หลังจากที่ฉันเดินออกมาจากบ้านไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางของถนน ภาพความจอแจตามประสาเขตตัวเมืองในจังหวัดอีกทั้งยังเป็หนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวติดทะเลอีกต่างหาก เมื่อบวกเข้ากับพวกความรู้เกี่ยวกับทำเลและอหังสาฯ ที่ฉันเรียนรู้มาจากคุณพ่อนั่นจึงทำให้ฉันมองปราดเดียวก็รู้ว่าบ้านที่ฉันเช่าอยู่ในเวลานี้เหมาะแก่การค้าขายมากแค่ไหน...
“โชคดีจัง...ได้ทำเลดีขนาดนี้เปิดร้านขายอาหารเล็ก ๆ ก็น่าจะพออยู่กันได้”
ฉันที่เดินไปพลางคิดไปพลางพร้อมกับหัวใจที่ตื่นเต้นจากความรู้สึกที่ััได้ถึงความหวังของการเริ่มต้น ณ ยังสถานที่ใหม่แห่งนี้
กระทั่งเมื่อสองขาเรียวบางยังคงเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเนื่องจากเพลิดเพลินไปด้วยภาพความมีชีวิตชีวาของเหล่าชาวบ้านที่ดูครึกครื้น และด้วยภาพเ่าั้ก็พอจะทำให้ความรู้สึกบีบรัดที่ได้รับมาจากเมืองหลวงดูจะเบาบางลงไปได้มากเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าจะมีบ้างบางครั้งยามที่สายตาของคนแปลกหน้าได้จับจ้องมองมายังฉันจนพานทำให้นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ตนเองเคยถูกดูถูกด้วยสายตาอย่างที่เคยประสบพบเจอมาจากเมืองหลวง
เพียงแต่ว่า...สุดท้ายแล้วความรู้สึกจากสายตาของผู้คนที่อยู่ที่นี่ก็ถูกพังทลายไปด้วยรอยยิ้มที่ส่งตามมาทีหลังเหมือนกับ้าบอกให้ฉันรับรู้ว่าพวกเขากำลังมองฉันด้วยความเป็มิตรไม่ใช่มองด้วยความรู้สึกเหยียดหยามเหมือนที่เคยรู้สึกมาก่อนแต่อย่างใด
จนกระทั่งเมื่อความมั่นใจได้บวกเข้ากับความสบายใจแล้ว การย่ำเท้าเดินไปในสถานที่แปลกใหม่ก็พลันดูจะมีชีวิตชีวามากที่สุดในรอบเดือนกว่าที่ผ่านมา จากนั้นเมื่อสองเท้าที่ยังคงเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อยก็ได้พาฉันไปจนถึงริมชายหาดที่เบื้องหน้าได้มีภาพของโรงแรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ไกล ๆ โชว์ความสวยที่ถูกตกแต่งให้กลมกลืนเข้ากับบรรยากาศได้เป็อย่างดี
“ว้าว...สวยจังทำไมเราไม่เคยมาที่นี่เลยนะ” (OoO)
ดวงตาเป็ประกายยืนมองด้วยความชื่นชมภาพประติมากรรมจากที่ไกลตา และด้วยภาพรวมตรงหน้าทำให้ฉันรู้ว่ามันสวยงามมากแค่ไหน
สายตากลมโตที่ยังคงจับจ้องมองไปอย่างพินิจพิจารณาตามประสาผู้ที่เคยเห็นความงามของอสังหาริมทรัพย์มามากมาย กระทั่งเมื่อสำรวจมาสักพักฉันกลับพบว่าในสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามแห่งนี้ดูจะมีโรงแรมตรงหน้าเพียงโรงแรมเดียวเท่านั้นที่ดูหรูหรามากที่สุด
“จะใช่ของเขาไหมนะ...??”
