ภายในหอเมฆาลี้ลับ จอมดาบแขนเดียวฟันปรมาจารย์ต่อหน้ายอดฝีมือจากทั่วหล้า เป็การท้าทายอำนาจอย่างโจ่งแจ้ง!
งานประมูลครั้งนี้จัดโดยสมาคมการค้าสามสายมรรคา ถือเป็งานใหญ่ที่หาได้ยากในดินแดนหยวนซิง แต่ใครจะคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารปรมาจารย์กลางงาน สิ่งนี้สร้างความอับอายขายหน้าให้กับสมาคมเป็อย่างมาก
จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งโกรธจนแทบคลั่ง ก่อนจะเป็คนแรกที่พุ่งเข้าโจมตีจอมดาบแขนเดียว ทว่าสิ่งที่ได้เผชิญหน้ากลับกลายเป็เพียงภาพลวงตา
เทพธิดาเหยากวงแลกเปลี่ยนสายตากับเยี่ยหลิงหลาน ทั้งสองเหินขึ้นไปบนลานประมูล ยืนประจำข้างกายหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ย เื่นี้สร้างความเสียดายให้กับเทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วเป็อย่างมาก
เสียงคำรามโห่ร้องก้องไปทั่วหอเมฆาลี้ลับ เหล่าผู้คนต่างตกตะลึงเมื่อพบว่าปรมาจารย์ที่ถูกสังหารนั้นไม่ใช่ปรมาจารย์จื๋อซิว สิ่งนี้สร้างความประหลาดใจปนงุนงงให้กับชวีจงจื๋ออย่างยิ่ง
ผู้ใดก็ตามที่รู้จักจอมดาบแขนเดียวย่อมทราบดีว่าเขามีความแค้นกับปรมาจารย์จื๋อซิว และศัตรูที่เขาลอบสังหารส่วนใหญ่ล้วนเป็ผู้บำเพ็ญสายนี้
ทุกครั้งที่ปรากฏตัวใบดาบย่อมเปื้อนเื เหตุใดครานี้จึงแหวกแนวทางเดิม?
ยอดฝีมือของสมาคมการค้าสามสายมรรคาต่างทุ่มเทกำลังปิดล้อม ในขณะที่ปรมาจารย์จากสำนักต่างๆ รีบถอยร่น ก่อนที่ร่างของจอมดาบแขนเดียวจะเลือนหายไปดั่งภูตผีท่ามกลางความมืดมิด
ปรมาจารย์ผู้สิ้นศีรษะยังไม่สิ้นลมหายใจ เขาคือเทพดาราโต้วขุย หนึ่งในสามซิงซิวผู้ยิ่งใหญ่แห่งศาลาดารา์ เป็ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังและพลังปราณอันแก่กล้าในดินแดนหยวนซิง
แค่ถูกฟันด้วยดาบเพียงครั้งเดียว ย่อมไม่มีทางสังหารปรมาจารย์ให้สิ้นชีพได้
ด้วยความที่สถานที่แห่งนี้มิใช่ที่เหมาะแก่การต่อสู้ และการโจมตีแบบเฉียบพลันเพื่อหวังผลร้ายแรงนั้นเป็ไปไม่ได้ แล้วเหตุใดจอมดาบแขนเดียวจึงลงมือทำเช่นนั้น?
“ทุกคนอย่าได้ตื่นตระหนก จงระวังศัตรูที่อาจซ่อนเร้นอยู่รอบตัวด้วย”
เทพ์เทียนหวาพุ่งขึ้นสู่เวหา มองดูสถานการณ์โดยรวม พยายามปลอบประโลมขวัญกำลังใจของเหล่าผู้คน
ในฐานะผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดบนดินแดนหยวนซิง เขาย่อมไม่อาจเพิกเฉยต่อเหตุการณ์เช่นนี้ได้
เทพดาราเทียนโต้วกำลังรวบรวมเหล่าผู้บำเพ็ญซิงซิวให้มาตรวจสอบสถานการณ์ภายในหอเมฆาลี้ลับอย่างละเอียด และดูแลาแของเทพดาราโต้วขุย
“เหตุใดจอมดาบแขนเดียวจึงหมายคุกคามท่าน? ท่านกับเขามีความแค้นอะไรกันหรือไม่?”
