ระหว่างทางกลับ เหยาเชียนเชียนรู้สึกวิงเวียนจนอยากหลับไปทั้งอย่างนี้ นางเจ็บเหลือเกิน ถ้าได้นอนสักหน่อยก็คงดี
“ต่อไปห้ามาเ็อีก โดยเฉพาะาเ็สาหัสเช่นนี้” เป่ยเหลียนโม่เอ่ยขึ้นมา
เหยาเชียนเชียนลืมตาขึ้นมาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย นางมองไม่ออกเลยจริงๆ ดูเหมือนว่าครั้งนี้นางจะมีความก้าวหน้าในใจของเขามากขึ้น กระทั่งเอ่ยว่า ‘ไม่อนุญาตให้ได้รับาเ็’ ออกมาได้ นั่นแสดงว่าเป่ยเหลียนโม่เริ่มมองนางเป็คนของเขาขึ้นมาทีละน้อยแล้วใช่หรือไม่
“เพคะ!”
เหยาเชียนเชียนพยักหน้าแรงๆ และเผยรอยยิ้มอ่อนแรง
“หม่อมฉันจะจำไว้เพคะ ขอบพระทัยท่านอ๋องที่เป็ห่วง”
เป่ยเหลียนโม่ดวงตาสั่นไหวไปกับรอยยิ้มเจือแววซาบซึ้งนั้น มีลางสังหรณ์ว่านางอาจจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป
ยามนี้นางได้รับาเ็สาหัส อาเหยียนก็จะเ็ปไปด้วยครึ่งหนึ่ง ลูกธนูในวันนี้ไม่รู้ว่าอาเหยียนอยู่ที่จวนจะเ็ปมากเพียงใด เขาจึงไม่อยากให้เหยาเชียนเชียนได้รับาเ็ ทว่าเขาก็อยากให้อาเหยียนได้ลิ้มรสความขมขื่นเสียบ้างก่อนที่จะถอดถอนสัญญาระหว่างนางและอาเหยียน
“เหตุใดวันนี้ถึงได้บุกเข้ามากะทันหัน” เป่ยเหลียนโม่เปลี่ยนประเด็น “เปิ่นหวังไม่เชื่อคำเ่าั้ที่เ้ากล่าวต่อเสด็จพ่อ”
เหยาเชียนเชียนเม้มริมฝีปากและบอกเล่าเหตุการณ์ที่นางเห็นมือสังหารอย่างตรงไปตรงมา แต่เลือกที่จะข้ามรายละเอียดในการเข้าห้องน้ำไป
“เมื่อหม่อมฉันได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดก็มีลางว่าพวกเขาจะทำร้ายท่านอ๋อง หม่อมฉันรู้สึกร้อนใจ ทั้งยังติดต่อท่านอ๋องไม่ได้ ดังนั้นหม่อมฉันจึงต้องรีบเข้าไปตามหาพระองค์เพคะ”
คำกล่าวอย่างจริงใจและตรงไปตรงมาของนางทำให้เป่ยเหลียนโม่รู้สึกสับสน รู้ทั้งรู้ว่ามีมือสังหารแต่ก็ยังบุกเข้าไป หรือว่านางจะไม่กลัวตายจริงๆ?
“ไม่คิดเลยว่าเปิ่นหวังจะมีหวังเฟยที่ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือ ดูท่าว่าเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็เพราะเปิ่นหวังมีความคิดต่ำช้าเอง โปรดอย่ากล่าวโทษที่เปิ่นหวังหวาดระแวงในตัวหวังเฟยมาเนิ่นนาน”
ไม่กล่าวโทษอย่างแน่นอน เหยาเชียนเชียนยิ้มโชว์ฟันขาวเล็กๆ เขารู้ว่านางไม่มีเจตนาจะทำร้ายก็ดีแล้ว ต่อไปจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ นางจะไม่หาเื่ใส่ตัว เขาจะได้เลิกคิดจะฆ่านางเสียที
เหยาเชียนเชียนที่คิดเอาเองว่าได้กล่าวกับชิงผิงอ๋องอย่างชัดเจนแล้ว จึงสามารถคลายความหวาดระแวงและหลับไปในที่สุด ชายหนุ่มในรถม้าหลุบตามองใบหน้าเล็กซีดขาวของนางซึ่งยามนี้ไร้ซึ่งการระวังตัว
วันนี้นางตั้งใจบุกเข้าไปเพื่อช่วยเขาจริงๆ หรือ?
