แสงแดดยามเช้าลอดผ่านรอยแตกของแผ่นไม้ที่ถูกตอกปิดตาย แย่งชิงพื้นที่ความมืดในห้องเก็บของหลังบ้านสกุลหวัง เจนนี่ลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ร่างกายของต้าเหนิงอ่อนแอเกินกว่าที่เธอคาดไว้ าแที่มุมปากเริ่มแห้งจนตึง แต่อาการบวมที่โหนกแก้มยังคงทำพิษ ทุกครั้งที่เธอขยับกราม ความเ็ปจะแล่นพล่านเหมือนไฟฟ้าช็อต
เธอนั่งนิ่งๆ ใช้ปลายนิ้วกดสำรวจต่อมน้ำเหลืองและเช็คการตอบสนองของม่านตาผ่านเงาสลัว 'ไม่มีอาการทางสมองที่รุนแรง แต่ร่างกายนี้ขาดสารอาหารและน้ำอย่างหนัก ถ้าไม่ได้น้ำสะอาดในเร็วๆ นี้ ระบบไตจะเริ่มมีปัญหา'
แกรก... แกรก...
เสียงโซ่เหล็กที่ล่ามประตูถูกปลดออก ตามมาด้วยเสียงส้นเท้ากระทบพื้นไม้ที่ดังจังหวะจะโคน เจนนี่ขยับตัวนั่งหลังตรง พิงฝาผนังที่เต็มไปด้วยฝุ่นอย่างสงบ ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่บานประตูที่ค่อยๆ แง้มออก
หวังถิงถิงเดินนิ่งเข้ามาในชุดกี่เพ้าประยุกต์สีชมพูสดใส ใบหน้าถูกพอกด้วยแป้งและแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงฉานตามสมัยนิยม ข้างกายคือหวังเจียวจูที่สวมชุดกระโปรงบานฟูฟ่อง ทั้งคู่ถือพัดลูกไม้โบกสะบัดราวกับกำลังเดินอยู่ในสวนดอกไม้ ไม่ใช่ห้องเก็บของที่เหม็นอับ
"อุ๊ยตายแล้ว! กลิ่นอะไรเนี่ยพี่ใหญ่ เหมือนกลิ่นหนูตายเลย" เจียวจูจีบปากจีบคอพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก
"ยัยโง่นี่นอกจากจะบ้าแล้ว ยังสกปรกจนน่าคลื่นไส้จริงๆ"
ถิงถิงหยุดยืนตรงหน้าเจนนี่ เธอปลายตามองน้องสาวที่สภาพดูไม่ได้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสะใจ "ยังไม่ตายอีกเหรอต้าเหนิง? ฉันนึกว่าแกจะตรอมใจตายั้แ่น้ำค้างแข็งเมื่อคืนแล้วเสียอีก"
เจนนี่ไม่ได้ตอบในทันที เธอมองดูผู้หญิงสองคนตรงหน้าด้วยสายตาประเมินแบบที่แพทย์ใช้มองเคสคนป่วยที่รักษาไม่หาย "พวกคุณมาที่นี่เพื่อเช็คสถานะการรอดชีวิตของฉัน หรือแค่้ามาดูว่าความอิจฉาในใจของพวกคุณมันลดลงบ้างหรือยัง?"
ถิงถิงชะงักไปเล็กน้อย "แกพูดอะไร? อิจฉาเรอะ? อย่างฉันเนี่ยนะจะอิจฉาแกที่เป็แค่ตัวซวย"
ถิงถิงก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเจนนี่ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "แกมันคือรอยด่างพร้อยของบ้านนี้ ตราบใดที่มีแกอยู่ ความรุ่งเรืองของพ่อก็จะติดขัด และความสวยงามของฉันก็จะถูกลดทอนลงเพราะมีน้องสาววิกลจริต ถ้าแกตายไปั้แ่แรกที่ตกบ่อน้ำนั่น... เื่ทุกอย่างก็คงจะสิ้นเื่ไปแล้ว บ้านเราจะสะอาดขึ้น และฉันก็ไม่ต้องมาคอยตอบคำถามใครว่าทำไมบ้านหวังถึงมีขยะเดินได้อยู่ในบ้าน"
เจนนี่ค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมองถิงถิง เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็รอยยิ้มที่ทำให้ถิงถิงรู้สึกเย็นสันหลังอย่างบอกไม่ถูก
"ที่พี่พูดว่าอยากให้ฉันตาย... มันไม่ใช่เพราะพี่รังเกียจฉันหรอกค่ะ" เจนนี่เอ่ยเสียงนิ่งเรียบแต่ดังกังวาน "แต่เป็เพราะพี่ 'กลัว' ต่างหาก"
"กลัว? ฉันจะกลัวอะไรแก!" ถิงถิงตวาด
"พี่กลัวว่าสักวันหนึ่ง ความจริงจะเปิดเผยว่าลูกสาวคนโตที่แสนเพอร์เฟกต์คนนี้ จริงๆ แล้วไม่มีความสามารถอะไรเลยนอกจากแต่งตัวไปวันๆ" เจนนี่ขยับตัวเล็กน้อย แม้จะเจ็บแต่เธอก็ยังรักษาบุคลิกไว้
"พี่กลัวว่าถ้าไม่มีตัวซวย อย่างฉันไว้คอยรองรับอารมณ์ของคุณพ่อ พี่นั่นแหละที่จะกลายเป็เป้าหมายต่อไปเวลาที่ธุรกิจของเขาผิดพลาด พี่ต้องใช้ฉันเป็โล่กำบังความล้มเหลวของตัวเองมาตลอด... ไม่ใช่เหรอคะ?"
