ลู่ควันเอามือไขว้หลังและดึงลวดเหล็กในกระเป๋าออกมาเล็กน้อยกระเป๋าเขาเหมือนมีการสร้างขึ้นมาเป็พิเศษ เพราะด้านในสามารถใส่ม้วนลวดเหล็กได้เมื่อปล่อยมือลวดเหล็กนั้นก็จะม้วนกลับเข้าไป
บนพื้นมีไหเหล้าเปล่าอยู่สองใบกับข้าวบนโต๊ะกระจัดกระจาย บนตัวอันเจิงมีกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งเขาตอบกลับในอาการสะลึมสะลือจากนั้นก็ทำท่าเตรียมจะลุกขึ้น
ใบหน้าของลู่ควันมีความสับสนเล็กน้อยแต่เมื่อเขาคิดถึงคำพูดของเฉินไจ่เหยียนที่บอกว่าชอบอันเจิงมาก คำคำนี้ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็ดุร้ายทันที
ทำไมท่านถึงไม่ชอบข้า? ลู่ควันคำรามอยู่ในใจ จากนั้นเขาก็ก้าวไปด้านหน้าแล้วนำลวดเหล็กรัดคออันเจิงเอาไว้
เวลานี้อันเจิงหันหลังให้ลู่ควันอยู่เขาลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางโซเซ ราวกับไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้ลู่ควันกำลังจะลงมือฆ่าตัวเอง
เพียงครู่เดียวลวดเหล็กก็รัดอยู่ที่คอของอันเจิงแล้วอันเจิงที่เดิมทีอยู่ในสภาพมึนเมาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไม่ต่างไปจากเสือที่กำลังจะโจมตีเหยื่อ
ลู่ควันนึกไม่ถึงว่าที่แท้แล้วอันเจิงจะแกล้งเมา จึงไม่สามารถตั้งตัวได้ทันศอกของอันเจิงกระแทกกับหน้าอกของลู่ควันอย่างแรง อึก...ลู่ควันเปล่งเสียงออกมาจากนั้นก็ถอยไปด้านหลัง แต่ในขณะเดียวกันลวดเหล็กในมือเขาก็พุ่งออกไปยังคอของอันเจิงทันที
อันเจิงไม่รู้ว่าลู่ควันลงมือฆ่าฝ่ายตรงข้ามอย่างไรแต่ในสมองจำได้ว่า เมื่อตอนที่ทั้งสองดื่มเหล้าด้วยกันลู่ควันมีท่าทางการขยับนิ้วที่ไม่ปกติ นิ้วมือทั้งสองข้างมีรอยมัดอยู่ราวกับมีเชือกที่มองไม่เห็นรัดเอาไว้
อันเจิงพลิกตัวลงนอนบนเตียงลวดเหล็กเส้นบาง ๆ ที่พุ่งมาก็ผ่านหน้าเขาไป อันเจิงใช้แรงส่งจากการพลิกตัวยันเท้าทั้งสองออกไปแล้วถีบเข้าที่ตัวของลู่ควันเต็มแรง
เดิมทีลู่ควันไม่ทันได้ตั้งตัวร่างกายจึงยืนไม่มั่นคงนัก เมื่อถูกเท้าของอันเจิงถีบเข้าอย่างจัง ตัวเขาจึงล้มลงกับพื้นในทันที
แต่เขาก็ลุกขึ้นได้และยืนมองอันเจิงด้วยสีหน้าขาวซีดเท่าที่ดูแล้วคงไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย
อันเจิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เพื่อไม่ให้คนอื่นรับรู้ถึงพลังของตนอันเจิงจึงไม่ได้ใช้พลังวัตรที่มีช่วยถีบลู่ควันเลยแม้แต่น้อย แต่แค่แรงเท้าที่อันเจิงใช้ถีบออกไปตัวเขารู้ดีที่สุดว่านั่นเป็แรงมหาศาล ต่อให้จะเป็ผู้ฝึกพลังวัตรแต่เมื่อโดนจู่โจมด้วยแรงขนาดนี้ อย่างไรร่างกายต้องต้านทานไว้ไม่ไหวแน่
อันเจิงมองไปยังหน้าอกของลู่ควันจึงเห็นว่าจุดนั้นไม่ได้รับาเ็แต่อย่างใดเพียงแค่เสื้อยับเยินไปหน่อยเท่านั้นเอง
“เหล็กกล้า”อันเจิงพูดออกไปด้วยสัญชาตญาณ
ลู่ควันฉีกเสื้อชั้นนอกของตัวเองออกด้านในมีแผ่นเหล็กกล้าหุ้มหน้าอกและแผ่นหลังเขาเอาไว้ เขาไม่ได้รับาเ็ใด ๆเพียงแค่เหล็กบนหน้าอกยุบเข้าไปบางส่วนเท่านั้นเอง
“นี่ก็คือวิชาที่อาจารย์เ้าสอนหรอกหรือ?” อันเจิงถาม
ลู่ควันมีสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาที่อันเจิงใช้มองเขาอยู่ในตอนนี้สายตาคู่นั้นกระตุ้นอารมณ์เขาอย่างมาก
“ใช่ นี่ก็คือวิชาที่อาจารย์ข้าสอนเ้ากำลังดูถูกมันหรืออย่างไร?”