ริมฝีปากงึมงำพูดกับตัวเองเบา ๆ หลังจากที่สมองเริ่มประมวลผลทันทีที่พานคิดไปถึงครอบครัวและใบหน้าของคนใจร้าย เพียงแต่พอมานึกเอาดี ๆ ก็พอจะได้คำตอบว่าไม่มีธุรกิจไหนหรือสถานที่ใดที่เป็ของครอบครัวนั้นที่ฉันไม่รู้นั่นก็เพราะฉันไปมาหมดแล้ว
“อ่ะ...จำได้ว่าโซนนี้เป็ของอีกตระกูลหนึ่งที่ดูแลอยู่นี่น่า เขาไม่น่าจะล้ำเส้นกันได้นะ อีกอย่างเห็นว่าตระกูลทางฝั่งนี้ก็เป็ของตระกูลที่เกี่ยวพันกับตระกูลใหญ่ในญี่ปุ่นอีกด้วยนิ...”
ใจที่พลันชื้นขึ้นมาหลังจากที่ให้คำตอบในสิ่งที่ตัวเองกังวลได้ ก่อนที่ความรู้สึกดีใจจะพรั่งพรูออกมาไม่หยุดยามคิดไปถึงทางรอดของตัวเอง และด้วยภาษาที่นับว่าเป็ทักษะพิเศษของตัวฉันเองด้วยนั้นคงจะทำให้ฉันมีโอกาสในงานนี้พอควร
“ถ้าไม่เกี่ยวกันเลยก็ดีซินะถ้างั้นเราก็มีโอกาสที่จะไปขอสมัครงานได้โดยไม่ต้องถูกอิทธิพลของตระกูลต้นตระกูลรุ่งเรืองรังควานแล้ว” รอยยิ้มบางฉาบขึ้นบนใบหน้าด้วยความตื่นเต้น
“เอ...แต่ว่าสงสัยต้องไปสืบซะหน่อยแล้วล่ะว่ามีตำแหน่งงานไหนว่างบ้าง เผื่อถ้าหากเขาเปิดรับสมัครตำแหน่งพนักงานต้อนรับขึ้นอย่างนี้เราก็พอที่จะมีสิทธิ์ลุ้น เพราะด้วยความสามารถทางด้านภาษาของเราแล้วล่ะก็ เราอาจจะเป็ตัวเลือกที่น่าสนใจให้กับทางโรงแรมนั้นก็ได้นะ”
คำพูดที่ยังพูดกับตัวเองไม่หยุดอีกทั้งสายตาก็ยังคงจับจ้องไปยังโรงแรมหรูไม่วางตา โดยเฉพาะคอที่ชะเง้อไปมายิ่งแสดงออกได้ดีว่าคนตัวเล็กตื่นเต้นกับสิ่งที่คิดมากแค่ไหน
“แต่จะว่าไปยังไงก็คงต้องไปปรึกษาพี่นิดก่อนดีกว่า เผื่อว่าพี่นิดอยากจะขายอะไรหน้าบ้านเราจะได้วางแผนถูกว่าจะทำยังไงต่อไป”
สิ้นความคิดที่ตกลงกับตัวเองได้แล้วฉันก็รีบเดินตรงไปยังตลาดที่เห็นตอนขามาก่อนหน้านี้โดยเร็วเพื่อที่จะได้ซื้อกับข้าวแล้วรีบสาวเท้ามุ่งหน้ากลับบ้านด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม
“กลับมาแล้วหรอคะคุณลูกจัน”
พี่นิดทักทายหลังจากเห็นฉันเดินเข้ามายังบริเวณตัวบ้าน
“ค่ะพี่นิด” (^-^)
“แล้วนี่หอบหิ้วอะไรมาเต็มไปหมดเลยล่ะคะ”
เสียงอบอุ่นเอ่ยถามพร้อมกับเดินมารับของที่มือฉันไป
“กับข้าวน่ะค่ะ ยังไงลูกจันขอตัวไปล้างหน้าล้างตาล้างมือก่อนนะคะแล้วเดี๋ยวลูกจันมาช่วยจัดจาน” (^-^)
ฉันยิ้มหวานเอ่ยบอกคนตรงหน้าก่อนจะวิ่งไปจัดการตัวเองให้เสร็จเรียบร้อย จากนั้นไม่นานนักมื้ออาหารที่แสนอร่อยก็ได้ผ่านพ้นไป