เทพดาราโต้วขุยดูราวกับชายวัยกลางคน อายุประมาณห้าสิบปี เขาสวมชุดดำสนิท มีร่างกำยำและใบหน้าเหลี่ยมสัน ยามนี้เขากำลังแสดงท่าทางครุ่นคิดอย่างเต็มไปด้วยความสงสัย
“ข้าจำไม่ได้ว่ามีความเกลียดชังใดๆ กับเขา คนผู้นี้มีนิสัยจำความแค้นฝังใจ ยากนักที่จะมีผู้ใดจงใจไปยั่วโมโหเขา”
“เื่นี้ช่างน่าพิศวงนัก แน่ใจหรือไม่ว่าผู้นั้นคือจอมดาบแขนเดียวตัวจริง ไม่ได้ถูกผู้อื่นปลอมแปลงตัวมา?”
เทพดาราโต้วขุยตอบกลับ “พลังดาบนั้นช่างเข้มข้นและรุนแรง ไร้ข้อสงสัย เป็จอมดาบแขนเดียวอย่างแน่นอน”
บนลานประมูล หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยยังคงเผชิญหน้ากับเคราะห์กรรม ฟ้าร้องคำราม ฟ้าผ่าฟาดลงอย่างรุนแรง น่าหวาดหวั่นใจยิ่งนัก
เทพธิดาเหยากวงเอ่ยถามเยี่ยหลิงหลานเกี่ยวกับเื่ราวของจอมดาบแขนเดียวด้วยน้ำเสียงสงสัย
“เ้าตรวจพบร่องรอยของเขาได้อย่างไร? ก่อนหน้านี้ข้ายังนึกว่าเ้าแต่งเื่ขึ้นมาเพื่อล่อลวง”
“ข้าคือบุปผารัตติกาล สิ่งใดก็ตามที่เปล่งแสงสว่างย่อมหนีไม่พ้นการรับรู้ของข้า ดาบของจอมดาบแขนเดียวคมกริบเหนือสิ่งใดในใต้หล้า จะหนีสายตาข้าไปได้อย่างไร?”
เทพธิดาเหยากวงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองไปยังหนิงเทียนแล้วเอ่ยถามขึ้น “ระหว่างศิษย์ของเ้ากับิเยวี่ย...”
เยี่ยหลิงหลานยิ้มอย่างมีเลศนัย “พวกเขาดูเหมาะสมกันดีมิใช่หรือ?”
“ข้าไม่ได้ถามเื่นั้น ข้าอยากรู้ว่าพวกเขารู้จักกันมาก่อนหรือไม่?”
“พวกเขานั้นรู้จักกันั้แ่เด็ก สนิทสนมกันดั่งกิ่งทองใบหยก เ้าว่าสองคนนี้จะรู้จักกันหรือไม่?”
สายตาของเทพธิดาเหยากวงสั่นไหว ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา
“หนิงเทียนมาจากเมืองเสวียนซานหรือ?”
“ทำไม? เ้าก็คิดว่าพวกเขาเหมาะสมกัน อยากจะจับคู่ให้พวกเขาเช่นนั้นหรือ?”
