ตอนที่ 3 กลิ่นหอมที่เป็เหตุ
“ความเมตตาที่มีให้ผิดคน คือการหยิบยื่นคมดาบให้ศัตรูมาแทงหัวใจเราเอง”
หลังจากซาลาเปาไส้หมูสับลูกโตหายวับเข้าไปในท้องน้อยๆ ของอาเป่า เด็กชายตัวน้อยก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แก้มที่เคยซีดเซียวเริ่มมีสีเืฝาดจางๆ ดวงตาที่เคยเศร้าสร้อยบัดนี้เป็ประกายด้วยความสุข และความเลื่อมใสในตัวมารดา
หลินชิงเหอมองดูลูกชายพลางถอนหายใจยาว เธอรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอเองก็เริ่มอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ผลจาก น้ำทิพย์เสริมพลังกายนั้นดีเยี่ยมเกินคาด อาการปวดแปลบที่ศีรษะลดลงจนเกือบหายสนิท ความรู้สึกหนักอึ้งในปอดเหมือนคนเป็ไข้หวัดใหญ่ก็มลายหายไป ทิ้งไว้เพียงความสดชื่นราวกับเพิ่งตื่นจากการนอนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องอีกครั้งอย่างละเอียด กระท่อมนี้เรียกได้ว่ารังหนูยังจะดูหรูหราไปเสียด้วยซ้ำ ฝาผนังดินเหนียวมีรอยร้าวเป็ทางยาว ลมหนาวหวีดหวิวลอดเข้ามาตลอดเวลา บนพื้นดินมีเพียงฟางแห้งบางๆ ปูทับด้วยผ้าห่มเก่าจนแข็งกระด้างที่ซักกี่ครั้งก็ไม่หายเหม็นอับ
ในโลกก่อน ฉันบริหารฟาร์มเป็พันไร่ มีคอนโดใจกลางเมือง มีทุกอย่างที่เงินจะซื้อได้ แต่ที่นี่ แม้แต่ถ้วยชามที่สมบูรณ์สักใบยังหาไม่ได้เลย
[ติ๊ง! โฮสต์้าสำรวจ ห้างสรรพสินค้าหรือไม่? ปัจจุบันท่านมีแต้มเริ่มต้น 100 แต้ม]
เสียงระบบดังขึ้นในหัว หลินชิงเหอหลับตาลงนึกถึงคำว่า ห้างสรรพสินค้า ทันใดนั้น ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปเป็พื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ชั้นวางสินค้าเรียงรายเป็ระเบียบ มีั้แ่ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุงรส ยาแผนปัจจุบัน ไปจนถึงอุปกรณ์ช่างและเครื่องจักรกลเกษตร
แต่ทว่า สินค้าส่วนใหญ่ยังเป็สีเทาและมีแม่กุญแจล็อคไว้
“ทำไมถึงซื้อไม่ได้?” เธอถามในใจ
[ตอบโฮสต์: ท่านต้องสะสม แต้มความมั่งคั่ง จากการทำมาหากินในโลกจริง หรือ แต้มความแค้น จากการเอาคืนคนที่คิดร้าย เพื่อปลดล็อคชั้นวางสินค้าในระดับที่สูงขึ้น]
หลินชิงเหอเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ แต้มความแค้นงั้นเหรอ? ดูท่าระบบนี้จะรู้จักนิสัยฉันดีเกินไปแล้ว จะว่าไปฉันก็ชอบนะเอาให้สะใจไปเลย!
เธอมองไปยังแผนกเครื่องปรุงรส เห็นเกลือไอโอดีนขวดเล็กๆ ราคา 5 แต้ม และน้ำมันพืชขวดจิ๋ว 10 แต้ม เธอตัดสินใจยังไม่ซื้ออะไรตอนนี้ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการ เก็บร่องรอย
“อาเป่าจ๊ะ” เธอหันไปหาลูกชายที่กำลังหลับตาพริ้ม และเลียปลายนิ้วเพราะเสียดายรสชาติซาลาเปา “ห้ามบอกใครเื่ที่แม่เสกของอร่อยมาให้เด็ดขาด แม้แต่ท่านพ่อ เข้าใจไหม?”
