"หึๆ" ชูชิงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น "แค่เราไม่พูด ย่าไม่มีทางรู้หรอก"
มือเรียวตักน้ำต้มถั่วเขียวที่เหลืออยู่ก้นหม้อใส่ลงในกล่องข้าวอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นจัดการล้างหม้อให้สะอาดแล้วเติมน้ำเย็นลงไปใหม่ "เดี๋ยวถ้าย่ากลับมาถาม พี่จะบอกเองว่าใช้ฟืนต้มน้ำร้อนไว้ให้พวกเขาดื่ม"
ชูเฉียนมองกล่องข้าวในมือพี่สาวอย่างลังเล "แล้ว... น้ำถั่วเขียวในกล่องนี้ล่ะคะ"
"เราเอาไปให้คุณยายกันเถอะ คืนนี้เฉียนเฉียนนอนค้างที่บ้านคุณยายสักสองสามวันนะ"
"ย่าจะยอมเหรอคะ? ย่าเคยสั่งไว้ว่างานหุงหาอาหารในบ้านเป็หน้าที่ของหนู" เด็กน้อยถามเสียงอ่อย
"เฉียนเฉียนไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพี่จัดการย่าเอง ต้องยอมแน่"
เมื่อปลอบน้องสาวจนคลายกังวล ชูชิงก็ถือก่องข้าวและจูงมือชูเฉียนเดินออกจากบ้าน แต่ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อจางชุนฮวากำลังวิ่งหน้าตื่นสวนกลับมาพอดี
ถึงแม้จางชุนฮวาจะมีอายุเหยียบหกสิบปีเข้าไปแล้ว แต่ด้วยความที่กินดีอยู่ดีมาตลอด ร่างกายจึงสูงใหญ่และแข็งแรง ผิดกับคนแก่ทั่วไปในวัยเดียวกัน ยามนี้หญิงชรากำลังสับฝีเท้าวิ่งกลับบ้านด้วยความเร็วราวนักวิ่งร้อยเมตร และทำท่าจะพุ่งชนสองพี่น้องเข้าอย่างจัง
ชูชิงตาไว รีบคว้าตัวน้องสาวเบี่ยงหลบไปด้านฉันงได้ทันท่วงที
จางชุนฮวาที่ตั้งใจจะรีบกลับมาเล่นงานชูชิง เบรกตัวโก่งจนเกือบหัวทิ่ม ต้องรีบคว้าประตูรั้วเพื่อทรงตัว พอตั้งหลักได้ก็แผดเสียงด่าทันที "นังตัวซวย! เดินประสาอะไรของแก จะชนฉันให้ตายเลยหรือไง?" สายตาเธอสอดส่ายหาไม้เหมาะมือเตรียมจะฟาด
ชูชิงแค่นหัวเราะ "พูดเป็เล่นน่า ฉันกับเฉียนเฉียนเดินอยู่ดีๆ คนที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาจะชนพวกเราให้ตายน่ะ คือย่าไม่ใช่เหรอ?"
ปกติชูเฉียนหวาดกลัวจางชุนฮวาเป็ทุนเดิม พอเห็นหน้าดำคร่ำเครียดของย่า ร่างเล็กก็สั่นเทาโดยไม่รู้ตัว รีบมุดไปหลบหลังพี่สาวไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ชูชิงบีบมือน้องสาวเบาๆ เป็เชิงปลอบโยน แล้วกระซิบฉันงหู "ไม่ต้องกลัว เอากล่องข้าวไปให้คุณยายก่อนนะ พี่คุยกับย่าแป๊บเดียว เดี๋ยวตามไป"
พอนึกถึงน้ำถั่วเขียวในกล่อง หากย่ามาเห็นเข้า พวกเธอสองพี่น้องต้องโดนตีหลังลายแน่ๆ ชูเฉียนจึงตัดสินใจรับกล่องข้าวแล้วรีบจ้ำอ้าวหนีไปทันที
"นังชูเฉียน! นั่นแกจะเอากล่องข้าวไปไหน? แอบขโมยของดีๆ ในบ้านไปกินกันล่ะสิ!" จางชุนฮวาทำท่าจะวิ่งตาม
ชูชิงคว้าข้อมือหญิงชราไว้แน่น น้ำเสียงเ็าดังขึ้น "บ้านเรามีอะไรให้ฉันกับเฉียนเฉียนขโมยได้ด้วยเหรอ? ฉันกลัวว่าย่าจะไม่ยอมให้พวกเรากินข้าวเที่ยงกับข้าวเย็น ก็เลยกะว่าจะไปขอข้าวก้นหม้อที่บ้านคุณยายกิน... แล้วถ้าไม่ให้ใส่กล่องข้าว จะให้ถือชามไปหรือไง? เกิดทำแตกกลางทางขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ?"
