ยามที่เสิ่นอิ๋นหวนเข้ามา หลี่จั่งกับเหอชุนฮวาก็มาถึงแล้ว ถิงจั่งกับภรรยาถิงจั่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งประธานกลางห้อง ส่วนเหอชุนฮวาและหลี่จั่งสองสามีภรรยานั่งอยู่ทางด้านซ้าย เสิ่นอิ๋นหวนเห็นดังนั้นจึงพาหลี่อันหรานเข้าไปทักทายทั้งสอง “พี่รอง พี่สะใภ้รอง”
เหอชุนฮวากลอกตาใส่นางอย่างเ็า แต่หลี่จั่งพยักหน้าตอบอย่างมีมารยาท
ครั้นเสิ่นอิ๋นหวนทักทายถิงจั่งและภรรยาแล้ว จึงนั่งลงด้านขวามือ
ทว่าหลี่อันหรานไม่ได้นั่งด้วย นางทำเพียงยืนนิ่งอยู่ข้างเสิ่นอิ๋นหวนเท่านั้น
ไม่มีผู้ใดพูดอะไรทั้งนั้น ถิงจั่งรอจนทุกคนมากันครบแล้วจึงค่อยกระแอมไอเบาๆ “พวกเ้าคงรู้ว่าวันนี้ข้าเรียกพวกเ้ามาด้วยเหตุอันใด ข้าจะสรุปแบบสั้นๆ เดิมทีแล้วข้าไม่ควรออกมายุ่งกับเื่นี้ แต่ข้าเป็ผู้รับหน้าที่เก็บภาษีของหมู่บ้าน รู้ถ้วนทั่วว่าผู้ใดทำนา ผู้ใดเสียภาษี”
“ที่ผ่านมา ครอบครัวของหลี่จั่งจ่ายภาษีเพาะปลูกของที่นาสองไร่นี้” ถิงจั่งว่าในขณะที่หลี่จั่งก็พยักหน้าน้อยๆ
ถิงจั่งละสายตาจากเขาแล้วพูดต่อ “ครอบครัวพวกเ้าเพาะปลูกบนที่ดินผืนนี้มาหลายปีและจ่ายภาษีอย่างตรงเวลา เื่นี้ไม่มีอันใดน่ากังขา ทว่าจากที่ข้ารู้มา ที่ดินที่พวกเ้าใช้เพาะปลูกเป็ของครอบครัวอื่น ไม่รู้ว่าพวกเ้าเคยให้การจุนเจือต่อเ้าของที่ดินหรือไม่ ข้าจะไม่ยุ่งเื่นี้เพราะเป็เื่ภายในครอบครัวพวกเ้า”
“แต่วันนี้หลี่อันหรานมาหาข้าเพราะ้าทวงที่ดินสองไร่นี้คืนกลับไป ในเมื่อเ้าของที่ดิน้าใช้ที่ดินผืนนี้ พวกเ้าก็ควรมอบคืนกลับไป ที่ผ่านมาพวกนางไม่ได้ใช้ที่ดินผืนนี้เพราะขาดแคลนแรงงานก็เท่านั้น อีกทั้งความเป็อยู่เองก็ยากแค้นแสนเข็ญ บัดนี้ ในเมื่อพวกนาง้าเพาะปลูก พวกเ้าก็คืนที่ดินกลับไปเถิด”
“ตามข้อตกลงที่ลงนามไว้กับราชสำนักแล้ว ที่ดินสองไร่นี้เป็ของครอบครัวหลี่อันหราน ดังนั้น วันนี้ข้าขอเป็ผู้ตัดสินให้ทำการคืนที่ดินสองผืนนี้หลังจาก่เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง หากพวกเ้ามีสิ่งใดจะพูดก็พูดให้จบภายในวันนี้เลย”
เดิมทีถิงจั่งไม่อยากมีส่วนร่วมกับเื่นี้ แต่เขาถูกภรรยาบังคับจนต้องเข้ามายุ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังจากสิ้นเสียงของเขา เหอชุนฮวาก็ลุกพรวดขึ้น นางพูดอย่างเดือดดาล “ถิงจั่ง ท่านก็ทราบว่าที่ดินผืนนั้นถูกทิ้งร้างมาหลายปี”
“บัดนี้ พวกข้าดูแลมันจนกลายเป็ดินดี ทว่าพวกนางคิดจะเอากลับไปก็เอากลับไปได้เลย นี่มันไม่ยุติธรรมนะเ้าคะ ส่วนเื่ที่บอกว่าพวกข้าไม่จุนเจือพวกนาง ในเมื่อพวกนางไม่ได้เพาะปลูก เช่นนั้นจะเอาอาหารมาจากที่ใด หากพวกข้าไม่จุนเจือจริง พวกนางคงอดตายไปนานแล้ว ตอนนี้พวกนางมีเงิน คิดจะรังแกกดขี่ผู้อื่นอย่างไรก็ได้ใช่หรือไม่?”
