คำพูดสุดท้ายของเธอทำให้สือเจียงหย่วนอุ่นวาบในหัวใจ เขาแย้มยิ้มแล้วกล่าวว่า
“วงการธุรกิจก็แบบนี้แหละ มันจำเป็จริงๆ ถึงจะยอมดื่ม ยามปกติผมก็แค่ดื่มเบียร์ ผมไม่ใช่คนติดเหล้าอะไรหรอก”
สือเจียงหย่วนอดไม่ได้ที่จะอธิบาย ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม
คังอิงกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ผู้จัดการซุนและคนอื่นๆ ก็เดินออกมาจากห้อง 303 พวกเขามีสีหน้าเบิกบานพลางพูดคุยกัน
“เหล่าชิวนี่คอแข็งจริงๆ พอได้ ‘ขุนเขาตระหง่าน สายธารไหลริน’ ก็ยิ่งดื่มเก่ง”
“พวกคุณว่าอีกเดี๋ยวเหล่าชิวจะอาเจียนออกมาหรือเปล่า?” ผู้จัดการเฉาเอ่ยคาดเดา
พวกเขาทั้งหมดพูดคุยกันอย่างเริงร่า ครั้นพวกเขาเห็นสือเจียงหย่วนกับคังอิงยืนอยู่ที่ทางเดิน ก็กวักมือชวนพวกเขากลับเข้าไปดื่มต่อ
งานเลี้ยงสุราครั้งนี้ ทุกคนต่างดื่มกันอย่างสนุกสนาน ผู้จัดการหลายคนต่างพากันเรียกสือเจียงหย่วนว่าพี่น้อง ทั้งโอบไหล่ ทั้งกระซิบกระซาบข้างหู พูดจาไร้สาระมากมายที่วันรุ่งขึ้นพวกเขาคงลืมไปหมด
ครึ่งหลังของธรรมเนียมในวงเหล้าก็คือการที่ทุกคนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ เมื่อเห็นพฤติกรรมของผู้ชายพวกนี้ คังอิงจึงยืนขึ้นแล้วเอ่ยเตือนว่า
“วันนี้พวกเราดื่มกันมากแล้ว พอแค่นี้เถอะ คราวหน้าถ้าทุกคนไปที่อำเภอหลี่ว์ ฉันจะเป็คนเลี้ยงเอง”
ตอนนี้ผู้จัดการหลายคนต่างก็เมาได้ที่แล้ว พวกเขาจึงพยักหน้ารับอย่างมึนเมา
คังอิงเห็นว่าสือเจียงหย่วนเองก็เมาไม่น้อยแล้ว เธอจึงต้องเดินเข้าไปประคองเขา สือเจียงหย่วนที่ถูกคังอิงประคองไว้เดินโซเซเล็กน้อย แต่ก็ยังเดินได้ตามปกติ
เพราะสือเจียงหย่วนยังคงเดินเองได้ ถึงคังอิงจะเหนื่อยมาก แต่ก็ยังพาเขาเดินไปถึงลานจอดรถ
สือเจียงหย่วนโยนกุญแจรถให้คังอิงแล้วบอก “คุณขับรถเถอะ”
จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง ล้มลงเสียงดัง ‘ตุ้บ!’ แล้วหลับสนิทไป
คังอิงจึงได้รู้ว่าสือเจียงหย่วนเมาจริงๆ โชคดีที่เขายังคงควบคุมสติได้
คังอิงคิดแบบนี้ก็เพราะในชาติที่แล้ว เธอมักจะต้องไปงานเลี้ยงสุราเช่นนี้บ่อยๆ ถึงจะดื่มมากแค่ไหน เธอก็ยังคงพยายามอดทนไว้เสมอ รอจนกลับถึงบ้านถึงจะยอมผ่อนคลาย และตอนที่อยู่ในวงเหล้า เมื่อคนอื่นดื่มเหล้ากับเธอ พวกเขามักจะคิดว่าเธอดูร่าเริงแจ่มใส ไม่มีท่าทางเมามายเลยแม้แต่น้อย
คังอิงขึ้นรถ สตาร์ตเครื่องยนต์ แล้วขับออกจากลานจอด โชคดีที่เธอมีความจำเป็เลิศ ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกคนอื่นเรียกว่า ‘สาวสายวิทย์’ [1] หรอก เส้นทางที่สือเจียงหย่วนขับรถผ่านวันนี้ เธอจำมันได้หมด
คังอิงขับรถตามเส้นทางในความทรงจำ จนกระทั่งรถออกจากตัวเมืองได้สำเร็จ และเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินที่มุ่งหน้าสู่อำเภอหลี่ว์
กลางดึกสงัด บนถนนมีรถสัญจรไปมาน้อยมาก นอกจากรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่วิ่งผ่านไปมาเป็บางคัน ถนนสายนี้แทบจะเป็ของคังอิง
