เคอเสี่ยวหรูใบหน้าซีดเผือด เอ่ยเสียงอ่อนว่า “ท่านแม่ เจ็บเหลือเกินเ้าค่ะ ข้าเจ็บท้องเหลือเกิน...”
ยังกล่าวไม่ทันจบ คนก็ชิงหมดสติไปเสียก่อน
“ประเสริฐนักเคอเสี่ยวหรู ยังไม่ทันทำอันใดเ้าด้วยซ้ำ นึกไม่ถึงว่าจะแกล้งเป็ลมเช่นนี้ นังตัวดี ดูเถิดว่าข้าจะตีเ้าจนตายหรือไม่ ผู้ใดใช้ให้เ้าเสแสร้งแกล้งทำ”
เคอก่วงเถียนเอ็ดตะโรพลางหมายจะพุ่งเข้าไป คิดอยากจะระบายโทสะใส่เคอเสี่ยวหรูสักหลายหน ไหล่ของนางเจ็บเจียนตาย นังคนชั้นต่ำผู้นี้ช่างกัดได้เต็มปากเต็มคำเสียจริง
ครั้นแม่เฒ่าเคอเห็นบุตรสาวของตนเองถูกผู้อื่นรังแก เพลิงโทสะพลันลุกโชนและคิดอยากจะแก้แค้นลงบนกายของเคอเสี่ยวหรูเพื่อเอาคืนเช่นกัน
หลินสืออู่รีบปกป้องเคอเสี่ยวหรู คอยกันการจู่โจมของเคอก่วงเถียนกับแม่เฒ่าเคอเอาไว้
ขณะนั้นเอง หางตาของหลินสืออู่เหลือบไปเห็นรอยเืบนกระโปรงของเคอเสี่ยวหรู ร่างทั้งร่างของนางถึงกับตกตะลึงจนนิ่งงันในทันใด...
นางพลันร้องตะคอกออกมาว่า “พอได้แล้ว เสี่ยวหรูของข้ามีเืไหลออกมาแล้ว”
เคอก่วงเถียนกับแม่เฒ่าเคอต่างชะงักการกระทำพลางมองไปทางเคอเสี่ยวหรู
ดังคาด พวกนางเห็นรอยเืเป็วงกว้างบนกระโปรงของเคอเสี่ยวหรูอย่างชัดเจน สองแม่ลูกรีบถอยหลังไปหลายก้าวโดยพร้อมเพรียงกันจนน่าทึ่ง
หลินสืออู่น้ำตาไหลริน อุ้มเคอเสี่ยวหรูขึ้นอย่างยากลำบากแล้วพากลับเข้าไปในห้อง เมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดและเหงื่อที่ผุดเต็มใบหน้าของบุตรสาวตน นางพลันหันกายพุ่งออกจากจวนโดยไม่ลังเล จากนั้นวิ่งตรงไปทางจวนของหมอหลูอย่างบ้าคลั่ง
ภายในใจเฝ้าภาวนาไม่ยอมหยุด : เสี่ยวหรู เ้าต้องอดทนเอาไว้ แม่จะไปเชิญท่านหมอมาให้เ้า ต้องอดทนเอาไว้ให้จงได้
ยังวิ่งไปได้ไม่ไกลนัก หลินสืออู่บังเอิญพบหมอหลูที่เพิ่งตรวจอาการผู้นำสกุลเคอและกำลังเตรียมตัวจะกลับจวนพอดี
นางวิ่งเข้าไป จัดการลากหมอหลูมาทางจวนสกุลเคอโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ทั้งยังร้องะโทั้งน้ำตาว่า
“ท่านหมอหลูโปรดช่วยเหลือด้วยเ้าค่ะ ขอร้องท่านแล้ว รีบไปช่วยเสี่ยวหรูของข้าเถิด นางมีเืออกเยอะเหลือเกินเ้าค่ะ ฮือๆๆ...”