แท้จริงแล้วนางเข้าไปขวางลูกธนูนั้นเพราะสงสารเป่ยเซวียนเฉิงหรือไม่ก็ยังไม่อาจทราบได้
รถม้าหยุดลงนอกประตูจวนอ๋อง พ่อบ้านคุกเข่าลงด้วยสีหน้าตื่นใพร้อมกล่าวว่าเสี่ยวซื่อจื่อปวดท้องรุนแรงกะทันหัน เขาเชิญหมอมาตรวจอาการแล้วก็ยังไม่พบสาเหตุ และได้ส่งบ่าวไพร่ไปที่วังหลวงแล้วแต่ก็ถูกขวางไว้ จึงไม่ได้รายงานต่อเป่ยเหลียนโม่
“เปิ่นหวังรู้แล้ว” เขาโอบเหยาเชียนเชียนลงมา “ยามนี้อาเหยียนเป็อย่างไรบ้าง?”
“ซื่อจื่อยังเจ็บอยู่พ่ะย่ะค่ะ กล่าวเพียงว่าอยากพบหวังเฟย” ทันใดนั้นพ่อบ้านก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าสีหน้าของหวังเฟยซีดขาวราวกับกระดาษ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
เป่ยเหลียนโม่สาวเท้ายาวๆ เพื่อพาเหยาเชียนเชียนกลับไปส่งที่เรือนก่อน จากนั้นจึงวกกลับไปดูอาเหยียน
สองแม่ลูกไม่มีผู้ใดทำให้เขาหมดห่วงได้สักคน
“ท่านพ่อ” อาเหยียนน้อยเจ็บเสียจนศีรษะชื้นไปด้วยเหงื่อ เมื่อเห็นเป่ยเหลียนโม่กลับมาก็ตาเป็ประกาย “ท่านแม่เป็อย่างไรบ้าง?”
“นางไม่เป็อะไร” เป่ยเหลียนโม่โกรธทั้งคู่เสียจนเจ็บปอด “ครั้งนี้ได้รู้จักความทรมานแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงยังไม่ถอนพันธสัญญาอีก”
"ไม่ถอน" อาเหยียนกัดฟันตอบ ถึงจะเจ็บ แต่มันทำให้เขาสามารถเข้าใกล้ท่านแม่ได้มากขึ้น เขาไม่ยอมถอนแน่นอน นอกเสียจากวันหนึ่งท่านแม่จะให้กำเนิดน้องสาวตัวน้อย เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะผูกพันธสัญญากับน้องสาวแทน
“วันนี้ข้าไม่เห็นนิมิตว่าท่านแม่จะมีอันตราย” อาเหยียนสับสนเล็กน้อย “แปลกนัก เป็เพราะเหตุใดกัน?”
แน่นอนว่าเป็เพราะนางหาเื่ใส่ตัวเอง เป่ยเหลียนโม่ส่งเสียง ‘หึ’ ในลำคออย่างเ็า
เหยาเชียนเชียนบุกเข้าไปในเขตล่าสัตว์กะทันหัน ไม่เพียงแต่ทำลายแผนของเขาและเป่ยเซวียนเฉิง แต่ยังทำให้อาเหยียนไม่สามารถเห็นนิมิตได้ว่าวันนี้นางมีอันตราย
เดิมทีมันไม่ควรมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่กลับถูกนางเปลี่ยนวัฏจักรของเหตุการณ์ ดังนั้นอาเหยียนจึงไม่สามารถมองเห็นนิมิตได้
“เดิมทีนางก็ไม่ทำตามหลักการทั่วไปอยู่แล้ว ครั้งนี้เ้าไม่สามารถเห็นนิมิตได้ ครั้งต่อไปหรือครั้งต่อๆ ไปก็เตรียมตัวล่วงหน้าได้ยาก ดังนั้นถอนพันธสัญญาเสียจะดีกว่า”
หึ อาเหยียนหันหลังให้ไม่อยากสนใจผู้เป็พ่อ เขาพูดออกมาประโยคหนึ่งอย่างไม่พอใจว่า
“ข้าอยากได้น้องสาว”
อยากได้อะไรนะ?