ลู่ควันสูดหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะดึงลวดเหล็กในมือออกมา “จริงอยู่ที่เ้าเป็คนที่มีอนาคต แต่ข้าไม่มีั้แ่ที่ข้าเข้ามาในนี้ ข้าก็มีชีวิตไม่ต่างไปจากอาจารย์ถูกลิขิตให้อยู่แต่ในมุมมืด และต้องใช้ชีวิตในความมืดตลอดไปข้าเองก็อยากมีชีวิตที่สวยงามอย่างเ้า แต่ก็คงไม่มีโอกาสนั้นแล้วฉะนั้นข้าจึงเกลียดคนแบบเ้ามาก เกลียดจนต้องฆ่าทุกคนที่เป็เช่นนี้”
เขาหันกลับมาแวบหนึ่งอันเจิงเห็นอาการที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ของเขา
ลู่ควันไม่กล้าสบตาเพราะกลัวคนอื่นจะอ่านใจออก
“ที่แท้ไม่ใช่เฉินไจ่เหยียนที่สั่งให้เ้ามาฆ่าข้า”
อันเจิงเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วจ้องไปที่ตาของลู่ควัน“เป็ตัวเ้าเองที่อยากฆ่าข้า”
“ใช่แล้ว!”
ลู่ควันกระตุกมือซ้ายไปด้านหน้าแล้วลวดเหล็กกว่าสิบเส้นก็พุ่งไปที่อันเจิงอย่างรวดเร็ว อันเจิงพลิกฝ่ามือ ปิ่นแมลงปอทับทิมก็ปรากฏขึ้นทันทีเขาไม่ได้หลบแต่อย่างใด กลับใช้ของในมือฟาดเข้าใส่ลวดเหล็กที่พุ่งเข้ามาความเร็วที่ใช้มากจนไม่อาจเปรียบได้เลยทีเดียว เมื่อครู่หากอันเจิงหลบไปด้านข้างละก็เขาคงจะติดกับดักของลู่ควันแล้ว
ลวดเหล็กในมือของลู่ควันกลายเป็วงกลมที่ใหญ่มากไม่ว่าอันเจิงจะหลบไปด้านไหน ลวดเหล็กนี้ก็จะม้วนตามอันเจิงไป
ฉับ...
ลวดเหล็กขาดลง
เพียงแค่ปิ่นแมลงปอทับทิมในมืออันเจิงแตะโดนลวดเหล็กนั้นก็ถูกตัดขาดแล้ว นั่นเป็ถึงปิ่นแมลงปอทับทิมสมบัติวิเศษระดับสีม่วงเชียวนะลวดเหล็กนั่นจะเทียบได้อย่างไร
ลู่ควันคิดไม่ถึงว่าอันเจิงจะมีสมบัติวิเศษเช่นนี้จึงชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นก็ะเิความโมโหออกมา พรึบ...เขาใช้มือทั้งสองปล่อยหมัดออกมาหาอันเจิงด้วยความเร็ว
หมัดลมปราณ!