ครั้นหมอหลูเห็นว่าอีกฝ่ายเป็คนในจวนของผู้เฒ่าเคอก็ไม่อยากตามไปมากนัก แต่หลินสืออู่บอกว่าคนมีเืออกมาก จึงทำได้เพียงฝืนใจวิ่งเหยาะๆ ตามหลินสืออู่เข้าไปในลานเรือนของจวนสกุลเคอ
เมื่อแม่เฒ่าเคอเห็นหมอหลู พลันนึกถึงค่ารักษาห้าตำลึงที่เขาเคยเรียกร้อง ดวงตาของนางถึงกับเบิกโพลง ร่างทั้งร่างรู้สึกไม่สู้ดีขึ้นมา
แต่กลับเอ่ยสิ่งใดไม่ออกภายในชั่วขณะ ร้อนรนใจเสียจนเกือบจะเป็ลมเพราะการอุดตันของเส้นเืที่ไปเลี้ยงสมอง
ทุกท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของแม่เฒ่าเคอ ในสายตาของเคอก่วงเถียนกลับหมายความว่าเคอเสี่ยวหรูคงจะอาการไม่ดีเสียแล้ว พวกนางสองแม่ลูกอาจถูกฟ้องร้องในคดีฆ่าคนก็เป็ได้
เคอก่วงเถียนหน้าซีดเผือดโดยพลัน นางยืนประคองแม่เฒ่าเคออยู่หน้าประตูห้องของเคอเสี่ยวหรูพลางเอ่ยพึมพำว่า
“เคอเสี่ยวหรู หากเ้าตายก็อย่าได้มาหาข้าเป็อันขาด ล้วนแต่เป็ความผิดของเคอโยวหราน หากจะแก้แค้นก็ไปหาเคอโยวหรานเถิด ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับข้า...”
หมอหลูเดินผ่านประตูเข้ามาและเห็นสภาพของเคอเสี่ยวหรู ร่างทั้งร่างพลันตึงเครียดไม่ต่างกัน เขารีบสาวเท้าเข้าไปจับชีพจรทันที
ไม่นานนัก หมอหลูก็ถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยว่า “สตรีผู้นี้ตั้งครรภ์ได้ประมาณหนึ่งเดือนแล้ว เมื่อครู่ครรภ์ได้รับการกระทบกระเทือน ทว่าโชคดีที่สุขภาพแต่เดิมไม่แย่นัก ข้าจะจัดเทียบยาบำรุงครรภ์ไม่กี่ชุดให้ นอนพักสักครึ่งเดือนค่อยตรวจร่างกายอีกเป็พอ”
ทันทีที่หลินสืออู่ได้ยินพลันเบิกตามองเคอเสี่ยวหรูที่กำลังสลบไสล ความรู้สึกภายในใจสับสนว้าวุ่นยิ่งนัก
เคอก่วงเถียนถอนหายใจยาว เอ่ยอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นว่า “หือ ตั้งครรภ์แล้วหรอกหรือ จิ๊ๆๆ คงมิได้แอบคบชู้จนถูกสกุลต่งพบเข้า ถึงได้โดนขับไล่ออกมากระมัง?”
เคอก่วงเถียนเผยสีหน้าท่าทางราวกับข้ารู้ข้าเห็นความจริงก็มิปาน แทบจะทำให้หลินสืออู่โมโหจนตายแล้ว
หลินสืออู่ชี้หน้าเคอก่วงเถียนด้วยมือสั่นเทาพร้อมทั้งร้องตะคอกว่า “นังหญิงสำส่อนหน้าไม่อาย ทั้งที่ยังไม่หมั้นหมายหรือแต่งงาน แต่ทันทีที่อ้าปากกลับบอกว่าลักลอบคบชู้ หรือว่าเ้ามักจะทำเื่เช่นนี้เป็ปกติ ถึงได้รู้ไม่น้อยใช่หรือไม่?”
