ในเช้าตรู่ของวันจันทร์หยางเฉินหอบถุงอาหารเช้าวิ่งขึ้นไปที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทอวี้เหล่ย ดูเหมือนว่าพวกเธอจะไม่ได้สังเกตถึงการมาของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
หยางเฉินวางอาหารเช้าลงเขามองไปยังเหล่าผู้หญิงที่กำลังจับกลุ่มสนทนากันเื่แผนการไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นอยู่บางคนนำแผนที่ออกมากาง บางคนก็เปิดอินเทอร์เน็ตค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง
แต่หลังจากที่เห็นหยางเฉินหญิงสาวหลายคนเริ่มเปลี่ยนเป้าหมาย จางไช่เป็คนแรกที่พุ่งเข้ามาคว้าอาหารจากเขาด้วยความรวดเร็ว จนหยางเฉินยังต้องผงะ จากนั้นหญิงสาวอีกหลายคนต่างก็กรูกันมาหาเขาอย่างหิวกระหาย
“พี่แต่งงานแล้วนะสำรวมหน่อยสิ!นี่ถึงขนาดต้องไปแย่งอาหารเช้ากันเลยเหรอ?!” หญิงสาวคนหนึ่งะโขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มคนที่ดูวุ่นวาย
จางไช่เปิดถุงเกี๊ยวถุงหนึ่งออกมาจากนั้นก็กินมันเข้าไปทั้งหมดทันที “ใครสนกันล่ะขนาดพี่ิอวี้ยังไม่ว่าอะไรเลย”
หยางเฉินเดินไปหาจ้าวหงเยี่ยนที่อยู่ใกล้ๆ เขาถามเธอ “พวกเธอกำลังพูดถึงเื่อะไรกัน?”
เพราะในสำนักงานมีเครื่องทำความร้อนอยู่จ้าวหงเยี่ยนจึงถอดรองเท้าของเธอออก ในวันนี้เธอสวมชุดสีม่วงและเสื้อผ้าไม่หนามากนัก
จ้าวหงเยี่ยนยิ้มให้กับหยางเฉินครั้งหนึ่งก่อนจะตอบเขา
“พวกเธอกำลังพูดเื่ที่จะไปเที่ยวโตเกียวยังไงล่ะ ดูเหมือนว่าครั้งนี้หลังจากที่ลงจากสนามบินนาริตะแล้ว ก็ไปเที่ยวภายในเมืองโตเกียวแต่ฉันไม่แน่ใจมากนัก บางทีครั้งนี้อาจไปที่ฮอกไกโดโดยตรงเลยก็ได้”
ดูเหมือนว่าท้ายที่สุดแล้วแผนกประชาสัมพันธ์จะเลือกไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นหยางเฉินเองก็อยู่แผนกประชาสัมพันธ์เช่นกัน แต่สถานการณ์ของหยางเฉินในปัจจุบันค่อนข้างจะยุ่งยากเล็กน้อยกลุ่มแปดพิสดารยังคงจับตามองเขาอยู่อย่างใกล้ชิด หากเขาเดินทางไปที่ญี่ปุ่นล่ะก็ มันคงดูเป็เื่ผิดปกติไม่น้อยความจริงแล้วเขาไม่จำเป็ต้องไปก็ได้ แต่ถ้ามันจำเป็จริงๆ ล่ะก็ หยางเฉินก็มีสารพัดวิธีที่จะเข้าญี่ปุ่นได้โดยที่คนพวกนั้นไม่อาจพบร่องรอยของเขาแม้แต่นิดเดียว
หลังจากคิดได้ดังนั้น หยางเฉินก็พลันนึกขึ้นได้ว่านี่อาจเป็ครั้งแรกที่เขากับหลิวิอวี้จะได้ไปญี่ปุ่นด้วยกันแต่อนาคตนั้นเป็เื่ไม่แน่นอนนัก ชายหนุ่มได้แต่หวังว่า่นี้คงจะไม่เกิดเื่วุ่นวายขึ้นมาอีกครั้งส่วนหลิวิอวี้นั้น เขาก็ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่เช่นกัน
หลังจากที่ฟังเพื่อนร่วมงานโต้เถียงกันมานานสองนานหยางเฉินก็วิ่งออกจากแผนกประชาสัมพันธ์ไปยังบริษัทบันเทิงอวี้เหล่ยที่อยู่ตรงข้ามทันที
หลังจากที่เข้าไปในสำนักงานหยางเฉินก็เจอกับใครบางคนที่เขาคาดไม่ถึง เพราะนอกจากจ้าวเถิงและหวังจี้แล้วเขายังพบว่าเฉียงเวยเองก็กำลังนั่งอยู่ที่นี่เช่นกัน!
