“พวกท่านต้องไปที่แห่งใดต่อหลังจากนี้”
“ภพพืชพันธุ์ ภวังคจิตซ่อนอยู่ในลำธารแห่งชีวิตที่คอยกัดกินเหล่าหมู่ซู่ที่นั่น เหล่าหมู่ซู่และต้นไม้ที่นั่นโดนกัดกินจากภายในมาหลายหมื่นปี มีหลายพันธุ์ที่สูญสิ้น และ โดนครอบงำจากิญญาร้าย ลำธารแห่งชีวิตจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ในภพพืชพันธุ์ แต่เป็อีกภพที่ซ่อนอยู่ พวกข้าคิดว่าพระแม่แห่งจิติญญาน่าจะรู้ถึงการมีอยู่ของภวังคจิตแต่ก็ไม่สามารถกำจัดิญญาร้ายนั่นออกไปได้ เพราะในโลกนี้มีเพียง เคียวปรภพเคี้ยวั และตัวราชันย์กะโหลกที่ถอดภวังคจิตคืนกลับไป พวกเราต้องไปที่นั่น” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ถ้าภวังคจิตมันแทรกซึมขนาดนั้น ฟังดูเหมือนภพพืชพันธุ์จะได้ความเสียหายใหญ่หลวง และขนาดพระแม่แห่งจิติญญายังไม่สามารถขจัดพลังมืดนั้นไปได้ ข้าคิดว่านี่ไม่ใช่เื่เล่นๆ ต้องรีบจัดการ ขอให้พวกท่านโชคดี สหายรัก ถ้ามีอะไรที่พวกเราสามารถทำให้ได้ก็ขอให้คิดถึงพวกเราและเรียกหาพวกเราได้ตลอดเวลา” ถูหลันกล่าว
“ไว้อาจจะต้องเชิญพวกท่านไปภพมนุษย์ ไว้พวกเราค่อยคุยเื่นี้กันอีกที ตอนนี้พวกเราขอลา” เ้าวั่งซูเอ่ย
“รักษาตัวด้วย สหายรัก” เม่งเซี๊ยะ วาดมือในอากาศเกิดกลุ่มหมอกละอองแห่งฝันเปิดทางสู่ภพพืชพันธุ์ ทั้งสี่เดินผ่านเข้าม่านหมอกแห่งฝัน พร้อมรอยยิ้มจากเม่งเซี๊ยะและถูหลันส่งท้ายจนพ้นเข้าแนวละอองฝันไป
ในห้วงป่าลึกของ "ภพพืชพันธุ์" มีดินแดนเร้นลับซึ่งอยู่ในขอบเขตของภพพืชพันธุ์แต่เป็ดินแดนที่ซ่อนอยู่ภายใต้แต่สมัยาที่อยู่ระหว่างภพพืชพันธุ์และภพ์ ณ ที่แห่งนี้ลำธารหนึ่งไหลเอื่อยราวไม่มีวันเหือดแห้ง สายน้ำใสราวกระจกสะท้อนแสงสีเขียวเรืองรองจากใบไม้รอบข้างที่แห่งนี้คือ "ลำธารแห่งชีวิต" แหล่งต้นกำเนิดพลังจักราที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ หมู่ซู่ วงศ์วานแห่งพืช และเผ่าพันธุ์ิญญาพืชไม้ให้คงอยู่ได้ "ภพซู่อวี้ (ภพแห่งการฟื้นฟูชีพ) ”
“ภพแห่งการฟื้นฟูชีพ” นี้คือภพย่อยโบราณลี้ลับซ่อนอยู่ใน "รากแก้วโลกา" ของ” หมู่ซู่จื่อหรง” ที่อยู่ก้นสุดของภพพืชพันธุ์ ไม่มีใครเคยเข้ามาที่แห่งนี้ พวกพืชพันธุ์และหมู่ซู่เรียกดินแดนต้องห้ามนี้ว่า “ดินแดนแห่งชีพนิรันดร์” ด้วยรากของหมู่ซู่จื่อหลงซึมซับพลังจักราและขับเคลื่อนสายน้ำผ่านผืนโลก เมื่อกาลเวลาผ่านไปสิ่งมีชีวิตแรกเริ่ม หมู่ซู่ พืชพันธุ์ ิญญาไม้ สัตว์ไร้เสียง จึงถือกำเนิดในภพใหม่ภพแรกของโลกที่ภายหลังถูกเรียกว่า “ภพพืชพันธุ์”
ภายในภพซู่อวี้มี “แก่นสระกำเนิด – ตาน้ำแห่งจิติญญา” สระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็ต้นกำเนิดแท้จริงของลำธารแห่งชีวิต ตาน้ำแห่งจิติญญาซึมผ่านรากของต้นจื่อหรง กระจายเป็เส้นใยพลังบางเบา กลายเป็ลำธารแห่งชีวิตที่ไหลผ่านภพพืชพันธุ์ ลำธารแห่งชีวิตหาใช่เพียงแหล่งพลังงานของต้นไม้ แต่เป็เศษเสี้ยวของพระแม่แห่งจิติญญาผู้ให้กำเนิดจิติญญาทั้งปวง เป็เส้นเืของจักรวาลที่เชื่อมต่อโลกกับจิติญญาของสรรพสิ่งในทุกภพ
