แปลก... แปลกเกินไปแล้ว
ซู่เวย์วางชามเปล่าลงบนโต๊ะด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม กระเพาะของหล่อนคือกาละมังไร้ก้นที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม การกินข้าวเพียงชามเล็กๆ แค่นี้ ไม่น่าจะทำให้รู้สึกอิ่มได้เลยแม้แต่น้อย
ทว่าตอนนี้... ความอิ่มเอิบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่ความอิ่มแบบจุกเสียด แต่เป็ความอิ่มอกอิ่มใจที่มาพร้อมกับขุมพลังงานอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปตามเส้นเื แขนขาที่เคยหนักอึ้งกลับเบาสบายและเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรง
ซู่เวย์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว วัตถุดิบพื้นๆ วิธีปรุงบ้านๆ ไม่มีเคล็ดลับอะไรซ่อนอยู่ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือ... ตัวเธอ
สายตาของเธอเลื่อนลงไปหยุดที่จี้หยกรูปน้ำเต้าบนหน้าอก มันยังคงอุ่นวาบราวกับมีชีวิต
หรือว่า... จะเป็เพราะเ้านี่?
ฝั่งตรงข้าม ปู่ซู่เฉียงวางชามที่สองลงแล้วลูบท้องด้วยความเปรมปรีดิ์
"สบายท้องจัง... ไม่ได้กินอะไรอร่อยแล้วสบายตัวแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ..." เสียงของชายชราสั่นเครือด้วยความตื้นตัน
ซู่เวย์มองปู่ด้วยความะเืใจ โรคกระเพาะเรื้อรังที่กัดกินท่านมานานจนหมอแทบจะส่ายหน้า บัดนี้กลับดูสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ชายชราเอนตัวลงนอนบนเตียงอิฐ แล้วหลับสนิทไปในเวลาไม่กี่นาที เสียงกรนสม่ำเสมอเป็เครื่องยืนยันว่าท่านไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว
เธอห่มผ้าให้ปู่อย่างเบามือ ก่อนจะย่องออกจากบ้าน มุ่งหน้าสู่ป่าหลังบ้าน
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตป่าโปร่ง ความรู้สึกมหัศจรรย์ก็ถาโถมเข้ามาปะทะร่าง
ไม่ใช่แค่สายลมเย็นะเืของฤดูใบไม้ผลิ แต่เป็กระแสธารพลังงานที่มองไม่เห็น ไหลเวียนอยู่ในอากาศ ซึมผ่านิั พุ่งตรงเข้าสู่จี้หยก แล้วกระจายไปทั่วร่างกายของเธอ ก่อนจะไหลย้อนกลับคืนสู่ธรรมชาติ เป็วงจรการแลกเปลี่ยนที่สมบูรณ์แบบ
ยิ่งเดินลึก พลังงานยิ่งเข้มข้น ซู่เวย์หลับตาลง ััถึงเส้นใยพลังงานสีเขียวจางๆ ที่เชื่อมโยงเธอเข้ากับทุกสรรพสิ่ง... ใบไม้ กิ่งไม้ รากไม้ ล้วนกำลัง 'หายใจ' ร่วมกับเธอ
เธอทดลองส่งกระแสจิตเพ่งไปยังกอผักกาดป่าที่เพิ่งแทงยอดอ่อน
วูบ!
พลังงานสายหนึ่งพุ่งออกจากจี้หยก ในพริบตาเดียว ต้นผักกาดก็ยืดตัวสูงขึ้นนับฟุต ใบเขียวชอุ่มแผ่กว้างจนเกือบฟาดหน้าเธอ!
ดวงตาของซู่เวย์เบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง เธอหันไปหาเป้าหมายใหม่... ต้นบลูเบอร์รี่ป่าแคระแกร็น
เธอส่งพลังงานเข้าไป และดึงกลับมา ทำซ้ำไปมาหลายรอบ ผลลัพธ์ที่ได้คือพวงบลูเบอร์รี่สีม่วงเข้มลูกโตเท่าหัวแม่มือ ห้อยระย้าเต็มต้น ส่งกลิ่นหอมหวานยั่วน้ำลาย
เธอเด็ดลูกหนึ่งเข้าปาก... รสชาติหวานฉ่ำล้ำลึกะเิในโพรงปาก เป็รสชาติของผลไม้ที่ดูดซับแก่นแท้ของฟ้าดินมาอย่างเต็มเปี่ยม อร่อยล้ำเกินกว่าผลไม้ใดๆ ที่เธอเคยกินมาทั้งชีวิต
นี่แหละ... 'ทองคำ' ของเธอ!
ไม่จำเป็ต้องมีมิติวิเศษส่วนตัว ขอแค่มีผืนดินและจี้หยกนี้ เธอสามารถเสกสรรค์พืชผลมหัศจรรย์ได้ไม่จำกัด จะเช่าที่กี่ร้อยไร่ ปลูกอะไรก็ย่อมได้
ซู่เวย์รีบจัดการทำลายหลักฐาน ดึงพลังงานกลับจนต้นบลูเบอร์รี่เหี่ยวเฉาลงดังเดิม แล้วกลบฝังเมล็ดลงดิน
ขากลับ เธอสังเกตเห็นว่าตามรูขุมขนมีคราบเหนียวสีดำคล้ำซึมออกมา ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจนน่าสะอิดสะเอียน... ของเสียที่ถูกขับออกจากร่างกาย นี่คือกระบวนการชำระล้างไขกระดูกสินะ
เธอต้องรีบกลับไปอาบน้ำด่วนที่สุด!