เฉียงเวยสวมเสื้อสีขี้เถ้าเสื้อโค้ตสีขาวที่กระโปรงมีดอกกุหลาบสีดำประดับอยู่ ไหล่ของเธอเป็ผ้าขนสัตว์จากธรรมชาติ รองเท้าหนังและกระเป๋าเข้าชุดของเธอเป็สีแดงสดเข้ากับชื่อของหญิงสาวที่แปลว่าดอกกุหลาบยิ่งนัก เฉียงเวยที่สวมใส่เสื้อผ้าแฟชั่นฤดูหนาวเห็นได้ชัดว่ามันช่วยเสริมให้เธอดูดีขึ้นมาทันที เสน่ห์ของเธอสามารถดึงดูดสายตาของผู้ชายภายในเมืองนี้ได้เป็อย่างดี
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาพบผู้หญิงของตัวเองในที่ทำงานหยางเฉินเองก็รู้สึกประหลาดใจและรู้สึกทึ่งไม่แพ้กัน ่หลังมานี้เขาไม่ค่อยได้ไปหาเฉียงเวยนัก ทำให้หยางเฉินไม่รู้ว่าจะควรอยู่ในอารมณ์ไหนดี
“ท่านประธานคะ นี่คุณซื่อถูเธอมารออยู่ที่นี่ได้สักพักแล้วค่ะ”หวังจี้กล่าวด้วยรอยยิ้มใบหน้าดูสดใสจนผิดปกติ เห็นได้ชัดว่ามันเกิดจากการพูดคุยก่อนหน้านี้
จ้าวเถิงลุกขึ้นไปชงชาร้อนให้กับหยางเฉินอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงส่งมันให้กับหยางเฉิน
“มิสซื่อถูบอกเราว่า เธอรู้จักกับท่านประธานมาก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้เราเลยคุยถึงเื่การลงทุนด้านสื่อบันเทิงในปีหน้าน่ะครับ”
หยางเฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้เขาหมุนตัวถาม “บอกผมได้ไหมว่าทำไม?”
หวังจี้กล่าว “อันที่จริงแล้วเราคุยถึงเื่การแก้ปัญหาที่จะตามมาด้วยค่ะเนื่องจากกิจกรรมและการลงทุนในโปรเจกต์ปีหน้า เป็เื่ที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน เราเลยเริ่มหาคนสนับสนุนและดาราในสังกัดมากขึ้นบางครั้งก็รับออดิชั่นมาจากพวกวัยรุ่นหรือไม่ก็พวกนักเรียนระดับมัธยมและระดับมหาวิทยาลัยค่ะ”
หยางเฉินถามต่อ “ผมยังไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับเื่นี้ได้มากนักคุณได้วางแผนการเฉพาะกิจเอาไว้หรือเปล่า?”
หวังจี้กล่าว “อันที่จริงแล้วแผนการแก้ปัญหาก็ไม่มีอะไรมากค่ะนักแสดงของอวี้เหล่ยสามารถจัดหามาได้อยู่แล้ว เพียงแต่ปัญหาส่วนใหญ่กลับอยู่ที่การแข่งขันภายในตลาดเราไม่้าแข่งขันในลักษณะที่ยิ่งใหญ่เกินไปนัก”
จ้าวเถิงกล่าวต่อ “หลังจากนี้ไม่นานก็จะมีคณะกรรมการมาประเมินเราที่เราควรทำคือการอธิบายให้พวกเขารับรู้ถึงกลุ่มลูกค้าของเรา ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าคณะกรรมการประเมินต่างก็มาจากบริษัทสากลหรือพวกบริษัทข้ามประเทศแบบบริษัทแม่ของเราสื่อบันเทิงของเราจะปรากฏต่อสายตาชาวโลก ในตอนนี้พวกเราเลย้าใครสักคนช่วยแก้ปัญหาเหมือนกับที่ท่านประธานเคยพูดเอาไว้...”
