บทที่ 145 สถานการณ์ปัจจุบันของเทียนตู
เมื่อเร็วๆ นี้ โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเทียนตูตกอยู่ในความวุ่นวายปั่นป่วนเนื่องจากการผงาดขึ้นของตระกูลลู่ แม้ว่าจะยังไม่มีความขัดแย้งนองเืใหญ่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากการเกิดขึ้นของจัตุรัสอวี้เ้าของตระกูลลู่ มีนักพรตทั่วโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเทียนตูต่างก็เสี่ยงเข้าไปในสถานที่อันตรายเพื่อนำยาวิเศษมาแลกเปลี่ยนแต้มกับยาอายุวัฒนะเม็ดหนึ่ง จึงทำให้เกิดเื่ฆาตกรรมและแย่งชิงสมบัติขึ้นเป็ครั้งคราว ทำให้โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเทียนตูดูวุ่นวายเล็กน้อย
แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่สามารถหยุดความกระตือรือร้นของผู้ที่กำลังมองหาสมบัติได้ เพราะยาอายุวัฒนะแต่ละชนิดที่ตระกูลลู่ เปิดตัวอย่างต่อเนื่องนั้นน่าดึงดูดใจจริงๆ หากไม่ใช่เพราะตระกูลลู่มีความแข็งแกร่งนัก คงมีคนอาศัยความแข็งแกร่งที่มีเข้ามาแย่งชิงไปนานแล้ว
สำหรับนักพรตแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิทยายุทธ์ สองคือยาอายุวัฒนะ จากนั้นรองมาถึงจะเป็อาวุธวิเศษต่างๆ เพราะต่อให้อาวุธวิเศษจะดีเพียงไหน หากมีพลังยุทธ์ไม่ถึง วิทยายุทธ์ก็ไม่ดี คงไม่สามารถใช้พลังที่ที่มีออกมาได้อยู่ดี ในทางตรงกันข้าม มันจะดึงดูดความโลภของผู้คน ก่อให้เกิดเหตุร้ายจากการแสวงหาความมั่งคั่งและทำร้ายกันถึงชีวิตได้ สู้นำอาวุธวิเศษมาแลกกับยาอายุวัฒนะกิน ยังสามารถเพิ่มพลังยุทธ์และพลังเวทได้ยิ่งกว่า
ตระกูลลู่อยู่ใน่พัฒนาอย่างก้าวะโใน่เวลานี้ หลังจากที่ลู่อวี่ปรุงยาอายุวัฒนะคุณภาพสูงจำนวนมากออกมาได้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือผู้ที่อยู่ในตำแหน่งระดับสูงของตระกูลลู่ ที่ล้วนแล้วแต่เป็สมาชิกรุ่นเก่าของตระกูลลู่ที่มีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปีที่มีอายุขัยไม่มาก ทว่ามีพลังยุทธ์ติดค้างอยู่ใกล้จุดประสบความสำเร็จ เมื่อเวลาผ่านไป เด็กรุ่นใหม่ของตระกูลลู่ก็ค่อยๆ เติบโตขึ้น
ในบรรดาเจ็ดตระกูลใหญ่ในเทียนตู ไม่ว่าจะเป็ตระกูลเซี่ยที่อยู่ในอันดับหนึ่ง หรือตระกูลจ้าวที่มีอันดับสูงกว่าตระกูลลู่ไปเพียงระดับเดียว ต่างก็มีอัจฉริยะที่เป็ตัวแทนเด็กรุ่นใหม่อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเพราะยาอายุวัฒนะก็ดี หรืออาศัยความสามารถของตัวเองฝึกฝนมาก็ดี ต่างถือว่าพอยอมรับได้ในหมู่กองกำลังหลัก
มีเพียงตระกูลลู่ และนายน้อยผู้เดียวที่ยังเอาแต่กินข้าวไม่ทำอะไร เป็จอมเสเพลเกเรมีพลังยุทธ์วนเวียนอยู่ขั้นหลอมร่าง ในตระกูลไม่มีบุคคลที่โดดเด่นเลยสักคนเดียว
สถานการณ์เช่นนี้เริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่ลู่อวี่เดินมาถึงตระกูลลู่หลังกลับจากเขาหนิงชุยเฟิง หลังจากนั้น ลู่อวี่ก็ได้ประลองฝีมือกับเมิ่งเทียนอวิ๋นจากตระกูลเมิ่ง และต่อมาก็ต่อสู้กันอีกครั้งกับคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลิน แม้ว่าคู่ต่อสู้ไม่นับว่าเป็บุคคลอัจฉริยะชั้นนำของกองกำลังหลักต่างๆ ในเทียนตู แต่อย่างน้อยในที่สุดตระกูลลู่ก็มีผู้ที่มีความสามารถผู้หนึ่งที่สามารถใช้งานได้ และอัจฉริยะผู้นี้ก็เป็คนปรุงโอสถขั้นเทพที่มีสถานะสูงส่งเช่นกัน
