เนื่องจากวัตถุดิบมีหลายอย่าง จ้าวจางิ่จึงให้ฮุยอินไปตามพ่อบ้าน และคนอื่นมาช่วยเพื่อนำไปเก็บที่ห้องเสบียง โดยแบ่งส่วนหนึ่งไว้สำหรับทำเป็มื้อเย็น แม้จะรู้สึกแปลกใจว่าสิ่งของเหล่านี้ มาอยู่ในห้องของเ้านายพวกตนได้อย่างไร แต่นั่นเป็คำถามที่ต้องเก็บไว้ในใจเท่านั้น
เมื่อเลือกที่จะซื่อสัตย์ภักดีกับจ้าวจางิ่แล้ว ถึงจะอยากรู้ถ้าเ้านายไม่บอกด้วยตนเอง พวกเขาไม่สมควรก้าวก่าย พ่อบ้านห้าวและเพ่ยตงที่มาช่วยยกของ จึงทำเพียงหน้าที่ของตนเท่านั้น
จ้าวจางิ่เดินตามทุกคนไปถึงห้องครัว เพื่ออธิบายถึงวัตถุดิบทั้งหมดว่าใช้สำหรับทำอะไร รวมถึงบอกว่าจะสอนแม่ครัวหงชิง หรือคนอื่น ๆ ที่สนใจอยากทำอาหารชนิดนี้เป็ เผื่อวันใดอยากกินจะได้ลงมือทำด้วยตนเองได้ทันที ไม่ต้องร้องขอให้แม่ครัวหงชิงทำให้
“คุณหนูเ้าคะ ของพวกนี้จะใช้ทำอาหารชนิดใดหรือเ้าคะ บ่าวไม่เคยเห็นผักที่เป็หัวหรือเ้าลูกสีแดงนี่มาก่อนเลยเ้าค่ะ” แม่ครัวหงชิงมองผักที่นางไม่รู้จัก เพราะั้แ่เล็กจนโตนางรู้จักอยู่ไม่กี่อย่าง
“อ้อ วัตถุดิบที่ทุกคนเห็นตรงหน้าทั้งหมด คือส่วนประกอบของอาหารชนิดใหม่ ที่ข้าจะทำให้ลองชิมก่อนจะทำขายเ้าค่ะ” จ้าวจางิ่ตอบคำถามแม่ครัวหงชิง รวมถึงบอกให้ทุกคนได้รับรู้เช่นกัน
“คุณหนูคิดอาหารรายการใหม่ได้แล้วหรือขอรับ แล้วมันมีชื่อเรียกว่าอันใด รสชาติเป็แบบไหนหรือขอรับ” จงเหลียนเอ่ยถามกับจ้าวจางิ่อย่างตื่นเต้น เมื่อได้ยินว่าจะมีอาหารรายการใหม่
“จงเหลียนให้มันน้อย ๆ หน่อย จะดีใจอะไรปานนั้น เอ่อ ว่าแต่ว่าอาหารรายการใหม่คุณหนูจะทำขายเมื่อใดหรือขอรับ” เป่าเฟิงทำทีปรามสหายร่วมงาน แต่ตนเองก็อยากรู้ไม่ต่างกัน
“หนอย เป่าเฟิงทำเป็ว่าผู้อื่น เ้าก็อยากรู้เหมือนกันมิใช่รึ เฮอะ”
“เอาล่ะ ๆ พวกเ้าหยุดเถียงกันได้แล้ว คุณหนูจะได้พูดต่อเกี่ยวกับอาหารใหม่เสียที” ห้าวเหลียงรีบห้ามทั้งสองคน ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับอาหารตรงหน้าแน่
“อาหารรายการใหม่เรียกว่า ‘ยำ’ ซึ่งวัตถุดิบทุกอย่างวางอยู่ตรงหน้าทุกคน อาจจะคิดว่าทำไมถึงมีวัตถุดิบหลายอย่าง แต่เมื่อนำพวกมันมาประกอบเป็อาหารแล้ว สีสันที่ตัดกันยิ่งชวนให้น่าทานมากขึ้น รสชาติของอาหารชนิดนี้จะมีสามรสคือ เผ็ด เปรี้ยว หวาน หากใครไม่ชอบรสเผ็ดก็ใส่พริกแค่เล็กน้อยก็ได้เช่นกัน
ส่วนจะทำขายเมื่อใดนั้นขึ้นอยู่กับว่า พี่จงเหลียนจะหาร้านค้าที่ทำเลดี ๆ ได้ และปรับปรุงร้านเสร็จก็สามารถทำขายได้ทันที” เพราะจงเหลียงไปเดินสำรวจร้านค้ามาบ้างแล้ว แต่เขาคิดว่าจะเข้าไปสอบถามที่ศาลาว่าการอีกครั้ง เพื่อถามราคาและร้านค้าที่้าขายเพิ่มเติม