ผู้ที่มีพลังอยู่ในขอบเขตจุติ์ไม่สามารถนำพลังออกมาใช้ภายนอกร่างกายได้นอกเสียจากจะมีวรยุทธ์ที่พิเศษหรือไม่ก็ต้องมีดวงที่ดีอย่างถึงที่สุด เพราะต้องมีพลังอยู่ในขอบเขตสุมารุขึ้นไปเท่านั้นจึงจะสามารถเปลี่ยนพลังเป็อาวุธได้และหมัดลมปราณของลู่ควันก็ทรงพลังอย่างมาก
ลู่ควันอยู่ห่างจากอันเจิงแค่หนึ่งเมตรกว่าพลังของหมัดลมปราณจึงพุ่งไปถึงอันเจิงอย่างรวดเร็ว
อันเจิงไม่ได้ตกตะลึงแม้แต่น้อย เขาผลักฝ่ามือออกไปหนึ่งข้าง
ฝ่ามือลมปราณกับหมัดลมปราณปะทะกันกลางอากาศคล้ายเกิดะเิขึ้น เมื่อพลังของทั้งสองชนเข้าด้วยกันสิ่งของรอบด้านต่างลอยขึ้นในอากาศ โต๊ะ เทียน เตียง หมอนและผ้าห่ม ทุกอย่างราวถูกแรงพายุพัดลอยขึ้นเศษฝุ่นและเศษดินที่อยู่รอบ ๆ ก็ถูกพัดลอยขึ้นเช่นกัน
แววตาของลู่ควันเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องเพราะเขานึกไม่ถึงว่าอันเจิงจะมีพลังที่แข็งแกร่งถึงขั้นนี้
“ใแล้วหรือ?” อันเจิงหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ จากนั้นก็ส่งกำปั้นออกไปด้านหน้า
ลู่ควันใช้แขนทั้งสองข้างบังหน้าอกตัวเองเอาไว้จากนั้นเขาก็รวบรวมพลังที่มีไว้ที่แขนเพื่อต้านพลังหมัดที่อันเจิงส่งออกมา
แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่มีอะไรเลยสักนิด
หลังจากที่อันเจิงพุ่งหมัดออกมาบรรยากาศก็เงียบสงบราวกับน้ำนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหว หมัดลมปราณอะไรก็ไม่มีทั้งนั้น
และในขณะที่ลู่ควันกำลังมึนงงอยู่นั้น ฟองอากาศก็ะเิขึ้นข้างใบหน้าของเขาฟองนั้นเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เมื่อแตกออกเขาจึงไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำหน้าอกของลู่ควันถูกแรงะเิเข้าอย่างจังจนทำให้ร่างกระเด็นออกไปด้านข้างผมของเขาถูกแรงลมมหาศาลพัดปลิว ขณะที่ฟองอากาศะเินั้น หนังหัวของเขาก็ลอกออกเป็แผ่นๆ แล้วมีเืไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
ใบหน้าของลู่ควันราวกับถูกมีดกรีดหลายสิบแผลกว่าครึ่งหน้าก็มีเืไหลซึมออกมาเต็มไปหมด
ร่างของลู่ควันถูกซัดจนกระเด็นล้มลง เห็นได้ชัดว่าเขาถูกพลังพุ่งโจมตีอย่างจังไม่คาดคิดเลยว่าอันเจิงจะมีพลังที่ดุร้ายและการโจมตีที่แข็งแกร่งขนาดนี้
เวลาเดียวกันกับที่ลู่ควันล้มลงลวดเหล็กในกระเป๋าเขาก็พุ่งออกมา อันเจิงสะบัดมือเล็กน้อย ปิ่นแมลงปอทับทิมก็ปัดลวดเหล็กออกทันทีทันใดนั้นลู่ควันก็ส่งหมัดเข้ามาที่หน้าอันเจิงอีกครา ห้องขังนี้เป็ห้องขนาดเล็กและทั้งสองมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วฉะนั้นการจะหลบจากกันก็เป็เื่ยากพอสมควร
