ผู้ที่ปรากฏตัวหน้าประตูใหญ่หาใช่เหล่าไท่ไท่ที่วิ่งกระหืดกระหอบออกมาต้อนรับ แต่เป็โม่ฮว่าเหวินผู้ซึ่งไม่สมควรจะมายืนอยู่ตรงนี้เป็ที่สุด ฮูหยินเจิ้นกั๋วโหวมองอย่างตะลึงพรึงเพริด คิดไม่ถึงว่าโม่ฮว่าเหวินจะกล้าทำเื่ผิดธรรมเนียมเช่นนี้ บุรุษและสตรีล้วนแตกต่าง แล้วจะให้โม่ฮว่าเหวินออกมาต้อนรับตนเองถึงประตูใหญ่หน้าจวนได้อย่างไร
คนที่ไม่รู้อาจคิดว่าเขาและนางแอบมีใจให้กัน มิเช่นนั้นแล้วไยจึงต้องกระตือรือร้นออกมาต้อนรับเยี่ยงนี้
เรือนหลังของโม่ฮว่าเหวินไร้ฮูหยินดูแล ยังสามารถแต่งภรรยาใหม่ได้ แต่ฮูหยินเจิ้นกั๋วโหวกลับมิอาจแต่งให้ผู้ใดได้อีก ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อให้บุตรชายสามารถสืบทอดบรรดาศักดิ์โหวอย่างสง่างาม ตนเองยังจำเป็ต้องครองตัวให้บริสุทธิ์ จะไปข้องเกี่ยวกับบุรุษอื่นได้อย่างไร
นางไม่คิดว่าโม่ฮว่าเหวินจะใช้พฤติกรรมที่เกือบเรียกได้ว่าต่ำช้ามาสร้างความอัปยศอดสูให้ตนเอง นี่เป็สิ่งที่ขุนนางใหญ่ขั้นสามควรกระทำเช่นนั้นหรือ
ฮูหยินเจิ้นกั๋วโหวยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธจนหน้าดำหน้าแดง อับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี
“กลับจวน!” นางกัดฟันกล่าวด้วยโทสะ ให้หญิงรับใช้าุโประคองขึ้นรถม้าอย่างรีบร้อน เดิมทีก็ไม่อยากสู้หน้ากับรอยยิ้มเยาะหยันของโม่ฮว่าเหวินอยู่แล้ว จึงรีบหมุนตัวกลับทันที
ขณะที่นั่งอยู่บนรถม้า โหวฮูหยินก็ะเิโทสะตบโต๊ะเตี้ยที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอย่างแรงจนถ้วยชาล้มเอียงกระเท่เร่
แม่นมเถียนคนสนิทของฮูหยินเจิ้นกั๋วโหวหยิบถ้วยชาขึ้นมา แล้วเทน้ำชาที่เหลืออยู่ครึ่งเดียวทิ้งใส่ถังไม้ใต้โต๊ะ จากนั้นก็ยกน้ำร้อนมาชงชาให้ผู้เป็นายใหม่ ก่อนส่งให้พลางอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“ฮูหยิน ใจเย็นลงก่อนเถิดเ้าค่ะ แม้ว่าท่านจะมิได้พูดคุยกับใต้เท้าโม่สักประโยค แต่ว่าสิ่งที่ควรกระทำพวกเราก็พร้อมอยู่แล้ว เื่เมื่อคืนมีผู้รู้เห็นมากมาย ไม่เหมือนคราก่อนเหตุเกิดในจวนโม่ มีบ่าวในจวนเพียงไม่กี่คนที่เห็นเหตุการณ์ชัดเจน เมื่อถูกคำสั่งลับห้ามพูดเหลวไหลออกไป ย่อมสามารถปิดเื่ได้ แต่ครานี้หญิงสาวยังไม่ออกเรือน นอนกอดกับบุรุษในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยข้างถนน