ขั้นนิพพานแข็งแกร่งแสนพรรณนา จูชิงไม่คิดเผชิญหน้ากับฉู่หลีั้แ่แรก สิ่งที่เขา้าก็คือแค่ถ่วงเวลาฉู่หลีได้สักสองสามลมหายใจก็เพียงพอ
เดาว่าฉู่หลีน่าจะเป็ขั้นนิพพานเจ็ดหรือแปดชั้นฟ้า พลังของเฒ่าปีศาจต่อกรได้เพียงจอมยุทธ์ขั้น์ปฐี ยังห่างไกลจากขั้นนิพพานหลายขุมนัก
เพราะ《คางคก์อำพราง》ตราบใดที่รักษาระยะห่างจากฉู่หลี ถ้าจูชิงตั้งใจซ่อนตัว ฉู่หลีก็ไม่มีทางหาจูชิงพบ
“คุนเผิง?” ฉู่หลีมองจูชิงที่หายวับไปในท้องฟ้า ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
คุนเผิงเป็สัตว์อสูรชั้นสูงเทียบเท่ากับหงส์และั คุนเผิงส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในอาณาเขตคุนเผิง ในอาณาเขตอื่นๆ นั้นไม่เห็นแม้แต่เงา
สัตว์อสูรที่ทรงพลังสามารถเปลี่ยนกายเป็มนุษย์ ถ้าพวกมันไม่เปิดเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริง น้อยคนนักที่จะรู้ว่าโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกมันเป็อย่างไร
“หรือว่ามาจากเผ่าคุนเผิงอย่างนั้นรึ?” ฉู่หลีครุ่นคิดในใจ
วังวินาศ์เป็ขุมพลังอำนาจแกร่งกล้ายิ่งยวด ทว่าคุนเผิงก็ไม่ได้อ่อนแอ พวกมันปกครองอาณาเขตคุนเผิง ไม่ด้อยไปกว่าวังวินาศ์ บางทีอาจแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ
จูชิงไม่คาดคิดว่าการที่เปลี่ยนกายเป็คุนเผิงหนีไปนั้นจะทำให้ฉู่หลีคิดว่าตัวเองเป็เผ่าพันธุ์คุนเผิง ความกลัวค่อยๆ ก่อเกิดในหัวใจ
“ครืนนน!” ทันใดนั้น จูชิงที่บินด้วยความเร็วสูงก็รู้สึกราวกับชนเข้ากับบางสิ่ง ภาพที่อยู่เบื้องหน้าเปลี่ยนไป หินหนืดกับูเาไฟก็หายไปเช่นกัน!
จูชิงมองูเาเขียวชอุ่มตรงหน้าอย่างประหลาดใจ แม่น้ำไหลผ่านรอบูเา ดอกไม้หลากสีผลิบานทั่วทุกหนแห่ง แตกต่างกับโลกภายนอกที่มีแต่เปลวเพลิงโดยสิ้นเชิง
“นี่นี่คือโลกภายในของเอกภพฟ้าดินอย่างนั้นรึ?” จูชิตะลึงงัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่นานนัก จูชิงก็เข้าใจได้ทันทีว่ามันคือโลกภายใน
เอกภพฟ้าดินแบ่งออกเป็โลกภายนอกและโลกภายใน ซึ่งสมบัติล้ำค่าที่อยู่ในโลกภายในนั้นมีค่ามากกว่าสมบัติโลกภายนอกหลายเท่า
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ม่านตาของจูชิงหดเล็กเท่ารูเข็ม ด้านหลังูเาเขียว มีชาวเผ่าค้ำ์อยู่คนหนึ่ง มือและเท้าถูกล่ามด้วยโซ่เหล็ก ปลายอีกด้านหนึ่งของโซ่เหล็กซ่อนอยู่ในช่องว่าง ไม่รู้ว่ามันนำไปสู่ที่ใด
จูชิงััได้ถึงคลื่นพลังน่าพรั่นพรึงแผ่ซ่านออกมาจากเผ่าค้ำ์ น่ากลัวยิ่งกว่าสื่อฮั่ว ทว่าเขากลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายอ่อนแอเหลือเกินคล้ายกับเทียนไขที่อยู่ท่ามกลางสายลม
แข็งแกร่งและอ่อนแอ ทั้งสองสิ่งที่ตรงข้ามกัน ปรากฏอยู่ในคนคนเดียว!
จูชิงรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกไม่ผิด เผ่าค้ำ์แข็งแกร่ง แต่ก็อ่อนแอมาก
“ขั้นมหันตสูงสุด...” ความเศร้ายากอธิบายประจักษ์ในดวงตาของเฒ่าปีศาจ
เผ่าค้ำ์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นจูชิงเข้ามาในโลกภายใน รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ไม่คิดเลยว่า สิ่งที่แรกที่ข้าเห็นเมื่อลืมตาจะเป็มนุษย์”
เผ่าค้ำ์มองจูชิง ซึ่งจูชิงััไม่ได้ถึงความอาฆาตพยาบาทใดๆ จากเผ่าค้ำ์
“เ้ามีคันฉ่องเพลิงทมิฬงั้นรึ?” เผ่าค้ำ์เฒ่าเอ่ยถาม
“คันฉ่องเพลิงทมิฬ? คันฉ่องเพลิงทมิฬคืออะไร?” จูชิงส่ายหัว
“เ้าไม่จำเป็ต้องปฏิเสธ ถ้าไม่มีคันฉ่องเพลิงทมิฬ เ้าไม่สามารถเข้ามาในโลกภายในแห่งนี้ได้” เผ่าค้ำ์ยิ้มเล็กน้อย
“หมายถึงคันฉ่องนี่หรือ?” จูชิงถาม
เผ่าค้ำ์เฒ่าพยักหน้า “ข้านึกว่าคนที่ได้คันฉ่องเพลิงทมิฬจะเป็สื่อฮั่ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็มนุษย์”
“สื่อฮั่ว...” จูชิงหน้าเปลี่ยนสี สื่อฮั่วสร้างความกดดันหนักหน่วงเป็อย่างมากต่อเขา
เผ่าค้ำ์ที่ถูกล่ามโซ่ก็คือมหาปุโรหิต ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของเผ่าค้ำ์ ทั้งยังเป็ผู้ที่กำหราบสื่อฮั่ว
ทว่าจูชิงก็ยังไม่เข้าใจว่ามหาปุโรหิตอยู่ในเอกภพฟ้าดินนี้ได้อย่างไร เขาตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?
“สื่อฮั่วทลายพันธนาการออกมาแล้ว ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเ้าไปเอาคันฉ่องเพลิงทมิฬจากสื่อฮั่วมาได้อย่างไรก็เถอะ แต่ในเมื่อเ้าสามารถเข้ามาในโลกภายใน เ้าคือผู้ที่ถูกเลือกโดย์ ภารกิจสยบสื่อฮั่วในครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว” มหาปุโรหิตพูดกับจูชิง
“ข้า? ข้าจะทำได้อย่างไร เขาเป็ขั้นมหันต ส่วนข้า ข้าเป็แค่ขั้นสั่งสม ไม่มีทางทำสำเร็จอยู่แล้ว!” จูชิงส่ายหัว เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับสื่อฮั่ว ทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับฆ่าตัวตาย
“เ้าไม่มีทางเลือก เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายของเ้าและข้า” มหาปุโรหิตส่ายหน้า
จูชิงตัวสั่นะเื แรงมหาศาลดูดเขาเข้าไป!
เบื้องหน้ามหาปุโรหิต จูชิงอาจตัวเล็กจิ๋วประหนึ่งฝุ่นผง แต่ในสายตาของมหาปุโรหิตนั้น จูชิงเปรียบเสมือนสุริยันแผดเผา ส่องสว่างจรัสแจ้ง
เขาที่เป็มหาปุโรหิตแห่งเผ่าค้ำ์ ยุคสมัยที่เผ่าค้ำ์ยังรุ่งเรือง เขาเคยเห็นอัจฉริยะมากมายจากหลายอาณาเขต ทว่าไม่มีใครเปล่งประกายเท่ากับจูชิง
ตอนที่เห็นสื่อฮั่วครั้งแรก เขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็เพชรเม็ดงามที่เจิดจรัสที่สุดที่เคยเห็นมาในชีวิต คิดไม่ถึงเลยว่าแสงนั้นที่อยู่บนตัวจูชิงจะเจิดจรัสยิ่งกว่า!
