ที่เรือนรับรองในวังส่วนใน
เมื่อจิ้งหยวนและขันทีน้อยทั้งสองมาถึงและเดินเข้าไป ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นนางในสองและขันทีหนุ่มร้องโหวกเหวกโวยวายร้องหาหมอหลวง ราวกับเกิดเื่บางอย่างที่ไม่ดี
“เกิดสิ่งใดขึ้น?”
“ในวังเช่นนี้สามารถร้องะโได้ด้วยหรือ?”
ถึงจิ้งหยวนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่นี้ แต่เขาก็ยังคงวิ่งไปดูด้วยความอยากรู้
“ทะ ท่านโหว”
ขันทีหนุ่มก็ใที่คนที่วิ่งมาไม่ใช่หมอหลวงแต่เป็จิ้งหยวนที่มีชื่อเสียงที่ไม่ดี แต่ด้วยความเป็ความตายนี้ เขาก็ยังคงมีสติพูดถึงสิ่งที่เกิดออกมาให้ฟัง
“โรคประจำตัวขององค์หญิงเจ็ดเกิดกำเริบกะทันหันขอรับ”
เมื่อจิ้งหยวนมองไปยังองค์หญิงเจ็ดที่นอนอยู่พื้น เขาก็ขมวดคิ้วเพราะไม่มีอีกฝ่ายอยู่ในความทรงจำมาก่อน ดูจากรูปลักษณ์นางน่าจะมีอายุเพียงแค่ 6 ขวบ
“องค์หญิงเจ็ดเป็โรคอะไร?” จิ้งหยวนถาม
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ขันทีหนุ่มก็ลังเล แต่เขาก็ตอบเพราะไม่ใช่เื่ที่ต้องปิดบัง
“เรียนท่านโหว องค์หญิงอู่หลิงเป็โรคกลีบดอกบัวเหี่ยว!!~”
“ปกติจะพักรักษาตัวอยู่แต่ในตำหนักหงส์ไม่ได้ออกมาข้างนอกบ่อยนัก แต่วันนี้ฮองเฮามาพบพระสนมอู่เฟยพูดคุยเื่งานเลี้ยงราชวงศ์ องค์หญิงเจ็ดจึงขอติดตามมาส่งผลให้อาการประชวรทรงกำเริบ” ขันทีหนุ่มก็ย่อตัวตอบ ไม่กล้าละเลยเพราะเกรงว่าท่านโหวจะอารมณ์ไม่ดี
จากการสังเกตอาการขององค์หญิงน้อย นางนอนไม่ไหวติง หน้าซีดตัวเหลือง มือและเท้าทั้งสองข้างสั่น เห็นได้ชัดว่าจากสีหน้าที่บิดเบี้ยว นางน่าจะเ็ปมาจากภายใน
จิ้งหยวนไม่รู้วิชาแพทย์ แต่เขาที่เติบโตอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเคยเห็นอาการป่วยที่คล้ายคลึงกันจากเด็กคนอื่นๆ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหาไม่มีใครดุกล้าห้าม
“อย่าประคองนั่ง ให้องค์หญิงเจ็ดนอนราบไปกับพื้น ยกเท้าขึ้นสูงเพื่อส่งเืไปเลี้ยงที่ศีรษะ”
นางในสองคนที่พยายามพัดวีไม่ให้องค์หญิงน้อยหลับ เมื่อได้ยินคำพูดของจิ้งหยวน ถึงจะสงสัยแต่พวกนางก็ได้แต่ยอมรับทำตามที่จิ้งหยวนบอก
เมื่อนอนราบไปสักพัก องค์หญิงน้อยที่เหมือนจะหลับในตอนแรกก็อาการดีขึ้น พยายามลืมตาน้อยๆ ขึ้นมองเ้าของเสียงคนใหม่ที่นางไม่เคยได้ยิน เมื่อเห็นหน้าจิ้งหยวน องค์หญิงน้อยก็อดไม่ได้ที่จะกะพริบตาแล้วถามออกมา
“ทะ..ท่านคือพี่ใหญ่โหว”
“ที่พี่สามเคยพูดถึงใช่หรือเปล่า?”
“...”
จิ้งหยวนตกตะลึงไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเด็กตัวเล็กๆ คนนี้จะมีความอดทนที่น่าทึ่ง แม้จะเผชิญกับความเจ็บป่วย แต่นางก็ยังพยายามรักษาสติรวบรวมพลังเพื่อพูดออกมา
“ใช่แล้ว หากพี่สามที่องค์หญิงน้อยกล่าวคือองค์ชายอู่เค่อ กระหม่อมก็เป็พี่ใหญ่โหวขององค์หญิงเจ็ดเช่นกัน”
จิ้งหยวนก้มตัวลงและยิ้มบางๆ ทำเอาขันทีและนางในใคล้ายถูกผีหลอกกลางวันแสกๆ
จิ้งหยวนคือใคร?
