ในเมืองยา ตระกูลใหญ่ทั้งสามคือตระกูลมู่ ตระกูลหวัง และตระกูลเซี่ย เดิมหัวหน้าตระกูลหวังเป็ผู้นำ แต่ใน่หลายปีที่ผ่านมา ลูกหลานของตระกูลหวังลดลง และตระกูลมู่ก็ถือกำเนิดขึ้นมากมาย ตระกูลหวังจึงต้องกลายเป็รองของตระกูลมู่
หลงเฟยเยี่ยท่องไปทั่วโลกั้แ่ยังเด็ก เขาเคยมาที่เมืองยาเมื่อนานมาแล้ว และถือได้ว่าสนิทสนมกับประมุขของตระกูลหวัง ทำให้เขารู้เื่ต่างๆ มากมายในเมืองยา แน่นอนว่ารวมไปถึงเื่ของตระกูลมู่และตระกูลเซี่ยด้วย อย่างไรก็ตาม มีคนน้อยมากที่รู้เื่นี้
ใน่ฤดูใบไม้ผลิ ในลานบ้านของตระกูลหวังก็เต็มไปด้วยดอกไม้ คนที่ไม่รู้คงคิดว่ามันเป็แค่ดอกไม้และพืชธรรมดา คนที่รู้ก็จะรู้ว่ามันเป็สวนที่เต็มไปด้วยสมุนไพร ในเมืองยา ดอกไม้ทุกดอก ต้นไม้ทุกต้น ล้วนแล้วแต่เป็ยา
ศาลาสูงในลานบ้าน หวังกงและหลงเฟยเยี่ยนั่งดื่มกัน คนหนึ่งราวกับเทพเซียน อีกคนลึกลับและเคร่งขรึม คนหนึ่งขาวอีกคนดำ กลายเป็ภูมิทัศน์ที่อธิบายไม่ได้ในลานบ้าน
“ได้ยินว่าเ้าพาหวังเฟยมาด้วย เหตุใดจึงไม่พามาด้วยล่ะ” หวังกงถามด้วยรอยยิ้ม
“ก็แค่ตัวปัญหา จะไปพูดถึงนางทำไมกัน?” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเฉยเมย
“ได้ยินมาว่าหวังเฟยท่านนี้มีความสามารถไม่น้อยเลยไม่ใช่หรือไร? ทั้งยังรักษาพิษได้มากมายอีกด้วย?” หวังกงถามอีกครั้ง
“ข่าวแพร่กระจายเร็วจริงๆ” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเฉยเมย ต่อหน้าคนผู้นี้ เขาเ็าน้อยลงและเป็กันเองมากขึ้น
หวังกงลูบเคราและยิ้ม “หากมีความสามารถที่แท้จริง เช่นนั้นมันก็เป็พรแก่เ้าแล้วล่ะ ในอนาคต...”
หวังกงไม่ได้พูดต่อและเหลือบมองไปที่หลงเฟยเยี่ย เห็นเพียงหลงเฟยเยี่ยกำลังจิบสุราจากจอก เขาจึงไม่คิดที่จะพูดต่อไป
หวังกงหยุดหัวนี้ข้อทันทีและเปลี่ยนไปหัวข้ออื่น
ทั้งสองที่กำลังคุยกัน ไม่นานคนรับใช้ก็ส่งข้อความว่า “นายท่าน มีการเคลื่อนไหวทางฝั่งป่าสมุนไพร ตระกูลมู่ก็พาคนไปที่นั่นอีกครั้ง และ...”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงเฟยเยี่ยก็เลิกคิ้วขึ้นและมอง แววตาเปล่งประกายแวววาว
เื่ของสายลับหลี่ซื่อจบลงแล้ว แต่เขายังคงมองหาตัวตนของชายสวมหน้ากาก จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังหมกมุ่นกับเื่นี้อยู่
ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าชายในหน้ากากมีแนวโน้มที่จะเป็คนระดับสูงของราชวงศ์เป่ยลี่ ทั้งยังมีการสมรู้ร่วมคิดที่ใหญ่กว่าซ่อนอยู่เื้ั เื่ที่เขาลักพาตัวหานอวิ๋นซี หลงเฟยเยี่ยก็ไม่สามารถทนได้
หานอวิ๋นซีเคยพูดไว้ในตอนแรกว่า การปรุงพิษงูหมื่นตัวนั้น จะต้องมีพิษหายากสามชนิด ได้แก่ หมีเตี๋ยเซียง ไผ่เขียว และเซียวเซียง
ยาทั้งสามนี้หากไม่มาจากตระกูลแพทย์ ก็ต้องมาจากร้านขายยา
น่าเสียดายที่เขาคอยตามตรวจสอบอยู่ตลอด ตรวจสอบจนมาถึงเมืองยาและด้วยความช่วยเหลือจากตระกูลหวัง จึงได้ตรวจพบเื่ของผู้นำตระกูลมู่