แม้หลี่อันหรานจะไม่พูดอะไร แต่หว่างคิ้วนางกลับขมวดกันแน่น ทั้งยังหรี่ตามอง ในเมื่อวันนี้มีถิงจั่งคอยหนุนหลังให้ เช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็ต้องพูดอะไร นางยังคงเชื่อมั่นในหลักแห่งความยุติธรรม
“เ้าอย่ามาอ้าง เ้าเพาะปลูกบนที่ดินของผู้อื่นมาหลายปีขนาดนี้ ที่ผ่านมาก็มีผลผลิตไม่เลว ควรพอได้แล้วละ อีกอย่าง จะบอกว่าที่ดินผืนนั้นรกร้างก็ไม่ถูก นั่นเป็ที่ดินเนื้อดีที่ทางการแบ่งสรรมาให้ จะบอกว่าเป็ที่ดินรกร้างได้อย่างไร? มันเพียงแต่มีหญ้าขึ้นเพราะไม่มีผู้ใดเพาะปลูกก็เท่านั้น ผู้อื่นอาจไม่รู้เื่นี้ แต่ข้าซึ่งเป็ถิงจั่งจะไม่รู้ได้เยี่ยงไร?”
เขาใช้อำนาจของถิงจั่งในการกดดันนาง พอถิงจั่งเอ่ยเช่นนี้ เหอชุนฮวาจึงไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ ขณะเดียวกันก็ไม่กล้าล่วงเกินถิงจั่ง นางได้แต่ใช้แขนกระทุ้งหลี่จั่ง ผู้เป็สามีของตัวเองและบุตรชายคนรองของสกุลหลี่
ปกติแล้วเขาเป็คนซื่อสัตย์ แต่น่าแปลกที่ได้ภรรยาหยาบคายเช่นนี้ นี่ทำให้เหอชุนฮวากลายเป็ผู้มีอำนาจตัดสินใจในบ้านเช่นกัน
หลี่จั่งคิดมาโดยตลอดว่าควรคืนที่ดินสองไร่นี้ให้กับบ้านสาม ทว่าเหอชุนฮวาคิดจะตักตวงผลประโยชน์อย่างเดียว ทำอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยมือเสียที
เหอชุนฮวาเห็นหลี่จั่งไม่พูดไม่จาก็กัดฟันว่า “ท่านพูดอะไรบ้างสิ”
หลี่จั่งพลันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ข้าเห็นด้วยกับถิงจั่ง เดิมทีที่ดินก็เป็ของผู้อื่นและเป็ที่ดินดีอยู่แล้ว ไม่ใช่ที่ดินรกร้างแต่อย่างใด ตอนนั้นพวกข้าเพียงแต่กำจัดวัชพืชก่อนเพาะปลูกก็เท่านั้น นอกจากนี้ผลผลิตที่ได้ตลอดหลายปีมานี้ก็มากพอแล้ว บ้านสามต้องอยู่อย่างลำบากเพราะไม่มีที่ดิน สมควรแล้วที่จะคืนกลับไป”
เหอชุนฮวาได้ยินดังนี้ก็ร้อนใจทันที นางกระทืบเท้าะโดังลั่น “ท่านเข้าข้างผู้อื่นได้อย่างไร”
หลี่จั่งขมวดคิ้วมุ่น ถามกลับทันควัน “เข้าข้างผู้อื่นอะไรกัน? พวกเราต่างก็เป็ครอบครัวเดียวกัน น้องสามจากโลกนี้ไปไว เดิมทีครอบครัวของเขาก็ลำบากอยู่แล้ว อีกอย่าง หลี่อันหลินก็เป็ทายาทสกุลหลี่ของเรา สมควรต้องดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงจะถูกต้อง หากพวกเขา้าเพาะปลูกบนที่ดินสองไร่นั้นจริง เช่นนั้นก็คืนให้พวกเขาไปเถอะ ครอบครัวเรามีที่ดินมากพอแล้ว”
คราวนี้เหอชุนฮวาโกรธจนตัวสั่น แต่นางไม่กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานต่อหน้าถิงจั่ง นอกจากนี้ก็ไม่กล้าต่อว่าสามีต่อหน้าคนนอกด้วยเช่นกัน
นางทำได้เพียงข่มอารมณ์และเงยหน้าพูดว่า “ข้ายอมคืนให้ก็ได้ แต่จะไม่ยอมคืนให้เปล่าๆ มิเช่นนั้นพวกข้าก็เหนื่อยเปล่าน่ะสิ”
หลี่อันหรานกับเสิ่นอิ๋นหวนยังคงไม่พูดอะไรทั้งนั้น
ทว่าภรรยาถิงจั่งกลับพูดขึ้นแทน “ข้าได้ยินมาว่า ถึงแม้นพวกเ้าจะบอกว่าเคยจุนเจือพวกนาง แต่แล้วในความเป็จริงกลับไม่เคยเห็นว่าจะจุนเจืออะไร ดังนั้นจะไม่สืบสาวเอาความเื่นี้แล้วก็ได้ พวกเ้าจะได้ไม่ต้องติดค้างกันอีก”
ถึงกระนั้น เหอชุนฮวายังคงไม่จำยอม นางแย้งทันที “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพวกข้าไม่เคยให้? เห็นเองกับตาหรือ? หรือว่าต้องคอยรายงานท่านตลอด?”