คังอิงเหยียบคันเร่งแล้วมุ่งหน้าไปยังอำเภอหลี่ว์ ระหว่างทางเธอเห็นว่าโครงการซ่อมแซมถนนหยุดพักไปแล้ว
เมื่อมาถึงจุดที่รถติดในตอนเช้า คังอิงเห็นว่าถนนคอนกรีตอีกฝั่งหนึ่งเทพื้นเสร็จเรียบร้อย พวกเขาใช้พลาสติกคลุมเอาไว้เพื่อป้องกันผิวถนน ดูท่าคงจะสร้างเสร็จในเร็วๆ นี้
ในอนาคตเส้นทางที่เชื่อมระหว่างอำเภอหลี่ว์กับเมืองฉวี่เจียงก็จะสะดวกมากขึ้น และรถขนส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะขนส่งง่ายขึ้นด้วย
สือเจียงหย่วนที่นอนอยู่เบาะหลังหลับเป็ตาย ตลอดทางเขาไม่ได้อาเจียนออกมา
ชั่วโมงครึ่งต่อมา ในที่สุดคังอิงก็ขับรถมาถึงหน้าประตูบ้านสันโดษแสนสงบได้สำเร็จ
สือเจียงหย่วนยังคงหลับอยู่ คังอิงทำอะไรไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าบ้านของน้ารองของเขาอยู่ที่ไหน อีกอย่างเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว หากเธอพาสือเจียงหย่วนที่เมาไม่ได้สติกลับไป น้ารองของเขาจะต้องตำหนิเขาแน่ๆ
คังอิงทำได้เพียงเปิดประตูเบาะหลัง แล้วเขย่าปลุกสือเจียงหย่วน “ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว”
หากสือเจียงหย่วนไม่ยอมตื่น เธอคงต้องนั่งเป็เพื่อนเขาอยู่บนรถ เพราะเขาตัวใหญ่ขนาดนี้ เธอคงแบกไม่ไหวแน่ๆ แต่หากปล่อยให้เขานอนอยู่บนรถตามลำพังแบบนี้ เธอก็คงไม่สบายใจ
โชคดีที่พอเธอเขย่าตัวเขาไม่กี่ครั้ง เขาก็ตื่นขึ้นมา สือเจียงหย่วนถามด้วยความงุนงง “ถึงแล้วเหรอ?”
“ถึงแล้ว เพิ่งถึงเลย ฉันช่วยพาคุณเข้าไปนอนไหม?” คังอิงตอบ
สือเจียงหย่วนมองดูบ้านสันโดษแสนสงบ เขาไม่รู้สึกว่าผิดปกติอะไร จึงตามคังอิงเข้าไปในบ้าน พอเข้าไปถึงห้องนอนที่คุ้นเคยเขาก็ล้มตัวลงนอน ‘ตุ้บ!’ จากนั้นก็หลับสนิทไปอีกครั้ง
คังอิงรีบเอาผ้าห่มผืนบางๆ มาห่มให้เขา พลิกศีรษะของเขาให้นอนตะแคงบนหมอน เพื่อป้องกันไม่ให้เขาสำลักอาเจียนออกมา เธอต้มน้ำแกงหวานหัวไชเท้าแก้เมาค้างวางไว้ข้างๆ เตียงเขา
จากนั้นคังอิงก็ไปอาบน้ำ ทั้งร่างเธอหมักหมมไปด้วยกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ ซึ่งเหม็นสุดๆ หากไม่อาบน้ำ คงนอนไม่หลับแน่ๆ
กว่าเธอจะจัดการเื่ทั้งหมดนี้เสร็จก็ปาเข้าไปตีสองกว่า การอาบน้ำของคังอิงนั้นรวดเร็วมาก เพียงแต่ผมของเธอยังเปียกอยู่ เพราะที่นี่ไม่มีไดร์เป่าผม เธอจึงต้องใช้ผ้าขนหนูเช็ดอยู่พักใหญ่ๆ จากนั้นเธอก็ออกไปชงชาข้างนอกบ้าน รอจนความร้อนใน่ฤดูร้อนช่วยให้ผมของเธอแห้ง เธอถึงค่อยกลับเข้าห้องนอน
พอนอนลง เธอก็หลับเป็ตาย พอตื่นขึ้นมา คังอิงที่เห็นแสงจากนอกหน้าต่างก็รู้ว่าเวลานี้คงไม่เช้าแล้ว
เธอยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ พบว่าเวลานี้สิบโมงกว่าแล้ว ทำไมตื่นสายขนาดนี้ จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นมาว่าสือเจียงหย่วนตื่นหรือยัง เขารู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม หากเขาตื่นก่อนเธอแล้วไม่มีอาหารเช้าให้กินล่ะ
