ศาลากลางสวนยังคงเงียบสงบ
มีเพียงเสียงน้ำจากน้ำพุที่ดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ คล้ายกำลังกลบความตึงเครียดบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เอเลน่านั่งอยู่ที่เดิม ท่าทางผ่อนคลายราวกับไม่รู้เื่รู้ราว มือเล็กวางบนโต๊ะหินอ่อนอย่างเรียบร้อย ใบหน้าสงบนิ่ง ดวงตาสีแดงอ่อนทอดมองผิวน้ำในสระอย่างเฉยเมย
ไม่นาน เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดินในสวน นีน่าเดินนำหน้า ตามหลังมาด้วย อเดล แอนนา และเฮเลน ในตอนแรก ทั้งสามเดินมาอย่างเชิดหน้าไม่ปิดบัง
อเดลยกคางขึ้นเล็กน้อย สีหน้าฉายแววดูแคลน ราวกับการถูกเรียกมาพบ “เด็กนอกคอก” เป็เื่น่าขำมากกว่าน่ากังวล แอนนาเดินเคียงข้างด้วยท่าทีหยิ่งยโส รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากบ่งบอกชัดว่าไม่ได้เห็นเอเลน่าอยู่ในสายตา
ส่วนเฮเลน แม้จะไม่แสดงออกมากนัก แต่ท่าทางก็ยังเต็มไปด้วยความถือดี เดินตามมาอย่างไม่ใส่ใจ
ทว่า…
เมื่อพวกเธอก้าวเข้าใกล้ศาลามากขึ้นเรื่อยๆบางอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป บรรยากาศรอบตัวเอเลน่าหนักแน่นอย่างประหลาด ไม่ใช่แรงกดดันที่มองเห็นได้ ทำให้หัวใจรู้สึกอึดอัดโดยไม่ทราบสาเหตุ
อเดลเป็คนแรกที่รู้สึกได้ ฝีเท้าของเธอชะลอลงโดยไม่รู้ตัว คิ้วขมวดเล็กน้อย แอนนาหยุดยิ้ม เสียงหัวเราะเบาๆ ที่คิดจะเปล่งออกมาหายไปกลางคัน แม้แต่เฮเลนที่เงียบอยู่แล้ว ก็เผลอกำมือแน่นเล็กน้อย
เด็กคนนี้…ไม่เหมือนที่เคยเห็น ไม่ใช่เด็กสาวที่ก้มหน้า หลบสายตาไม่ใช่เด็กนอกคอกที่ควรยืนอยู่มุมใดมุมหนึ่งของคฤหาสน์ เอเลน่านั่งอยู่ตรงนั้น นิ่ง สงบ และมั่นคง นีน่าหยุดยืนข้างศาลา ก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อย
“คุณหนูคะ… พามาแล้วค่ะ”
เอเลน่าหันสายตาช้าๆ จากสระน้ำมาทางพวกเธอ ก่อนจะเอียงศีรษะเล็กน้อย สีหน้าฉายแววสงสัยใสซื่อ
“พามา?”เธอทวนคำเสียงเบา
“พาใครมาหรือคะ นีน่า”นีน่าชะงัก
หัวใจหล่นวูบลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ขณะที่คนรับใช้ทั้งสามมองหน้ากันอย่างงุนงง ความหยิ่งพยองที่ติดตัวมาตอนแรก ค่อยๆ ถูกกลืนหายไปกับบรรยากาศเงียบงันในศาลา เอเลน่ามองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ
“หรือว่าพวกคุณเอาขนมมาให้หนูหรอคะ”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ยิ้มและทำท่าทางน่ารักไร้เดียงสา
“หนูให้นีน่าไปเอาขนมกับชามาให้ เห็นบอกว่า...มีคนไม่ให้เธอนำขนมมาให้หนู แถมแก้มยังแดงกลับมาอีกคงจะเจ็บน่่าดู หนูกำลังคิดอยู่พอดีเลย ว่าจะไปเอาเองที่ห้องครัวค่ะ”
นีน่ายืนนิ่ง มือที่ประสานกันแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้…คุณหนูเรียกพวกเขามาเองไม่ใช่หรือคะ?แต่คำถามนั้นติดอยู่ในลำคอ เมื่อภาพตรงหน้ากลับไม่เหมือนอย่างที่คิดไว้เลยสักนิดเ
อเลน่าที่นั่งอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ แตกต่างจากเด็กสาวที่เพิ่งเอ่ยเสียงเ็าเมื่อครู่ราวกับเป็คนละคน
รอยยิ้มอ่อนโยน น้ำเสียงใสซื่อ ดวงตาสีแดงอ่อนที่ดูบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา หากใครมองจากภายนอก…คงไม่มีวันเชื่อว่าเด็กคนนี้จะเป็ฝ่าย “เรียก” คนทั้งสามมาเอง หรือ…หรือว่าเมื่อครู่เธอเข้าใจผิดกันแน่?