“เ้ายังไปได้อีกไกล!” มหาปุโรหิตพูด
แม้ว่าจะได้รับคำชม ทว่าจูชิงกลับไม่ยินดีเลยแม้แต่น้อย เขาไม่รู้ว่าชะตากรรมที่รอเขาอยู่เป็เช่นไร
“ข้าชื่อว่า เทียนฮั่ว มหาปุโรหิตแห่งเผ่าค้ำ์!” มหาปุโรหิตเทียนฮั่วกล่าว
“ข้าขังคนทรยศนั่นมานานหลายปี เพลานี้ เอกภพฟ้าดินประจักษ์ ข้าไม่สามารถกำราบเขาได้อีกต่อไปแล้ว เดิมทีข้านึกว่าจะสามารถหลอกล่อให้เขาเข้ามาในโลกภายในแล้วตายไปพร้อมกับเขา ทว่าเพราะการปรากฏตัวของเ้า แผนการนี้จึงล้มเหลวไม่เป็ท่า” มหาปุโรหิตเทียนฮั่วถอนหายใจ
จูชิงมองมหาปุโรหิตเทียนฮั่วอย่างขุ่นเคือง “เป็ความผิดข้างั้นรึ”
มหาปุโรหิตเทียนฮั่วไม่สังเกตเห็นแววตาขุ่นเคืองของจูชิง ยังคงพูดต่อว่า “เ้าได้คันฉ่องเพลิงทมิฬมา นั่นแสดงว่า์เลือกเ้าแล้ว พระเ้า้าให้เ้ากำราบสื่อฮั่ว”
“มหาปุโรหิตเทียนฮั่ว ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากทำ ทว่าข้าเป็แค่ขั้นสั่งสม” จูชิงแทบร่ำไห้
มหาปุโรหิตเทียนฮั่วยิ้ม “ศักยภาพของเ้าไร้จำกัด ถ้าเ้ากระตุ้นมันออกมา บางทีเ้าอาจเอาชนะสื่อฮั่วได้”
“ศักยภาพ...” จูชิงมองมหาปุโรหิตเทียนฮั่วด้วยความฉงนสงสัย กระตุ้นศักยภาพ ต้องกระตุ้นยังไงล่ะ?
ภายใต้สายตาของมหาปุโรหิตเทียนฮั่ว การมองเห็นของจูชิงก็เริ่มพร่ามัว!
“แย่ล่ะสิ!” จูชิงใมาก เขารู้สึกได้ว่าิญญากำลังถูกโจมตี
“ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ล่ะ เหตุใด ศิลาถึงไม่ปกป้องจิติญญาของข้า!” จูชิงคำรามในใจ
ก่อนหน้านี้ ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ปกป้องจิติญญาของเขามาโดยตลอด เขาจึงคิดว่าไม่มีใครสามารถโจมตีจิติญญาเขาได้ไม่ว่าจะใช้วิธีใดๆ ก็ตาม คิดไม่ถึงว่าเพลานี้ศิลาผนึกิญญาพิชิต์จะไม่เป็ผล
“วิชามหาอำนาจเผ่าค้ำ์!” เฒ่าปีศาจเบิกตากว้าง กระทั่งเขายังคิดไม่ถึงว่ามหาปุโรหิตเทียนฮั่วจะเล่นใหญ่ขนาดที่ใช้วิชามหาอำนาจของเผ่าค้ำ์
“ปลุกิญญา!” เฒ่าปีศาจมองจูชิง แววตาเต็มไปด้วยความริษยา เ้าเด็กนี่ทำให้มหาปุโรหิตใช้วิชามหาอำนาจเพื่อช่วยตัวเองได้อย่างไร
ปลุกิญญา วิชามหาอำนาจเฉพาะของเผ่าค้ำ์สามารถกระตุ้นศักยภาพของจอมยุทธ์ได้เป็อย่างมากใน่เวลาสั้นๆ ความแข็งแกร่งจะแปรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับศักยภาพของคนผู้นั้น
เฒ่าปีศาจอยู่กับจูชิงมานานย่อมตระหนักรู้ถึงศักยภาพของจูชิงดี จูชิงเกิดมาพร้อมกับกายศักดิ์สิทธิ์ ใต้หล้านี้ ไม่มีใครที่จะมีศักยภาพแกร่งกล้าไปกว่าจูชิง เมื่อถูกปลุกิญญา ขั้นบำเพ็ญเพียรจะต้องพุ่งทะยานสูงขึ้นหลายเท่า
ในความสลัวเลือนลาง จูชิงมาเยือนยังสถานที่แห่งเดิม นั่นก็คือตระกูลจู พวกเขายังคงหมดหมุ่นอยู่กับงานเฉลิมฉลอง แสงไฟสีแดงประดับประดาทั่วทุกหนแห่ง ทว่าจูชิงรู้ดีว่า ในไม่ช้า เทศกาลที่น่ารื่นเริงนี้จะกลายเป็โศกนาฏกรรม ทุกคนในตระกูลจะต้องตาย ยกเว้นชายชรา!