เมื่อได้รับการช่วยเหลือก็ยังอยู่ในห้องนอนของฝ่ายชายตลอดทั้งคืน แม้ว่าคุณหนูใหญ่สกุลโม่จะมีหมื่นถ้อยร้อยวาจาก็ไม่อาจอธิบายชัดเจน ถูกข่าวลือโจมตีเสียหายถึงเพียงนั้น นอกจากแต่งเป็อนุภรรยาให้ซื่อจื่อแล้ว ยังจะมีทางรอดใดเหลือให้อีก ขอเพียงแต่งเข้ามาในจวนเรา ชีวิตของนางในภายภาคหน้าจะเป็หรือตายล้วนขึ้นอยู่กับวาจาสิทธิ์ของฮูหยินเท่านั้น”
“นังโม่เสวี่ยิ่นับเป็ตัวอะไร ผู้เป็บิดาก็ไม่ต่างกันนักหรอก มิน่าเล่าจึงให้กำเนิดบุตรสาวที่ไร้ยางอายเช่นนี้ได้ ว่าที่น้องเขยของตนเองแท้ๆ ยังใช้เสน่ห์ยั่วยวนได้ ช่างเป็หญิงแพศยาหน้าไม่อายแท้ๆ สตรีชั้นต่ำเยี่ยงนี้ได้แต่งเป็อนุภรรยาเข้าตระกูลเราก็นับว่ายกย่องให้เกียรติแล้ว” โหวฮูหยินกล่าวเสียงกระแทกกระทั้น ไม่อาจระงับโทสะลงได้
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ฮูหยินกล่าวถูกต้องทุกอย่าง รอให้นางเข้าจวนมาเมื่อไร ค่อยสั่งสอนให้หนัก ธิดาที่เกิดมาจากอนุภรรยาคนหนึ่งจะได้รับการอบรมมามากมายสักแค่ไหนเชียว ในจวนโม่ไม่มีนายหญิง กำพืดอนุภรรยาเป็เช่นไร บุตรสาวย่อมเป็เช่นนั้น ฮูหยินอย่าโมโหไปเลย เป็การทำลายสุขภาพเปล่าๆ วันเวลาหลังจากนี้ยังมีอีกยาวไกลนัก” แม่นมเถียนยิ้มเอาใจ
เมื่อได้ฟังคนสนิทของตนกล่าวเช่นนี้ โหวฮูหยินก็ค่อยๆ คลายโทสะ หยิบน้ำชาขึ้นมาดื่ม กลางหว่างคิ้วยังคงมีความกังวลใจฉาบฉาย “อาการาเ็ของอวิ๋นเอ๋อร์ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไรบ้าง ครานี้แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่เกรงว่าาแที่ใบหน้าคงไม่อาจหายเป็ปลิดทิ้ง”
าแที่ใบหน้าของซือหม่าหลิงอวิ๋นคือส่วนที่สาหัสที่สุด เมื่อคืนแม้จะมีท่านหมอหลายท่านมาช่วยดูอาการ แต่พวกเขาล้วนส่ายหน้าบอกว่าใบหน้าของบุตรชายนางจะต้องมีแผลเป็ ทำให้โหวฮูหยินทุกข์ใจและกังวลยิ่ง
แผลเป็เยี่ยงนี้ผนวกกับข่าวอื้อฉาวที่แพร่ออกไป สร้างความอัปยศให้บุรุษผู้หนึ่งไปชั่วชีวิตทีเดียว
“ฮูหยินอย่าเพิ่งร้อนใจ วันนี้ยามออกจากจวน ได้ยินมาว่าทางเราได้เชิญท่านหมอผู้มีชื่อเสียงที่สุดด้านการรักษาาแภายนอกมาตรวจอาการให้ซื่อจื่อแล้ว ท่านหมอแจ้งว่าขอแค่พักรักษาตัวอย่างเหมาะสม ใบหน้าของซื่อจื่อก็จะไม่ทิ้งแผลเป็ไว้แน่นอนเ้าค่ะ” แม่นมเถียนกล่าวจบก็หัวเราะรื่น วันนี้ฮูหยินบุกไปจวนโม่ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แม้ว่าตนเองอยากจะพูดสิ่งใด ก็ไม่กล้าเอ่ยถึงเื่ที่อาจกระตุ้นโทสะของฮูหยิน