จางชุนฮวาฟังแล้วก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง "ปล่อยฉัน! ฉันจะเข้าไปตรวจดูในบ้าน ถ้าของหายไปแม้แต่นิดเดียว ฉันจะถลกหนังพวกแกสองคนพี่น้อง!"
ชูชิงรู้ทันว่าหากปล่อยมือ สิ่งแรกที่จางชุนฮวาจะทำไม่ใช่การเข้าบ้าน แต่คือการไล่ตามไปกระชากกล่องข้าวจากมือชูเฉียนมาดูต่างหาก
"ประตูห้องย่าก็ล็อกกุญแจอยู่ ฉันจะเข้าไปขโมยอะไรได้ล่ะคะ? ที่ทำไปก็แค่ใช้ฟืนนิดหน่อยต้มน้ำร้อนไว้ให้ รอพวกผู้ใหญ่เลิกงานกลับมาเหนื่อยๆ จะได้มีน้ำต้มสุกสะอาดๆ ดื่มไงคะ"
จางชุนฮวาจ้องหลานสาวตาเขม็ง "ปล่อยมือเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะตบแก!" เธอง้างมืออีกฉันงขึ้นสูงหมายจะฟาดลงบนหลังมือของชูชิง
ชูชิงยิ้มมุมปาก "อย่าเปลืองแรงเลยค่ะ ย่าตีฉันไม่โดนหรอก"
ชาติที่แล้วชูชิงเรียนวิชาป้องกันตัวมาไม่น้อย การหลบฝ่ามือคนแก่แค่นี้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย หากไม่ใช่เพราะไม่อยากให้เื่บานปลายจนพ่อแม่เดือดร้อน เธอคงจัดการหญิงชราตรงหน้าไปแล้ว
จางชุนฮวาไม่เชื่อคำเตือน เธอสะบัดข้อมือแล้วฟาดฝ่ามือลงมาสุดแรง
เพียะ!
ผลคือ... ตบโดนแขนตัวเองเต็มๆ
ชูชิงปล่อยมือแล้วแบออก ยักไหล่อย่างจนปัญญา "ก็บอกแล้วว่าตีไม่โดน"
ตอนนี้จางชุนฮวาเป็อิสระแล้ว แต่ความเจ็บใจทำให้เธอลืมเื่ชูเฉียนไปสนิท เป้าหมายตอนนี้คือการจัดการนังเด็กปากดีตรงหน้า "นังชูชิง! นังเด็กเปรต! กล้าเล่นลิ้นกับฉันเหรอ วันนี้ฉันจะตีแกให้ตาย!" เธอกระโจนเข้าใส่หมายจะทุบตี
ชูชิงว่องไวปานวอก ไม่เปิดโอกาสให้จางชุนฮวาแตะตัวได้แม้แต่ปลายเล็บ เมื่อเห็นว่าถ่วงเวลามาพอสมควรแล้ว เธอก็โบกมือลา "ฉันจะไปโรงพยาบาลในอำเภอไปเฝ้าไข้พ่อกับแม่ ไม่อยู่บ้านสักสองสามวัน จะได้ช่วยประหยัดข้าวสุกให้บ้านย่าไปหลายมื้อ!"
จางชุนฮวาเต้นเร่าๆ ด้วยความโมโห "่นี้เกี่ยวข้าวสาลียุ่งจะตายชัก แกกล้าดียังไงจะหนีงาน! ถ้าเก่งจริงก็อย่าซมซานกลับมาบ้านนี้อีกนะ!"
ชูชิงหันกลับมายิ้มเย้ยหยัน "ไม่กลับก็ไม่กลับ"
ถึงจะช่วยเกี่ยวข้าวสาลีจนหลังขดหลังแข็ง เธอก็ไม่เคยได้กินแป้งหมั่นโถวดีๆ ตกถึงท้องสักคำ ชาตินี้... เธอฉลาดพอที่จะไม่ยอมก้มหัวให้ใครโขกสับเหมือนชาติก่อนอีกแล้ว
เธอมั่นใจว่าเธอมีความสามารถพอที่จะเลี้ยงดูน้องสาวให้อิ่มท้องได้
ชูชิงเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง
จางชุนฮวาไม่ได้วิ่งตามไป เธอยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตูะโไล่หลัง "นังชูชิง! ฉันจะคอยดูน้ำหน้าแก! ถ้าแกกลับมาขอข้าวกินเมื่อไหร่ ฉันจะบิดคอให้หลุด..."