“คุณหนูไม่ต้องห่วงขอรับ เื่ร้านค้าอีกไม่กี่วันบ่าวจะนำร้านค้าทำเลดี เหมาะกับกิจการของคุณหนูมาให้ท่านอย่างแน่นอน” จงเหลียนเองก็อยากให้กิจการของจ้าวจางิ่ ได้เปิดอย่างเป็ทางการโดยเร็ว
“ขอบคุณพี่จงเหลียนเ้าค่ะ เช่นนั้นตอนนี้พวกเรามาช่วยกันทำอาหารเถิด พวกท่านสามารถจดจำวิธีทำและลองทำได้ เพื่อหารสชาติที่ตนเองชอบ เผื่อวันไหนอยากกินก็ทำได้ทันที” เพราะทุกคนไม่ควรนั่งรอให้แม่ครัวหงชิงทำกับสาวใช้ หากทำเป็ย่อมเข้าครัวได้เสมอเมื่อหิว
“พวกเราต้องรบกวนคุณหนูช่วยสอนแล้วเ้าค่ะ และคิดว่าหากนำไปขายที่ร้านย่อมขายดีไม่ต่างจากลูกชิ้นปิ้ง ใช่ไหมพวกเรา” แม่ครัวหงชิงชื่นชอบการปรุงอาหารของจ้าวจางิ่ เพราะนางสามารถใช้เครื่องปรุงแปลกใหม่ ทำให้อาหารมีรสชาติกล่อมกล่มได้ง่ายเหลือเกิน
“ใช่ ๆ ๆ” ทุกคนไม่มีใครปฏิเสธหรือคัดค้าน ในสิ่งที่แม่ครัวหงชิงพูดแม้แต่คนเดียว
“มาเริ่มกันเถิดเพราะข้าก็ชักจะหิวขึ้นมาเหมือนกัน เริ่มจาก..”
โขลกพริกให้แหลกแล้วเริ่มทำน้ำยำ โดยการผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย เนื้อกระเทียมดอง น้ำกระเทียมดองและพริกโขลกเข้าด้วยกันแล้วพักไว้ จากนั้นตั้งน้ำจนเดือดใส่วุ้นเส้นลงไป รอจนน้ำเดือดอีกครั้ง เติมน้ำธรรมดาลงไปเพื่อเป็การทำให้วุ้นเส้นเหนียวนุ่ม คนสักครู่ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
ต่อด้วยตั้งน้ำจนเดือดอีกครั้ง ใส่หมูสับลงไปรวนพอสุกตักขึ้นพักไว้ ใส่หมูสับรวนกับวุ้นเส้นลวกคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ขึ้นฉ่าย ต้นหอม หอมใหญ่ และมะเขือเทศคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็ได้ยำวุ้นเส้นรสแซ่บพร้อมทาน
ทุกคนในห้องครัวเริ่มกลืนน้ำลาย ั้แ่ได้กลิ่นของน้ำยำที่ปรุงไว้ ยิ่งเห็นจ้าวจางิ่นำวัตถุดิบทุกอย่าง ลงไปคลุกเคล้าในชามใบใหญ่ ก็ยิ่งมีสีสันน่าทานอย่างที่พูดจริง ๆ
แม้แต่เสิ่นหนิงเทียนผู้ที่ตามหาจ้าวจางิ่ เพราะมีเื่้าพูดคุยกับนาง ยังแอบกลืนน้ำลายเมื่อเดินมาถึงด้านนอกห้องครัว เขาปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่านางมีฝีมือด้านนี้อย่างแท้จริง
เป็หลิงฉีที่หันไปเห็นเสิ่นหนิงเทียน จึงเรียกให้เขามาชิมยำวุ้นเส้นด้วยกัน “อาเทียนรีบมาเร็วเข้า คุณหนูทำอาหารรายใหม่ให้พวกเราชิม กลิ่นของมันชวนน้ำลายไหลมากเลยนะ”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