“ใบหน้าของอวิ๋นเอ๋อร์อาจจะไม่ทิ้งแผลเป็ก็ได้เยี่ยงนั้นหรือ” น้ำเสียงของโหวฮูหยินเต็มไปด้วยความดีใจและประหลาดใจ
“เ้าค่ะ หากดูแลอย่างเหมาะสม าแก็จะไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด” แม่นมเถียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ประเสริฐ หากาแของอวิ๋นเอ๋อร์หายดีเมื่อไร ข้าจะรีบแต่งภรรยาเอกให้ทันที ไม่ร้องขอคุณสมบัติอันใดมากมาย แค่สามารถดูแลเขาและควบคุมอนุภรรยาอีกสองคนได้ก็พอ โม่ฮว่าเหวินเอ๋ย... ธิดาสองคนของเ้าล้วนแต่งมาเป็อนุภรรยา ข้าจะคอยดูต่อไปว่าเขาจะมีน้ำหน้ามากำหนดกฎเกณฑ์อันใดกับบุตรชายของข้าได้ รอให้นังเด็กสองคนนั่นแต่งเข้ามาก่อน แล้วค่อยสั่งสอนให้พวกนางรู้วิถีการเป็อนุภรรยาให้หนักๆ หน่อย” สีหน้าของฮูหยินเจิ้นกั๋วโหวแผ่รังสีอำมหิต ครานี้แม้แต่โม่เสวี่ยฉง ตนเองก็จะไม่ละเว้น
เมื่อนึกถึงเด็กสาวสองคนของจวนโม่ที่ทำลายชื่อเสียงของอวิ๋นเอ๋อร์จนป่นปี้ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วจะไม่ให้นางเคียดแค้นชิงชังได้อย่างไร
…
หน้าประตูใหญ่จวนโม่
โม่ฮว่าเหวินมองโม่เสวี่ยิ่ที่อยู่ในอาภรณ์ไม่เรียบร้อย ทั้งตัวมีแต่คราบเื ผมเผ้ายุ่งเหยิงด้วยแววตาเฉยชา
เขาเป็ขุนนางที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนในเมืองหลวง เมื่อคืนเนื่องจากเข้านอนเร็วจึงไม่ทราบเหตุร้ายที่เกิดขึ้น ระหว่างทางเมื่อครู่มีคนมารายงานเื่ราวให้ฟังทั้งหมดแล้ว รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวังหลวงด้วย
เหตุเริ่มจากหญิงรับใช้ที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูท้ายจวนแอบปล่อยโม่เสวี่ยิ่ออกไป หลังจากนั้นไม่อาจรู้ได้ว่านางไปพบกับซือหม่าหลิงอวิ๋นที่เพิ่งถูกขับออกจากวังได้อย่างไร ทั้งสองอยู่ด้วยกันบนรถม้าพูดคุยบางอย่าง หลังจากนั้นก็ว่ากันว่าซือหม่าหลิงอวิ๋นคิดข่มเหงโม่เสวี่ยิ่ แต่นางขัดขืนต่อสู้ใช้เศษกระเบื้องแหลมแทงจนอีกฝ่ายได้รับาเ็
วาจาเหลวไหลเลื่อนเปื้อนเหล่านี้ โม่ฮว่าเหวินไม่ทราบว่าผู้อื่นจะเชื่อหรือไม่ แต่เขาเองไม่เชื่อ
ซือหม่าหลิงอวิ๋นเป็ผู้ใด... เขาเป็ชายหนุ่มอายุน้อยเปี่ยมไปด้วยกำลังวังชา โดยปรกติแล้วบุตรหลานที่เป็บุรุษในตระกูลขุนนางย่อมได้ร่ำเรียนวรยุทธ์เพื่อป้องกันตัวทั้งสิ้น แม้ว่าซือหม่าหลิงอวิ๋นจะศึกษาเพียงผิวเผิน ให้ออกหมัดวาดเท้าแลดูสวยงาม แต่ย่อมแข็งแกร่งกว่าสตรีบอบบางคนหนึ่ง ต่อให้โม่เสวี่ยิ่ทุ่มสุดกำลังก็ยังไม่อาจทำร้ายซือหม่าหลิงอวิ๋นได้แม้แต่ปลายก้อย