เขาคืออันธพาลและจอมเสเพลที่เลืองชื่ออันดับหนึ่งของเมืองหลวง
เป็โหวที่ไม่เคยสนใจอะไรทุบตีขุนนางแม้แต่ใบหน้าขององค์ชายก็ไม่สน
วันๆ ข่าวเกี่ยวกับเขามีแต่เื่เลวร้ายไม่เคยได้ยินเื่ดี
ดังนั้นการที่เห็นรอยยิ้มจากท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้
มันก็ทำเอาทุกคนรู้สึกสับสน ว่าพวกเขายังไม่ตื่นจากฝันกลางวันหรือเปล่า
ถึงได้ประสบพบเจอเหตุการณ์บางอย่าง ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นได้ในโลกของความเป็จริง
“...”
“...”
“...”
ด้วยอาการป่วยขององค์หญิงอู่หลิง ทุกวันนางไม่ค่อยได้เจอใครหรือคนนอกมากนัก ส่วนใหญ่ได้ยินแต่เื่เล่าจากปาก โดยเฉพาะเื่วีรกรรมต่างๆ ที่จิ้งหยวนคนเก่าก่อไว้ แต่พอเจอตัวจริงแล้วนางกลับไม่รู้สึกเหมือนอย่างที่ข่าวลือที่ฟังมา
จิ้งหยวนโบกมือให้นางในทั้งสองถอย ก่อนที่เขาจะย่อตัวลงติดดินอย่างไม่รังเกียจ ทำเอาทุกคนที่เห็นแปลกใจแล้วแปลกใจอีก สับสนมึนงงเหมือนคอมพิวเตอร์จะเอ่อเรอร์เพราะได้รับข้อมูลที่มากเกินไป
“องค์หญิงน้อยคงวิ่งเล่นจนเหนื่อยใช่หรือไม่?”
หือ?
คำถามของจิ้งหยวนทำให้ทุกคนใ เพราะก่อนที่องค์หญิงอู่หลิงจะมีอาการ นางที่ออกมาข้างนอกเป็ครั้งแรกก็ได้วิ่งเล่นที่เรือนรับรองจริงๆ
“ท่านรู้?”
“อย่าบอกเสด็จแม่ของข้านะพี่ใหญ่ สัญญากับอู่หลิงสิ”
องค์หญิงน้อยน่าจะใกว่าคนอื่น ไม่ได้ใจากการที่จิ้งหยวนรู้ที่มาของอาการ แต่ใเพราะกลัวว่าพี่ใหญ่โหวคนนี้จะเอาไปฟ้องต่อฮองเฮา นางจึงเผลอเรียกชื่อจิ้งหยวนตามที่องค์ชายอู่เค่อเรียก แม้นางและจิ้งหยวนจะไม่ใช่ญาติกันโดยตรง
“...”
จิ้งหยวนแค่ยิ้มยังไม่ได้ตอบกลับ จากนั้นก็ทำท่าลวงเข้าไปในแขนเสื้อ ดึงเอาบางสิ่งออกมาจากลูกบาศก์ พลิกมือไปมาก่อนจะปรากฏห่อบรรจุภัณฑ์ที่มีสีสันแวววาวเหมือนการเสกมนต์
“ว้าวว พี่ใหญ่ทำได้ยังไง”
ดวงตาที่อ่อนล้าขององค์หญิงน้อยเบิกกว้าง ก่อนที่จิ้งหยวนจะอุ้มองค์หญิงน้อยที่นอนติดพื้นขึ้นมานั่งที่ตัก พร้อมกับพูดออกมาเปรยตามองไปรอบๆ ว่า
“พี่ใหญ่คนนี้มีของแสนอร่อยให้กับคนที่เข้มแข็ง เ้าคิดว่าใครในที่นี้แข็งแกร่งที่สุด”
“ขะ ข้า ต้องข้าอยู่แล้ว” ด้วยเด็กที่ไร้เดียงสา ไม่รู้ว่าของนั้นคืออะไร แต่ความอยากได้ ก็ทำให้นางเต็มไปด้วยพลังยกมือแสดงความเป็เ้าของ
ทางจิ้งหยวนเองก็ยิ้มไม่กล้าเล่นต่อ อาการของนางหากไม่บรรเทาโดยเร็วอาจจะแย่ลง เขาจึงเอาห่อนั่นไปแตะที่หน้าผากเล็กๆ จนความเย็นที่เหมือนน้ำแข็งจะทำให้องค์หญิงอู่หลิงสะดุ้งแล้วหัวเราะ “คิกๆ” ออกมา
“มันเรียกว่าไอติมแท่ง รสโคลาโคล่า อู่น้อยอยากกินมั๊ย?” จิ้งหยวนก้มถาม
“ใช่ๆ ข้าชอบชื่ออู่น้อยที่ท่านตั้ง และข้าก็อยากกินสิ่งนี้ด้วย”