เพราะการปรากฏตัวของลู่อวี่นี้เองที่ช่วยรักษาเสถียรภาพตำแหน่งที่ไม่มั่นคงของตระกูลลู่ในฐานะหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ของเทียนตูไว้
แต่นอกเหนือจากเขาแล้ว ก็ไม่มีเด็กรุ่นลูกคนไหนในตระกูลลู่ที่สามารถออกหน้าออกตาได้แล้ว แม้แต่ลู่หนานที่มีพลังยุทธ์่เริ่มต้นขั้นฟันฝ่าแล้วแม้จะอายุยังน้อย แต่ในแง่ของพลังการต่อสู้หรือความเร็วในการฝึกฝน ดูเหมือนว่าจะค่อนข้างธรรมดา อีกทั้งยังไม่ได้โดดเด่นในหมู่คนรุ่นใหม่ของตระกูลและสำนักระดับสูงจำนวนมากนี้นัก
แต่ตอนนี้ เมื่อมีการเข้ามาของยาอายุวัฒนะปริมาณไม่น้อย รวมถึงยาอายุวัฒนะแต่ละชนิดที่มีสรรพคุณเฉพาะถูกกลั่นและหลอมออกมาต่างกัน ไม่เพียงแต่คนรุ่นเก่าของตระกูลลู่เท่านั้นที่ได้รับประโยชน์นี้ คนรุ่นใหม่ก็ยิ่งเหมือนมีอัจฉริยะหลายคนปรากฏตัวออกมาด้วย แม้จะยังไม่ได้เป็ระดับหัวกะทิก็ตาม แต่อย่างน้อยตระกูลลู่ก็ไม่มีใครไม่รู้จักอีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น เพียงพลังยุทธ์ของคนรุ่นเก่าของตระกูลลู่ที่ทยอยกันฝ่าด่านได้ และมีอายุขัยที่มากขึ้น ความแข็งแกร่งโดยรวมของทั้งตระกูลลู่ก็ติดอันดับอย่างน้อยหนึ่งในสามอันดับแรกของทั้งเจ็ดใหญ่ แม้ว่าตระกูลลู่จะไม่เคยแสดงความแข็งแกร่งของตัวเองในตอนนี้ แต่ผู้นำาุโที่พอจะมีสายตาที่เฉียบแหลมของกองกำลังหลักแต่ละแห่งต่างก็รู้ดีว่าตระกูลลู่ในตอนนี้รับมือได้ด้วยยากนัก อาศัยความแข็งแกร่งที่มีก็ยังคงผงาดขึ้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ซึ่งยังทำให้เกิดความกังวลกันขึ้นในกองกำลังหลักแต่ละแห่ง กลัวว่าการผงาดขึ้นของตระกูลลู่จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของตนเอง หรือทำลายความสงบสุขและความสมดุลระหว่างกองกำลังหลักในทุกวันนี้
โชคดีที่หลังจากที่พยายามตรวจสอบกันมาอย่างหนัก กองกำลังหลักแต่ละแห่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกกันเงียบๆ เพราะดูเหมือนว่าการผงาดขึ้นมาของตระกูลลู่จะมีขนาดใหญ่ไม่น้อยนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลประโยชน์พื้นฐานของแต่ละกองกำลัง ถึงแม้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบบางอย่าง แต่ก็ยังอยู่ใน่ที่ยอมรับได้
ในนี้ที่ได้รับความกดดันมากที่สุดและประสบความสูญเสียที่หนักที่สุดก็คือเขาหนิงชุยเฟิง ซึ่งข้อนี้เด่นชัดจนใครๆ ต่างก็เห็น และตำหนักมหาเทพผู้สนับสนุนของเขาหนิงชุยเฟิงเอง เพื่อแสดงจุดยืนที่ยุติธรรมของตัวเองในเทียนตู ทางตำหนักมหาเทพเองก็ไม่กล้ากดดันตระกูลลู่อย่างโจ่งแจ้งเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่เขาหนิงชุยเฟิงเข้าไปหาเื่ถึงที่ โดยยืนยันว่าตระกูลลู่ได้ลอกเลียนแบบเคล็ดวิชาลับปลูกหญ้าวิเศษของสำนักพวกเขาไป ทำให้ตำหนักมหาเทพยิ่งเป็การยากที่จะออกหน้าแทนให้เขาหนิงชุยเฟิงอีก