“เอาล่ะ เสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่หนิงอวี่ช่วยตักใส่จานให้ข้ากับคุณชายเสิ่น และยกไปที่ศาลาด้านนอกนะเ้าคะ ใครอยากทานเพิ่มลองทำเองได้ ไม่ต้องกลัวว่าวัตถุดิบจะหมดถ้าหมดค่อยซื้อใหม่เ้าค่ะ” จ้าวจางิ่เห็นสายตาของเสิ่นหนิงเทียน ที่มองมาคล้ายกับมีเื่บางอย่าง ้าพูดคุยกับนางเป็การส่วนตัว
เสิ่นหนิงเทียนไม่คิดว่าเด็กน้อยตรงหน้า จะคาดเดาความคิดของเขาได้ “ข้าขอรบกวนเวลาคุณหนูจ้าวสักประเดี๋ยว มีเื่บางอย่างอยากจะหารือกับท่านเล็กน้อย”
“ได้เ้าค่ะ เชิญคุณชายเสิ่นที่ศาลาด้านนอก จะได้พูดคุยเป็การส่วนตัวเ้าค่ะ”
จ้าวจางิ่เดินนำเสิ่นหนิงเทียนไปยังศาลา ที่อยู่ใต้ต้นไม้ให้ความร่มรื่นและนั่งสนทนาได้สะดวก เมื่อทั้งคู่นั่งลงจึงเป็เสิ่นหนิงเทียน ที่เอ่ยสนทนากับจ้าวจางิ่ก่อน
“ข้าขอไม่อ้อมค้อมคนของคุณหนูจ้าว พร้อมออกเดินทางไปส่งข้าที่เมืองหลวงเลยหรือไม่ ยามนี้ข้าดีขึ้นมากเกือบหายเป็ปกติแล้ว ส่วนคนสนิททั้งสองั้แ่ได้ยาของคุณหนูจ้าว าแประสานกันได้เร็วเริ่มขยับตัวไปมาได้” เขาอยากกลับให้เร็วที่สุด เพราะอยากเห็นสีหน้าของคนที่ลอบทำร้ายว่า จะทำสีหน้าเช่นไรเมื่อเขาปรากฏตัวในเมืองหลวง
“อ้อ ที่คุณชายเสิ่นให้พ่อบ้านห้าวมาขอกระดาษกับหมึก เพราะได้ส่งข่าวถึงครอบครัวแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ” เื่นี้จ้าวจางิ่เข้าใจกับความ้าของคนตรงหน้า
“อืม ข้าเกรงว่าเื่การหายตัวไปนานเช่นนี้ จะทำให้มารดาเป็ห่วงจนล้มป่วย จึงอยากให้คนในครอบครัวได้รู้ ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดีจากการช่วยเหลือของคุณหนูจ้าว” เขายอมรับออกไปตามตรง
“น้าเหว่ยหงกับคนอื่น ๆ ย่อมพร้อมออกเดินทางทุกเมื่อ แต่เื่อาการาเ็จะดูเบาไม่ได้เด็ดขาดเ้าค่ะ เอาเช่นนี้อีกสองสามวันหลังข้ากลับมาจากหมู่บ้านนอกเมือง จะตามท่านหมอมาตรวจอาการพวกท่านอีกครั้ง หากท่านหมอบอกว่าสามารถเดินทางไกลได้ ข้าจะให้น้าเหว่ยหงไปส่งท่านที่เมืองหลวงเป็อย่างไรเ้าคะ” จ้าวจางิ่แม้อยากได้เงินรางวัลโดยเร็ว แต่อาการาเ็มิใช่เื่ล้อเล่น หากรักษาไม่ดีมีสิทธิ์อันตรายต่อชีวิตได้
“ตกลง ข้าจะรอฟังการตรวจจากท่านหมอ ตามที่คุณหนูจ้าวบอกก็แล้วกัน”
“เ้าค่ะ ถ้าหากข้าไม่อยู่รบกวนคุณชายเสิ่น ช่วยดูแลจวนให้ข้าไปพลางก่อนนะเ้าคะ ตอนนี้มาชิมยำวุ้นเส้นของข้าก่อนเถิด ท่านติชมรสชาติตามจริงได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ข้าจะได้นำไปปรับปรุงก่อนทำขายเ้าค่ะ” นางอยากให้เสิ่นหนิงเทียนลองชิม เพราะไม่รู้ว่าเขาทานอาหารรสเผ็ดร้อนได้หรือไม่