และหลังจากที่เราสองสาวช่วยกันเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ได้โอกาสพูดปรึกษาในสิ่งที่ตัวเองคิดไว้ทันที
“พี่นิดค่ะ...พี่นิดพอจะรู้จักโรงแรมหรูที่อยู่ตรงโซนหาดส่วนตัวตรงฝั่งริมนู้นไหมคะ”
ฉันเปิดปากถามออกไปก่อน เพราะถ้าพี่นิดรู้ประวัติความเป็มาั้แ่เริ่มก่อตั้งว่าเป็มายังไงมันก็จะยิ่งทำให้ฉันมั่นใจมากขึ้นถ้าหากว่าโรงแรมหรูนั้นไม่ได้เกี่ยวกับคนของตระกูลต้นตระกูลรุ่งเรือง
“เอ...ที่นี่มีโรงแรมหรูด้วยหรอคะ เอาจริงพี่เองก็จากที่นี่ไปนานน่าจะยี่สิบปีได้แล้วนะซิคะ แต่ถ้าพี่จำไม่ผิดตอนที่พี่อยู่เหมือนจะยังไม่มีนะคะมีแต่รีสอร์ตเล็ก ๆ เท่านั้น”
นิดพูดไปตามความทรงจำของตัวเองที่มีเกี่ยวกับบ้านเกิดแห่งนี้
“อ้าวหรอคะ...”
ความรู้สึกผิดหวังพาดผ่านดวงตาใสเล็กน้อยก็จะปรับให้กลับมาเป็ปกติดังเดิม และด้วยแววตาเศร้าของหญิงสาวก็ทำให้คนถูกถามรู้สึกกังวลใจ
“ทำไมหรอคะ...?? มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พอดีวันนี้ที่ลูกจันไปเดินสำรวจมาก็เห็นว่ามีโรงแรมหรูอยู่ลูกจันเลยอยากลองไปสมัครงานดูค่ะก็เลยมาถามพี่นิดก่อนเผื่อพี่นิดจะรู้จักประวัติของโรงแรมนั้น”
ฉันพูดด้วยเสียงอ่อยอธิบาย
“พี่ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ช่วยอะไรคุณลูกจันไม่ได้เลย”
“ไม่เลยค่ะ...!! พี่นิดไม่ต้องขอโทษลูกจันเลยค่ะ ไม่มีอะไรต้องซีเรียสขนาดนั้นค่ะ” (^-^)
ฉันรีบกุลีกุจอยกสองมือโบกพร้อมกับเอ่ยปากปฏิเสธเป็พัลวันเพื่อไม่ให้คนตรงหน้าไม่สบายใจ อีกอย่างไม่ว่ายังไงถึงตัวเองจะไม่รู้ประวัติโรงแรมนั้นแต่ฉันก็อยากจะลองไปสมัครอยู่ดี
“อีกอย่างลูกจันเองก็อยากมาปรึกษาพี่นิดก่อนด้วย ลูกจันลองสำรวจดูแล้วทำเลบ้านเราที่นี่ดีมากเลยนะคะเหมาะกับค้าขายดี เผื่อพี่นิดอยากจะเปิดกิจการอะไรลูกจันจะได้อยู่ช่วยค่ะ”
“อ้าวแล้วคุณลูกจันไม่อยากไปทำงานที่โรงแรมนั้นแล้วหรอคะ...??”
นิดที่สงสัยเพราะดูจากอากัปกิริยาของหญิงสาวแล้วหญิงสาวน่าจะอยากทำงานที่โรงแรมนั้นมากกว่า และด้วยความสามารถทางด้านภาษาของหญิงสาวที่เธอเองก็เคยเห็นมาก่อนเธอรู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้าต้องได้งานที่โรงแรมนั้นอย่างแน่นอน...