---
แต่ทว่า... เมื่อมาถึงหน้าบ้าน แขกไม่ได้รับเชิญก็มารออยู่แล้ว
หญิงวัยกลางคนสองคนยืนกร่างอยู่กลางลานบ้าน คนหนึ่งแต่งตัวดีแต่ใบหน้าบ่งบอกนิสัยเ้ากี้เ้าการ อีกคนสวมเสื้อผ้าเก่าปะชุน กำลังก้มหน้าก้มตาขุดดินอย่างขะมักเขม้น
ป้าสะใภ้ใหญ่ 'หลิวชุนฮวา' และป้าสะใภ้รอง แห่งตระกูลซู่ซาน... ญาติฝ่ายพ่อที่ไม่เคยญาติดีด้วย
ซู่เวย์ยืนนิ่ง ขุดคุ้ยความทรงจำ... ปู่ซู่ซาน น้องชายแท้ๆ ของปู่เธอ แต่ถูกยกให้คนอื่นเลี้ยงั้แ่เด็ก โตมาเป็นักเลงหัวไม้ มีลูกหลานเต็มบ้านแต่สันดานพอกัน พวกนี้จ้องจะฮุบที่ดินสองหมู่ของปู่เธอมานานแล้ว
"อุ๊ยตาย! นังเวย์กลับมาแล้วเหรอ?" หลิวชุนฮวาจีบปากจีบคอทักทาย ก่อนจะทำจมูกฟุดฟิด "อี๋... กลิ่นอะไรเนี่ย? เหม็นเน่าเหมือนตกส้วมมา หรือว่าแกขี้แตกใส่กางเกงฮะ?"
ซู่เวย์ไม่สะทกสะท้าน เดินอาดๆ เข้าไปคว้าท่อนฟืนท่อนใหญ่ออกมาจากกองฟืนข้างกำแพง
"บอกมาซิ ตัวเท่าควายขนาดนี้ ยังขี้แตกเรี่ยราดอีก จะมีผู้ชายหน้าโง่ที่ไหนมาขอแกทำเมีย?" ป้าสะใภ้ใหญ่ยังคงพ่นวาจาร้ายกาจ
ปู่ซู่เฉียงได้ยินเสียงเอะอะ เดินงกๆ เงิ่นๆ ออกมาจากในบ้าน สีหน้าเป็กังวล
ซู่เวย์ยกท่อนฟืนขึ้นชี้หน้าหลิวชุนฮวา สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว
"นี่บ้านฉัน ลานบ้านฉัน! ใครใช้ให้พวกป้ามาสาระแนขุดดิน?"
เสียงหวานใสตะคอกถาม แม้น้ำเสียงจะดูเหมือนเด็กสาวเอาแต่ใจ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างมหึมา ประกอบกับท่อนฟืนในมือ ทำให้ไม่มีใครกล้าขำ
"ว้าย! นังเด็กบ้า!" หลิวชุนฮวาผงะถอยหลังกรูด ความทรงจำเื่หมัดหนักๆ ของซู่เวย์ในอดีตแล่นเข้ามาในหัว "ป้า... ป้ามาช่วยขุดดินให้นะยะ! หวังดีแท้ๆ!"
"หวังดี?" ซู่เวย์แค่นหัวเราะ "ร้อยวันพันปีไม่เคยโผล่หัวมา จู่ๆ จะมาหวังดีอะไรตอนนี้? คิดว่าฉันโง่ดูไม่ออกเหรอ?"
"เอ๊ะ! นังนี่!"
"ขุดดินเสร็จ ก็จะเที่ยวไปป่าวประกาศว่าผักในสวนนี้ป้าเป็คนลงแรง พอผักโตก็จะมาตู่เอาไปกินหน้าด้านๆ ใช่มั้ยล่ะ?"
หลิวชุนฮวาอ้าปากค้าง เหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก... นังเด็กนี่มันอ่านความคิดคนออกหรือไง!
"ฟังให้ชัดๆ นะ! ผักในลานบ้านฉัน ฉันปลูกเอง กินเอง! ตัวฉันคนเดียวกินจุเท่ากับหมูสิบตัว ไม่มีเหลือเผื่อแผ่ให้เปรตขอส่วนบุญที่ไหนหรอก!"
คำพูดเจ็บแสบที่ย้อนรอยอดีต... ครั้งหนึ่งซู่เวย์เคยไปขอแบ่งผักจากบ้านนั้นเพราะอดอยาก แต่กลับโดนด่าว่า 'กินจุเหมือนหมู' แล้วไล่ตะเพิดออกมา
วันนี้เธอคืนคำด่านั้นให้พวกมันครบทุกเม็ด!
ปู่ซู่เฉียงมองหลานสาวด้วยความตื่นตะลึงระคนปลาบปลื้ม น้ำตาซึมที่หางตา... หลานสาวของเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่เด็กก้าวร้าวไร้เหตุผล แต่เป็นางพญาผู้พิทักษ์สิทธิ์ของตนเองได้อย่างเฉียบขาด
หลิวชุนฮวากับสะใภ้รองหน้าม้าน รีบโกยดินกลบหลุมแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกจากบ้านไป
แต่ก่อนจะพ้นประตูรั้ว หลิวชุนฮวาหันกลับมามองด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ริมฝีปากขมุบขมิบสาปแช่ง...
ซู่เวย์ยักไหล่ไม่ใส่ใจ หารู้ไม่ว่า... ศึกครั้งนี้ยังไม่จบ อีกไม่ถึงชั่วโมง กองทัพของจริงกำลังจะยกพลมาถล่มบ้านเธอ!