เื่ราวในครั้งนั้นแม้ว่าข้อมูลที่ได้รับจากผู้ฝึกฝนระดับล่างเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นจะไม่ครบถ้วน แต่ก็ไม่มีอะไรที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเื่นี้สำหรับกองกำลังหลัก จนในที่สุดเขาหนิงชุยเฟิง ก็ต้องถอยกลับไปอย่างหมาจนตรอก และเสียหน้าอย่างมาก ทางตำหนักมหาเทพเองก็ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ อีกทั้งยังทำให้ตระกูลลู่ขุ่นเคืองเสียเปล่าๆ ส่วนทางตระกูลเมิ่งนั้นเดิมทีก็มีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับตระกูลลู่อยู่แล้ว ต่อให้ไม่บรรลุเป้าหมาย แต่ก็ไม่ได้สูญเสียอะไร ตรงกันข้ามกลับได้รับผลประโยชน์และคำมั่นสัญญาจากทางเขาหนิงชุยเฟิงมาแทน แม้ทางวังเทพอัคคีที่คิดจะมาเอาเปรียบตระกูลลู่กลับได้รับความสูญเสียครั้งใหญ่ หลังจากที่ตระกูลลู่หลอมยาเม็ดชิง์ และยาชิง์น้อยออกมาสำเร็จ ไม่เพียงแต่ต้องแบกหน้ามาขอซื้อยาอายุวัฒนะราคาสูงที่ตระกูลลู่เท่านั้น อีกทั้งยังได้รับการเยาะเย้ยจากผู้นำที่มีอำนาจจำนวนมากด้วย
แต่บุคคลสำคัญในตระกูลและสำนักต่างๆ จำนวนไม่น้อย กลับตั้งเป้าหมายไว้ไกลกว่านี้ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าการเติบโตขึ้นมาของตระกูลลู่ไม่สามารถที่จะยับยั้งได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้จึงใช้ทุกวิธีการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองไว้ในขณะเดียวกันก็รักษาความสัมพันธ์ฉันมิตรกับตระกูลลู่ไว้ด้วย
แม้แต่ตระกูลที่แต่ก่อนก็เป็ศัตรูกับตระกูลลู่ไปซะทุกอย่างอย่างตระกูลเมิ่ง ก็ยุติข้อพิพาทในเวลานี้และอยู่อย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัวในเวลานี้เช่นกัน ในยามที่ไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะกดหัวตระกูลลู่ได้ จึงไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้าตีเสมอกับตระกูลลู่
ในขณะที่กองกำลังหลักกำลังเฝ้าจับตาดูตระกูลลู่อย่างเงียบๆ และรอโอกาสอยู่นั้น ใน่เวลาที่ลู่อวี่ยังคงตามจีบหญิงงามฉินอยู่ที่สำนักเป่ยเฉินทุกวัน ตระกูลลู่ก็มาพร้อมกับข่าวที่ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนตกตะลึงตาค้างอีกข่าวหนึ่งแล้ว คนปรุงโอสถของตระกูลลู่ลู่เหว่ยเฉิน ได้ปรุงยาอายุวัฒนะขั้นห้า ‘ยามหัศจรรย์ทำลายล้างเจ็ดดาว’ ออกมาได้เอง หากเป็ตามกฎของเทียนตูแล้ว นี่คือการถือกำเนิดของคนปรุงโอสถขั้นห้าในตระกูลลู่อีกครั้งแล้ว! ข่าวดีเช่นนี้จะไม่ทำให้ผู้คนใกันได้อย่างไร เพียง่ระยะเวลาเพียงสองปีสั้นๆ ตระกูลลู่ก็มีคนปรุงโอสถขั้นห้าเกินติดต่อตามกันมาสามคน แม้ว่านายน้อยตระกูลลู่จะไม่เคยยอมรับว่าเขาเป็คนปรุงโอสถขั้นสี่ แต่ยาชิง์น้อยก็เป็ยาอายุวัฒนะขั้นสี่ของแท้สมชื่อ หากตามมาตรฐานของเทียนตู นั้นก็คือคนปรุงโอสถขั้นสี่แล้ว