“คนแซ่หลิน เ้ากล้าใส่ร้ายชื่อเสียงของข้าหรือ ดูเถิดว่าข้าจะตีเ้าให้ตายหรือไม่” ครั้นเคอก่วงเถียนถูกหลินสืออู่ป้ายสีเช่นนี้ มีหรือจะยอมรามือ พลันบุกเข้าไปในห้องเพื่อดึงทึ้งอีกฝ่าย
แม้แม่เฒ่าเคอมิอาจเอ่ยสิ่งใด แต่ร่างกายกลับแข็งแรงเป็อย่างยิ่ง นางบุกเข้าไปช่วยเคอก่วงเถียนด้วยการทั้งเตะทั้งถีบหลินสืออู่ยกใหญ่
หมอหลูขมวดคิ้วพลางหลบไปด้านข้าง เขารู้ดีอยู่แล้วว่าจวนสกุลเคอนั้นวุ่นวาย เห็นทีเงินค่าตรวจโรคในครั้งนี้ก็คงมิได้อีกตามเคย
โชคดีที่เขายังไม่จัดเทียบยา แค่ต้องเดินไม่กี่ก้าวเท่านั้น ถือเสียว่าออกกำลังกายก็แล้วกัน
หมอหลูถอนหายใจ ทำเพียงแบกล่วมยาพลางหลบหลีกคนทั้งสามที่ตะลุมบอนกันเพื่อออกจากห้อง
......
เช้าตรู่วันถัดมา เคอโยวหรานที่อยู่ในบ้านสวนนอนหลับอย่างเต็มอิ่มตลอดคืน
ครั้นลืมตาขึ้นกลับไม่พบผู้ใดในห้องแม้แต่คนเดียว นางจึงพลิกกายลุกขึ้นไปล้างหน้าและจัดการตนเอง เตรียมตัวจะออกไปดูข้างนอกสักหน่อย
ต้วนเหลยถิงพลันถือถ้วยไข่ตุ๋นน้ำตาลทรายแดงเข้ามาในห้องพอดี “โยวหราน เ้าตื่นแล้วหรือ? รีบกินตอนไข่ตุ๋นถ้วยนี้กำลังร้อนเถิด”
สิ้นคำกล่าว มือหนึ่งก็จับจูงมือของเคอโยวหราน ส่วนอีกมือหนึ่งถือถ้วยไข่ตุ๋นเดินมานั่งลงข้างโต๊ะ
ชายหนุ่มคอยตักจรดริมฝีปากเคอโยวหรานทีละคำด้วยตนเองพลางเอ่ยว่า “มา ระวังร้อน เ้าค่อยๆ กิน”
หากคนที่คุ้นเคยกับต้วนเหลยถิงได้เห็นภาพเช่นนี้ จะต้องตกตะลึงจนกรามหล่นพื้นอย่างแน่นอน
ในอดีตมีสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งอยากเข้าใกล้ต้วนเหลยถิง แต่กลับถูกเขาถีบกระเด็นโดยไม่เกรงใจเลยสักนิด แม้แต่เหลือบมองสักสายตาก็ยังไม่มีให้คนผู้นั้น
เคอโยวหรานอ้าปาก กินทีละคำจากช้อนที่เขาป้อน หวานละมุนทว่าไม่เลี่ยน รสชาติกำลังพอดีจึงอดกินไปหลายคำมิได้
ทว่าหากต้องกินของหวานั้แ่เช้าตรู่ เคอโยวหรานกลับรู้สึกไม่คุ้นชินเลยจริงๆ หลังจากกินไปครึ่งถ้วยจึงส่ายหน้าเอ่ยว่า
“ข้าไม่อยากกินแล้ว ที่เหลือท่านกินได้หรือไม่เ้าคะ?”
ต้วนเหลยถิงเอ่ยอย่างหลอกล่อเอาใจ “ข้าถามแม่เฒ่าที่มีประสบการณ์ในบ้านสวนแล้ว พวกนางบอกว่าในเวลาเช่นนี้เ้าต้องกินไข่หวานสักหน่อยจึงจะดีที่สุด
ข้าลงมือต้มตั้งหนึ่งชั่วยามกว่า เสียไข่ไปหนึ่งตะกร้า น้ำตาลทรายแดงอีกสิบกว่าจิน ถึงจะปรุงรสชาตินี้ออกมาได้ เ้ากินอีกสักนิดดีหรือไม่?”
เคอโยวหรานเบิกตาเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “หรือว่าที่ท่านตื่นั้แ่เช้าตรู่และมิได้อยู่ในห้องก็เพราะไปลำบากทำสิ่งนี้อยู่ในครัวหรือเ้าคะ?”
“อืม” ต้วนเหลยถิงพยักหน้า “เช้าวันนี้เหล่าสตรีที่มีบุตรภายในบ้านสวนต่างพากันกล่าวชมเชยเ้า เยินยอเสียจนแทบจะทำเอาเ้าลอยขึ้นฟ้าเสียแล้ว”
“เพราะเหตุใดหรือเ้าคะ?” เคอโยวหรานไม่เข้าใจ
“หากเ้ากินเพิ่มอีกสองคำ ข้าจะบอกเ้า” ต้วนเหลยถิงส่งช้อนจรดริมฝีปากของนางพลางเอ่ยหลอกล่อเสียงเบา
เคอโยวหรานจนปัญญา ทำได้เพียงกินเพิ่มอีกหลายคำแล้วถามว่า “ยามนี้บอกได้แล้วหรือไม่เ้าคะ?”
ต้วนเหลยถิงทอดถอนใจ “ของสิ่งนี้ช่างทำยากเย็น หากไม่หวานเกินไปก็มีกลิ่นคาวของไข่
เพื่อปรุงรสชาติให้สมดุล พอทำมากไปกลับกลายเป็สิ้นเปลือง ได้เพียงต้องยกให้บรรดาสตรีที่ให้นมบุตรเ่าั้กินเสียแล้ว”
บุรุษผู้นี้ช่างเหลือเกินจริงๆ!!!
นางมีดีอันใดกัน ชาติก่อนต้องสร้างคุณงามความดีมากเพียงใดถึงมาพบกับต้วนเหลยถิงได้?
บุรุษของยุคสมัยนี้ต่างอยู่ห่างจากห้องครัว ไม่มีบุรุษคนใดยอมเข้าครัวแม้แต่คนเดียว
มิต้องเอ่ยถึงเื่ที่บุรุษผู้นี้ยอมล้างมือเข้าครัวทำน้ำแกงเพื่อนาง
และเพื่อให้นางได้ลิ้มรสชาติที่ดีที่สุด ยังทำซ้ำไปมาอยู่หลายครั้ง...
แม้จะเป็ในยุคปัจจุบัน มีบุรุษตั้งมากมายที่ได้รับการศึกษาระดับสูง แต่จะมีสักกี่คนที่ยินดีจะปกป้องสตรีผู้หนึ่งถึงเพียงนี้?
ภายในใจของเคอโยวหรานรู้สึกอบอุ่น เบ้าตาถึงกับเปียกชื้นอย่างมิอาจหักห้ามได้ไหว ท่ามกลางการหลอกล่อเอาใจของต้วนเหลยถิง ไข่ตุ๋นน้ำตาลทรายแดงหนึ่งถ้วยค่อยๆ พร่องลงจนเห็นก้นถ้วย
เพื่อมิให้ต้วนเหลยถิงดูออกถึงความผิดปกติของนาง เคอโยวหรานจึงหยัดกายลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ซานหลาง ท่านนั่งสักประเดี๋ยว ข้าจะไปซักเสื้อผ้าชุดเมื่อวานสักหน่อยเ้าค่ะ”
ต้วนเหลยถิงลุกขึ้น จัดการอุ้มเคอโยวหรานในท่าองค์หญิงแล้ววางนางลงบนเตียงอย่างเบามือ ประทับหนึ่งจูบลงบนหน้าผากของนางก่อนเอ่ยว่า
“ข้าซักผ้าเ่าั้จนสะอาดหมดแล้ว ตลอดไม่กี่วันนี้เ้าไม่ต้องทำสิ่งใดทั้งสิ้น พักผ่อนอยู่ในบ้านสวนให้ดีเป็พอ จงว่าง่าย!”