หลังจากสบถคำผรุสวาทจนพอใจ หญิงชราก็เดินกระแทกเท้าเข้าไปในครัว ตักน้ำในหม้อขึ้นมาดื่มแก้กระหาย ความร้อนระอุจากเตาทำให้น้ำในหม้ออุ่นขึ้น จางชุนฮวากระดกน้ำดื่มอึกใหญ่ โดยหารู้ไม่ว่า... น้ำในหม้อมันยังไม่เดือดเลยด้วยซ้ำ!
...
ชูชิงรีบวิ่งตามจนทันชูเฉียน
"เฉียนเฉียน ไปถึงบ้านคุณยายแล้วทำตัวดีๆ นะ อยู่ที่นั่นให้สบายใจ เมื่อไหร่ที่พี่ไปรับค่อยกลับ เข้าใจไหม? ถ้าคนอื่นมาเรียกให้กลับ ไม่ต้องไปฟังนะ"
เธอวางแผนจะใช้เวลาสองสามวันนี้หาเงิน
ในชาติก่อน ค่ารักษาพยาบาลของพ่อกับแม่ จางชุนฮวาเจียดมาให้เพียงเศษเงิน ส่วนใหญ่เป็เงินที่ตาและยายต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา พ่อกับแม่เกรงใจและอยากประหยัดเงิน
จึงกัดฟันขอออกจากโรงพยาบาลก่อนกำหนดทั้งที่ยังไม่หายดี ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงและมีโรคประจำตัวไปตลอดชีวิต
แต่ชาตินี้... เธอจะให้พ่อกับแม่รักษาตัวจนหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ค่อยกลับบ้าน
ตาและยายรักหลานๆ มาก ไม่มีทางไล่พวกเธอแน่นอน ที่ผ่านมาที่ไม่ค่อยได้ไปหา เพราะเกรงใจที่บ้านตายายเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แถมตายายมีลูกสาวคนเดียวคือ 'หลี่ไหลฮวา' แม่ของเธอ
บ้านคุณยายคอยจุนเจือครอบครัวเธอมาตลอด ยิ่งรับมาก็ยิ่งเกรงใจ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ชูชิงจำเป็ต้องหาเงินให้ได้มากพอ และที่สำคัญต้องจัดการเื่ที่อยู่ของน้องสาวให้เรียบร้อย เธอถึงจะวางใจออกไปหาเงินได้
ถึงชูเฉียนจะยังเด็ก แต่ก็รู้ความและเชื่อฟังพี่สาวมาก เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก "หนูจะเชื่อฟังพี่ค่ะ... พี่คะ เมื่อกี้คุณย่าไม่ได้ตีพี่ใช่ไหม?"
ชูชิงยิ้มบางๆ ลูบหัวน้องสาว "ย่าตีพี่ไม่ทันหรอก... เดี๋ยวพอส่งหนูที่บ้านคุณยายแล้ว พี่จะเข้าเมืองไปเยี่ยมพ่อกับแม่ รอพ่อแม่ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ เราจะแยกบ้านกัน! ต่อไปเราจะไม่ต้องมาทนดูสีหน้าคนใจร้ายพวกนั้นอีกแล้ว"
เธอมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะหาเงินก้อนโตได้ในเวลาอันสั้น
ทว่าแววตาของชูเฉียนกลับฉายแววสิ้นหวัง "พี่คะ... ย่าไม่ยอมหรอก พ่อก็ต้องฟังย่า..."
บทเรียนจากอดีตยังฝังใจ เมื่อก่อนพ่อกับแม่เคยเปรยเื่แยกบ้าน ย่าก็อาละวาดจะผูกคอตาย สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงที่เดิม
ชูชิงมองเส้นผมแห้งกรอบสีเหลืองซีดของน้องสาว มันไม่ใช่สีจากการย้อม แต่เกิดจากการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง หัวใจของพี่สาวบีบแน่น เธอสาบานกับตัวเองว่าจะต้องขุนน้องสาวให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ และทำให้ผมเสียๆ พวกนี้กลับมาดกดำเงางามให้ได้
"เฉียนเฉียน วางใจเถอะ พี่มีวิธีทำให้พ่อยอมแน่ และถ้าพ่อยอมเมื่อไหร่... ต่อให้ย่าจะตีอกชกหัวแค่ไหน ก็ขวางเราไม่ได้หรอก"