หยางเฉินหัวเราะออกมาก่อนจะหันไปหาเฉียงเวย“คุณว่าผมควรจะไปปรึกษาใครมาช่วยแก้ปัญหาเื่นี้ดีครับ?”
เฉียงเวยส่ายหัว “ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะเนื่องจากฉันเองก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการบันเทิงมากนัก ที่ฉันสามารถทำได้ก็แค่ให้เงินทุนพวกคุณในการสร้างสื่อขึ้นมาเท่านั้น”
“ผมก็ไม่ได้สนใจวงการบันเทิงเช่นกันโชคดีที่ผมมีเพื่อนที่ทำงานในวงการนี้อยู่” หยางเฉินยิ้ม
จากนั้นเขาก็กดปุ่มลงบนคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว บนผนังปรากฏโปรเจกเตอร์ฉายภาพออกมาอย่างชัดเจน หยางเฉินเปิด MSN จากนั้นเขาก็ป้อนข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ลงไปจนในที่สุดหมายเลขที่เขา้าก็ออนไลน์ขึ้น
ไม่เพียงแต่หวังจี้และจ้าวเถิงจะประหลาดใจแม้แต่เฉียงเวยเองก็ยังอยากรู้ว่าเพื่อนของหยางเฉินคนนั้นเป็ใครกันแน่ ทั้งสามคนต่างจ้องมองหน้าจอด้านหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลังจากที่เขาออนไลน์บัญชีของตนเรียบร้อยแล้ว หยางเฉินก็กวาดสายตาไปยังรายชื่อมากมายก่อนจะหยุดลงที่ชื่อๆ หนึ่ง หยางเฉินกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มเบาๆ
“โชคดีที่เธอออนไลน์อยู่”
หยางเฉินกดไปที่กล่องข้อความจากนั้นเขาเลือกที่จะกดวิดีโอคอลไปหาอีกฝ่ายจากนั้นก็รอให้อีกฝ่ายตอบรับ หลังจากที่รอมาเกือบครึ่งนาทีฝ่ายตรงข้ามก็เลือกที่จะตอบรับคำขอของหยางเฉิน
ใบหน้าของฝั่งตรงข้ามปรากฏขึ้นมาบนจอ ทำให้หวังจี้และจ้าวเถิงต้องะโออกมาด้วยความตื่นตะลึง
...
“์! นั่นคือคริสเตน?!”
“นี่ผมฝันอยู่หรือเปล่า?!”