เป่ยเหลียนโม่ชะงักไปชั่วครู่และถามหยั่งเชิงว่า “อาเหยียนอยากมีเพื่อนเล่นหรือ?”
เขาไม่ได้อยากมีเพื่อนเล่น ในจวนมีคนมากมายผู้ใดก็สามารถเล่นกับอาเหยียนได้ เด็กชายหันกลับไปมองเป่ยเหลียนโม่ ใบหน้ามึนตึง
“อาเหยียนอยากได้น้องสาวที่นุ่มนิ่ม น่ารัก และเรียกข้าว่าพี่ชาย”
ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าพูดเื่นี้ขึ้นมา เป่ยเหลียนโม่ตระหนก เขาไปได้ยินเื่เกี่ยวกับน้องสาวมาจากที่ใด ั้แ่มอบอาเหยียนให้อยู่ในมือเหยาเชียนเชียน เขาก็ยิ่งได้เห็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ
'ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่เหมือนในอดีตแล้วจริงๆ นะเพคะ'
ท่าทางสาบานอย่างจริงใจของสตรีผู้นั้นยังคงอยู่ตรงหน้าเขา เป่ยเหลียนโม่ยิ้มเย็น นางยังเป็เหมือนในอดีตหรือไม่ก็ยังต้องคอยสังเกตกันต่อไป แต่อาเหยียนไม่เหมือนในอดีตอีกแล้ว
“ในตระกูลมีเด็กที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับอาเหยียนอยู่มาก มีทั้งน้องชายและน้องสาว อาเหยียนอยากมีเท่าไรก็ย่อมได้” เป่ยเหลียนโม่กล่าว “พรุ่งนี้พ่อจะไปรับพวกเขามาที่จวนเพื่อพูดคุยเล่นกับอาเหยียน”
เด็กน้อยทำหน้ามุ่ย และหันกลับไปดึงผ้าห่มคลุมจนถึงศีรษะ ไม่ยอมคุยกับเขาโดยสมบูรณ์
เป่ยเหลียนโม่ค่อยๆ ยืนขึ้น เมื่อเห็นว่ายามนี้ยังง้อไม่สำเร็จจึงถอยออกไปจากห้องก่อนชั่วคราว และกำชับไม่ให้ผู้ใดรบกวนเสี่ยวซื่อจื่อ ส่วนเขาก็ก้าวไปยังเรือนของเหยาเชียนเชียน
อาเหยียนมองนางเป็เหมือนมารดาแท้ๆ แต่เขากลับไม่คิดเช่นนั้น
ยามนี้ความคิดของนางเป็อย่างไรยังไม่อาจรู้ได้ ใกล้ชิดนางโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีมีแต่จะสร้างความเดือดร้อนเสียเปล่าๆ แม้ว่าเด็กจะรอดแต่ก็ไม่อาจรักษาชีวิตของนางไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นจะทำให้อาเหยียนผิดหวังอีกด้วย
เขาเดินเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ เหยาเชียนเชียนนอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทางไม่น่ามองนัก เป่ยเหลียนโม่สงสัยเหลือเกินว่านางอาจไม่ได้รับการอบรมเื่ระเบียบและมารยาทจากตระกูลเหยา ไม่เช่นนั้นคงไม่ปล่อยให้ตนอยู่ในสภาพเช่นนี้
าแอยู่บริเวณ่เอว บางทีััโดนจุดนั้นอาจจะเจ็บ ดังนั้นเหยาเชียนเชียนจึงกอดผ้าห่มเพื่อเลี่ยงาแ ยามราตรีอากาศเย็นเล็กน้อย แผลอาจอักเสบและบวมได้ง่าย หากมีไข้ขึ้นสูงก็เกรงว่าอาเหยียนจะพลอยทรมานไปด้วย
