต็มไปด้วยสายตาของฝูงชนที่จับจ้องมา และตัวเองก็เป็ตัวแทนของอาณาจักรไบแซนไทน์ เขาคงไม่ลังเลที่จะคุกเข่าขอบคุณซุนเฟยแน่ๆ!
ซุนเฟยกวาดสายตามองสีหน้าของเหล่าขุนนางชั้นสูงและท่าทางสนอกสนใจของฝูงชนที่อยู่รอบๆ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าการกระทำของเขาได้บรรลุผลแล้ว ตอนนี้าาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์ได้รับความสนใจจากทุกคน จากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับความฉลาดของาาน้อยแล้วว่าจะคว้าโอกาสไว้หรือไม่
“ตอนนี้พวกเรากำลังสนทนากันต่อหน้าผู้คนนับหมื่น หลังจากนี้คงจะสร้างปัญหาให้กับเ้าไม่น้อย แน่นอนว่าถ้าเ้าสามารถพลิกวิกฤติให้เป็โอกาสได้ ตัวเ้ากับอาณาจักรของเ้าก็จะได้รับผลประโยชน์ เ้ากลัวหรือไม่?”
“บุญคุณในครั้งนี้ข้าคอนสแตนตินจะไม่มีวันลืมเลือน!” เพียงพริบตาเดียว าาแห่งไบแซนไทน์ก็เข้าใจความหมายของการกระทำในวันนี้ ในใจก็รู้สึกตื่นเต้นจนพูดไม่ถูก
“อืม ในเมื่อเข้าใจแล้วเ้าก็กลับไปเถอะ!”
ซุนเฟยโบกมือเบาๆ ร่างของาาแห่งไบแซนไทน์ก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นพากลับไปที่เดิม จากนั้นาาแห่งไบแซนไทน์กับองครักษ์ก็พากันเดินออกไปจากที่แห่งนี้โดยไม่หันกลับมาอีก
“นั่นใครน่ะ? ดูเหมือนว่าเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับาาแซมบอร์ดด้วยนะ?”
“ดูเหมือนว่าจะเป็าาของอาณาจักรบริวารแห่งหนึ่ง...อืม คุ้นๆ ว่าจะเป็อาณาจักรจากทางใต้...”
“ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ คาดไม่ถึงว่าเขาจะได้รับความเอ็นดูจากาาแซมบอร์ด อนาคตของชายคนนั้นจะต้องพุ่งทะยานไม่หยุดแน่ๆ...”
“ข้าจำได้แล้ว เขาคือาาของอาณาจักรไบแซนไทน์ อาณาจักรบริวารระดับหก” ในบรรดาฝูงชนก็มีหลายๆ คนที่จำหน้าของคอนสแตนตินได้
“ต้องรีบแจ้งเื่นี้ให้ฝ่าาทรงทราบ ดูเหมือนว่าพวกเราอาจจะต้องเปลี่ยนแผน ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามเป็ศัตรูกับอาณาจักรไบแซนไทน์โดยเด็ดขาด! ไม่อย่างนั้นอาจทำให้าาแห่งแซมบอร์ดโกรธ ถ้าเป็แบบนั้นจริง ผลที่ตามมาคงไม่น่าชมแน่!”
“คิดไม่ถึงว่าอาณาจักรเล็กๆ นั่นจะได้รับการช่วยเหลือจากยอดฝีมือที่น่ากลัวอย่างาาแซมบอร์ด เกรงว่าแม้แต่อาณาจักรบริวารระดับหนึ่งก็คงไม่กล้าเผชิญหน้ากับอาณาจักรไบแซนไทน์ตรงๆ แน่…การแข่งขันการซ้อมรบในคราวนี้ อาณาจักรไบแซนไทน์ได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้นะ?”
“รีบไปตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างาาแซมบอร์ดกับาาแห่งไบแซนไทน์เดี๋ยวนี้ เื่ใหญ่ขนาดนี้จะปล่อยผ่านไปไม่ได้!”
“ฮ่าๆๆๆ โอกาส! นี่เป็โอกาสครั้งใหญ่! รีบถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป ให้จัดเตรียมของขวัญไปมอบให้กับาาไบแซนไทน์ บอกเขาว่าการแข่งขันการซ้อมรบในครั้งนี้ข้ายินดีเป็พันธมิตรกับเขา ฮ่าๆๆ ข้าจะใช้มันเป็ทางผ่านในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับาาแซมบอร์ด!”
