“ไข่มุกอสุนีปรโลก? มันคือวิชาลับอะไรกัน? เ้าแน่ใจหรือว่ามันจะทำให้พละกำลังของข้าไปถึงระดับสูงได้?” ฉินอวี่แสร้งพูดอย่างสงสัย
“เ้าเด็กโง่เอ๋ย! เ้าจะเรียนหรือไม่เรียนล่ะ!” จู๋ฮวงพูดอย่างเ็า
“ไม่เรียน!” ฉินอวี่ตอบกลับไปอย่างเฉยเมย และแอบเยาะเย้ยอยู่ในใจ เป็ไปได้หรือไม่ว่าเขาคิดจะยกเื่สิ่งนี้ขึ้นมาแค่พอเป็พิธี?
จู๋ฮวงแทบอยากจะวิ่งไปให้พ้น และพยายามปลอบโยนตัวเองอย่างต่อเนื่องที่ไม่้าจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับคนใกล้ตายคนนี้อีกแล้ว เขาใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะระงับความโกรธลงได้ จู๋ฮวงจึงพูดขึ้นว่า “ไข่มุกอสุนีปรโลกนี้ เป็หนึ่งในสิ่งที่กล่าวกันว่าสร้างขึ้นในยุคหงหวงโดยคนที่ถูกเรียกว่าเซียนะ”
“เซียนะ?” ฉินอวี่นึกอย่างถี่ถ้วน แต่ในความทรงจำของเขากลับไม่มีคนผู้นี้เลย
“เซียนะที่ว่านี้มีความเชี่ยวชาญในการโจมตีด้วยวิถีเพลิงมรณะและวิถีอสุนี! ไข่มุกอสุนีปรโลกคือสิ่งที่เขาภาคภูมิใจอย่างมาก มีการผสานรวมระหว่างอสุนีบาตและวิถีเพลิงมรณะได้อย่างงดงาม แม้ว่าจะไม่ได้ศึกษาวิถีเพลิงมรณะ แต่เพลิงมรณะของเ้าก็มีััแห่งเต๋าอยู่ และถึงแม้อสุนี์จะยังไม่อยู่ในขั้นของอสุนีบาต แต่เมื่อทั้งสองผสานเข้าด้วยกัน พลังของมันก็ยากจะมองข้าม!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีต เซียนะยังเคยใช้ไข่มุกอสุนีปรโลกเก้าโอรสสังหารยอดฝีมือในขั้นจักรพรรดิได้อย่างง่ายดาย!” จู๋ฮวงพูดอย่างเ็า และเริ่มรำคาญคำถามของฉินอวี่เป็อย่างยิ่ง
ฉินอวี่หรี่ตาลง แม้ว่าจะไม่เคยได้ยินเื่ของเซียนะมาก่อน แต่ยอดฝีมือขั้นจักรพรรดินี้... กลับทำให้หัวใจของฉินอวี่สั่นสะท้าน แม้ว่าจะเป็ในยุคสมัยของแดนเซียนอู่ก็ยังไม่มีระดับขั้นเซียน แต่ฉินอวี่ก็เรียนรู้เื่การแบ่งลำดับขั้นของระดับขั้นเซียนมาจากตำราโบราณ ระดับขั้นจักรพรรดินี้... เป็ระดับสูงสุดของกลุ่มเขตแดนเซียน!