ถึงแม้ว่าภาพวิดีโอไม่ค่อยชัดมากนักแต่ก็ยังสามารถเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
ที่พื้นหลังของห้องฝั่งตรงข้ามเป็ผนังสีชมพูเตียงนอนอยู่ที่ด้านข้างของโต๊ะ ผู้หญิงผมทองคนหนึ่งค่อยๆ ลุกขึ้นมาจากเตียงเสื้อผ้าของเธอทำจากผ้าไหมแท้
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความงัวเงียเห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจะล้มตัวลงนอน หลังจากที่หญิงสาวสังเกตเห็นภาพในหน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอก็ยิ้มให้กับหยางเฉิน
ผู้หญิงต่างชาติคนนี้อายุประมาณ 20 ปีสีผิวราวกับหยกขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าดูมีน้ำมีนวลและเรียบลื่นถึงแม้ว่าเธอจะสวมชุดนอนแต่เธอก็ยังคงดูงดงามเป็อย่างมาก
โดยเฉพาะกับส่วนโค้งเว้าตามร่างกาย ที่ช่วยขับเสน่ห์ของหญิงสาวออกมาได้เป็อย่างดี
ถึงแม้ว่ามาตรฐานความงามของชาวตะวันออกจะแตกต่างไปจากชาวตะวันตกแต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังคงเป็ผู้หญิงที่งดงามในสายตาของทุกๆ คนอยู่ดี
“ดูเหมือนว่าผมจะคอลวิดีโอมาผิดเวลาสินะคริสเตน เธอกำลังจะนอนเหรอ?”หยางเฉินถามอย่างรวดเร็ว
เวลาของทางตะวันตกค่อนข้างห่างจากประเทศจีนอย่างเห็นได้ชัด
คริสเตนลูบหน้าท้องของเธอเล็กน้อย
“หยางเฉินนายไม่ต้องมาทำสุภาพกับฉันนักหรอก ต่อให้นายรู้ว่าเขตเวลาเราไม่ตรงกันนายก็ยังจะคอลวิดีโอมาอยู่ดีนั่นแหละ”
เมื่อได้ยินว่าหยางเฉินเรียกอีกฝ่ายว่าคริสเตนทางด้านจ้าวเถิงและหวังจี้ต่างก็ประหลาดใจจนพูดไม่ออก ส่วนเฉียงเวยเมื่อเห็นว่าหยางเฉินพูดกับหญิงสาวต่างชาติคนนี้อย่างออกรสหัวใจของเธอก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา
“คุณหวังจี้ผู้หญิงคนนี้มีชื่อเสียงมากเหรอคะ?”
หวังจี้กล่าวเสียงต่ำ
“คุณซื่อถูไม่ค่อยได้ดูหนังเหรอคะนี่คือคริสเตน สจ๊วต เธอเป็ดาราฮอลลีวูดที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุด เธอได้รับรางวัลออสการ์นักแสดงหญิงยอดเยี่ยมตัวประกอบหญิงยอดเยี่ยม คู่กับราชินีภาพยนตร์ของฮอลลีวูดเลยนะคะ นอกจากนี้เธอยังได้รับฉายาว่าเป็ราชินีด้านวงการภาพยนตร์ถึงห้าเื่เคยมีข่าวบอกว่าเธออายุ 26 ปีแต่ก็ไม่มีใครรู้อายุที่แท้จริงของเธอ เหล่านักแสดงฮอลลีวูดต่างเห็นเธอเป็ไอดอลกันทั้งนั้น!”
แม้เฉียงเวยจะไม่รู้เื่ภาพยนตร์มากนักแต่เธอก็พอจะรู้จักดาราฮอลลีวูดอยู่บ้างถ้าหากผู้หญิงคนนี้เป็อย่างที่หวังจี้พูดจริงๆ ล่ะก็
หยางเฉินไปรู้จักเธอได้อย่างไรกัน?
หยางเฉินพูดคุยกับคริสเตนในภาษาอังกฤษอย่างราบรื่นเขากล่าวถึงจุดประสงค์ที่วิดีโอคอลมาหาเธอโดยตรง เมื่อคริสเตนได้ยินเื่คณะกรรมการประเมินงานเธอก็มองหยางเฉินแปลกๆ ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะขึ้นอย่างมีเสน่ห์
“ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากที่นายกลับไปประเทศจีนแล้ว นายจะกลายเป็ผู้อำนวยการสร้างหนังไปเสียได้ฉันล่ะแปลกใจจริงๆ”
“แล้วเธอโอเคกับข้อเสนอหรือเปล่าล่ะ??” หยางเฉินถามด้วยรอยยิ้ม
“ฉันสามารถเข้าร่วมเป็หนึ่งในคณะกรรมการประเมินงานได้ยังไง่นี้ก็เป็วันหยุดของฉันอยู่แล้วแต่ฉันเองก็ไม่สามารถช่วยเหลือนายได้โดยตรงหรอก แน่นอนว่าพวกงานประเมินแบบนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสื่อที่เอามานำเสนอด้วย” คริสเตนพูดตรงไปตรงมา
โดยไม่รอให้หยางเฉินพูดหวังจี้ก็ตอบเธอด้วยภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่น
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณคริสเตน ตราบใดที่คุณดำรงตำแหน่งคณะกรรมการประเมินงานแล้วล่ะก็ทางเราเองก็จะทำให้เต็มที่จนกระทั่งสามารถผ่านเข้ารอบได้อย่างแน่นอนค่ะ!”
