ครั้นกู้อวี้และเจินเจินพาคนป่วยไปถึงโรงหมอไป๋เฉาถัง ก็พบกับหมอเหยาซึ่งอยู่ที่นั่นพอดี จึงรีบบอกให้ทุกคนเข้าไปด้านใน ก่อนจะตรวจชีพจรให้แก่หยางเม่าหลิน ทว่าเมื่อได้ตรวจชีพจรเสร็จสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็ไม่ดีนัก “คนผู้นี้ได้รับาเ็สาหัสคงยากที่จะรักษาชีวิตไว้ แต่ว่าท่านหมอเทวดาชวีเคยมอบยาขวดหนึ่งไว้ให้แก่ข้า เพียงแต่ยานี้มีราคาแพง เม็ดละหนึ่งร้อยตำลึง แต่แม้ใช้ยาของหมอเทวดาชวี ก็อาจจะมีโอกาสรอดเพียงแค่ครึ่งเท่านั้น พวกเ้ายินดีที่จะลองหรือไม่”
กู้อวี้กับเจินเจินบังเอิญเจอเด็กหนุ่มสองคนนี้ข้างถนนและได้ช่วยเอาไว้ เมื่อค่ารักษามีราคาแพงหมอเหยาจึงต้องแจ้งอีกฝ่ายเอาไว้ก่อน อย่างไรเสียตนก็ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินใจแทนทั้งคู่
ครั้นได้ยินว่าการจะช่วยพี่ชายนั้นต้องใช้เงินถึงหนึ่งร้อยตำลึง ทั้งยังมีโอกาสรอดเพียงแค่ครึ่งเดียว หยางเม่าเฉวียนก็เผยสีหน้าสิ้นหวังออกมา ตนไม่มีหน้าไปขอให้แม่นางน้อยและคุณชายช่วย เพราะต้องใช้เงินถึงหนึ่งร้อยตำลึงเชียวนะ! ทั้งชีวิตนี้เขาไม่อาจหาเงินจำนวนที่ว่าได้เลย
“ช่วย!” ทันใดนั้นกู้อวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“เ้าวางใจเถอะ พวกเรามีเงินช่วยชีวิตพี่ชายของเ้า แต่จะช่วยกลับมาได้หรือไม่นั้นอยู่ที่์ลิขิต” เจินเจินพูดกับหยางเม่าเฉวียนที่ยังยืนนิ่งอย่างสิ้นหวัง
หยางเม่าเฉวียนได้ยินวาจาของคนทั้งคู่ก็ถึงกับน้ำตาไหลอาบหน้า เด็กชายคุกเข่าแล้วโขกศีรษะลงกับพื้น “ข้า…ข้ายินดีมอบชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณคุณชายกับแม่นางน้อย!”
เจินเจินพยุงตัวหยางเม่าเฉวียนขึ้น “ข้าไม่อยากได้ชีวิตของเ้าเสียหน่อย กินก็ไม่ได้ ทั้งยังมีราคาแค่ไม่กี่ตำลึง”
หมอเหยา “…”
‘แม่นางน้อย อย่างไรเ้าก็เป็ผู้ช่วยชีวิตของเขา ประโยคนี้ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้กระมัง’
“เอาละ ในเมื่อพวกเ้ายินดี ข้าจะช่วยชีวิตเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างสุดความสามารถ” หมอเหยากล่าวคำ และบอกให้ทุกคนออกไปรอที่ห้องโถง แลเห็นในห้องนี้ไม่มีผู้อื่น กู้อวี้จึงเอ่ยถามเื่ราวที่เกิดขึ้นกับหยางเม่าเฉวียน
ครั้นนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สีหน้าหยางเม่าเฉวียนมีแววขึ้งโกรธ “ท่านพี่ของข้าไปมอบตัวกับที่ว่าการอำเภอ ข้าเป็ห่วงจึงแอบตามไปคอยดูอยู่ไกลๆ หากต่อมาเ้าหน้าที่ของที่ว่าการอำเภอก็โยนท่านพี่ออกมา”
“ไปมอบตัวก็มีความผิดด้วยหรือ” เจินเจินหันไปถามกู้อวี้อย่างไม่เข้าใจ
กู้อวี้ส่ายศีรษะ พลางคิดในใจว่าถึงแม้จะทำความผิด แต่การไปมอบตัวถือว่าไม่ผิด การที่เ้าหน้าที่กระทำเช่นนี้อาจเป็เพราะก่อนหน้าพวกเขาได้จับตัวคนร้ายและลงโทษปะาไปแล้ว ทว่าจู่ๆ วันหนึ่งกลับมีคนมาที่ว่าการอำเภอแล้วบอกว่าเป็คนร้ายตัวจริง หากเื่นี้เผยแพร่ออกไปจะเป็การพิสูจน์ว่าพวกเขาตัดสินคดีอย่างไม่ยุติธรรม
‘หึ เ้าหน้าที่ของที่ว่าการอำเภอแห่งนี่ช่างทำงานซื่อตรงดีจริงๆ! นายอำเภอก็ช่างเป็คนดีเหลือเกินเช่นกัน!’