องค์หญิงน้อยได้ยินก็พยักหน้ารัวๆ จนเมื่อจิ้งหยวนฉีกซองจนเผยให้เห็นก้อนน้ำแข็งสีน้ำตาลติดไม้จับ นางก็ยิ่งให้ความสนใจต่อมันมากเพราะนางไม่เคยเห็น
น้ำแข็งไม่ใช่ของแปลก แต่น้ำแข็งที่เป็สีน้ำตาลเหมือนโคลนนั้นเป็สิ่งที่ทุกคนในโลกนี้ไม่เคยเจอ
“ทะ..ท่านโหว คือว่าสิ่งนี้ไม่สามารถให้…เอ่อ..แฮะๆ ไม่มีอะไรขอรับ”
ขันทีหนุ่ม้าจะห้าม แต่เมื่อเห็นสายตาของจิ้งหยวนเงยศีรษะมองหน้า ปากของเขาก็ค้างเหมือนมีก้อนเหล็กร้อนติดอยู่คอ แล้วมุดหัวก้มหน้าลงพื้นตามเดิม
อาการขององค์หญิงน้อย จากการที่จิ้งหยวนสังเกตและจับเท้าและมือ เขาก็พบว่านางมีมือและเท้าที่เย็นมาก หน้าอกขยับช้าหายใจลำบาก เขาก็มั่นใจว่านางน่าจะเป็โรคโลหิตจางแต่กำเนิด ถึงชื่อของโรคจะต่างออกไปแต่ก็ไม่น่าจะผิด
สิ่งที่บรรเทาเมื่ออาการกำเริบ คือคนที่มีโรคและอาการนี้จะอยากกินน้ำแข็งและของจำพวกแป้ง ซึ่งโลกนี้หากถามเื่แป้งคงเป็อะไรที่ยากเกินตัว
ส่วนน้ำแข็ง ตอนนี้ก็เป็ฤดูร้อน น้ำแข็งที่มีก็ค่อนข้างหายากมากกว่าปกติ ส่งผลให้คนที่เป็โรคโลหิตจางที่เหนื่อยง่ายอยู่แล้ว ก็จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการหอบและเหนื่อยง่ายมากกว่าเดิมเมื่อออกแรง
ความหวานจากไอติมช่วยเพิ่มน้ำตาลในสมอง ความเย็นช่วยเพิ่มความรู้สึกตื่นตัว นี่จึงเป็วิธีที่ง่ายและได้ผลเร็วที่สุด หากจะให้อาการแขนขากระตุกและเจ็บหน้าอกบรรเทาลง
“เราแบ่งกันกินคนละครึ่งดีมั๊ย”
จิ้งหยวนพอจะเข้าใจความกลัวจากของที่ไม่รู้จักของมนุษย์ดี และพวกเขาจะปฏิเสธทันทีหากเจอสิ่งที่ไม่เคยเห็น
สำหรับไอติมเป็อะไรที่แปลกตาต่อคนของโลกนี้แน่นอน ดังนั้นเพื่อให้พวกเขาสบายใจ จิ้งหยวนก็ต้องกินด้วยเพื่อลดปัญหาว่ามีพิษ เป็ของที่กินได้และไม่มีอันตราย
“ดี ข้าเองก็อยากมีเพื่อนกิน”
องค์หญิงอู่หลิงยิ้มจนเห็นฟันเล็กๆ นางไม่ค่อยได้กินร่วมกับใคร แม้แต่ฝ่าาและฮองเฮา นางก็ได้แต่แยกโต๊ะซึ่งน้อยนักจะได้มีโอกาสกินอาหารพร้อมกับคนอื่น
จิ้งหยวนกัดไอติมก่อนคำหนึ่ง จากนั้นก็ยืนให้องค์หญิงตัวน้อย เพียงััแรกที่ลิ้นแตะ ความเย็นกับความหวานของโคลาโค่ลา ก็ทำให้นางรีบงับแทะกินเหมือนหนูแฮมสเตอร์ที่เจอของโปรด
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใจเย็นสิ มันเปื้อนหมดแล้วนะ”
จิ้งหยวนหัวเราะกับท่าทางของอีกฝ่าย เด็กกับของหวานเป็อะไรที่คู่กัน จนชั่วขณะนั้น เขาจะมีความคิดดีๆ เกี่ยวกับธุรกิจขนมหวาน แต่เขาก็ต้องระงับเอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้ต้องรีบกล่อมให้เด็กน้อยนอนหลับ เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้นจากความเหนื่อยที่ร่างกายสะสมมา