พอเหอชุนฮวาเถียงคำไม่ตกฟาก ภรรยาถิงจั่งพลันถลึงตาใส่ด้วยความโมโห “พูดอะไรของเ้า? ตอนนี้ทุกคนต่างก็คุยกันด้วยเหตุผล จะจิกกัดกันทำอันใด?”
“ข้าไม่ได้จิกกัด ข้าพูดความจริง ไม่เชื่อก็ถามนางดู” เหอชุนฮวาไม่ว่าเปล่า ยังชี้ไปยังเสิ่นอิ๋นหวน “สะใภ้สาม เ้าอย่าเอาแต่เงียบสิ พูดมาเลยว่าข้าเพาะปลูกบนที่ดินของเ้ามาหลายปีขนาดนั้น แต่ไม่เคยจุนเจือครอบครัวเ้า มันจริงหรือไม่?”
เสิ่นอิ๋นหวนถูกเหอชุนฮวากลั่นแกล้งจนเคยชิน แต่วันนี้นางมีถิงจั่งกับภรรยาถิงจั่งหนุนหลัง นอกจากนี้ยังมีหลี่จั่งพูดทวงความยุติธรรมให้อีกแรง นี่ทำให้นางมีความกล้าขึ้นมาเล็กน้อย “ปลูกมาหลายปีแต่เคยแบ่งผลผลิตให้แค่ครั้งสองครั้ง นอกจากนี้ยังให้ไม่มาก”
“ครั้นข้าไปขอแบ่งที่บ้านนาง นางจะบอกว่าเก็บเกี่ยวได้ไม่ดี นับจากนั้นก็ไม่เคยนำมามอบให้อีก”
เหอชุนฮวาอ้ำอึ้งทันใด “เ้า… เ้า เ้าพูดปดหน้าตายเช่นนี้ได้อย่างไร เห็นว่ามีคนหนุนหลังเข้าหน่อยก็เอาใหญ่เลย”
หลังจากเงียบมานาน พอมาถึงตรงนี้ หลี่อันหรานฟังแล้วไม่พอใจขึ้นมาหลายส่วน “ป้าสะใภ้รอง โปรดระวังคำพูดด้วยเ้าค่ะ จะบอกว่าพูดปดได้อย่างไร หรือว่าสำหรับท่านแล้ว มีเพียงสิ่งที่ตัวท่านพูดเท่านั้นจึงจะเป็ความจริง”
เหอชุนฮวาไปต่อไม่ถูก นางทำได้เพียงกัดฟันจ้องเสิ่นอิ๋นหวนอย่างเดือดดาล
ถิงจั่งเฝ้ามองอย่างเ็าอยู่พักหนึ่งก่อนกล่าวว่า “เอาละ เื่นี้เป็อันตกลงตามนี้ พวกเ้าจงคืนที่ดินสองไร่นั้นให้กับเสิ่นอิ๋นหวนหลัง่เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง ต่อแต่นั้นให้พวกนางจ่ายภาษีที่นาด้วยตัวเอง” สิ้นเสียง ถิงจั่งก็ลุกขึ้นยืน คิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันแน่น “เป็อันสิ้นสุดเท่านี้”
พูดจบ ถิงจั่งก็เดินเข้าไปในห้องรับรองชั้นใน ไม่คิดสนใจเื่นี้อีก
ภรรยาถิงจั่งเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นบ้าง นางหันมามองหลี่อันหราน ทั้งสองคนพยักหน้าให้กันอย่างลับๆ โดยไม่ได้พูดอะไร จากนั้นหลี่อันหรานกับเสิ่นอิ๋นหวนค่อยขอตัวออกจากบ้านของถิงจั่ง
