จางเจียิมีสีหน้าลำบากใจ ถึงอย่างไรเฉินเทียนเหลยก็ซื้อเสบียงพวกนี้ให้เพราะฮั่วเสี่ยวเหวิน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้กินแม้แต่โจ๊กขาว
เ้าอ้วนยิ้ม และหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“ฉันรู้ว่าเธอชอบกินอันนี้ เลยตั้งใจขโมยมาจากบ้านโดยเฉพาะ ลองกินดูสิ”
ผลซานจา [1] ไม่กี่เม็ดนอนอยู่บนฝ่ามือเ้าอ้วน ดูแล้วน่ารักยิ่ง
ฮั่วเสี่ยวเหวินได้ยินเสียงกลืนน้ำลายในคอของตัวเอง
เห็นเธอมีอาการเช่นนี้ เ้าอ้วนก็ยิ้มจนตาหยี เขายัดผลซานจาไม่กี่เม็ดนั้นใส่มือของฮั่วเสี่ยวเหวินทันที
จากนั้นยื่นมือไปลูบรอยแผลที่ถูกตีบนหลัง
ใครจะไปคิดว่าฮั่วเสี่ยวเหวินจะยัดผลซานจาเม็ดหนึ่งใส่ปากจางเจียิ
“พี่ชาย พี่ลองชิมดู”
จางเจียิยังไม่ทันเห็นว่าคืออะไรก็ถูกยัดผลซานจาเม็ดหนึ่งเข้ามาในปากเสียแล้ว
“เธอเก็บไว้กินเองเถอะ”
จะคายผลซานจาในปากออกมาก็ไม่ใช่เื่ เขาจึงทำได้แต่กัดลงไป รสเปรี้ยวหวานแผ่ซ่านในปากจนอดหยีตาไม่ได้
เ้าอ้วนยืนหัวเราะอยู่ข้างๆ
“หากชอบกิน ครั้งหน้าฉันจะเอามาให้มากหน่อย”
“โอ๊ะ พวกเธอกำลังกินของอร่อยอะไรกันอยู่เหรอ?”
เมื่อเ้าอ้วนพูดจบ ก็มีเสียงคนดังขึ้นที่ด้านนอก
ฮั่วเสี่ยวเหวินฟังออกว่าเ้าของเสียงนั้นคือหลิวชุ่ยฟาง
เธอรีบเก็บผลซานจาที่ยังไม่ทันได้กินลงในกระเป๋าเสื้อ และใช้มือลูบให้เรียบอย่างเร่งรีบ
หลิวชุ่ยฟางเดินก้าวเล็กๆ เข้ามา มือทั้งสองข้างไขว้ไว้ที่ด้านหลัง
เธอกวาดตามองรอบๆ ดูเหมือนจะไม่เจอของอร่อยที่หวังไว้ เธอจ้องไปที่จางเจียิกับฮั่วเสี่ยวเหวินตาเขม็ง
“เมื่อครู่ฉันได้ยินพวกเธอพูดว่าอะไรนะ? ของอร่อย มันคือสิ่งใดหรือ? เอาออกมาให้ป้าชิมบ้างสิ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินด่าอีกฝ่ายในใจว่าช่างหน้าไม่อาย แม้ผลซานจาจะเป็ขนมที่แสนธรรมดา แต่ก็ถือว่าเป็ของหรูหราสำหรับชนบทในยุคนี้
เธอเชิดหน้าเรียวแหลมขึ้น
“คุณป้า เ้าอ้วนเก็บพุทราเปรี้ยวสองลูกได้จากต้นพุทราแถวสุสานหนานซานค่ะ ได้ยินว่าบนต้นยังมีอีกเยอะ”
หลิวชุ่ยฟางตาลุกวาวทันที “ยังมีอีกเยอะจริงเหรอ?”
“ใช่ค่ะๆ พวกหนูตั้งใจจะไปเก็บ คุณป้าอย่าบอกใครนะคะ”
หลิวชุ่ยฟางทำหน้าสงสัย เธอเดินไปมาระหว่างสองห้อง เมื่อเห็นว่าจางเจียิต้มโจ๊กขาวเธอก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี
“นี่ นี่ นี่ เธอไปขโมยข้าวสารจากที่ไหน?”