“จากที่เ้าพูดมาก็หมายความว่า ไข่มุกอสุนีปรโลกนี้ ในที่สุดจะสามารถยกระดับขึ้นเป็ไข่มุกอสุนีปรโลกเก้าโอรสหรือ?” ฉินอวี่ถามอย่างสงสัย
“ฮึ วิชาไข่มุกอสุนีปรโลกเก้าโอรส เป็ความลับที่เซียนะไม่เคยถ่ายทอด ข้าได้รับวิธีการหลอมไข่มุกอสุนีปรโลกมาโดยบังเอิญ เ้าเด็กน้อย หากเ้าสามารถหลอมเอาไข่มุกิญญาปรโลกได้ จงจำไว้ว่าอย่าโลภให้มากเกินไป!” จู๋ฮวงพูดอย่างเ็า
“ไข่มุกอสุนีปรโลกที่พูดถึงนี้เป็วิชาลับในการโจมตี แต่ต้องสุขุมรอบคอบจึงจะควบคุมมันได้ ในตัวเ้ามีวิชาลับในการป้องกันอยู่ใช่หรือไม่?” ฉินอวี่ถามอย่างไร้ยางอาย ไม่รู้ว่าจู๋ฮวงผู้นี้มีวิชาลับอยู่มากน้อยเพียงใด แต่อย่างไรก็้าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
“เ้าหนุ่ม เ้าเห็นข้าเป็หอตำราเคลื่อนที่หรือ? เ้าคิดว่าจะมีทุกอย่างที่เ้า้าหรือ?” จู๋ฮวงหงุดหงิดขึ้นมาทันที ดูเหมือนว่าเขาก็กลัวที่จะไปยั่วโมโหฉินอวี่ เขาจึงรีบพูดเสริมตามขึ้นมาทันที “ถึงแม้จะมี แต่เ้าจะสามารถเรียนรู้ได้ในระยะเวลาเพียงสามเดือนหรือ? ต่อให้เ้าทำได้ มันจะไม่รีบเร่งไปหน่อยหรือ จะใช้ได้สักเท่าไร? สู้เ้าฝึกให้เป็วิชาไข่มุกอสุนีปรโลกเสียก่อน หากสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง ขั้นเทพ์ก็เป็เพียงมดตัวหนึ่งสำหรับไข่มุกอสุนีปรโลกเท่านั้น”
ฉินอวี่ยิ้มอย่างเขินอาย และไม่ถามอะไรต่อ จู๋ฮวงพูดถูกแล้ว เวลามีอยู่ไม่มาก ฝึกวิชาไข่มุกอสุนีปรโลกให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน ส่วนวิชาลับอื่นๆ รอไว้ค่อยถามตอนเข้าไปในหอคอยเทียนกังก็ยังไม่สาย!
“ได้ เช่นนั้นเ้าก็สอนข้ามาว่าอะไรคือไข่มุกอสุนี์” ฉินอวี่กล่าว
“สำหรับรายละเอียดว่าต้องฝึกฝนอย่างไรข้าไม่รู้หรอก เพราะข้าได้มาเพียงบันทึกลายมือที่ไม่สมบูรณ์ของเซียนะ ดังนั้นข้าจึงรู้เพียงขั้นตอนเท่านั้น ส่วนจะสามารถทำได้สำเร็จหรือไม่ก็คงอยู่ตรงความเข้าใจของเ้าเอง!” จู๋ฮวงกล่าวอย่างเ็า ความอดทนของเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว จะให้เขาเคารพนบนอบฉินอวี่ก็คงเป็ไปไม่ได้
“บอกขั้นตอนข้ามา!” ฉินอวี่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก และกล่าวขึ้นอย่างเฉยเมย
“พลังอสุนีบาตนั้นคือพลังหยางแห่งฟ้าดิน ส่วนพลังมรณะจัดอยู่ในกลุ่มพลังหยินแห่งฟ้าดิน หากข้ารวมเอาพลังอสุนีบาตและพลังมรณะเอาไว้ในร่างเดียว รวมเป็หนึ่งไข่มุก พละกำลังก็จะกลายเป็พลังของหยินหยาง แม้ว่าจะไม่แข็งแกร่งเท่าพลังหยินหยางของฟ้าดิน แต่พลังของมันก็ทำลายฟ้าดินได้... รวมไว้ทั้งอสุนีบาต พลังมรณะ จึงมีชื่อเรียกว่าไข่มุกอสุนีปรโลก สามารถเทียบเคียงได้กับพลังหยินหยางของฟ้าดิน และอาจเรียกได้อีกว่าไข่มุกหยินหยาง!”