เยี่ยหลิงหลานพูดด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น ทำให้เทพธิดาเหยากวงอยากจะเตะนางให้ลอยไปไกลๆ
ห่วงเหล็กสั่นะเืรุนแรงยิ่งขึ้นท่ามกลางทัณฑ์์ หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยได้รับาเ็สาหัสอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เคราะห์กรรมของทั้งสองคนทับซ้อนกัน เกิดเป็เคราะห์ซ้อนเคราะห์
หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยทุ่มเทสุดความสามารถ ร่างกายถูกสายฟ้าฟาดจนแหลกสลายหลายครั้ง ทว่ามือของทั้งคู่กลับกอบกุมกันแน่น
ร่วมทุกข์ร่วมสุข แน่นแฟ้นนิรันดร์กาล
เปลวเพลิงนิรันดร์และแหล่งกำเนิดชีวิตในร่างกายของหนิงเทียนลุกโชน ซ่อมแซมร่างกายของทั้งคู่ครั้งแล้วครั้งเล่า เปลี่ยนแปลงร่างกายของหลิ่วิเยวี่ยทีละน้อย ทำให้สายเืของทั้งคู่ผสานกันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ลวดลายจิติญญาภายในห่วงเหล็กเปิดออกทีละเส้น พลังอันป่าเถื่อนแผ่ขยายจนร่างกายของหนิงเทียนจนเกือบแตกสลาย ก่อนที่พลังส่วนใหญ่จะไหล่บ่าเข้าสู่ร่างกายของหลิ่วิเยวี่ย
พลังของทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่พลังจิตของหนิงเทียนกลับถูกใช้งานจนเกินขีดจำกัดแล้ว
“เปิดทัณฑสถานอเวจีอีกครั้ง”
หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยสองหัวใจผูกพัน ทั้งสองทุ่มเทพลังบางส่วนใน่ที่เกิดภัยพิบัติเพื่อเปิดทัณฑสถานอเวจีขึ้นเป็ครั้งที่สอง
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าดิน สายฟ้าฟาดอันน่าสะพรึงกลัวราวกับรับรู้ถึงพลังชั่วร้ายในห้วงอเวจี จึงโหมกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ฟ้าผ่าฟาดลงบนร่างของหนิงเทียนดุจเสาแสง สร้างความเ็ปจนเืสาดออกจากทวารทั้งเจ็ด และเส้นลมปราณได้รับความเสียหายรุนแรง
หลิ่วิเยวี่ยถ่ายทอดพลังิญญาสู่ร่างหนิงเทียนอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เขาประคองาแไว้
ลมหายใจของหนิงเทียนเริ่มติดขัด อาการาเ็สาหัสทำให้การควบคุมทัณฑสถานอเวจีของทั้งคู่เกิดช่องโหว่ ประตูแห่งนรกที่เปิดไว้ไม่สามารถปิดลงได้
ิญญานับล้านลอยคว้างเต็มท้องฟ้า บรรยากาศเย็นะเืทำให้หนิงเทียนรู้สึกราวกับตกนรก
หลิ่วิเยวี่ยรู้สึกถึงวิกฤตการณ์ ร้องคำรามด้วยความโกรธ พลังในร่างกายพังทลาย เส้นลมปราณขาดตอน ภายใต้แรงกดดันจากทั้งสามด้าน อันได้แก่ทัณฑ์์ ทัณฑสถานอเวจี และโซ่ตรึงสรรพสิ่ง
“ปิด!”