มือขวาของอันเจิงถือปิ่นแมลงปอทับทิมเอาไว้มือซ้ายยื่นออกไปจับข้อมือของลู่ควัน อันเจิงเพิ่งจะเริ่มฉีกมือลู่ควันทันใดนั้นแขนของลู่ควันก็เปลี่ยนเป็งู มันเลื้อยขึ้นมาตามแขนของอันเจิงจากนั้นก็ะเิออกอย่างกะทันหันแรงอัดมหาศาลพุ่งไปที่หน้าของอันเจิง
อันเจิงหลบทันที แรงะเินั้นกระแทกเข้าที่กำแพงด้านหลังจนเป็รูโบ๋
แขนของลู่ควันอ่อนนิ่มและขยับได้ราวกับมีนิ้วมือเต็มไปหมด มันจับเข้าที่ข้อมือของอันเจิง
บดขยี้กระดูก
เมื่อนิ้วมือพวกนั้นเริ่มออกแรงแขนของอันเจิงก็ราวถูกบดทำลาย
ตอนที่แขนของอันเจิงถูกจับอยู่นั้น เขาได้ชี้นิ้วออกไปจากนั้นด้านข้างของใบหน้าลู่ควันก็มีฟองอากาศเกิดขึ้น มันแตกออกและะเิหัวลู่ควันจนเบี้ยวไปจากนั้น อันเจิงถีบเท้าไปบนท้องน้อยของลู่ควันเต็มแรง ทำให้แขนของลู่ควันหลุดออกจากตัวเขาและกระเด็นไปด้านหลังอันเจิงรีบยื่นมือตามไปจับและบิดแขนของลู่ควันทันที แขนของเขาถูกบิดหลายรอบจนดูน่ากลัวราวกับกระดูกแตกหักไปจนสิ้น
อ๊าก!ลู่ควันไม่สามารถรับมือกับพลังนี้ได้ จึงส่งเสียงร้องออกมา
อันเจิงยกกำปั้นสอยเข้าที่ขากรรไกรของลู่ควันอย่างแรงขณะที่ลู่ควันกระเด็นออกไปนั้น ฟันก็ร่วงออกจากปากเขาหลายซี่เช่นกัน
เมื่ออันเจิงกำลังจะพุ่งตามไปอีกครั้งลู่ควันที่กระเด็นออกไปกลางอากาศก็กลายเป็หนอนั์นุ่มนิ่มไร้กระดูกก่อนตกลงบนพื้นดินเขาเงยหน้าขึ้นมองอันเจิงด้วยแววตาที่เย็นเยียบ “เ้าบีบข้าเองนะ”
เมื่ออันเจิงเห็นดังนั้นก็ยืมคำพูดของตู้โซ่วโซ่วมาใช้“เ้าไม่มีไม้อื่นแล้วหรือไง”
ลู่ควันไม่เข้าใจในสิ่งที่อันเจิงพูดและไม่รีรอที่จะเข้าใจความหมายมันด้วย
ปิ่นแมลงปอทับทิมในมืออันเจิงลอยออกไปด้วยความเร็วแต่ลู่ควันก็ขยับตัวหลบได้ ร่างไร้กระดูกของเขาราวกับตัวหนอนยั้วเยี้ยที่น่ารังเกียจปิ่นแมลงปอทับทิมลอยผ่านตัวมันไปทางด้านหลัง
“รอเ้ามีพลังอยู่ในขอบเขตสุมารุเมื่อไหร่เ้าก็ฆ่าข้าได้แล้ว”
ลู่ควันหัวเราะอย่างเฉยชาแล้วคลานขึ้นมาด้านหน้า“แต่ตอนนี้พลังของเ้ายังไม่ถึงขอบเขตสุมารุ เ้าฆ่าข้าไม่ได้...!”
ปิ่นแมลงปอทับทิมพุ่งเข้าไปด้านหลังหัวของมันจากนั้นก็พุ่งออกมากลางหน้าผาก
อันเจิงโบกมือเล็กน้อย ปิ่นแมลงปอทับทิมลอยกลับมาอยู่ในมือเขาตอนนั้นลู่ควันเพิ่งสังเกตเห็นว่าลวดเหล็กของตัวเองถูกปิ่นนั้นม้วนเก็บไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ปิ่นแมลงปอทับทิมใช้่เวลาที่ลอยไปกลับหนึ่งรอบในการทำลายอาวุธของคู่ต่อสู้เพราะลู่ควันจะฆ่าคนด้วยลวดเหล็กเสมอ
ลู่ควันล้มลงไปอย่างไม่ยินยอม ในแววตามีประกายความอาลัยอาวรณ์โลกนี้อยู่
อันเจิงถอนหายใจยาว ๆจากนั้นก็ก้มหน้ามองปิ่นแมลงปอทับทิมในมือ
“เขาสมควรตาย”
เหล่าซุนเดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยใบหน้าขาวซีด“เขาไม่ได้รับคำสั่งจากท่านใต้เท้า กลับมาลงมือทำร้ายเ้า เขาสมควรตายแล้ว”
อันเจิงถามขึ้น “เฉินไจ่เหยียนฆ่าห่าวผิงอันรึ?”