“เอาละ พักเื่นี้เอาไว้ก่อน เ้าห้ามเอาเื่นี้ไปพูดกับใครเป็อันขาด” กู้อวี้กำชับ
หยางเม่าเฉวียนร่ำไห้ออกมาพลางพยักหน้า “ขอรับ ข้าบอกแค่คุณชายกับแม่นางน้อยเท่านั้น”
“เ้ารออยู่ที่นี่ ข้ากับเจินเจินจะออกไปซื้อของสักหน่อย อีกประเดี๋ยวจะกลับมา ไม่ต้องเป็ห่วงเื่ค่ารักษาหยางเม่าหลิน พวกข้าจะกลับมาจ่ายให้อย่างแน่นอน” กู้อวี้พูดกับหยางเม่าเฉวียนอีกครั้ง
“ขอรับคุณชาย” หยางเม่าเฉวียนรับคำอย่างนอบน้อม จากนั้นกู้อวี้กับเจินเจินก็เดินออกจากโรงหมอไป๋เฉ่าถังไป
กู้อวี้พาเจินเจินไปเดินเลือกซื้อของ โดยให้ที่อยู่แก่ทางร้านเพื่อนำของไปส่งให้ หลังจากซื้อของเสร็จพวกเขาก็กลับไปที่โรงหมอไป๋เฉ่าถัง รออยู่สักครู่หมอเหยาก็เดินออกมาจากห้องเล็กที่ใช้รักษาผู้ไข้ “ตอนนี้สามารถช่วยคนกลับมาได้แล้ว แต่เขาจะมีชีวิตต่อไปได้หรือไม่นั้นต้องรอดูอาการกันอีกที สองวันหลังจากนี้เขาจะมีไข้ขึ้นสูง จึงต้องดูว่าจะรอด่เวลานี้ไปได้หรือไม่ ฉะนั้นจึงต้องให้ผู้ไข้รักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อน ส่วนพวกเ้าจะค้างที่นี่ไม่ได้เพราะไม่อนุญาตให้ญาติของผู้ไข้มาค้าง แต่กระนั้นก็ต้องมีญาติมาคอยดูผู้ไข้ทุกวัน”
หากให้ญาติผู้ไข้มาค้างอยู่ที่นี่ด้วยอาจทำให้สถานที่เลอะเทอะ หรือหากมีผู้ใดนำยาปลอมมาสลับกับยาจริงภายในโรงหมอจะทำอย่างไร โรงหมอของเขาได้…
“เขาฟื้นแล้วหรือ” กู้อวี้ถาม
หมอเหยาพยักหน้า “ฟื้นแล้ว จะเข้าไปดูหรือไม่”
หยางเม่าเฉวียนมองหมอเหยาสลับกับมองกู้อวี้อย่างดีอกดีใจ กู้อวี้จึงเอ่ยว่า “เ้าเข้าไปดูพี่ชายของเ้าก่อนแล้วข้าค่อยตามเข้าไป”
“ขอบคุณคุณชายมากขอรับ” พูดจบหยางเม่าเฉวียนก็วิ่งเข้าไปในห้องทันที หลังจากหยางเม่าหลินถูกเ้าหน้าที่ของที่ว่าการโยนออกมา ยามนั้นเด็กชายคิดว่าท่านพี่ตายไปแล้ว ทว่าต่อมา...ยามนี้ถึงแม้ร่างกายของอีกฝ่ายจะอ่อนแออยู่สักเล็กน้อย แต่ถึงอย่างไรเขาก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว
“ขอบ…ขอบพระคุณคุณชายที่ช่วย…ช่วยชีวิต” หยางเม่าหลินที่นอนอยู่บนเตียงรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีกล่าวขอบคุณกู้อวี้ที่เดินตามน้องชายของตนเข้ามา ก่อนหน้านี้แม่นางน้อยได้ช่วยชีวิตหยางเม่าเฉวียนเอาไว้ ยามนี้แม่นางน้อยกับคุณชายยังช่วยชีวิตตนเอาไว้อีก
“พวก…พวกเราสองพี่น้อง ชีวิต…ชีวิตนี้ยินดีเป็วัวเป็ม้าให้พวกท่าน…”
กู้อวี้นั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง ใต้หล้านี้มีผู้ที่มีชีวิตน่าสงสารมากมาย แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะช่วยเหลือได้ทุกคน ยามไร้ความสามารถก็ให้พัฒนาตนเอง และเมื่อมีความสามารถแล้วก็ให้ช่วยเหลือใต้หล้าด้วย ทว่ายามนี้ชีวิตของเขายังห่างไกลจากคำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ อีกไกลนัก ดังนั้นเงินหนึ่งร้อยหยวนที่เขาเสียไปจะต้องคุ้มค่า
“เม่าเฉวียนบอกว่าเ้าถูกเ้าหน้าที่ของที่ว่าการโยนออกมา เพราะเหตุใด”
หยางเม่าหลินเล่าด้วยสีหน้าโศกเศร้า “พวก…พวกเขาบอกว่าคดีนี้จบแล้วก็เลยทำร้ายข้า” คนพวกนั้นคิดจะสังหารตนให้ตายเสียด้วยซ้ำ!