พอคิดว่าเมื่อคืนสือเจียงหย่วนพยายามดื่มเหล้าแทนเธอ คังอิงก็รู้สึกผิดมาก เธอหวังว่าจะมีงานเลี้ยงสังสรรค์เช่นนี้น้อยลง พวกเขาไม่ควรใช้ชีวิตแลกกับเงินทองเลย
เธอเดินไปที่หน้าห้องของสือเจียงหย่วน พบว่าประตูยังคงปิดอยู่ จึงผลักประตูเข้าไป แล้วพบว่าสือเจียงหย่วนยังคงนอนหลับ เขาไม่ได้เปลี่ยนท่านอนด้วยซ้ำ
คังอิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอรู้ว่าสือเจียงหย่วนดื่มเหล้าหนักเมื่อคืน ตื่นมาคงแย่แน่ๆ เหล้าขาวอย่างเหมาไถมักจะทำให้คนเมาหลับไม่ได้สติ
คังอิงรีบไปอาบน้ำล้างหน้า เธอครุ่นคิดว่าจะทำอาหารเที่ยงอะไรให้เขากินดี
อากาศร้อนแบบนี้ ควรทำอาหารแก้ร้อนในดีกว่า แต่คนที่เพิ่งดื่มเหล้ามา จะให้กินแต่อาหารประเภทผักก็คงไม่ดี
ตับของคนที่เมาค้างต้องใช้โปรตีนเพื่อสลายแอลกอฮอล์ตลอดทั้งคืน ทำให้พวกเขามักจะรู้สึกหิว หากไม่ได้กินเนื้อสัตว์ อาจจะยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม
ในตู้เย็นยังคงมีเนื้อหมูสามชั้นอยู่ก้อนหนึ่งกับซี่โครงหมูหลายชิ้น คังอิงจึงคิดว่าจะทำผัดหมูสองไฟ ซี่โครงหมูทอด ผัดผักบุ้ง จากนั้นก็ต้มมะระใส่เนื้อหมูไม่ติดมันกินคู่กับข้าวสวย แบบนั้นคงสมบูรณ์แบบมาก
หลังจากตัดสินใจแล้ว คังอิงก็เริ่มลงมือทำอาหารทันที ตอนที่สือเจียงหย่วนได้กลิ่นหอมของอาหารปลุกให้ตื่นขึ้นมา ก็เป็เวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว
สือเจียงหย่วนลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ที่บ้านเก่าของน้ารอง จากนั้นเขาก็เริ่มพยายามนึกถึงเื่ราวเมื่อคืน
แต่หลังจากลงไปที่ลานจอดรถแล้วนอนอยู่บนเบาะหลัง เขาก็จำอะไรที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ได้เลย ดูเหมือนคังอิงจะเป็คนขับรถพาเขากลับมาส่งที่บ้าน
สือเจียงหย่วนคิดไม่ถึงว่าคังอิงจะใจกล้าขนาดนี้ ก่อนหน้าตอนที่พวกเขาไปเมืองฉวี่เจียง เธอยังไม่รู้ทางเลย แต่ก็ยังพาเขากลับบ้านได้สำเร็จ
ผู้หญิงที่ทั้งเก่งและเป็ตัวของตัวเองแบบนี้ ช่างหายากจริงๆ!
ตอนที่สือเจียงหย่วนลุกขึ้น เขารู้สึกเวียนศีรษะ และเดินเซ เขาพยายามพยุงศีรษะของตนเองเดินออกจากห้องนอน แล้วก็เห็นคังอิงกำลังสวมผ้ากันเปื้อน แล้วกำลังชิมรสชาติของน้ำแกงอยู่ในครัว
แสงอาทิตย์สาดส่องต้องใบหน้าขาวผ่องของคังอิง ริมฝีปากแดงระเรื่อของเธอเผยอขึ้นเล็กน้อย เธอยกช้อนขึ้นมาชิมน้ำแกงเบาๆ
เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว สือเจียงหย่วนก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอ เขารู้สึกว่าน้ำแกงถ้วยนั้นจะต้องอร่อยมากแน่ๆ
เชิงอรรถ
[1] สาวสายวิทย์ เป็ศัพท์แสลงภาษาจีน หมายถึงผู้หญิงที่เรียน หรือทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความหมายโดยนัยว่าพวกเธอเป็คนที่มีตรรกะ มีเหตุผล ฉลาด แต่ไม่ค่อยโรแมนติก