เมื่อได้ยินคำพูดแต่ละคำที่จู๋ฮวงเอ่ยออกมา ในใจของฉินอวี่ก็ปั่นป่วนขึ้นมาทันที เป็เื่ยากมากที่จะจินตนาการได้ว่ามีคนบ้าเช่นนี้อยู่ในโลก ที่คิดจะพัฒนาพลังหยินหยางแห่งฟ้าดิน อีกอย่างเขายังทำได้สำเร็จอีกด้วย!
อย่างที่จู๋ฮวงได้พูดไว้ ตนเองสามารถใช้อสุนี์และหัวใจเพลิงมรณะปรับแต่งไข่มุกอสุนีปรโลกได้ แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบได้กับไข่มุกอสุนีปรโลกของเซียนะ แต่ก็เพียงพอที่จะเป็มือสังหารของปัจจุบันนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ฉินอวี่มีความคาดหวังอย่างมาก ที่จะทำให้ไข่มุกอสุนีปรโลกกลายเป็ไข่มุกหยินหยาง ถึงเวลานั้น... ก็สามารถจะเป็คู่แข่งกับไข่มุกหยินหยางของพลังหยินหยางฟ้าดินอื่นๆ ได้... ซึ่งบนโลกใบนี้คงมีไม่กี่คนที่จะสู้ไหว
ฉินอวี่ก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าจู๋ฮวงจะพูดอะไรให้เขาต้องใเช่นนี้ แต่ด้วยท่าทีของจู๋ฮวง ไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น จากนั้นเขาก็พูดขึ้นอย่างมีความหวัง “เ้าคือจู๋ฮวงวัยเด็กจริงหรือ? ยากที่จะเชื่อนักว่าเ้าสามารถเติบโตมาได้จากยุคหงหวง!”
จู๋ฮวงตกตะลึง จากนั้นก็หันกลับพูดอย่างสงสัย “เ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“หมายความว่าอย่างไรนะหรือ? เ้ามั่นใจมิใช่หรือว่าข้าจะสามารถสำเร็จวิชาไข่มุกอสุนีปรโลกได้ในระยะเวลาสามเดือน? เ้าดูเหมือนจะดูถูกข้ามากไปหน่อย อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะหลอกลวงข้า?” ฉินอวี่พูดอย่างเ็า ในใจของเขากลับเยาะเย้ย ข้าก็อยากรู้นักว่าเ้าจะมีคลังสำรองอยู่มากน้อยเพียงใด
“เอ่อ...” จู๋ฮวงพูดอะไรไม่ออก เขาจำได้เพียงว่าเขาจะให้วิชาลับอันแข็งแกร่งเพื่อแก้สถานการณ์คับขันตรงหน้าให้ฉินอวี่ แต่ก็ลืมเื่เวลาไป
“ข้าขอแนะนำให้เ้ารีบเร่งหน่อย ไม่เช่นนั้นเวลาก็จะยิ่งสั้นลง ข้าก็จะมีเวลาไม่มากพอสำหรับการฝึกฝน!” ฉินอวี่พูดอย่างเร่งเร้า คนผู้นี้กำลังชั่งน้ำหนักว่าควรจะสอนอะไรให้ตนเอง ดังนั้น อย่าปล่อยเวลาให้เขาคิดมากเกินไป
“ข้าอยากมีพลังแข็งแกร่ง และอยากเรียนรู้ได้ในเวลาอันสั้น จะมีสิ่งดีๆ เช่นนี้ได้ที่ไหนอีกในโลกใบนี้?” จู๋ฮวงกล่าวอย่างโกรธเคือง
“เ้าเป็ถึงผู้แข็งแกร่งระดับแนวหน้าของยุคหงหวง หรือเ้าจะไม่มีวิชาลับที่ช่วยเพิ่มพละกำลังเป็การชั่วคราวบ้างเลยหรือ? หากไม่มี เช่นนั้นพวกเราก็คงต้องยอมรับชะตากรรมแล้วล่ะ” ฉินอวี่พูดกลับไป