ยิ่งไปกว่านั้นข่าวที่ส่งมาจากในวัง เห็นได้ชัดว่าซือหม่าหลิงอวิ๋นกับโม่เสวี่ยิ่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว หนำซ้ำทั้งคู่ยังแอบไปคุยเื่ส่วนตัวบนรถม้าคันเดียวกันอีก แล้วจะเป็การบังคับขืนใจอย่างที่เล่าลือกันได้อย่างไร นอกจากนี้ยามที่อยู่ในวัง บุตรสาวคนโตของเขายังคิดป้ายสีความผิดไปให้บุตรสาวคนที่สามอีกด้วย นี่คือคำบอกเล่าของเหล่าข้าหลวงในวัง
ทว่าสิ่งที่เห็นอยู่ชัดๆ ว่าไม่อาจเป็จริงได้ กลับถูกเผยแพร่ออกไปราวกับเป็เื่จริง โม่ฮว่าเหวินซึ่งเป็ผู้มีความรู้สึกเฉียบไวต่อกลิ่นอายทางการเมืองย่อมจับสังเกตความผิดปรกติได้ทันที
“เข้าไป!”
โม่ฮว่าเหวินทำหมางเมินต่อสายตาที่ชวนให้รู้สึกสงสารของโม่เสวี่ยิ่ หลังออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเ็า ก็หมุนตัวเข้าประตูมุ่งไปยังห้องหนังสือโดยมินำพาต่อบุตรสาวคนงามที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขาเคยทุ่มเทใจกายมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ เพราะคิดว่านางเป็บุตรสาวผู้เพียบพร้อมดีงามหาใดเปรียบ คิดไม่ถึงว่าแม้แต่น้องสาวนางก็ยังวางแผนเล่นงานได้ โม่ฮว่าเหวินมั่นใจว่าบุตรสาวคนโตแอบหนีออกไปพบซือหม่าหลิงอวิ๋นยามค่ำคืน เพื่อหาทางจัดการกับโม่เสวี่ยถง
คิดวางแผนจับน้องสาวของตนเองเข้าไปอยู่ในจวนเจิ้นกั๋วโหว ให้นางต้องแต่งงานกับซื่อจื่อที่ทั้งไร้ค่าและไร้อำนาจอย่างซือหม่าหลิงอวิ๋น เื่นี้มิได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น การที่ตระกูลซึ่งตกต่ำเหลือแต่ชื่ออย่างจวนเจิ้นกั๋วโหวหมายตาถงเอ๋อร์ของตน ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ แต่เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่เคยมีมา ทุกครั้งยามที่ซือหม่าหลิงอวิ๋นมาหาถึงจวน ก็มักจะทำเป็ลืมตาข้างหนึ่ง หลับตาข้างหนึ่งเสมอ แต่คาดไม่ถึงว่าบุรุษสารเลวผู้นั้นจะร่วมมือกับโม่เสวี่ยิ่ลงมือกับถงเอ๋อร์
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีวันยินยอมให้ธิดาผู้เป็ดวงใจแต่งงานกับคนพรรค์นั้นเด็ดขาด
นี่ยังไม่รวมไปถึงเื่ของฟางอี๋เหนียง...