“หากเ้ารักษาตัวจนหายดีแล้ว เื่มอบตัวก็พักเอาไว้ก่อน ด้วยเพราะคดีนี้มีแพะรับผิดแทนเ้าแล้ว การที่ทางนั้นทำเช่นนี้คงกลัวว่าเ้าจะไปทำลายคดี จึงได้ทำร้ายร่างกายแล้วโยนเ้าออกมา พวกเขาคงคิดว่าไม่รอดแน่แล้ว หากทางนั้นรู้ว่าเ้ารอดชีวิตมาได้ คงไม่ใช่แค่นายอำเภอเท่านั้น แม้แต่เ้าเมืองก็ไม่น่าจะปล่อยเ้าไว้ ยังไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่าทั้งคู่ช่วยกันปกปิดความผิด การที่นายอำเภอตัดสินคดีอย่างไม่เป็ธรรม เ้าเมืองในฐานะผู้บังคับบัญชาก็จะมีความผิดฐานที่ไม่ตรวจสอบไปด้วย” กู้อวี้เอ่ยออกมา
“แต่…แต่หากทำเช่นนี้ ไม่…ไม่เท่ากับว่าปล่อยให้ผู้ร้ายตัวจริงรอดไปได้หรือ” ด้วยความที่หยางเม่าหลินรู้สึกผิดอยู่ทุกวัน จึงตัดสินใจว่าหากจัดการเื่ที่บ้านและน้องชายจนเรียบร้อยแล้วจะไปมอบตัว เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าผลของการไปมอบตัวจะเป็เช่นนี้…
ตนไม่กลัวตาย แต่ก็ไม่มีทางยอมให้ผู้ร้ายตัวจริงลอยนวลไปได้เป็อันขาด!
กู้อวี้เอ่ยต่อ “ยามนี้เ้ามีสองทางเลือก หนึ่งคือเลิกคิดเื่มอบตัว หากหายดีเมื่อใดก็หาอาจารย์เพื่อกราบเป็ลูกศิษย์เขาเสีย เขาจะได้สอนวรยุทธ์ให้เ้า ส่วนเื่เงินในการกราบไหว้อาจารย์ไม่ต้องเป็ห่วง ข้ายินดีให้หยิบยืมได้
“สองคือรอให้ฝ่ายตรวจการมาตรวจตราที่นี่ แล้วเ้าค่อยไปมอบตัวกับเขา แน่นอนว่าทั้งสองทางล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ความเสี่ยงของทางเลือกแรกคือ ในเมื่อเ้าฆ่าคน ก็อาจจะถูกคนมาตามฆ่าได้ ถึงแม้เ้าจะสังหารผู้ร้ายเ่าั้ทั้งหมด ทว่าใต้หล้านี้ไม่มีความลับ สักวันจะต้องมีคนรู้เื่แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นเ้าก็จะถูกตัดสินปะาชีวิต ส่วนน้องชายก็จะเดือดร้อนไปด้วย เมื่อพี่ชายเป็นักโทษปะามีแต่จะถูกผู้อื่นรังเกียจ และไม่มีสิทธิ์สอบเข้ารับราชการ
“ความเสี่ยงของทางเลือกที่สองคือข้าราชการมักจะปกป้องกันและกัน ฝ่ายตรวจการอาจจะขายเ้าเพื่อแลกกับน้ำใจจากนายอำเภอและเ้าเมือง ซึ่งหากเป็เช่นนี้เ้าก็ไม่อาจหนีรอดความตายไปได้ แต่หากฝ่ายตรวจการมีความยุติธรรม ก็จะถูกเกณฑ์ไปเป็ทหาร หากเป็เช่นนั้นก็ถือเป็เื่ดี เพราะถ้าสามารถสร้างความดีความชอบในสนามรบจนปรากฏความดีชัดแจ้งกว่าความผิด เมื่อเป็เช่นนี้แล้วน้องเ้าก็จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ส่วนตัวเ้าเองก็จะมีโอกาสเข้ารับราชการด้วย
“ระหว่างที่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่นี่เ้าก็ลองคิดดูให้ดีว่าจะเลือกทางใด ส่วนหยางเม่าเฉวียน...ยามนี้ข้างกายข้ายังขาดเด็กรับใช้ พวกเ้าลองปรึกษากันดูว่าน้องชายของเ้ายินดีจะติดตามข้าหรือไม่”