ท่ามกลางเสียงถกเถียงผู้คนที่อยู่รอบๆ สนามประลองต่างจดจำฉากที่เกิดขึ้นเมื่อกี้อย่างชัดเจน
บางอาณาจักรที่คิดจะฮุบดินแดนของอาณาจักรไบแซนไทน์ในการแข่งขันครั้งนี้ก็พากันหวาดกลัว โชคดีจริงๆ ที่พวกเขายังไม่ได้เริ่มแผนการนี้ ไม่อย่างนั้นเกรงว่านอกจากจะไม่ได้รับผลประโยชน์แล้ว ยังจะได้ความฉิบหายกลับมาแทน ขนาดอัศวินผู้ตัดสิน าาแซมบอร์ดยังกล้าทุบตีเลย แล้วนับประสาอะไรกับาาในเครืออาณาจักรบริวารด้วยกัน?
ส่วนบางอาณาจักรที่ขัดแย้งกับอาณาจักรไบแซนไทน์จนเคยสู้รบกันมาแล้ว พวกเขายิ่งหวาดกลัวหนักกว่าใคร แต่ละคนเริ่มคิดหาวิธีฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอาณาจักรไบแซนไทน์กันยกใหญ่
“นี่! เ้าเป็แค่าาอาณาจักรบริวารเล็กๆ กล้าดีอย่างไรไม่ฟังข้า!”บนสนามประลองดาบ บียอนเซ่ สาวน้อยจากตระกูลบีเกิ้ลก็เดินเข้ามาแหกปากโวยวายใส่ซุนเฟย ลำคอระหงส์เชิดขึ้นอย่างถือดี พลางพูดอย่างอวดดีว่า “ข้าขอสั่งเ้าให้รีบขอโทษข้าสำหรับความอวดดีของเ้าเสีย!”
“โอหังนัก! เป็แค่าาจากอาณาจักรบริวารระดับหกแท้ๆ คิดว่าเ้าแข็งแกร่งแค่ไหนกันเชียว? ถึงได้กล้ามาปฏิเสธข้อเสนอของตระกูลดีน?” นักเวทหนุ่มยังคงถากถางหาเื่ต่อ
ซุนเฟยหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจ
“เ้า! ...ใครให้เ้าไป! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ข้าสั่งให้หยุด!” บียอนเซ่ถลึงตามองตามหลังซุนเฟยอย่างโมโห
“ฮ่าๆ ๆ ดี ดีมาก าาแซมบอร์ด ถ้าเ้ากล้าเดินออกไปจากสนามประลองดาบแห่งนี้ ข้าจะทำให้เ้ารู้สึกเสียใจไปจนตายกับการตัดสินใจที่โง่เง่าครั้งนี้…” นักเวทหนุ่มจากตระกูลดีนพูดเตือนขึ้นมาเป็ครั้งสุดท้าย
“หืม?”
ซุนเฟยหยุดเดินก่อนจะหันกลับมามองอย่างเ็า ดวงตาที่แหลมคมปรายตามองมาที่ร่างของสองหนุ่มสาวอย่างเงียบงัน รังสีฆ่าฟันถูกปล่อยออกมาอย่างหนาแน่น ความกล้าถือดีก่อนหน้านี้สลายในพริบตา ไม่มีใครกล้าสบตาเขาเลยสักคน
“เฮอะ!” ซุนเฟยยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างดูถูก
“เ้า...ชิ าาแซมบอร์ด ความแข็งแกร่งของเ้าอาจจะสูง แต่คนเพียงคนเดียวไม่อาจปกป้องอาณาจักรแซมบอร์ดได้ทั้งหมด เ้าจะต้องเสียใจกับความหยาบคายในวันนี้ ไม่มีชายคนไหนกล้ามาทำกิริยาต่ำๆ ใส่ข้าแบบนี้...”
วูบ!
เงาสายหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่ลมหายใจซุนเฟยก็มายืนอยู่ตรงหน้าบียอนเซ่ มือของเขากำไปที่รอบคอระหงส์ของนาง ข้อมือที่แ่าประหนึ่งคีมเหล็กบีบคอของนางอย่างไร้ความปราณี บียอนเซ่ตาเหลือด้วยความใกลัว นางรู้สึกหายใจไม่ออก เ็ปไปทั่วลำคอจนต้องร้องไห้ออกมา จะให้นางสู้อย่างไรในเมื่อคลื่นพลังในร่างของนางเหมือนถูกบางอย่างปิดกั้น? นางไม่อาจต้านทานอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย…
“ใจกล้าเกินไปแล้ว ปล่อยคุณหนูบียอนเซ่เสีย!”