อาเป่าพยักหน้าหงึกหงักอย่างขะมักเขม้น “อาเป่าเข้าใจขอรับ! นี่คือความลับของอาเป่ากับท่านแม่ ถ้าคนอื่นรู้ พวกเขาจะมาแย่งมนต์วิเศษของท่านแม่ไป!”
“เก่งมากจ้ะ” เธอชมพลางลูบหัวลูกชาย
จังหวะนั้นเอง หูของหลินชิงเหอที่ได้รับการเสริมพลังจากน้ำทิพย์ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ สองคู่กำลังย่องเข้ามาใกล้กระท่อม เสียงไม้แห้งที่ถูกเหยียบดังกร๊อบเบาๆ นั้นไม่อาจเล็ดลอดประสาทััของเธอไปได้
มากันไวกว่าที่คิดแฮะ
“นังรองมันคงไม่ตายจริงๆ หรือเปล่าท่านแม่? เอ๊ะ! ข้าได้กลิ่น กลิ่นมันหอมแปลกๆ เหมือน… เหมือนกลิ่นเนื้อย่างเลย” เสียงแหลมเล็กที่พยายามกระซิบนั้นเป็ของ จางซื่อ หรือสะใภ้ใหญ่ เมียของพี่ชายคนโตตระกูลโจว ผู้ที่ขึ้นชื่อเื่ความี้เีและปากดีเป็ที่หนึ่ง
“จะตายไม่ตายข้าไม่สน แต่วันนี้มันกล้าขึ้นเสียงใส่ข้า! แสดงว่านังคนถ่อยนั่นมันต้องแอบซ่อนอะไรเอาไว้แน่ๆ ข้ารู้ดีว่ามันเป็คนที่ไม่กล้าสู้คน นอกจากว่ามันจะมีของดีอะไรซ่อนอยู่! ทำให้มันถึงมั่นใจขนาดนั้น” เสียงของแม่เฒ่าโจวแฝงไปด้วยความอาฆาต
หลินชิงเหอยิ้มเย็น เธอรีบคว้าเศษหมั่นโถวแข็งๆ ที่อาเป่าแอบเก็บไว้ให้เมื่อครู่ขึ้นมา แล้วแสร้งทำเป็ไอค่อกแค่ก ทรุดตัวลงนอนหันหลังให้ประตู ดึงผ้าห่มเก่าๆ ขึ้นมาคลุมถึงคอ
“อาเป่า แม่เจ็บเหลือเกินลูก แค่กๆ” เธอเริ่มการแสดงระดับรางวัลออสการ์
อาเป่าใชั่วครู่ แต่เมื่อเห็นสายตาที่ขยิบให้ของมารดา เด็กน้อยผู้ชาญฉลาดก็รับมุกทันที เขาถลาเข้าไปเกาะแขนเสื้อแม่แล้วร้องไห้โฮออกมา (แสดงเก่งกว่าแม่อีก)
เขาร้องไห้โฮออกมาสุดเสียง มือน้อยๆ เขย่าแขนเสื้อที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนของหลินชิงเหอราวกับใจจะขาด “ท่านแม่! ท่านแม่ตื่นสิขอรับ อย่าทิ้งอาเป่าไป! ฮือ ท่านแม่ตัวเย็นเหลือเกิน ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยท่านแม่ของอาเป่าด้วย!”
เสียงร้องไห้ของเด็กชายวัยสามขวบช่างบาดลึกและแหลมคมพอกับลมหนาว มันสะท้อนก้องอยู่ในห้องแคบๆ จนคนที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักไปอึดใจหนึ่ง
“จางซื่อ เ้าได้กลิ่นนั่นไหม?” แต่แม่เฒ่าโจวไม่ได้สนใจเสียงร้องของอาเป่าเลย นางยังคงจดจ่ออยู่กับกลิ่นหอมนั่นอยู่ กระซิบถามพลางทำจมูกฟุดฟิดไปซ้ายทีขวาที “หอม… กลิ่นหอมเหมือนเนื้อ หอมเหมือนน้ำมันหมูที่เจียวใหม่ๆ กลิ่นนี้มันไม่ได้มาจากห้องครัวบ้านอื่นแน่ๆ”
จางซื่อ หรือสะใภ้ใหญ่ผู้มีรูปร่างท้วมหนาเพราะได้กินอิ่มหนำกว่าใครในบ้าน ยื่นหน้าเข้ามาใกล้รอยแตกของประตูพลางเอาจมูกไปจ่อตรงรอยแตก แล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “จริงด้วยท่านแม่! กลิ่นหอมฟุ้งเชียว นังรองมันไปเอาของดีมาจากไหน? ขนาดข้าที่เป็สะใภ้คนโตยังได้กินแค่โจ๊กใส่กากหมูนิดเดียว แต่นี่กลิ่นมันหอมแรงกว่านั้นมาก หรือว่ามันจะแอบซุกซ่อนเงินทองที่เ้ารองส่งมาให้ไว้กับตัว?”