เสียงคำรามดังก้องจากหนิงเทียน ยามนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือปิดผนึกทัณฑสถานอเวจี เนื่องจากเหล่าิญญาชั่วร้ายที่เต็มไปด้วยคำสาปอันร้ายกาจนั้นยากเกินกว่ามนุษย์จะรับมือไหว
ิญญาเหล่านี้กระโจนโลดเต้นอยู่ภายในร่างกายของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ย ก่อนจะไหลย้อนผ่านช่องทางที่เชื่อมต่อระหว่างหนิงเทียนกับโซ่ตรึงสรรพสิ่ง และหลั่งไหลเข้าสู่กุญแจอย่างไม่สิ้นสุด
พลังอันโหดร้ายจากโซ่ตรึงสรรพสิ่งถูกต้านทานไว้ชั่วคราว ทำให้หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก และรีบปิดทัณฑสถานอเวจีเพื่อตัดขาดแรงกดดันอันมหาศาลนั้น
หลังจากนั้น หนิงเทียนจึงเริ่มชำระล้างิญญาเพื่อฟื้นฟูพลังจิตของตน ก่อนจะกลับมาปลดลวดลายจิติญญาภายในโซ่ตรึงสรรพสิ่งอีกครั้ง แต่แล้วเขาก็พบสิ่งที่น่าประหลาดใจ ิญญาจากทัณฑสถานอเวจีติดตามพลังจิตของเขาไปทั่วแผ่นโลหะบางๆ บ้างก็แทรกซึมเข้าไปในลวดลายจิติญญา บ้างก็โผล่ออกมา
หนิงเทียนรู้สึกตกตะลึง เขายังไม่ได้ควบคุมิญญาเ่าั้แต่อย่างใด ทว่าพวกมันกลับเชื่อฟังเขาอย่างน่าอัศจรรย์
ใจของหนิงเทียนหมุนคว้าง ประตูสู่์รอบตัวเขาเปลี่ยนเป็ประตูิญญา เขาใช้ศาสตร์ควบคุมิญญาผสานกับดวงตาเสน่ห์ ตั้งใจชี้นำิญญาเ่าั้ และพยายามควบคุมพวกมัน
ผลลัพธ์ที่ได้นั้นราบรื่นเกินคาด ิญญาเ่าั้ดูเหมือน้าอาศัยอยู่ในโซ่ตรึงสรรพสิ่ง เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมที่นี่ดูดีกว่าทัณฑสถานอเวจีหลายร้อยเท่า
“ถ้าข้าปลดลวดลายจิติญญาที่เปล่งประกายทั้งหมดและเปิดโซ่ตรึงสรรพสิ่งไว้ จากนั้นใช้ิญญาเหล่านี้เป็แหล่งพลังจิต กำหนดลวดลายจิติญญาบางส่วน โดยใช้เลขเก้าหลักเป็รากฐาน ข้าจะควบคุมโซ่ตรึงสรรพสิ่งได้หรือไม่?”
หนิงเทียนกำลังครุ่นคิดถึงปัญหานี้ เพียงเปิดลวดลายจิติญญาภายในห่วงเหล็กเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถควบคุมและขับเคลื่อนมันได้
จำนวนลวดลายจิติญญาที่มีอยู่ในโซ่ตรึงสรรพสิ่งนั้นมากมายมหาศาล จนสามารถใช้คำว่าน่าตกตะลึงได้ หาก้าเปิดใช้งานลวดลายจิติญญาทั้งหมด จำเป็ต้องใช้พลังมหาศาล
ด้วยระดับการฝึกฝนของหนิงเทียนในปัจจุบัน เขายังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้
หากสามารถใช้ดวงิญญาเป็แหล่งพลังงาน อาศัยิญญานับไม่ถ้วนในทัณฑสถานอเวจีเพื่อควบคุมโซ่ตรึงสรรพสิ่ง สิ่งที่เป็ไปไม่ได้ก็อาจเป็ไปได้ขึ้นมา
นี่คือแิ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้นยังต้องลองดูก่อน
พลังจากห่วงเหล็กหลั่งไหลออกมาอย่างไม่มีหยุดยั้ง หนิงเทียนที่อยู่ในขั้นเก้าของขอบเขตผนึกดาราแล้ว กำลังเผชิญกับขีดจำกัดของเส้นลมปราณทั้งเก้าที่ราวกับจะะเิ เขาจึงจำต้องถ่ายโอนพลังทั้งหมดนั้นไปยังหลิ่วิเยวี่ย