ใน่สองปีที่ผ่านมา ตระกูลมู่ได้ขายหมีเตี๋ยเซียง ไผ่เขียว และเซียวเซียง สามชนิดนี้เป็จำนวนมาก จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่พวกเขาแอบพาชายสวมหน้ากากไปที่ป่าสมุนไพรเพื่อจับงูพิษทั้งสามชนิดนี้
ป่าสมุนไพรมีการจัดการร่วมกันโดยสามตระกูลใหญ่ วัตถุดิบยาที่ปลูกในป่านั้นหายากอย่างมาก ไม่ว่าจะขุดหรือเพาะปลูกก็ต้องคุยกันทั้งสามตระกูล ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ทำโดยพลการ นับประสาอะไรกับการนำบุคคลภายนอกเข้ามา
อย่างไรก็ตาม ตระกูลมู่เต็มไปด้วยความผันผวนใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตระกูลเซี่ยเองก็พึ่งพาตระกูลมู่อย่างเหนียวแน่น ส่วนตระกูลหวังเองก็อ่อนแอ แม้ว่าจะมีความแค้นมาก ก็กลับทำได้เพียงทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น
“แล้ว…พวกเขา...”
คนรับใช้ลังเลอยู่นาน กระอึกกระอักที่จะพูดประโยคต่อไป
หวังกงโบกมือให้คนรับใช้เข้ามากระซิบใกล้ๆ ใครจะไปรู้ว่าหลังจากได้ยินคำพูดของคนรับใช้ สีหน้าของหวังกงก็เปลี่ยนไปทันทีและลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “ว่าอย่างไรนะ? จริงหรือ?”
“เป็ความจริงอย่างยิ่ง นี่เป็ข่าวจากองครักษ์ที่ประจำการอยู่ในป่าขอรับ!” คนรับใช้ยืนยันด้วยสีหน้าที่จริงจัง
เมื่อเห็นหวังกงตื่นเต้น หลงเฟยเยี่ยที่กำลังจะอ้าปากพูด หวังกงก็มองมาด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านอ๋อง มีปัญหาแล้วล่ะ”
“อย่างไร?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างใจเย็น
“พวกเขาเข้าไปในป่าต้องห้าม”
ป่าต้องห้าม?
ป่าต้องห้ามเป็ความลับที่สามตระกูลใหญ่แห่งเมืองยาเก็บไว้มาหลายชั่วอายุคน และยังเป็สถานที่ที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไป ไม่คาดคิดว่าตระกูลมู่จะกล้านำคนนอกเข้าไป เื่มาถึงจุดนี้แล้ว หวังกงก็เต็มใจที่จะพูดและไม่ปิดบังหลงเฟยเยี่ยอีกต่อไป
ป่าสมุนไพรเป็สถานที่ที่มีมนต์ขลังมาก ดินที่นั่นไม่เพียงสามารถปลูกสมุนไพรที่หายากและเลี้ยงยากได้จำนวนมาก แต่ใจกลางป่ายังมีป่าที่แปลกประหลาดมากเรียกว่าป่าต้องห้าม
ในพื้นที่ต้องห้าม มีอากาศที่เป็พิษกีดขวางทางอยู่ตลอดทั้งปี ดังนั้นแม้แต่ผู้คนจากสามตระกูลใหญ่ก็ไม่ค่อยเข้าใกล้เขตของพื้นที่ต้องห้าม นับประสาอะไรกับเข้าไปด้านใน พวกเขาได้ยินตำนานที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษว่า มีสระยาในพื้นที่ต้องห้าม ซึ่งไม่ว่ายาชนิดใดที่ปลูกในนั้นก็จะกลายเป็สมุนไพรที่มีพิษ
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือแค่เพียงวัตถุดิบในน้ำแห่งนั้น ก็จะสามารถสร้างวัตถุดิบยาพิษสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาได้ และพิษสายพันธุ์ใหม่นี้ นอกจากผู้ปลูกแล้ว ใครจะสามารถล้างพิษได้อีกล่ะ?