คำว่า เงินทอง กระตุ้นต่อมความโลภของแม่เฒ่าโจวให้พุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีก นางไม่รอช้าอีกต่อไป ยกเท้าขึ้นถีบประตูไม้ที่จวนจะพังแหล่ไม่พังแหล่อีกรอบ จนตอนนี้มันพังจริงๆแล้ว
โครม!
“นังสะใภ้รอง! อย่ามาเสแสร้งแกล้งตาย! เอาของที่แกซ่อนเอาไว้ออกมาเดี๋ยวนี้!” แม่เฒ่าโจวแผดเสียงดังลั่นขณะก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง โดยมีจางซื่อเดินตามมาติดๆ ราวกับสุนัขที่ได้กลิ่นเนื้อ
อาเป่าสะดุ้งสุดตัว เขาแสร้งทำเป็ใกลัวจนตัวสั่น งุดหน้าลงกับอกแม่ที่นอนอยู่ “ท่านย่า ท่านป้าสะใภ้ สงสารท่านแม่ของข้าด้วย ท่านแม่ป่วยหนักขนาดนี้ ท่านแม่ไม่มีแรงแล้วขอรับ อย่าทำอะไรท่านแม่เลย”
จางซื่อไม่สนใจเสียงอ้อนวอนของเด็กน้อย เธอเดินปรี่เข้าไปที่หัวเตียง (ซึ่งเป็เพียงกองฟาง) “กลิ่นมันอยู่แถวนี้! ข้าได้กลิ่นชัดๆ” จางซื่อแผดเสียงแหลมจนแสบแก้วหู มือนางรื้อค้นกองฟางอย่างบ้าคลั่งราวกับแม่ไก่คุ้ยหาหนอน “นังรอง! แกช่างใจดำอำมหิตนัก ในขณะที่ท่านแม่ต้องกินแต่น้ำข้าวใสๆ แกกลับแอบซุกซ่อนเนื้อไว้กินกับลูกในห้องนี้ กลิ่นหอมนี่มันปิดไม่มิดหรอกนะ! บอกมาซ่อนเนื้อเอาไว้ที่ไหน!”
แม่เฒ่าโจวเองก็ตาแดงก่ำด้วยความโกรธ นางใช้ไม้เท้าเคาะพื้นปูนดัง ปึกๆ “นังลูกสะใภ้อกตัญญู! ข้าว่าแล้วว่าทำไมแกถึงมีแรงลุกขึ้นมาขัดขืนข้าในวันนี้ ที่แท้ก็เพราะแอบกินของดีของข้าเข้าไปนี่เอง เอาออกมา! ถ้าแกไม่อยากให้ข้าตีแกจนตายคาไม้ ก็จงเอาเนื้อที่เหลือออกมาให้หมด!”
หลินชิงเหอค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แววตาที่ดูอ่อนล้าของเธอนั้นซ่อนความสมเพชไว้ลึกๆ เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก โดยมีอาเป่าคอยประคองแขนไว้แน่น
“เนื้อหรือคะ?” หลินชิงเหอแค่นยิ้มแห้งๆ “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านแม่ พวกท่านเห็นสภาพห้องนี้ไหม? ขนาดหนูยังส่ายหน้าหนี แล้วฉันจะไปเอาเนื้อมาจากไหน?”
“ไม่ต้องมาไขสือ!” จางซื่อกระชากแขนเสื้อของหลินชิงเหอจนผ้าปะชุนแทบจะขาดติดมือ “กลิ่นหอมหวลนั่นมันชัดเจนยิ่งกว่าอะไรดี ถ้าไม่ใช่เนื้อแล้วมันจะเป็อะไร!”