“ท่านพ่อ” โม่เสวี่ยิ่ซึ่งอยู่ด้านหลังเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย
“เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ไปพบข้าที่ห้องหนังสือ” โม่ฮว่าเหวินกล่าวเสียงเย็น ไม่หันกลับไปมอง
เขารู้สึกผิดหวังในตัวบุตรสาวคนโตเป็อย่างยิ่ง ปรกติเห็นนางอ่อนโยนเฉลียวฉลาด ที่แท้ก็ร้ายกาจและโง่งมไม่ต่างอันใดกับอี๋เหนียงที่ไร้ศักดิ์ศรีไม่อาจเชิดหน้าชูตาผู้นั้น ตนเองสมคบกับซือหม่าหลิงอวิ๋น เจตนาบีบคั้นน้องสาวให้อยู่ในกำมือ จึงสร้างเื่ใส่ร้ายถงเอ๋อร์ให้มีมลทินจนจำใจต้องแต่งให้บุรุษผู้นั้นอย่างไร้ทางเลือก ซ้ำร้ายยังถูกผู้คนเหยาะหยันดูแคลน
นี่เป็การจงใจทำลายถงเอ๋อร์ชั่วชีวิต
เจตนาเยี่ยงนี้เลวทรามต่ำช้ายิ่งกว่าฟางอี๋เหนียงใช้แผนสละบุตรในท้องเพื่อป้ายสีถงเอ๋อร์เสียอีก เมื่อมาตรองดูแล้ว ไม่แน่ว่าทุกเื่ที่ฟางอี๋เหนียงก่อขึ้น อาจมีโม่เสวี่ยิ่เป็ผู้วางแผนชักใยอยู่เื้ั ด้วยสติปัญญาของอนุภรรยาคนหนึ่ง ไหนเลยจะคิดการณ์ทุกอย่างรอบคอบปานนั้น
เขาเคยรู้สึกสงสารบุตรสาวผู้นี้ เห็นใจที่ต้องเป็ผู้รับเคราะห์จากการกระทำของอี๋เหนียงจิตใจชั่วร้าย จึงเชื่อคำพูดของนางมาโดยตลอด แต่ยามนี้มาคิดดูแล้วกลับไม่น่าจะเป็เช่นนั้น ที่แท้ทุกสิ่งล้วนอยู่ในแผนการของนาง ผู้เป็มารดาย่อมไม่อาจตัดใจเสียสละบุตรของตนเองได้แน่ ฟางอี๋เหนียงถูกนางบงการมาั้แ่ต้นจนต้องพบจุดจบที่น่าสังเวช ขณะที่โม่เสวี่ยิ่ยังคงสามารถใช้ชีวิตในฐานะคุณหนูใหญ่สกุลโม่ผู้ดีงามอ่อนโยนข้างกายตนเองอย่างสุขสบาย
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวังหลวงหาได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น อวี้ิหย่งเป็น้องชายแท้ๆ ของพระราชชายาอวี้เฟย พระสนมที่ฝ่าาโปรดปรานที่สุด โม่ฮว่าเหวินย่อมกระจ่างในความเหิมเกริมของบุรุษผู้นี้เป็อย่างดี บุคคลที่สามารถข่มขู่ให้คนพาลพาโลเยี่ยงนั้นรู้สึกหวาดกลัวถึงขั้นยอมกลับคำ เพื่อรักษาหน้าให้โม่เสวี่ยิ่ได้ แม้ไม่บอกก็รู้ได้ว่าต้องมีสถานะสูงส่งเป็แน่
หลังจากเกิดเื่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าโม่เสวี่ยิ่กับซือหม่าหลิงอวิ๋นนัดพบส่วนตัว ก็สร้างข่าวลือที่ว่าเป็การบังคับขืนใจ แม้เบื้องหน้าจะดูเหมือนเป็การปกป้องศักดิ์ศรีของสกุลโม่ แต่แท้ที่จริงกลับไม่ได้เป็เช่นนั้น หากโม่เสวี่ยิ่กับซือหม่าหลิงอวิ๋นนัดหมายพบกันจริง โดยไม่มีผู้ใดแอบเล่นลูกไม้อยู่เื้ั รถม้าที่ควบมาดีๆ จะพุ่งชนต้นไม้ได้อย่างไร ทำให้พวกเขาสองคนซึ่งอยู่บนรถต้องออกมาเผยตัวต่อหน้าผู้คนมากมายในค่ำคืนที่แสงไฟเจิดจ้าราวกับกลางวัน