“ได้สิ”
เพียงแค่คำแรกทำเอาเสิ่นหนิงเทียนตาโต รสชาตินี้เขาไม่เคยกินมาก่อน แม้จะมีความเผ็ดร้อนแต่ไม่ได้มากจนทานไม่ไหว ความเข้ากันของวัตถุดิบ ทำให้เขาหยุดกินไม่ได้จริง ๆ จนนึกขึ้นได้ว่าจ้าวจางิ่ ยังนั่งอยู่ด้านข้างเพื่อรอฟังคำติชมของตน
“อึก เอ่อ ขออภัยที่เสียมารยาท เ้ายำวุ้นเส้นที่คุณหนูจ้าวทำรสชาติกลมกล่อมมาก ทำให้ข้าหยุดกินไม่ได้ขายหน้าท่านแล้ว ถ้าหากทำขายย่อมมีลูกค้าติดใจได้ไม่ยาก” เสิ่นหนิงเทียนรีบกล่าวคำชื่นชม ที่เขาพูดออกมาจากใจจริงมิได้เสแสร้งแต่อย่างใด
“จริงหรือเ้าคะ ได้รับคำชมจากคุณชายเสิ่นเช่นนี้ หากเปิดร้านค้าเมื่อใดลูกจ้างในร้านคงเหนื่อยแน่ ๆ ขอบคุณสำหรับคำติชมเ้าค่ะ เชิญท่านทานต่อเถิดประเดี๋ยวยังต้องทานยานะเ้าคะ” จ้าวจางิ่แม้จะมั่นใจว่ารสชาติของยำวุ้นเส้น ที่ทำให้ทุกคนชิมในวันนี้ย่อมอร่อยถูกปาก แต่ยัง้าคำติชมของคนในยุคนี้ไว้ก่อน
“คุณหนูจ้าวก็ทานด้วยกันเถิด ท่านอุตส่าห์ลงมือทำด้วยตนเองทั้งที และอย่าหักโหมทำงานจนเกินไปนัก อย่าลืมว่าท่านเพิ่งจะอายุเพียงหกหนาว การพักผ่อนย่อมสำคัญต่อร่างกายเช่นกัน” เสิ่นหนิงเทียนไม่ลืมเตือนเื่การพักผ่อน เพราะถึงอย่างไรจ้าวจางิ่ก็ยังเด็กกว่าตนเองมาก
“ข้าจะจำคำของคุณชายเอาไว้เป็อย่างดี ตอนนี้มีคนช่วยงานเพิ่มมาตั้งหลายคน ข้าต้องมีเวลาพักผ่อนให้เหมาะสมอย่างแน่นอน แต่ไม่ว่าอย่างไรงานที่ไม่ใช้แรงยังคงทำเช่นเดิมเ้าค่ะ แหะ ๆ ๆ” จ้าวจางิ่กำลังคิดเื่ที่จะให้เป่าเฟิง และจงเหลียนกับหลิวฉีไปขายลูกชิ้นปิ้งแทน ส่วนตนเองจะศึกษาความรู้ของแคว้นเฉินแห่งนี้ รวมถึงกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ ที่ต้องเรียนรู้ไว้เป็พิเศษ
หลังจากทุกคนได้ชิมอาหารชื่อว่ายำวุ้นเส้น ที่รสชาติจัดจ้านถูกอกถูกใจกันเสียเหลือเกิน จึงได้ลองทำตามที่จ้าวจางิ่สอน เพราะเหล่าลูกจ้างที่เป็บุรุษย่อมไม่อิ่มท้อง กับยำวุ้นเส้นชามเล็ก ๆ เพียงเท่านั้นอยู่แล้ว พวกเขาต่างปรุงรสชาติที่ตนชื่นชอบ เสียงถกเถียงและหัวเราะในห้องครัว ช่วยทำให้จวนขนาดกลางนี้มีสีสันขึ้นไม่น้อย
ส่วนจ้าวจางิ่ไม่ลืมกำชับพ่อบ้านห้าว ให้ช่วยดูแลคนที่เรือนเล็กแทนตนเอง แม้จะยังเป็เด็กแต่นางรู้ขอบเขตเป็อย่างดี ยิ่งยุคโบราณนั้นถือเื่ระหว่างหญิงชาย การระมัดระวังไว้ก่อนย่อมเป็เื่สมควรทำ แม้จะมีสาวใช้สองคนข้างกายก็ตามที