เด็กทารกที่อยู่ในอ้อมแขนของชายชราสิ้นลมหายใจไปนานแล้ว สุดท้ายเด็กคนนั้นก็ถูกฝัง ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ตกลงมาจากความว่างเปล่าทับอยู่บนหลุมฝังศพของเด็กน้อย
จูชิงรู้ดีว่าเด็กทารกคนนั้นก็คือเขาเอง!
ทันใดนั้น ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เขาเห็นดอกบัวโลหิตอยู่บนศพของเด็กน้อย
มันให้ความรู้สึกคุ้นเคยยิ่งอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่ามันเป็หนึ่งเดียวกันกับเขา!
“ข้ามีดอกบัวนั่นอยู่ในตัวงั้นรึ?” จูชิงก้มลงมองร่างกายของตัวเอง
ขณะนั้น ดอกบัวโลหิตแปรเปลี่ยน สีสันสว่างสดใสมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีเงาดอกบัวประจักษ์ทับซ้อนบนร่างของจูชิง!
“กายศักดิ์สิทธิ์ตื่นแล้ว!” เฒ่าปีศาจจ้องมองจูชิงที่ถูกดอกบัวโลหิตปกคลุมด้วยความตกตะลึง
ถึงการตื่นขึ้นในครั้งนี้จะเป็เพียงชั่วคราว ทว่ามันก็ปลุกวิชามหาอำนาจจิตบัวคำสาปผลาญโลหิตเช่นเดียวกัน แม้เพียงครู่เดียว แต่ภายใต้วิชามหาอำนาจปลุกิญญา มีความเป็ไปได้สูงที่พลังของกายศักดิ์สิทธิ์ที่หลับใหลมาเนิ่นนานจะประจักษ์
“เืเนื้อเชื้อไขตระกูลจู ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับกายศักดิ์สิทธิ์!” ในตอนนั้นเอง เสียงชราดังสะท้อนก้องในหัวของจูชิง
“กายศักดิ์สิทธิ์!” คำๆ นี้เหมือนเป็กุญแจ โซ่ตรวนที่พันธนาการกายาพังทลายโดยพลันทันใด พลังอันน่าครั่นคร้าวหลั่งไหลทั่วสรรพางค์กาย จูชิงััได้ถึงความแข็งแกร่งที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
กายศักดิ์สิทธิ์ตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์ ดอกบัวโลหิตที่อยู่บนตัวกลายเป็ของจริงจมลงในระหว่างคิ้วของเขา
“สุริยันจันทราส่องแสงร่วมกัน วิถีบัวโลหิตหลอมผสาน นี่คือสายเืของข้าจูเหยียนเซวี่ย เขาจะเป็เทพาสมัยใหม่ของตระกูลจู!” เสียงชราดังขึ้นอีกครั้ง
“ฟึ่บ!” ทันใดนั้น เืเนื้อกลุ่มก้อนหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ดวงตาทั้งสองของจูชิง!
“ไม่!” จูชิงะโ
ขณะที่จิติญญาของจูชิงตื่นขึ้น เขาหอบหายใจหนักหน่วงกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่มีตระกูลจู ไม่มีศพ ไม่มีเืเนื้อ มีเพียงูเาเขียวขจีกับสายน้ำเย็นและเผ่าค้ำ์ที่อ่อนแออย่างสุดแสน