หลิ่วิเยวี่ยผู้ซึ่งก้าวมาถึงขั้นสี่ของขอบเขตเปลี่ยนผ่านกำลังสร้างหอคอยพลังแห่งที่ห้า นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการใช้พลังงานมหาศาลนี้
เคราะห์ซ้อนเคราะห์ยังคงดำเนินต่อไป ทว่าหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยเริ่มคุ้นเคยกับมัน
ส่วนจอมดาบแขนเดียวกลับหายสาบสูญ เหล่าปรมาจารย์จากสำนักต่างๆ กำลังวิเคราะห์และถกเถียงกันถึงเื่นี้
จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งกลับมาที่ลานประมูลและมองดูห่วงเหล็กที่สั่นไหวท่ามกลางทัณฑ์์ด้วยสีหน้าแปลกๆ
เหตุการณ์นี้ดำเนินมาเกือบชั่วยามแล้ว ทว่ายังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง การประมูลครั้งนี้จึงยังไม่ถือว่าจบสมบูรณ์
ทันใดนั้น เสียงะเิก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากห่วงเหล็ก พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องไปทั่ว
ร่างกายของหลิ่วิเยวี่ยสั่นะเืด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว ทันใดนั้นนางก็ย่างเข้าสู่ขั้นห้าของขอบเขตเปลี่ยนผ่าน กระตุ้นหอคอยพลังงานแห่งที่ห้าโดยพลัน
ในขณะนั้น โซ่ตรึงสรรพสิ่งก็เกิดการเปลี่ยนแปลง แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า สั่นะเืไปทั่ว พลังอันรุนแรงหลั่งไหลและเทลงในร่างของหลิ่วิเยวี่ย
ลวดลายจิติญญาภายในห่วงเหล็กสว่างไสว เปลี่ยนเป็สีเทา บ่งบอกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยได้ร่วมสร้างตำนานบทใหม่บนลานประลองอย่างยิ่งใหญ่แล้ว
แสงของโซ่ตรึงสรรพสิ่งค่อยๆ เลือนหายไป ตัวกุญแจขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า และเริ่มแยกออกจากกัน
แผ่นบางๆ ชั้นนอกสุดแยกออกจากกันคล้ายกลีบดอกไม้บานออก ทีละชั้น ทีละชั้น ไม่มีที่สิ้นสุด โครงสร้างตัวกุญแจรูปวงแหวนพลิกคว่ำจากด้านนอกเข้าด้านใน
เดิมทีแผ่นบางที่ใหญ่ที่สุดอยู่ด้านนอก แผ่นบางที่เล็กที่สุดอยู่ด้านใน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็ตรงกันข้าม แผ่นบางที่ใหญ่ที่สุดอยู่ด้านใน แผ่นบางที่เล็กที่สุดอยู่ด้านนอก เล็กจิ๋วประหนึ่งจุด
เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน เพราะความเร็วในการเปลี่ยนแปลงของโซ่ตรึงสรรพสิ่งนั้นรวดเร็วเกินกว่าสายตาจะมองทัน ในชั่วพริบตากุญแจก็พลิกจากด้านนอกสู่ด้านในเรียบร้อยแล้ว
หนิงเทียนจับมือหลิ่วิเยวี่ยมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความประหลาดใจ หลังจากโซ่ตรึงสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงเสร็จก็พุ่งตรงเข้าหาหนิงเทียน แล้วสวมเข้าที่ข้อมือซ้ายของเขาโดยตรง