จางซื่อกวาดตามองไปทั่ว แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับ ก้อนแป้งสีน้ำตาล ที่ตกอยู่ข้างกองฟาง นางรีบถลาเข้าไปตะครุบมันไว้ราวกับกลัวมันจะเหาะหนีได้
“นี่ไง! หลักฐาน!” จางซื่อชูเศษหมั่นโถวแข็งๆ ที่หลินชิงเหอจงใจทิ้งไว้ขึ้นมาอย่างผู้ชนะ “ท่านแม่ดูสิ! มันแอบกิน”
ทว่า เมื่อแม่เฒ่าโจวมองดูสิ่งนั้นชัดๆ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความโกรธก็กลับกลายเป็ความว่างเปล่า
มันคือเศษหมั่นโถวธัญพืชที่หยาบที่สุด แข็งที่สุด และดำที่สุด เป็ของเหลือเดนที่แม่เฒ่าโจว โยนมาให้บ้านรองเมื่อสามวันก่อน สภาพของมันตอนนี้ไม่ต่างจากก้อนหินที่ตากแดดตากลมจนแห้งกรัง
“นี่น่ะหรือเนื้อ?” หลินชิงเหอเอ่ยถามเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ “นั่นคืออาหารมื้อสุดท้ายที่อาเป่าแอบเก็บไว้ให้ฉัน เขากลัวฉันจะตาย เลยยอมสละอาหารส่วนของตัวเองเพื่อต่อชีวิตแม่ พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านบอกว่ากลิ่นหอมนั่นคือเนื้อ หรือว่าสำหรับท่านแล้ว กลิ่นของความตายและความยากจนมันหอมหวานนักหรือคะ?”
จางซื่อหน้าเสีย นางพลิกเศษหมั่นโถวไปมา พยายามดมกลิ่น แต่มันมีเพียงกลิ่นรำข้าวบูดๆ และกลิ่นสาบดิน “แต่มัน แต่มันหอมจริงๆ นะท่านแม่ ข้าสาบานได้ กลิ่นน้ำมันหมูนั่นมัน”
“พอได้แล้ว!” แม่เฒ่าโจวตวาดใส่จางซื่อด้วยความขายหน้า นางมองไปที่หลินชิงเหอที่ตอนนี้นั่งน้ำตาคลอเบ้า อย่างน่าเวทนายิ่งนัก ถ้าใครมาเห็นเข้าคงต้องเอาเื่นี้ไปประจานทั่วหมู่บ้านแน่ ว่าแม่สามีรังแกสะใภ้รองจนจะขาดใจตายขนาดนี้
หลินชิงเหอแอบสั่งการในใจ [ระบบ ลบกลิ่นซาลาเปาในห้องนี้ให้หมดเดี๋ยวนี้!]
[รับทราบ... เริ่มการสลายโมเลกุลกลิ่น เสร็จสิ้น!]
ในพริบตาเดียว กลิ่นหอมหวลของเนื้อหมูสับและเครื่องยาจีนก็ถูกดูดหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เหลือเพียงกลิ่นอับชื้นและลมหนาวที่พัดโชยเข้ามาแทน
จางซื่อทำจมูกฟุดฟิด “อ้าว กลิ่นมันหายไปไหนแล้ว?”
“เลิกบ้าได้แล้วจางซื่อ!” แม่เฒ่าโจวรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้เป็ตัวตลก นางหันไปจ้องหลินชิงเหออย่างคาดโทษ “ในเมื่อแกยังไม่ตาย ก็อย่ามาทำสำออย พรุ่งนี้ถ้าแกไม่ลุกขึ้นมาซักผ้า ข้าจะตัดปันส่วนอาหารของบ้านรองทั้งหมด! แม้แต่น้ำข้าวใสๆ แกก็จะไม่เห็น!”
พูดจบ หญิงชราก็เดินสะบัดหน้าออกไป ทิ้งให้จางซื่อยยืนเก้ออยู่กลางห้อง
จางซื่อถ่มน้ำลายลงบนพื้นดิน “ถุย! นึกว่าจะมีของดีซ่อนอยู่เสียอีก ที่แท้ก็แค่นังยาจกเรียกคะแนนสงสาร อย่าให้ข้าจับได้นะว่าแกแอบงุบงิบอะไรไว้!”