ชายในหน้ากากที่ตระกูลมู่คบหาด้วยนั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
หลังจากได้ยินคำอธิบายของหวังกง หลงเฟยเยี่ยก็ใมาก จะว่าเป็เื่ใหญ่ก็ได้แต่ก็เป็เื่เล็กได้เช่นกัน!
ต้องรู้ว่ายาช่วยชีวิตคนได้ แต่มันก็แค่ยาเท่านั้น ส่วนยาพิษสามารถฆ่าคนได้ และมันเป็อาวุธชนิดหนึ่งที่น่ากลัว
ชายสวมหน้ากากผู้นั้นคือใครและเขา้าทำอะไร?
“ฉินอ๋อง มีพิษอยู่ในเขตต้องห้าม ดังนั้นทำได้เพียงรอข้างนอก” หวังกงพูดอย่างจริงจัง
ความสับสนฉายแววในดวงตาของหลงเฟยเยี่ย การที่จะจับชายสวมหน้ากากผู้นั้นถือว่าเป็เื่ใหญ่ แต่การค้นหาพื้นที่ต้องห้ามของสระยานั้นก็ไม่ใช่เื่เล็กเช่นกัน เขาต้องไปในพื้นที่ต้องห้ามเพื่อดูว่าพวกเขากำลังทำอะไร
เขาลุกขึ้นและกระซิบกับองครักษ์ที่ซ่อนอยู่ข้างๆ ว่า “ให้ฉู่ซีเฟิงพาหวังเฟยมาที่นี่”
เวลานี้ หานอวิ๋นซีกำลังเสนอราคาอย่างตื่นเต้นในสนามประมูล ในเวลาไม่ถึงชั่วยาม นางได้รับของดีๆ มากมาย ความรู้สึกในการจับจ่ายนั้นดีมาก นับประสาอะไรกับการแข่งขันประมูลกับคนอื่นล่ะ?
นางคลุกคลีอยู่ในฝูงชน มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ในขณะที่กำลังจะยกมือขึ้นอีกครั้ง ฉู่ซีเฟิงก็หยุดนางจากด้านหลัง หานอวิ๋นซีหันกลับไปมอง เห็นว่าสีหน้าฉู่ซีเฟิงที่ดูหวาดกลัวเล็กน้อย “เ้าก็มาที่นี่ด้วยหรือ?”
“ฉินหวังเฟย ท่านอ๋องกำลังตามหาท่านอยู่ หยุดซื้อแล้วไปกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” ฉู่ซีเฟิงกระซิบ
เมื่อนึกถึงห้องหนึ่งห้องและเตียงหนึ่งเตียง หานอวิ๋นซีก็ประหม่าทันที “เขากลับไปที่โรงเตี๊ยมแล้วหรือ?”
“ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ หวังเฟยควรรีบไปกับข้า มันเป็เื่เร่งด่วน” ฉู่ซีเฟิงพูด
เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้กลับไปที่โรงเตี๊ยม หานอวิ๋นซีก็ไม่รีบร้อนที่จะไปกับเขา โลกนี้กว้างใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่ไปกว่าการเติมสินค้าลงคลังของระบบล้างพิษ
“เื่เร่งด่วนอะไร?”
หานอวิ๋นซีที่ถามไปพลาง ก็ยกมือขึ้น “สามพันตำลึง!”
“เื่เกี่ยวกับความเป็ความตายพ่ะย่ะค่ะ หวังเฟยควรที่จะรีบไป” ฉู่ซีเฟิงรีบ
ในตอนนั้นเอง หานอวิ๋นซีก็ดึงมือกลับมาด้วยความใ “ความเป็ความตาย? ท่านอ๋อง?”