เ้าอ้วนจะอธิบาย แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินโมโหเข้าแล้ว เธอเดินเข้าไปผลักหลิวชุ่ยฟาง “พูดบ้าอะไรของคุณ คุณลุงของหนูซื้อให้ต่างหาก หนูเพิ่งบอกไปว่าทีู่เาหนานซานมีพุทราเปรี้ยว คุณก็เริ่มหาว่าพี่ชายของหนูขโมยของเสียแล้ว หากวันหลังมีของดีจะไม่บอกคุณอีกแล้ว”
เธอเบะปาก ก่อนจะเดินไปปีนขึ้นเตียงอิฐในห้อง
หลิวชุ่ยฟางรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้น ฉันไปก่อนล่ะ”
เมื่อรวมเข้ากับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ เธอย่อมเข้าใจได้ว่าเ้าหน้าที่คนนั้นคือคุณลุงของฮั่วเสี่ยวเหวิน ดูท่าว่าบ้านฮั่วจะไม่มีวันได้พบ่เวลาอันแสนสุขอีกต่อไปแล้ว เหตุเพราะไปมีเื่กับนายทหารคนนั้นเข้า
เมื่อหลิวชุ่ยฟางออกไปจากบ้านจางก็เจอกับยายแก่ฮั่วเข้าพอดี ยายแก่กำลังเหนื่อยหอบจากการไล่หมูตัวหนึ่ง
“อุ๊ยแหม จะยังมัวไล่ต้อนหมูอยู่อีกหรือจ๊ะ หลานสาวของยายกลับมาแล้ว ยายคงยังไม่รู้สินะ คุณลุงของหลานสาวยายช่างไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงกับซื้อข้าวสารให้บ้านจางเสียด้วย ตอนนี้เ้าหนุ่มบ้านจางกำลังต้มโจ๊กขาวร้อนๆ อยู่ จิ๊ๆๆ พวกยายทำน้องสาวเขาตาย ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ไม่รู้ว่าจะจัดการพวกยายอย่างไรดีเลย”
ได้ยินดังนี้ ยายแก่ฮั่วก็โยนกิ่งหลิวในมือทิ้งทันที “ถุย พล่ามบ้าบออะไรของแก ฉันยังไม่โทษที่หล่อนไม่มีหลานชายให้ฉันเลย ตัวซวยจริงๆ หากไม่เพราะแต่งผู้หญิงแบบนี้เข้าบ้าน บ้านฮั่วของฉันคงไม่เป็แบบนี้”
หลิวชุ่ยฟางกลัวเื่จะไม่บานปลาย จึงรีบพูดเสริม “เมื่อก่อนบ้านพวกของยายย่ำแย่กว่านี้เสียอีก หล่อนเป็สาวสวย ช่างน่าเสียดายที่ต้องมาแต่งเข้าบ้านยาย”
“ฉันจะฉีกปากแกเดี๋ยวนี้ ปากเลวๆ ที่เก่งแต่นินทาลับหลัง”
ยายแก่ฮั่วหยิบกิ่งหลิวที่โยนทิ้งก่อนหน้านี้ฟาดใส่หลิวชุ่ยฟาง “วันนี้ฉันจะสั่งสอนคนปากมากอย่างแกให้ได้”
ด้วยเหตุนี้ จึงมีเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังขึ้นที่ใต้ต้นหลิวหน้าหมู่บ้าน
“ช่วยด้วย คนเสียสติจากบ้านฮั่วทำร้ายคนแล้ว”
ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงรีบเข้ามาแยกทั้งสองออกจากกัน หลิวชุ่ยฟางถูกฟาดไปหลายครั้ง แม้จะถูกหญิงชาวบ้านสองคนดึงไว้แต่ก็ยังจะถีบใส่ยายแก่ฮั่วต่อ ปากของหล่อนส่งเสียงร้องโวยวายไม่หยุด
“นายทหารก่อนหน้านี้ควรยิงพวกยายสองแม่ลูกทิ้งไปเสีย อย่างไรก็ไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว”
“ปากเก่งนักเหรอ ฉันจะฉีกปากแกเดี๋ยวนี้แหละ”
ตอนนี้ยายแก่ฮั่วดูไม่เหมือนคนมีอายุสักนิด ทั้งสองเข้าต่อสู้กันอีกครั้ง