"แก!" ถิงถิงเงื้อมือจะตบ แต่เจนนี่กลับจ้องตาเธอนิ่งจนมือของถิงถิงสั่นเทาและค้างอยู่กลางอากาศ
"อ้อ แล้วอีกอย่างนะคะคุณพี่ใหญ่" เจนนี่กวาดสายตามองการแต่งหน้าของถิงถิง "ลิปสติกสีนี้มันไม่เข้ากับโทนผิวของพี่เลยนะคะ มันทำให้ฟันพี่ดูเหลืองและหน้าพี่ดูหมองหมอง เหมือนคนที่มีปัญหาเื่ตับเรื้อรังจากการสะสมความริษยามากเกินไป ถ้าพี่อยากจะดูดีกว่านี้ ลองหัดสงบจิตสงใจบ้างนะคะ รอยตีนกาตรงหางตาจะได้ไม่ลึกไปกว่าที่เป็อยู่"
เจียวจูที่ยืนฟังอยู่ถึงกับหน้าถอดสี "พี่ใหญ่... มันด่าพี่ว่าหน้าแก่แถมยังหาว่าพี่เป็โรคด้วยนะคะ!"
"นังต้าเหนิง! แกไปเอาคำพูดพวกนี้มาจากไหน!" ถิงถิงกรีดร้องอย่างเสียสติ เธอไม่เคยถูกน้องสาวที่เคยเอาแต่ร้องไห้โต้กลับด้วยถ้อยคำที่เฉียบคมและเืเย็นขนาดนี้
"คำพูดพวกนี้มาจากความจริง ค่ะ" เจนนี่หันไปมองเจียวจูบ้าง
"ส่วนน้องเล็ก... การที่เธอมาเยาะเย้ยฉันทุกวัน มันไม่ได้ทำให้เธอดูสูงส่งขึ้นหรอกนะ แต่มันแสดงให้เห็นว่าเธอขาดความอบอุ่นจนต้องมาชิงดีชิงเด่นกับคนที่ถูกขังอยู่ในห้องเก็บของแบบนี้ ถ้าเธอมีเวลาว่างมากนัก ฉันแนะนำให้ไปหัดอ่านหนังสือบ้างนะ จะได้รู้ว่าการมีสมองมันมีประโยชน์กว่าการมีแค่กระโปรงบานๆ"
"แก... แกด่าฉันว่าโง่เหรอ!" เจียวจูสะบัดพัดในมืออย่างบ้าคลั่ง
"ฉันไม่ได้ด่า... ฉันแค่วินิจฉัย ตามอาการที่ปรากฏ" เจนนี่ตอบพลางพิงผนังตามเดิม "ตอนนี้พวกคุณออกไปได้แล้ว กลิ่นน้ำหอมราคาถูกของพวกคุณมันรบกวนการพักผ่อนของฉัน และที่สำคัญ... มันทำให้ฉันรู้สึกอยากจะอาเจียนมากกว่าเดิมเสียอีก"
ถิงถิงตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด เธออยากจะพุ่งเข้าไปกระชากผมเจนนี่มาตบให้สาแก่ใจ แต่แววตาที่สงบนิ่งและมีอำนาจของน้องสาวคนนี้กลับทำให้เธอไม่กล้าขยับตัว เหมือนมีกำแพงล่องหนที่มองไม่เห็นขวางกั้นไว้
"แกคอยดูเถอะต้าเหนิง! แกจะไม่ได้ออกจากห้องนี้ไปจนตาย!" ถิงถิงตวาดทิ้งท้ายก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไป
"ใช่! ฉันจะบอกคุณพ่อให้สั่งงดข้าวงดน้ำแกไปเลย!" เจียวจูสำทับด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดก่อนจะรีบวิ่งตามพี่สาวไป
เสียงโซ่ถูกคล้องกลับคืนที่เดิมอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น เจนนี่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ความเหนื่อยล้าเข้าจู่โจมเธออีกครั้ง เธอรู้ดีว่าการกระทำเมื่อครู่จะทำให้สถานการณ์ของเธอแย่ลงในแง่ของความเป็อยู่ แต่ในแง่ของจิตวิทยา... เธอได้ประกาศาอย่างเป็ทางการแล้ว
'ถิงถิง... เจียวจู... พวกเธอคิดว่ากรงไม้เล็กๆ นี่จะขังฉันได้ตลอดไปงั้นเหรอ'
เจนนี่หลับตาลง พยายามรวบรวมพละกำลังที่เหลืออยู่ เธอรู้ว่าลุงจางจะต้องแอบมาหาเธออีกครั้ง และนั่นจะเป็โอกาสเดียวที่เธอจะเริ่มแผนการขั้นต่อไป เพื่อออกไปจากนรกแห่งนี้และกลับไปสู่โลกที่เธอคู่ควร... โลกของความรู้และการรักษา ไม่ใช่โลกของการกดขี่ที่ไร้สาระแบบนี้