เหล่ายอดฝีมือจากตระกูลบีเกิ้ลเห็นฉากนี้เข้าก็ะโออกมาด้วยความโมโห เงาร่างทั้งหกสายพุ่งทะยานขึ้นมาบนสนามประลองพร้อมกับเร่งโคจรคลื่นพลังในร่าง ทุกคนเห็นเพียงคลื่นพลังหลากสีสันกำลังจู่โจมไปที่แผ่นหลังของซุนเฟยอย่างรวดเร็ว
ปังๆๆๆ!
เพียงซุนเฟยสะบัดมือเบาๆ พลังที่มองไม่เห็นจำนวนมากก็พุ่งทะยานออกมา
พลังนับไม่ถ้วนลอยเข้าไปปะทะกับคลื่นพลังหลากสีที่พุ่งเข้ามาจนเกิดเสียงะเิดังขึ้นในอากาศ ก่อนที่คลื่นพลังหลากสีจะสลายไป ส่วนผู้คุ้มกันทั้งหกที่ทะยานเข้ามาก็ต้องกระเด็นกลับไปแทน เมื่อครู่นี้ราวกับว่าพวกเขาได้พุ่งเข้าไปชนกำแพงั์ที่มองไม่เห็นเข้า พวกเขาร้องโหยหวนออกมาในขณะที่ร่างร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง จนเืสีแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด!
“นังสารเลว ต่อหน้าข้า เ้าลองควักความกล้าหาญปัญญาอ่อนของเ้าออกมาอีกสักคำสิ รับรองว่า...เ้าตาย!”
คำพูดของซุนเฟยเ็ายิ่งกว่าสายตา ทำให้ความอวดดีของบียอนเซ่ก่อนหน้านี้สลายไปในพริบตา
ร่างบอบบางของนางเริ่มสำนึกผิดกับความปากไวก่อนหน้านี้ ร่างของนางสั่นสะท้านด้วยความกลัว ความหวาดกลัวที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนไหลทะลักเข้ามาในจิตใจของนาง บียอนเซ่มองสายตาของาาแซมบอร์ดเมื่อครู่ก็รู้ได้ทันทีว่า แค่นางพูดออกไปอีกคำเดียว คีมเหล็กบนคอของนางจะหักคอของนางทันที บียอนเซ่รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกระดูกคอลั่นเล็กน้อย…
“ชิ!”
ซุนเฟยเหวี่ยงร่างบางของนางทิ้งลงพื้นราวกับทิ้งขยะ
“ยังมีไอ้ปัญญาอ่อนตัวไหนอีก!” สายตาของซุนเฟยเผยรังสีแห่งการฆ่าฟันออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขาหันหน้าไปมองร่างของอัจฉริยะเวทมนตร์จากตระกูลดีน แน่นอนว่าเพียงสบตาของซุนเฟย เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลประหนึ่งูเาั์ที่หล่นลงมาบดทับร่างของเขา ดีน กาซอร์ลาพยายามดึงพลังเวทมาช่วยตัวเอง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดันั์นี้ได้ เขาร้องออกมาอย่างเ็ปในขณะที่ร่างก็คุกเข่าลงกับพื้นทันที เขาแบมือยันพื้นไว้เฉยๆ ไม่มีท่าทีที่จะดิ้นรนแต่อย่างใด
วินาทีนี้ นักเวทหนุ่มจึงเข้าใจแล้วว่า ความแข็งแกร่งของาาเมืองแซมบอร์ดมีขนาดไหน
ความรู้สึกนี้ น่ากลัวกว่าการเฝ้าดูการต่อสู้กันตัวต่อตัวในที่นั่งพิเศษเป็พันเท่า เขารู้สึกหวาดกลัวจนหลอนไปว่า หากตัวเองขยับแม้แต่นิดเดียว ร่างของเขาอาจถูกบดขยี้เป็ชิ้นเนื้อเละๆ อย่างแน่นอน
“จะสุนัขตระกูลใดก็ช่าง แต่ถ้ากล้ามาก่อกวนข้า อย่าหวังว่าชีวิตจะมีวันพรุ่งนี้!”
ซุนเฟยแสดงท่าทีป่าเถื่อนออกมาพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ดวงตาของเขาเป็เหมือนดาบสองคมที่คมกริบ ไม่ว่าจะบียอนเซ่ กาซอร์ลา หรือแม้แต่ยอดฝีมือที่อยู่บนที่นั่งพิเศษ ไม่มีใครกล้าสบตาเขาเลยสักคน
--------------
1 'หมัดเจ็ดพิการ' เป็ชื่อนิยายเื่หนึ่งของกิมย้ง