เป่ยเหลียนโม่ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกและค่อยๆ เอนกายลงข้างนาง เขาดึงนางเข้ามาในอ้อมแขนอย่างแ่เบา ก่อนจะดึงผ้าห่มคลุมตัวโดยหลีกเลี่ยงาแ และใช้อุณหภูมิร่างกายของเขาให้ความอบอุ่นแก่นาง
อาจเป็เพราะรู้สึกหนาว เหยาเชียนเชียนจึงพาตัวเองเข้าหาที่อบอุ่นโดยไม่รู้ตัว ขาข้างหนึ่งพาดลงบน่เอวของเป่ยเหลียนโม่ ส่งผลให้เป่ยเหลียนโม่เกร็งไปทั้งตัว
ปลายจมูกได้กลิ่นหอมจางๆ บนกายนาง เป่ยเหลียนโม่ปิดเปลือกตาลง นึกย้อนไปถึงคำที่นางพูดกับเขาวันนี้ ไม่ว่าจะเคลือบแคลงใจในตัวนางอย่างไร แต่อย่างน้อยในยามนั้นดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความจริงใจ
“หากเ้ากล้าหลอกเปิ่นหวังอีก เปิ่นหวังจะไม่ให้เ้าได้ตายดีแน่”
กล่าวทิ้งท้ายอย่างโเี้ราวกับเป็คำกล่าวทั่วไปในชีวิตประจำวัน ก่อนที่เขาจะกอดคนในอ้อมแขนและหลับไปอย่างสงบ
ในยามที่เหยาเชียนเชียนตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น นางลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้างดงามอยู่ตรงหน้าตน ทำเอานางใเสียจนสะท้านไปทั้งร่าง
ราวกับกำลังกอดปลาขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง นางดิ้นเล็กน้อยและในที่สุดก็ทำให้เป่ยเหลียนโม่ตื่น
“อรุณ...อรุณสวัสดิ์ท่านอ๋อง ฮ่ะๆ ฮ่ะๆๆๆ...”
เหยาเชียนเชียนโก่งบั้นท้ายขึ้นอย่างเชื่องช้า นางพยายามขยับออกมาจากอ้อมแขนแข็งแรงนั้น แต่ก็พลันถูกอีกฝ่ายรวบตัวไว้
ฝ่ามือใหญ่จับเอวบางของนางไว้ ทำให้เหยาเชียนเชียนพลันตัวแข็งทื่อ นางไม่กล้าขยับตัว อุณหภูมิร่างกายของชายหนุ่มคล้ายจะสูงกว่าของนางเล็กน้อย เมื่อมีเพียงอาภรณ์ชั้นในตัวบางขวางกั้น เหยาเชียนเชียนจึงคิดว่าทุกอณูของผิวเนื้อเขานั้นร้อนจัด
“เมื่อวานอาเหยียนขอสิ่งหนึ่งจากเปิ่นหวัง” เป่ยเหลียนโม่เพิ่งตื่น เสียงของเขาจึงยังแหบแห้งอยู่หลายส่วน “หวังเฟยคิดว่าเปิ่นหวังควรให้หรือไม่?”
ถามคำถามประลองปัญญาแต่เช้า เหยาเชียนเชียนเหนื่อยเหลือเกิน
เมื่อพิจารณาหัวข้ออย่างละเอียดแล้ว เหยาเชียนเชียนคิดว่าหากเป่ยเหลียนโม่เต็มใจมอบให้จริง เช่นนั้นไม่จำเป็ต้องถามความเห็นของนาง แต่ในเมื่อถามมาแล้ว นั่นหมายความว่าเขาไม่อยากมอบให้เป็แน่
นางกระแอมเล็กน้อยและกล่าวว่า “ท่านอ๋อง อาเหยียนยังเด็ก อาจอยากรู้อยากเห็นในบางเื่เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากท่านอ๋องคิดว่าไม่เหมาะสม เช่นนั้นก็พูดคุยกับเขาดีๆ เถิด หม่อมฉันคิดว่าอาเหยียนจะเข้าใจท่านอ๋องอย่างแน่นอน”
แปลกนัก นางรู้ได้อย่างไรว่าเขาคิดว่าไม่เหมาะสม?