ให้พูดเื่นี้ที่นี่ก็คงจะไม่ดีเท่าไร ฉู่ซีเฟิงทำได้เพียงอธิบายว่า “ไม่ใช่ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ร้ายแรงอย่างมาก ท่านควรรีบไปพ่ะย่ะค่ะ”
เช่นนี้หานอวิ๋นซีจึงจะรู้สึกโล่งใจ ทว่าใบหน้าก็ยังคงเต็มไปด้วยความจริงจัง “ข้าไม่ได้พกเงินมามากนัก เลยออกจากสนามประมูลไม่ได้ เ้ารีบจ่ายทั้งหมดให้ข้า แล้วเราจะได้ออกไป”
เอ่อ…
ฉู่ซีเฟิงเป็ใบ้ไปโดยทันที เขาอยู่ที่นี่มาไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วยาม และสตรีผู้นี้เสียไปห้าถึงหกหมื่นตำลึง ไม่ใช่เงินแต่เป็ทอง ถือว่าไม่ใช่เงินจำนวนน้อย เดิมทีเขาคิดว่านางนำเงินมา จึงแอบรู้สึกว่านางมีเงินส่วนตัวมากมายเหลือเกิน แต่ใครจะรู้...
“เร็วเข้า มีชีวิตเป็เดิมพันเลยนะ” หานอวิ๋นซีเร่งเร้า นางไม่ได้นำเงินมาจริงๆ เดิมทีนางวางแผนที่จะไม่กลับไปที่โรงเตี๊ยมในคืนนี้และจะประมูลจนถึงรุ่งสาง จากนั้นค่อยสั่งให้คนจากที่ประมูลไปโรงเตี๊ยมเพื่อรายงานหลงเฟยเยี่ย และขอให้เขามาจ่ายเงินให้
ด้วยความสิ้นหวัง ฉู่ซีเฟิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ใช้ตั๋วเงินและทองทั้งหมดที่หลงเฟยเยี่ยนำมา ก่อนที่จะพาหานอวิ๋นซีออกไป
เมื่อหานอวิ๋นซีถูกนำตัวไปที่ทางเข้าป่าสมุนไพรและฃได้ยินรายละเอียดของสถานการณ์แล้ว นางก็ผงะไป ไม่คาดคิดว่าเื่นี้จะร้ายแรงขนาดนี้
“ยาพิษชนิดใหม่ พูดง่ายๆ ว่าหากได้รับพิษแล้วจะต้องถูกควบคุมโดยผู้อื่น”
ระบบล้างพิษของนางดูเหมือนจะพบกับจุดอ่อนของมันแล้ว หากยาพิษชนิดใหม่ปรากฏขึ้น ระบบล้างพิษของนางก็จะไม่มีข้อมูลสำรอง ดังนั้นจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะบอกว่ามันคือพิษชนิดใด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการล้างพิษเลย
เป็ครั้งแรกที่หานอวิ๋นซีค้นพบว่าระบบการล้างพิษของตัวเองไม่ฉลาดเลยสักนิด
นางจะปล่อยให้เกิดเื่น่ากลัวแบบนี้ขึ้นไม่ได้!
“เข้าไปกันเถอะ พิษก็หยุดข้าไว้ไม่ได้หรอก” หานอวิ๋นซีพูดอย่างจริงจัง
ฉู่ซีเฟิงนำองครักษ์เงามาจำนวนไม่น้อยไปเฝ้าด้านนอกป่า ส่วนหลงเฟยเยี่ยก็พาหานอวิ๋นซีไป ด้วยรูปร่างที่แข็งแกร่งพอๆ กับเสือชีตาห์ ทำให้เดินผ่านป่าไปอย่างเงียบๆ เพื่อหลีกเลี่ยงองครักษ์ในป่า
ภายใต้แสงจันทร์ หานอวิ๋นซีเห็นวัตถุดิบยาล้ำค่ามากมาย แต่เื่ตรงหน้าสำคัญกว่าวัตถุดิบยาอย่างมาก นางจึงไม่ได้คิดถึงมันมากนัก ในไม่ช้าระบบล้างพิษก็เตือนว่ามีพิษอยู่ข้างหน้า และก็มาถึงเขตป่าต้องห้าม
“มีฝูงยุงพิษด้วย แบบเดียวกับที่เคยเจอมาก่อนเลย!” หานอวิ๋นซีวิเคราะห์ผลลัพธ์ทันที แล้วหยิบยาแก้พิษออกมาให้หลงเฟยเยี่ย
หานอวิ๋นซีสงสัยว่าชายสวมหน้ากากผู้นั้นอาจไม่ได้มาที่นี่เป็ครั้งแรก บางทียุงพิษทั้งหมดที่พบก่อนหน้านี้อาจถูกดึงไปจากที่นี่
หรือรังที่ซ่อนของเขาอยู่ที่นี่ แต่เพิ่งถูกจับได้ครั้งแรก?