ยาอายุวัฒนะที่ลู่เหว่ยเฉินหลอมออกมาได้ครั้งนี้ลู่อวี่เป็คนถ่ายทอดให้กับลู่หงิเอง และเขาก็มีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ต่อให้คนปรุงโอสถที่เป็ลูกศิษย์ในตระกูลหลายๆ คนที่มีความโดดเด่นในด้านการปรุงโอสถ แต่ตัวลู่หงินั้นกลับไม่เคยหลอมยาอายุวัฒนะนี้ออกมาได้เลยแต่กลับหลอมยาอายุวัฒนะอีกสองชนิดออกมาได้แทนนั้นก็คือ ‘ยาอายุวัฒนะน้ำค้างขาว’ และ ‘ยายืดอายุไป่เฉ่า’
การปรากฏตัวของลู่เหว่ยเฉินไม่เพียงแต่เติมเต็มช่องว่างในการหลอม ‘ยามหัศจรรย์ทำลายล้างเจ็ดดาว’ ของตระกูลเท่านั้น แต่เป็การนำมาซึ่งผลประโยชน์และชื่อเสียงที่คนปรุงโอสถขั้นห้านำมาสู่ตระกูลที่ไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบได้
ครั้งนี้ตระกูลลู่กลับไม่ได้จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองให้ อีกทั้งยังไม่ได้ป่าวประกาศออกไปว่ามีคนปรุงโอสถขั้นห้าเพิ่มมาอีกคนในตระกูลลู่ นั้นไม่ใช่ว่าตระกูลลู่มีอคติอะไรกับลู่เหว่ยเฉิน แต่อันที่จริงแล้วทั้งหมดนี้เป็ความ้าของตัวลู่เหว่ยเฉินเอง
ตอนนี้ลู่เหว่ยเฉินดูเหมือนจะเป็ผู้ฝึกฝนที่เข้าสู่สภาวะการฝึกฝน ทั้งร่างกายและจิตใจทุ่มเทอยู่กับการปรุงโอสถอย่างสมบูรณ์ ในบรรดาตระกูลลู่ นอกเหนือจากลู่หงิแล้ว ในบรรดาคนปรุงโอสถ เขาถือว่าได้ใกล้ชิดกับนายน้อยลู่อวี่มากที่สุด ได้ยินลู่อวี่พูดถึงหลายครั้งว่าการเลื่อนตำแหน่งของคนปรุงโอสถ อย่างน้อยจะต้องเชี่ยวชาญยาอายุวัฒนะระดับเดียวกันอย่างน้อยสามชนิดขึ้นไปจึงจะคู่ควร ตอนนี้เขาเพิ่งสกัดยาอายุวัฒนะขั้นห้าได้ชนิดเดียว ถือได้ว่าเป็ว่าที่คนปรุงโอสถขั้นห้าเท่านั้น อีกทั้งยังยังคงมีช่องว่างระหว่างคนปรุงโอสถขั้นห้าที่แท้จริงอยู่ เพราะเหตุนี้ ลู่เหว่ยเฉินถึงได้ปฏิเสธแผนการงานเลี้ยงเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ของตระกูลลู่ที่จะจัดขึ้นให้ และเปลี่ยนเป็การฉลองกันภายในเล็กๆ แทน แต่ถึงกระนั้น ลู่เหว่ยเฉินก็เพียงโผล่หน้ามาให้เห็นในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองภายในของตระกูลเพียงครู่เดียวเท่านั้น จากนั้นก็กลับไปที่ห้องปรุงโอสถเลยทันที
ลู่อวี่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจมากนักเมื่อได้ยินว่าลู่เหว่ยเฉิน หลอมยาอายุวัฒนะขั้นห้า ‘ยามหัศจรรย์ทำลายล้างเจ็ดดาว’ ออกมาได้ หากพูดถึงในแง่คุณสมบัติในการปรุงยาอายุวัฒนะจริงๆ แล้ว ลู่เหว่ยเฉินก็ยังมีฝีมือดีกว่าลู่หงิหน่อย แต่ก่อนหน้านี้ลู่หงิเองก็เป็เพียงคนปรุงโอสถที่ไม่จริงจัง ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ มันก็เป็เื่ปกติที่ลู่เหว่ยเฉินที่อยู่ข้างกายลู่หงิจะไม่ได้เรียนรู้และไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จนกระทั่งลู่อวี่ปรากฏตัวและถ่ายทอดความรู้ให้เขาโดยไม่ปิดบัง ลู่เหว่ยเฉินถึงได้เริ่มก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด จนสามารถหลอมยาอายุวัฒนะขั้นห้าออกมาได้ใน่เวลาสองปีสั้นๆ