หากเป็เช่นนั้นจริง การที่เธอพาคนรับใช้ทั้งสามมาที่นี่ อาจถูกมองว่าเป็การโกหก…หรือแย่กว่านั้น คือการใส่ร้ายผู้อื่น และนั่น…อาจทำให้เธอโดนกลั่นแกล้งหรือโดนมองด้วยสายตาสมเพชจากคนอื่นๆ
ขณะที่นีน่ายังสับสน อเดลกลับเป็ฝ่ายหัวเราะเบา ๆ ออกมาก่อนเสียงหัวเราะนั้นแฝงไปด้วยความโล่งใจมากกว่าความเยาะเย้ย
“โธ่เอ๊ย…ฉันก็นึกว่าเื่อะไร”เธอส่ายหน้าเล็กน้อย มองเอเลน่าด้วยสายตาที่กลับไปดูแคลนเหมือนเดิม
“ก็ยังเป็เด็กเหมือนเดิมนี่นา คิดมากกันไปเอง”แอนนายกมือปิดปาก ยิ้มบาง ๆ อย่างถากถาง
“จริงสิ เด็กนอก…เอ่อ คุณหนูอะไรนั่น จะไปคิดอะไรซับซ้อนได้ล่ะ”
น้ำเสียงนั้นแสร้งสุภาพ แต่คำพูดกลับบาดลึก เฮเลนพยักหน้าเห็นด้วยเบาๆ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คล้ายถูกสลายไปอย่างง่ายดาย พวกเธอคิดไปเอง เด็กคนนี้ก็แค่เด็กที่ไม่รู้เื่รู้ราวเหมือนเดิม
เอเลน่ายังคงนั่งนิ่ง ฟังทุกคำพูดด้วยสีหน้าใสซื่อ เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้น
“อย่างนั้นเหรอคะ”เสียงเล็กๆหวานใสจนแทบไม่มีพิษภัย
คำพูดนั้นยิ่งทำให้อเดลยิ้มอย่างผู้ชนะ
ทั้งสามคนแลกสายตากัน อเดลเหมือนคิดอะไรได้ จึงกระซิบกับ แอนนา และ เฮเลน อย่างสนุกสนาน และหันมามองเด็กที่อยู่ตรงหน้า
“คุณหนู...รู้ไหมคะ ที่สวนแห่งนี้มีไว้ให้คนในตระกูลสายหลักเท่านั้นนะคะ ที่จะเข้ามาได้”อเดลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันอย่างเห็นได้ชัด เอเลน่าทำหน้าสับสน ก้มหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงเบา
“แต่หนูเคยมาที่นี่กับท่านพ่อค่ะ ท่านพ่อบอกหนูเข้ามาตอนไหนก็ได้ค่ะ”
ทั้งสามได้ฟังคำนั้นก็หัวเราะคิกคัก
“แต่ว่าั้แ่ท่านเซเรนไม่อยู่ คุณหนูก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่นะคะ อ่อ...แล้วก็ส่วนขนมที่คุณหนูขอมานั่นก็ไม่มีสิทธิ์เหมือนกันค่ะ”แอนนากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆปนกลั้นขำ
“ เพราะฉะนั้น หากให้ดิฉันแนะนำ คุณหนูควรเก็บตัวอยู่ในห้อง อย่างที่เคยทำมาดีกว่านะคะ หากออกมาเดินข้างนอกบ่อยๆ ท่านอื่นเห็นคุณหนูเข้าอาจทำให้อารมณ์เสียและโดนเกลียดได้นะคะ ” อเดลพูดปนขำออกมาอย่างเปิดเผย
“ นี่พวกเธอหยุดเดี๋ยวนี้นะ..พูดกับคุณหน-- ” นีน่าพูดไม่ทันจบ มีแรงฉุดผมที่มัดเป็มวยของเธอกระฉากไปด้านหลัง เฮเลนจับผมของนีน่่าไว้โดยไม่พูดอะไร
“ แหมเดี๋ยวนี้พักดีเชียวนะ เกิดอะไรขึ้นหล่ะ ทีเมื่อก่อน ยังไม่เห็นจะสนใจด้วยซ้ำว่าคุณหนูจะโดนใครกลั่นแกล้งยังไง ”อเดลพูดกับนีน่่าที่กำลังโดนกระชากผมไว้
“อย่าทำนีน่านะคะ” เอเลน่าลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือเล็กจับกระโปรงของอเดล พยายามดึงเธอให้ออกห่าง อเดลหันมาสบัดตัวอย่าง
กะทันหัน ทำให้เอเลน่าเลยว่าล้มหงายไปด้านหลัง
“นี่พวกคุณทำอะไรกันหน่ะครับ!”