“ดูต้นไม้ที่นี่สิ ใบไม้เป็สีน้ำเงินเรืองแสง และเหมือนข้าจะได้เสียงเพลงจากดอกไม้” เ้าวั่งซูกับหลิ่งกวางเดินพากันไปมองดงดอกไม้ที่กำลังขยับร่าง และส่งเสียงฮัมดนตรีเบาๆ
” ภพแห่งนี้มีบันทึกอยู่ในหอมนตรา์ ภพที่หายไป-ดินแดนแห่งชีพนิรันดร์ เป็ภพที่ไร้เวลา พืชพันธุ์ไม้เหี่ยวเฉา บรรยากาศเหมือนในภพฝันแห่งความเงียบงัน เชื่อว่าที่แห่งนี้เป็ต้นกำเนิดของภพพืชพันธุ์ แต่ไม่เคยมีใครเข้ามาถึง และไม่ยืนยันการมีอยู่จริง เพราะแม้แต่ภพพืชพันธุ์เองก็ยังเร้นลับ และน้อยคนที่จะทราบถึงการมีอยู่ของหมู่ซู่ต้นไม้พูดได้” ”
“นั่นไงทางเข้าไปก้นสุดลำธารแห่งชีวิตอยู่ใต้หมู่ซู่จื่อหรง พวกเราไปกันเถอะ” ทั้งสี่มุ่งตรงลงไปยังรากใหญ่ ใต้กิ่งก้านรากไม้ที่พันกันนับหมื่นชั้น มีประตูแห่งแสงสีเงินเรืองรอง รอบๆ มีภูติตัวเล็กลอยไปมาเปล่งแสง “นี่มันภูติจากไหน” “รู้สึกจะเป็ “ภูติเฝ้าเงา” ในหอมนต์ตรา์เขียนไว้ว่า เป็ภูติที่อยู่คู่กับหมู่ซื่อจื่อหรง คอยพิทักษ์ไม่ให้สิ่งใดมาทำร้าย”
ทั้งสี่โผล่ออกมาอีกด้านแต่ยังไม่พ้นรากไม้มากมาย สักพักพวกเค้ารู้สึกถึงความปั่นป่วนในหัว รุ้สึกเหมือนถูกดึงกลับสู่อดีตและภาพเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจริงหรือลวง ล้วนวิ่งเข้ามามากมาย
“ช้าก่อน ข้าว่านี่มันแปลกๆ” เฟยฟารู้สึกตัวหันมาทางอีกสามคน แต่ดูเหมือนทั้งสามจะดูเลื่อนลอยไร้สติ “นี่คือพืชอสูรกลืนจิตจากเผ่าิญญาไม้” แต่ปกติมันน่าจะแค่ทำให้หมุนวนในความทรงจำ และ ลวงตาหลอกความคิด แต่ครานี้รู้สึกถึงพลังดำมืด นั่นคงเพราะพลังของภวังคจิต”
ฮวาเฟยฟาตั้งสติสร้างเกราะป้องกันร่างทั้งสามไว้ และมือตั้งสามเหลี่ยมกลางหน้าอก “มนต์ปลดเปลื้องพัลวันจิตใจ” พวกพืชอสูรนี้มีดอกไม้ทดสอบจิตซึ่งมีรากเป็เถาวัลย์สีดำเข้าโจมตีรัดร่าง และสร้างภาพหลอน ดึงความกลัวที่อยู่ในใจ เพื่อให้คนผู้นั้นแสดงธาตุแท้และล้วงสิ่งที่อยู่ในใจผู้มาเยือนออกมา เพื่อทดสอบความบริสุทธิ์ของจิตใจก่อนปล่อยให้ผ่านเข้าดินแดนแห่งชีพนิรันดร์ ฮวาเฟยฟาเข้าปกป้องดวงจิต ความคิดของทั้งสี่ ไม่ให้ถูกลวงไปกับภาพลวงตาเ่าั้ เมื่อสามารถควบคุมสติได้ ดอกไม้เถาวัลย์สีดำนั้นก็เริ่มคลายออกจากร่างทั้งสี่ เมื่อหลุดจากพันธนาการ ฮวาเฟยฟาพาทั้งสี่พุ่งตรงทะลุผ่านดงพืชอสูรออกมา ก็พบลำธารแห่งชีวิตเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ด้านหน้า ฮวาเฟยฟานำน้ำจากลำธารมาชะล้างใบหน้า เ้าวั่งซู ชิงหลง และหลิ่งกวาง “มนต์คืนสัมปชัญญะ” ทั้งสามก็เริ่มได้สติ และ ลุกขึ้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหมือนตะกี้พวกเรายังเดินอยู่ในป่า เฟยเฟย”
“พวกเราติดกับดักของพืชอสูร ถูกล่อลวงทางจิตใจ และ ความคิด แต่ตอนนี้ข้าพาทุกคนออกมาแล้ว นั่นไงตาน้ำแห่งจิติญญา พวกเราไปตรงนั้นกันเถอะ ภวังคจิตน่าจะอยู่ตรงนั้น” ฮวาเฟยฟาชวนทั้งสามไป
ด้านหน้าใจกลางลำธารแห่งชีวิต คือ พลังิญญาก้อนใหญ่คล้ายเพชร เปล่งแสงสว่าง ระยิบระยับ ลอยกึ่งกลางพ้นน้ำ แต่ใจกลางก็มีเหมือนจุดดำๆ ที่ไม่มีพลังเปล่งออกมามากนัก