หยางเฉินค่อนข้างแปลกใจที่หวังจี้เป็คนรีบพูดขึ้นแทนเขาอย่างรวดเร็ว
“คนนี้คือหวังจี้เธอเป็ผู้ช่วยของผมเอง หลังจากนี้เธออาจเป็ฝ่ายประสานงานระหว่างคุณกับผมหากคุณ้าที่จะมาเมืองจีนด้วยตัวเอง”
คริสเตนพยักหน้าก่อนจะหาวเล็กน้อย“เข้าใจแล้วถ้ามีเื่คืบหน้าอะไรฉันจะติดต่อนายอีกทีละกัน ราตรีสวัสดิ์นะหยางเฉิน”
“ราตรีสวัสดิ์” หยางเฉินปิดวิดีโอจากนั้นก็กดปุ่มเก็บโปรเจกเตอร์ทันที
หวังจี้และจ้าวเถิงกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งทั้งคู่ราวกับอยู่ในความฝันที่ไม่มีทางเป็จริงได้ การได้เห็นคริสเตนพูดกับหยางเฉินต่อหน้าต่อตาของทั้งสอง ทำให้ทั้งคู่เปลี่ยนเป็เทิดทูนบูชาหยางเฉินจากก้นบึ้งของจิตใจ
หยางเฉินออกคำสั่งให้กับจ้าวเถิงและหวังจี้ไปหลายอย่างหลังจากนั้นทั้งคู่ก็จากไปทิ้งไว้แค่หยางเฉินและเฉียงเวยที่ยังนั่งอยู่ด้วยกันในห้องสองต่อสอง
“เฉียงเวยที่รัก ดูคุณสิเม้มปากจนแน่นไปหมดแล้ว น้ำชาไม่อร่อยเหรอครับ?” หยางเฉินพูดในขณะที่เห็นเฉียงเวยเม้มริมฝีปากของเธอแน่น
ดวงตาของเฉียงเวยราวกับเครื่องสแกนเนอร์ที่ยิงกราดไปยังหยางเฉินทันที
“บอกความจริงฉันมาเดี๋ยวนี้ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็ใคร ผู้หญิงของคุณอีกคนหนึ่งเหรอ? นี่คุณมีคนรักอยู่อีกกี่คนกันแน่?”
หยางเฉินรู้ว่าเฉียงเวยไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิดเขาจึงกล่าวปลอบเธอด้วยรอยยิ้ม
“ที่รักคุณกำลังเข้าใจผิดอยู่นะ คริสเตนไม่ใช่ผู้หญิงของผมสักหน่อย เราเป็เพื่อนกันเท่านั้นพวกเราแค่รู้จักกันตอนที่ผมอยู่ต่างประเทศ ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้แล้ว”
เฉียงเวยเห็นหยางเฉินปฏิเสธอย่างแข็งขันเธอจึงถามเขาด้วยความแปลกใจ “แล้วทำไมคุณถึงปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ ทั้งที่ออกจะสวยขนาดนั้นล่ะคะ?”
“ผมดูเป็คนหื่นกระหายถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” หยางเฉินเค้นรอยยิ้มอันขมขื่นออกมา
ดูเหมือนว่าในสายตาผู้หญิงของเขาแล้ว บางทีหยางเฉินอาจไม่ต่างอะไรจากสัตว์ร้ายหื่นกระหายเลยหรอกมั้ง?
เฉียงเวยไม่พูดอะไรออกมาริมฝีปากสีเชอร์รี่ของเธอเม้มแน่นอีกครั้งก่อนจะกล่าวขึ้น
“แล้วไม่ใช่เหรอคะ...”
หยางเฉินยกมือก่ายหน้าผากของตัวเองอย่างเหนื่อยใจไม่แปลกใจเลยที่ทำไมถังหว่านถึงไม่ฟังคำอธิบายของเขาเลยแม้แต่น้อย!