เหล่าซุนส่ายหน้า “เ้าไม่เข้าใจต่อให้จะพูดอย่างไรเ้าก็ไม่เข้าใจ ไม่มีใครฆ่าใครตายทั้งนั้น มีแค่ใครที่สมควรตาย”
เขามองไปยังอันเจิง “เ้าก็สมควรตายถึงแม้ลู่ควันจะไม่ได้รับคำสั่งแล้วมาฆ่าเ้าด้วยตัวเอง ถึงแม้เขาจะสมควรตายแต่เขาเป็เพียงลูกศิษย์คนเดียวของข้า ชีวิตนี้ข้าไม่มีบุตรภรรยาศิษย์คนนี้ก็เหมือนบุตรชายข้า ฉะนั้นเมื่อเ้าฆ่าเขาตาย ข้าก็จะฆ่าเ้าเพื่อล้างแค้นให้ลู่ควันเอง”
อันเจิงกระตุกมือเล็กน้อย ปิ่นแมลงปอทับทิมจึงพุ่งออกไป
เหล่าซุนไม่ขยับเลยแม้แต่น้อยแต่เมื่อปิ่นแมลงปอทับทิมเข้าใกล้เขาในระยะหนึ่งเมตร ก็ราวกับถูกอะไรบางอย่างที่ไม่เห็นชนจนกระเด็นออกไป
อันเจิงตกตะลึงทันทีจากนั้นก็พุ่งมือออกไปด้วยความเร็ว
ขณะนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้นเมื่อฟองอากาศล่องหนเข้าใกล้ตัวเหล่าซุนก็ะเิออก แต่กลับไม่อาจเข้าใกล้เหล่าซุนในระยะหนึ่งเมตรได้เลยราวกับถูกกำแพงล่องหนกั้นเอาไว้
“เ้าเก่งไม่น้อย”
เหล่าซุนมองไปที่อันเจิงอย่างสงบแล้วพูดขึ้น“พร์ด้านวรยุทธ์ของเ้ามีมากจริง ๆ อยู่แค่ขอบเขตจุติ์ก็สามารถนำพลังในร่างกายออกมาใช้ได้แล้วคนอย่างเ้า หากมีเวลาที่เพียงพอละก็ ต่อไปต้องเป็ปรมาจารย์อย่างแน่นอนเสียดายแค่...เ้าจะต้องตายแล้ว เ้าอาจมีพลังมากพอที่จะฆ่าลู่ควัน แต่สำหรับข้าเ้าไม่มีพลังแม้แต่จะตอบโต้ด้วยซ้ำ”
เขาแค่จ้องมาที่อันเจิง ทันใดนั้นร่างของอันเจิงก็กระเด็นไปด้านหลังอย่างควบคุมไม่ได้ จากนั้นก็ชนเข้ากับกำแพงอย่างแรงแล้วตกลงไปกองกับพื้นส่วนกำแพงนั้นก็ถูกแรงกระแทกจนแตกละเอียด
“ข้าจะให้เ้าได้ลิ้มรสพลังในขอบเขตกิเลสมารสักหน่อย”
เหล่าซุนยกมือชี้ไปด้านหน้าจากนั้นกลางอากาศก็ปรากฏลวดเหล็กเส้นเล็ก ๆ ขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ลวดเหล็กของจริงทว่าเป็เพียงสิ่งของที่เสกขึ้นมาจากพลังเท่านั้น
“ลูกศิษย์ข้าชอบฆ่าคนแบบนี้ เช่นนั้นข้าก็ฆ่าเ้าแบบนี้ละกัน”
เขากระดิกนิ้ว จากนั้นลวดเหล็กก็พุ่งมารัดคออันเจิงเอาไว้
“โจมตี” เหล่าซุนะโขึ้น
พรึบ!
คุกของหน่วยทหารพังทลายลง ก้อนอิฐและไม้กลายเป็เพียงเศษฝุ่นในชั่วพริบตา
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยพลังจากกระดูกสีขาวที่มีขนาดเล็กมาก
นั่นเป็กระดูกนิ้วมือเท่าที่ดูคาดว่าน่าจะเป็กระดูกจากนิ้วโป้ง
เหล่าซุนนอนอยู่กับพื้น ทั้งร่างกลายเป็เพียงกองเืและกองเนื้อ
กระดูกนิ้วมือลอยวนรอบกองเนื้อแหลกเละมันมีขนาดเล็กมากแต่ราวกับกุมอำนาจฟ้าดินไว้
ด้านนอกหน่วยทหารกู่เชียนเยว่มีสีหน้าขาวซีด จากนั้นนางก็ล้มลงอย่างหมดแรงแต่ชวีหลิวซีประคองตัวเอาไว้ได้ทัน
กระดูกนิ้วมือกะพริบลำแสงสว่าง จากนั้นก็กลับไปห้อยที่คอของกู่เชียนเยว่ดังเดิม