“เ้าหนุ่มน้อย เ้าก็พาข้าไปยังแผ่นผนึกธรณีสิ ขอเพียงข้าได้ดูดซับพลังของแผ่นผนึกธรณี ข้าก็จะปกป้องเ้าให้ปลอดภัยได้อย่างแน่นอน ข้ารู้ดีว่าเ้ากำลังกังวลอะไรในตอนนี้ แต่ตอนนี้ข้าก็สาบานด้วยจิติญญาที่เหลืออยู่แล้ว ยังมีอะไรให้เ้าต้องกังวลอีกหรือ? จู๋ฮวงฉวยโอกาสกระตุ้นฉินอวี่”
ฉินอวี่เลิกคิ้วขึ้น ชายคนนี้ไม่ปล่อยโอกาสไปเลยแม้แต่ช่องเดียว ไม่ว่าอย่างไรก็คิดแต่จะเอาพลังจากแผ่นผนึกธรณี หากชายผู้นี้ไม่เร่งเร้าเขามากขนาดนี้ ฉินอวี่ก็อาจตอบสนองความ้าของเขา แต่ยิ่งจู๋ฮวงเร่งเร้ามากเท่าไร ฉินอวี่ก็ยิ่งไม่รับคำขอ
แม้ว่าจะไม่ได้กังวลถึงผลข้างเคียงกับตนเองที่อาจเกิดขึ้นเมื่อจู๋ฮวงได้รับพลังแผ่นผนึก แต่ฉินอวี่เดาว่า ด้วยนิสัยของจู๋ฮวง มีความเป็ไปได้อย่างมากที่จะหนีออกไปจากร่างของตนเอง แต่ในตอนนี้ จะปล่อยให้เขาหนีไปได้หรือ? แน่นอนอยู่แล้ว หากคิดจากไปก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่จะต้องทำการกำจัดจิติญญาที่หลงเหลือของหยาจื้อและเสวียนอู่เสียก่อนจึงค่อยว่ากันใหม่
“เ้า... เ้า... เจ้เด็กน้อยเอ๋ย ตายก็ตายสิ ข้าจู๋ฮวงก็นับว่าเป็คนเคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ข้าจะกลัวเ้าหรือ?” จู๋ฮวงโกรธมาก แม้ว่าอันที่จริงเขาคิดไว้ว่าจะหนีไปจากฉินอวี่ทันทีที่ได้ที่ตั้งของแผ่นผนึกธรณี แต่เมื่อถูกฉินอวี่จ้องเมินเฉยเช่นนี้ มันทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก
ฉินอวี่หลับตาลงอย่างสงบ จู๋ฮวงเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วเขาฉินอวี่ก็เช่นเดียวกันมิใช่หรือ?
สามวันต่อมา จู๋ฮวงก็เป็ฝ่ายพ่ายแพ้ก่อน เมื่อรู้สึกถึงความนิ่งเฉยของฉินอวี่ ในใจของจู๋ฮวงก็โกรธอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องระงับมันเอาไว้ และพูดไปอย่างโกรธเคือง “เ้าหนุ่ม มีอยู่วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เ้าพัฒนาพละกำลังของเ้าได้ในเวลาอันสั้น แต่มันอาจมีผลข้างเคียงสูง!”
“อะไร?” ฉินอวี่ตอบอย่างเฉยเมย
“เปลี่ยนพลังปราณ!” จู๋ฮวงกระซิบ ไม่รู้ว่าเป็เพราะกำลังกดความโกรธไว้หรือเพราะอะไร
“เปลี่ยนพลังปราณ?” ฉินอวี่ผงะ ปีศาจคลั่งปริวรรตที่หนึ่ง เปลี่ยนแปลงพลังปราณ?
“อืม!” จู๋ฮวงพยักหน้า ดูเหมือนว่ากำลังกลัวคำถามของฉินอวี่ เขาจึงพูดต่อ “เ้าหนุ่ม อย่าได้ดูถูกการเปลี่ยนแปลงพลังปราณ นี่เป็เคล็ดวิชาชั้นสุดยอดที่ได้มาจากหนึ่งในสามทักษะยุทธ์แห่งยุคหงหวง!”
“หนึ่งในสามยอดทักษะยุทธ์? เรียกว่าอะไร?” ฉินอวี่ระงับความสงสัยในใจเอาไว้ และถามออกไป
“ปีศาจคลั่งหกปริวรรต!”