สิบนาทีต่อมา ในที่สุดทุกคนก็จับสองคนนี้แยกกันได้สำเร็จ สถานการณ์ดูน่าเวทนายิ่งนัก เ้าหมูที่ถูกยายแก่ฮั่วไล่ตามก่อนหน้านี้นอนหมอบห่างจากทั้งคู่ไกลสิบกว่าเมตร มันมองทั้งสองสู้กันราวกับคนบ้าด้วยความสงสัย
ผมของหลิวชุ่ยฟางถูกกระชากจุกใหญ่ หนังศีรษะมีหยาดเืปริซึม
สภาพของยายแก่ฮั่วไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก ใบหน้าช้ำม่วงเป็จุดๆ เบ้าตาซ้ายเป็สีม่วง ปากร้องโวยวายจะสู้ต่อ
หลิวชุ่ยฟางก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ส่วนฮั่วต้าซานที่ได้ยินเื่ราวทั้งหมดก็รีบกลับจากไร่นา เมื่อเห็นแม่ตัวเองถูกทำร้ายก็ทำท่าจะแบกจอบพุ่งเข้าใส่หลิวชุ่ยฟาง แต่ยังดีที่ทุกคนดึงตัวเขาเอาไว้ก่อน หลิวชุ่ยฟางจึงหลบหนีไปได้ หล่อนลืมเื่พุทราเปรี้ยวไปสนิท
ฝูงชนที่มามุงดูแยกย้ายกันกลับไปอย่างรวดเร็ว ยายแก่ฮั่วโมโหเดือดดาล นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของหลิวชุ่ยฟางแล้วก็เกือบถ่มน้ำลายใส่หน้าบุตรชาย
“แกนี่มันไม่ได้เื่ ดูลูกสาวของแกสิ หนีไปอยู่บ้านคนอื่น ทั้งลุงของหล่อนยังซื้อข้าวสารให้ไม่น้อย เป็ลูกสาวของตัวเองแท้ๆ แต่กลับยกผลประโยชน์ให้คนอื่น หน้าไม่อายจริงๆ”
ฮั่วต้าซานเข้าประคองแม่ตัวเองที่หน้าตามอมแมมลุกขึ้นจากพื้น “แม่หมายถึงไอ้หนูบ้านจางหรือ?”
ยายแก่ฮั่วทำท่าจะโวยวายต่อ แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดก็ต้องจับเอวตัวเองร้องโอดโอยเสียก่อน
“หลิวชุ่ยฟางปากเสีย ฉันอยากฉีกปากมันมานานแล้ว กล้าดียังไงมาบอกว่านังแม่ไก่ไม่ออกไข่นั่นตายเพราะพวกเรา หากไม่ใช่เพราะบ้านเราเมตตาเลี้ยงหล่อนไว้ หล่อนคงตายไปนานแล้ว ซวยจริงๆ ที่แต่งลูกสะใภ้แบบนี้เข้าบ้าน”
ยายแก่ออกท่าออกทางใหญ่โต ปากพ่นคำด่าไม่ยอมหยุด
ฮั่วต้าซานทำหน้าตาดุร้าย
“ไป พวกเราไปบ้านจาง อย่างไรนังเด็กนั่นก็เป็ลูกสาวของผม อยากจะรู้นักว่าจะกล้ามีเื่กับพ่อตัวเองไหม? มารดามันเถอะ เป็แค่เด็กแต่คิดจะขัดคำสั่งผู้ใหญ่”
.....
จางเจียินั่งยองอยู่หลังเตาดิน ไม่นานไฟก็จุดติด ส่วนน้ำในหม้อก็เดือดแล้วเช่นกัน ฮั่วเสี่ยวเหวินเตรียมเทข้าวสารที่อยู่ในกะละมังล้างหน้าขึ้นสนิมลงในหม้อ
เชิงอรรถ
[1] ซานจา(山楂) เป็ไม้ผลขนาดเล็กประเภทเบอร์รี่ชนิดหนึ่งในสกุลฮอว์ธอร์น ของวงศ์กุหลาบ คนส่วนมากรู้จักในฐานะเป็ผลไม้และขนมหวานกินเล่น ผลซานจาสีแดงรสเปรี้ยวจัดมักจะนิยมนำมาแปรรูปเป็ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ ซานจาแผ่นซานจาอบแห้ง แยมผลไม้ เยลลี่ น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดต่าง ๆ