หลังจากมาถึงพื้นที่ต้องห้าม แสงจันทร์ก็สลัวมากจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งต่างๆ หลังจากเดินเป็เวลานาน หลงเฟยเยี่ยก็ยื่นมือไปหาหานอวิ๋นซี
ในโรงเตี๊ยม เป็ครั้งแรกที่เขาจับมือนางด้วยความเอาแต่ใจและเร็วเกินไป จนนางไม่ทันจะตอบสนองกลับไป
และครั้งนี้ ถือว่าเป็ทางการแล้วใช่หรือไม่ นี่...ถือเป็การถามความเห็นนางหรือไม่
จะจับหรือไม่จับ?
หานอวิ๋นซีจ้องที่มือของเขาครู่หนึ่งอย่างลังเล แต่หลงเฟยเยี่ยที่เริ่มหมดความอดทน ก็พูดอย่างเ็าว่า “มือ! ถ้าหลงทาง ข้าจะมีปัญหามากกว่านี้”
สีหน้าของหานอวิ๋นซีมืดมนลงทันที และกระแทกมือเล็กๆ ของตัวเองลงไปบนฝ่ามือของเขาดัง “เพียะ” รู้อยู่แล้วว่าชายผู้นี้มีจุดประสงค์ในทุกสิ่งที่เขาทำ!
หลงเฟยเยี่ยจับมือเล็กของหานอวิ๋นซีทันทีและจูงมือเดินไป
เดาว่าเป็เพราะการฝึกศิลปะการต่อสู้และถือดาบตลอดทั้งปี หลังมือของชายผู้นี้จึงได้รับการดูแลอย่างดี แต่ฝ่ามือกลับหยาบกร้าน เมื่อถูกจับแบบนี้ หานอวิ๋นซีก็รู้สึกได้อย่างชัดเจน และไม่รู้ว่าทำไม เห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกปลอดภัยอย่างอธิบายไม่ได้
ในพื้นที่ต้องห้าม เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากภายนอก ล้อมรอบด้วยโขดหินขนาดใหญ่ ไม่มีพืชพันธุ์ใดๆ แม้้กระทั่งฝูงยุงพิษก็ค่อยๆ หายไป บริเวณโดยรอบก็เงียบสงัด ทำให้หานอวิ๋นซีที่อยากจะส่งเสียงพูด แต่ก็กลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายตื่นตระหนก
ทั้งสองเดินไปจนถึงตรงกลางตามทิศทางที่หวังกงบอก ทันใดนั้นหานอวิ๋นซีก็หยุดลงอย่างกะทันหัน หลงเฟยเยี่ยเองก็หยุดเช่นกันและกระซิบว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
แต่หานอวิ๋นซีกลับหลับตา คิ้วขมวด พร้อมกับสีหน้าที่เ็ป
“เป็อะไรไป?” หลงเฟยเยี่ยดึงนางและนั่งลงหลังก้อนหินขนาดใหญ่
หานอวิ๋นซีเพียงโบกมือของนางและพูดไม่ออกชั่วคราว
มันเจ็บมาก!
นางเพิ่งจะได้รับการแจ้งเตือนจากระบบล้างพิษ เป็เสียง “ตึง” ที่ดังมาก มันดังจนเกินที่จะบรรยายได้ เส้นประสาทแต่ละเส้นของนางเ็ปไปหมด!
หากเป็ปกติแล้ว เสียงเตือนของระบบล้างพิษคือ “ตู๊ดตู๊ดตู๊ด” จะมีเพียงตอนที่มีพิษ แต่ระบบล้างพิษไม่สามารถแยกแยะพิษได้จึงจะส่งเสียงดัง “ตึง” และยิ่งเสียงดังมากเท่าไร ก็ยิ่งมีพิษมากเท่านั้น
เสียงเมื่อครู่ดังขนาดนั้น พระเ้ารู้ดีว่าอะไรอยู่ข้างหน้า!
เมื่อหลงเฟยเยี่ยเห็นท่าทางเช่นนั้นของนาง แววตาก็เต็มไปด้วยความกังวลและถามอีกครั้งว่า “เ้าเป็อะไรหรือไม่?”
หานอวิ๋นซีดึงหูของตัวเองเพื่อบรรเทาความเ็ป แล้วพูดด้วยเสียงเบาว่า “ด้านหน้าที่จะถึง มีพิษรุนแรง แต่ข้าก็ไม่รู้ว่ามันคือพิษอะไร”