โซ่ตรึงสรรพสิ่งมีรูปร่างคล้ายวงแหวน บนพื้นผิวมีจุดเล็กๆ ดั่งรากไม้จิ๋ว ทันใดนั้นรากไม้เหล่านี้ก็งอกเงยขึ้น แทรกซึมเข้าสู่ิัของหนิงเทียน ดูดกลืนเืของเขา ราวกับกำลังทำพิธีกรรมยอมรับเ้าของคนใหม่
ห่วงเหล็กสีน้ำตาลค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีแดง ตัวห่วงสั่นะเืและหดเล็กลง ก่อนจะมีกระแสข้อมูลอันมืดมิดไหลเข้าสู่จิตใจของหนิงเทียน
สถานการณ์นี้ช่างประหลาด เห็นได้ชัดว่าโซ่ตรึงสรรพสิ่งซ่อนความลับไว้ ทว่ามันไม่ได้แสดงให้หนิงเทียนเห็นโดยตรง
หนิงเทียนครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ยังมีิญญาอีกมากมายที่ถูกขังอยู่ในโซ่ตรึงสรรพสิ่ง และเขาตั้งใจจะลองทำตามการคาดเดาของเขาก่อนหน้านี้
ห่วงเหล็กที่ดูเรียบง่ายไม่มีอะไรพิเศษ แต่จำนวนจุดบนพื้นผิวนั้นเกินกว่าจินตนาการ
หนิงเทียนควบคุมิญญาเ่าั้ เลือกหนึ่งจากเก้า เก้าคือขีดสุด สร้างเป็เจดีย์สามเหลี่ยมทีละจุด ทีละจุด โดยใช้ิญญาเป็แหล่งพลังงานในการพยายามกระตุ้นจุดเ่าั้
ิญญาเหล่านี้ล้วนมาจากทัณฑสถานอเวจีซึ่งทั้งเย็นเยือกและชั่วร้าย แม้จะถูกหนิงเทียนควบคุม แต่ก็ยังคงมีคุณสมบัติที่ชั่วร้ายไม่ต่างจากเดิม
จุดบนพื้นผิวของห่วงเหล็กเปล่งประกายระยิบระยับ แสงสว่างอันน้อยนิดนั้นกลับก่อให้เกิดปฏิกิริยาอันยิ่งใหญ่ วงแหวนที่คว่ำลงกลับพลิกผันกลายเป็วงแหวนที่หงายขึ้น
ในระหว่างกระบวนการนี้ หนิงเทียนสูบพลังจากิญญาอย่างต่อเนื่อง แล้วฉีดมันเข้าไปในลวดลายจิติญญาที่เฉพาะเจาะจง โดยใช้ศาสตร์คุมิญญากระตุ้นให้ิญญาเปล่งแสง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในห่วงเหล็ก
ภายในโซ่ตรึงสรรพสิ่งมีิญญาเกือบหมื่นดวง หนิงเทียนทุ่มเทสุดความสามารถ ทว่าก็เพียงพอที่จะสร้างรอยประทับตราิญญาไว้เพียงห้าชั้น และทำได้เพียงกระตุ้นให้โซ่ตรึงสรรพสิ่งเผยพลังขั้นพื้นฐาน นั่นคือพลังพันธนาการ
พลังพันธนาการนับเป็การประยุกต์ใช้โซ่ตรึงสรรพสิ่งในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด ทว่าไม่ควรมองข้าม พลังนี้สามารถพันธนาการพลังทุกชนิดในโลกได้ กล่าวได้ว่าเป็พลังที่เหนือธรรมชาติ ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบได้ พลังนี้เพียงพอที่จะสั่นะเืฟ้าดินและกาลเวลาได้เลยทีเดียว
การเปลี่ยนแปลงของห่วงเหล็กเสร็จสิ้นในพริบตา ก่อนจะกลับมาเป็รูปลักษณ์เดิม ภายในมีลวดลายจิติญญาบางส่วนเรืองแสงอ่อนๆ และอยู่ในสภาพปิดตาย
โซ่ตรึงสรรพสิ่งแบ่งออกเป็สิบชั้น ณ เวลานี้หนิงเทียนสามารถควบคุมได้เพียงห้าชั้นแรก ส่วนอีกห้าชั้นที่เหลือจำเป็ต้องใช้ิญญาอีกมากมายเพื่อควบคุมมัน
“ขอแสดงความยินดีกับหนิงเทียนที่โซ่ตรึงสรรพสิ่งได้สำเร็จ”
จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งประกาศอย่างเป็ทางการ และเยี่ยหลิงหลานก็ได้ชำระค่าประมูลด้วยอาวุธิญญาระดับสูงถึงสิบชิ้น ซึ่งถือเป็การปิดฉากการประมูลในครั้งนี้