สำหรับคนปรุงโอสถคนอื่นๆ ของตระกูลลู่ ต่างก็ก้าวหน้าไปไม่น้อยหน้าเช่นกัน ขนาดของกลุ่มคนปรุงโอสถของตระกูลลู่ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน ตอนนี้คนปรุงโอสถของตระกูลลู่มีเกือบสองร้อยคน นี่คือผลลัพธ์หลังจากที่ลู่หงิทำการคัดเลือกออกมาให้แล้ว ไม่เช่นนั้นตระกูลใหญ่อย่างตระกูลลู่ ในขณะที่มีคนปรุงโอสถขั้นห้าอยู่สามคน ก็ไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนที่จดจ่อที่จะเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในนี้ ไม่ว่าอนาคตในด้านการปรุงโอสถจะประสบความสำเร็จอย่างไร อย่างน้อยก็สามารถผูกมิตรที่ดีกับว่าที่คนปรุงโอสถพวกนั้นในอนาคตของตระกูล ถือว่าคุ้มเกินคุ้มแล้ว
เขาหนิงชุยเฟิงตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจงโจว ก็คือยอดเขาเทียนมู่นั่นเอง นอกจากยอดเขาหลักหลิงเซียวแล้ว ถือว่าเป็ยอดเขาที่มีชื่อเสียงที่สุด แม้ว่าูเาจะสูงเพียงสองร้อยจั้ง แต่ก็ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียว น้ำตกที่ใสสะอาด ตลอดจนดอกไม้และพืชพรรณแปลกตานานาชนิด มองจากระยะไกลทั้งยอดเขาจะดูเขียวชอุ่มราวกับหยก ดังนั้นจึงเป็ที่มาของชื่อเขาหนิงชุยเฟิง
เมื่อหลายร้อยปีก่อนเขาหนิงชุยเฟิงก็ถูกเสิ่นตานเจวี๋ยคนปรุงโอสถขั้นห้านำลูกศิษย์จำนวนหลายคนเข้ามาก่อตั้งสำนัก และขยายสาขา ทำให้เขาหนิงชุยเฟิงมีชื่อเสียงไม่น้อย
แต่ตอนนี้ เนื่องจากตระกูลลู่ที่เติบโตขึ้นอีกทั้งมีคนปรุงโอสถขั้นห้าถึงสามคนที่กดรัศมีของเขาหนิงชุยเฟิงไม่ให้เปล่งประกาย ทำให้บรรยากาศทั้งเขาหนิงชุยเฟิง ดูค่อนข้างเงียบปนหม่นหมอง แต่ไม่ว่าสถานะปัจจุบันนี้ของเขาหนิงชุยเฟิงจะเป็อย่างไร สำหรับลูกศิษย์ระดับล่าง แล้วมันก็มีผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พวกเขามาเข้าร่วมกับเขาหนิงชุยเฟิง เพื่อเรียนรู้ทักษะการปรุงโอสถ และต่อให้เขาหนิงชุยเฟิงล่มสลายลง พวกเขาก็ยังคงสามารถใช้ทักษะการปรุงโอสถในมือหาสถานที่ดีสักแห่งเอาชีวิตรอด และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้
แต่สำหรับผู้นำระดับสูงของเขาหนิงชุยเฟิงแล้ว การผงาดขึ้นมาของตระกูลลู่ถือเป็เื่ใหญ่อีกเื่หนึ่งได้ ไม่มีใครชอบคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่ถือกำเนิดขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือสำหรับ เสิ่นตานเจวี๋ยและลูกศิษย์ผู้สืบทอดตัวจริงหลายคนแล้ว ผลประโยชน์ทั้งหมดของพวกเขาเชื่อมโยงโดยตรงกับความแข็งแกร่งของเขาหนิงชุยเฟิง แต่สถานการณ์ในปัจจุบันนี้คือ เขาหนิงชุยเฟิง ถูกตระกูลลู่กดขี่จนโงหัวไม่ขึ้น ยาอายุวัฒนะที่หลอมออกมาได้ก็ขายไม่ออก ไม่ว่าต้นทุนหรือสรรพคุณของยาอายุวัฒนะก็ด้อยกว่าของตระกูลลู่นัก
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เสิ่นตานเจวี๋ยจะไม่คิดหาวิธีแก้ปัญหาได้อย่างไร แล้วจะยอมปล่อยให้ตระกูลลู่กดขี่อยู่บนหัวเขาหนิงชุยเฟิงไปตลอดได้อย่างไร เขาเสิ่นตานเจวี๋ยมาที่โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเทียนตูที่ห่างไกลนี้เพื่อมาหาโชคลาภ มาเพื่อเป็ใหญ่ ไม่ใช่มาให้ถูกคนรังแก