หลังจากนั้นชาวเมืองทั้งหมดก็ล้วนกล่าวไปในทำนองเดียวกัน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กล่าวได้ว่าบุคคลที่อยู่เื้ัผู้นี้ มีทั้งความสามารถและอำนาจล้นฟ้าทีเดียว
แต่ดูจากการกระทำของคนผู้นี้กับผู้ที่ใช้อำนาจให้อวี้ิหย่งกลับคำในวังหลวง เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่บุคคลเดียวกัน มิเช่นนั้นคงไม่ปล่อยข่าวลือว่าซือหม่าหลิงอวิ๋นคิดข่มเหงโม่เสวี่ยิ่ ซึ่งขัดแย้งกับคนในวังหลวงที่ลือกันว่าพวกเขาสองคนแอบนัดพลอดรักกัน โชคดีที่โม่ฮว่าเหวินรู้สึกได้ว่าบุคคลที่เข้ามาแทรกแซงผู้นั้นหาได้มีเจตนาเป็ศัตรูกับเขา ดูจากเหตุผลที่โม่เสวี่ยิ่ป้องกันตนเองจากซือหม่าหลิงอวิ๋นก็พอทราบได้
แม้ชื่อเสียงของโม่เสวี่ยิ่จะย่อยยับไปแล้ว แต่ยังสามารถรักษาชื่อเสียงของธิดาคนอื่นๆ ของจวนโม่ได้อยู่
การที่สตรีคนหนึ่งยอมสู้ตายเพื่อรักษาเกียรติอันบริสุทธิ์ของตนเองมิให้บุรุษย่ำยี ย่อมฟังดูดีกว่าแอบนัดพลอดรักกับบุรุษมากมายนัก
เื่นี้เห็นได้ชัดว่ามีคนวางแผนชักใยอยู่เื้ั แต่หากบุตรสาวคนโตไม่ลอบหนีออกจากจวน จะประสบกับชะตากรรมเยี่ยงนั้นได้อย่างไร
หญิงรับใช้ที่เฝ้าประตูท้ายจวนรับสารภาพหมดสิ้น ว่าโม่ซิ่วสาวใช้รุ่นใหญ่ประจำตัวของโม่เสวี่ยิ่เป็ผู้ซื้อตัวพวกนางให้เปิดประตู บอกเพียงว่าคืนสิ้นปี คุณหนูใหญ่อยากกินขนมเหมยกุย[1] หากเื่นางหนีออกจากจวนมาผนวกกับเื่อื้อฉาวที่เกิดขึ้นในวังหลวง ก็ยิ่งเป็การยืนยันว่านางมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้อื่นจริง ถ้าเื่นี้หลุดออกไปภายนอก ผู้ใดเล่าจะยอมรับได้ ต่อไปย่อมมีผลกระทบเชื่อมโยงมาถึงงานแต่งงานของเฟิงเอ๋อร์และถงเอ๋อร์แน่นอน
โม่ฮว่าเหวินนั่งนิ่งอยู่ในห้องหนังสือ กำมือทั้งสองข้าง สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ขุ่นเคืองที่อัดแน่นอยู่ในอกให้คลายลงช้าๆ
ดูท่าบุตรสาวผู้นี้... คงไร้ทางเยียวยาแล้ว
......................................................................................................
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ขนมเหมยกุย หรือ ขนมกุหลาบ มีส่วนผสมหลักเป็แป้ง น้ำตาลและดอกกุหลาบ ลักษณะคล้ายขนมโก๋