เมื่อทั้งสองคนลับตาไป หลินชิงเหอก็เปลี่ยนสีหน้าทันที แววตาที่น่าสงสารหายวับไป แทนที่ด้วยความเ็าที่น่าขนลุก เธอหยิบทิชชู่เปียก (ที่แอบซื้อจากระบบเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว 2 แต้ม) ขึ้นมาเช็ดมือที่ถูกจางซื่อัั
“ท่านแม่... ท่านแม่เป็อะไรไปขอรับ?” อาเป่าถามอย่างงงๆ เด็กน้อยตามอารมณ์มารดาไม่ทัน
หลินชิงเหอมองลูกชายแล้วยิ้มบางๆ “แม่กำลัง อุ่นเครื่องน่ะลูก อาเป่าจำไว้นะ ต่อไปนี้ใครที่มาทำร้ายเรา เราไม่ต้องใช้แรง แต่เราต้องใช้หัว”
[ติ๊ง! ท่านได้รับ แต้มความแค้น จากแม่เฒ่าโจวและจางซื่อ รวม 20 แต้ม! ยอดคงเหลือปัจจุบัน: 118 แต้ม]
หลินชิงเหอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ โอ้โห... แค่นี้ก็ได้แต้มแล้วเหรอ? งั้นหลังจากนี้ฉันจะทำให้พวกคุณ แค้น จนอกแตกตายเลยล่ะ!
“อาเป่า ลูกหิวอีกไหม?”
“ไม่หิวแล้วขอรับ ซาลาเปาของท่านแม่อร่อยมาก แต่อาเป่า อาเป่าอยากให้ท่านพ่อกลับมาไวๆ ท่านพ่อจะได้ปกป้องท่านแม่ ไม่ให้ท่านย่ามาดุอีก”
คำว่า ท่านพ่อ ทำให้หลินชิงเหอชะงักไปครู่หนึ่ง ความทรงจำเกี่ยวกับ โจวเฉิง สามีของเ้าของร่างเดิมเริ่มปรากฏชัดขึ้น เขาเป็ชายหนุ่มร่างใหญ่ แข็งแรง กตัญญู และ ซื่อจนเกือบโง่ เขาทำงานหนักที่สุดในหมู่บ้าน ล่าสัตว์เก่งที่สุด แต่เงินทุกอีแปะกลับถูกส่งเข้ามือแม่เฒ่าโจวทั้งหมด โดยที่ลูกเมียได้รับเพียงเศษอาหาร
โจวเฉิง ถ้าคุณกลับมาแล้วยังมาเป็ โล่ ให้แม่ของคุณรังแกพวกเราอยู่ล่ะก็ ฉันคนนี้แหละจะเขี่ยคุณทิ้งเป็คนแรก!
“อาเป่า พรุ่งนี้แม่จะพาเ้าไปขุดสมุนไพรหลังเขา”
“แต่ท่านแม่ยังป่วยนะขอรับ”
“แม่หายดีแล้วจ้ะ” หลินชิงเหอพูดพลางมองออกไปที่ขุนเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ “ที่นั่นมี ขุมทองรอเราอยู่ และแม่จะเริ่มสร้างบ้านหลังใหม่ของเราที่นั่น บ้านที่ไม่มีปลิงคอยสูบเื!”
ในคืนนั้น หลินชิงเหอนอนกอดอาเป่าท่ามกลางลมหนาว แต่ในใจของเธอกลับร้อนรุ่มด้วยแผนการอันมากมาย เธอเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา มองไปที่ไอเทมชิ้นหนึ่งที่ต้องใช้ 100 แต้มในการแลก
[เมล็ดพันธุ์ผักโตไวสูตรเร่งรัด (ทนทานความหนาว)]
รอการล้างแค้นไม่ใช่วิธีของนักธุรกิจอย่างฉัน... การรวยให้พวกมันดูและอิจฉาจนอกแตกตายต่างหาก คือการล้างแค้นที่สะใจที่สุด!