เป่ยเหลียนโม่พินิจมองนางอย่างสนใจเต็มที่ เช้าตรู่เช่นนี้ ชายหนุ่มนอนอยู่ข้างกายหญิงสาวและกวาดมองนางด้วยสายตาสนใจเป็อย่างยิ่ง
เหยาเชียนเชียนกลืนน้ำลายอย่างช้าๆ แม้ชิงผิงอ๋องจะมีใบหน้างดงาม แต่นางยังคงไม่ลืมคำขู่ฆ่าของเขา รูปโฉมงดงาม ทว่าไม่กล้าจะนึกถึงแม้แต่น้อย
ในระหว่างที่นางกำลังคิดว่าจะจามเพื่อให้เขาล่าถอยไปดีหรือไม่ ก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดอย่างเอื่อยเฉื่อยว่า “จะว่าไม่ได้ก็ไม่เชิง ยามนี้เปิ่นหวังคิดว่าสิ่งที่เขาอยากได้ก็ไม่ได้ลำบากถึงเพียงนั้น”
เหยาเชียนเชียนยังไม่เข้าใจความหมายในนั้น เป่ยเหลียนโม่ก็ลุกจากเตียง และเรียกคนเข้ามาปรนนิบัติช่วยอาบน้ำและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์
นางพยายามลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ทันทีที่ได้นั่งพิงหัวเตียงและผ่อนลมหายใจออกมาก็ได้ยินเป่ยเหลียนโม่กล่าวขึ้นมาเบาๆ ว่า “เมื่อวานลำบากหวังเฟยแล้ว หากชอบสิ่งใดก็บอกเปิ่นหวัง ไม่แน่ว่าเปิ่นหวังอาจจะรับปากได้”
นี่มันเื่ตลกร้ายอะไรกัน ไม่แน่นี่มันไม่แน่อย่างไร?
เหยาเชียนเชียนรำพึงในใจ ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มและกล่าวอย่างเชื่อฟังว่า “ไม่ต้องหรอกเพคะ เดิมทีหม่อมฉันไม่อยากฉวยโอกาสขอรางวัลจากท่านอ๋องอยู่แล้ว เื่นั้นเป็สิ่งที่หม่อมฉันควรกระทำเพคะ”
เป่ยเหลียนโม่หัวเราะเบาๆ และออกจากห้องไป
“ปะการังหยกโลหิต” เหยาเชียนเชียนบึนปากทันที “สมบัติมากมายเพียงนั้น ยามนี้หายไปหมดแล้ว”
นางร้องคร่ำครวญ พยายามจะพลิกตัวก็รู้สึกทรมาน แต่ทันใดนั้นกลับเห็นเงาดำร่างหนึ่งะโออกมาจากนอกประตู เมื่อเพ่งตามองดู นั่นมันสัตว์เลี้ยงของชิงผิงอ๋องมิใช่หรือ?
“เสี่ยวไกวไกว” เหยาเชียนเชียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที นางกวักมือเรียก “มาให้พี่สาวกอดหน่อย”
พี่สาว?
แมวดำได้ยินก็ชะงักไป นึกเสียใจที่ตนตัดสินใจเช่นนี้
“ข้ามีปลาแห้ง” นางออกแรงพยายามลุกขึ้นมา แต่ไม่ระวังไปกระทบแผลจนต้องซี้ดปาก “รอข้าก่อนนะ อยู่ในตู้นั้นเอง ข้าซื้อปลาแห้งที่อร่อยที่สุดในนครหลวงมาเชียวนะ”
แมวดำคล้ายกับอยากถอนใจ แต่ระลึกได้ว่ายามนี้ตนเป็แมว ดังนั้นจึงทำเพียงอดกลั้นไว้ มันะโไปอยู่บนโต๊ะข้างๆ และใช้กรงเล็บเปิดประตูตู้ออก จากนั้นก็ดมกลิ่นจนหากล่องปลาแห้งกล่องนั้นเจอด้วยตัวเอง
“เสี่ยวไกวไกวเก่งมาก” เหยาเชียนเชียนชมเชยมันอย่างประหลาดใจ “มาให้พี่สาวอุ้มหน่อย”
มุมปากของแมวดำกระตุกเล็กน้อย มันเปิดกล่องนั้นออกและคาบปลาแห้งตัวหนึ่งพลางะโขึ้นไปบนเตียง เมื่อครู่สตรีผู้นี้ไม่ได้กล่าวความจริง แม้ว่าเขาจะถามไปส่งเดช แต่หากนางมีสิ่งของที่อยากได้จริง เช่นนั้นเขาไปสืบมาให้ชัดเจนจะดีกว่า
“น่าเสียดายที่ชิงผิงอ๋องเพิ่งออกไป ไม่เช่นนั้นพระองค์คงได้เห็นว่าเ้าชอบข้ามากเพียงใด”
เหยาเชียนเชียนใจชื้น พูดร่ำไรกับมันถึงเื่ที่นางได้รับาเ็ กระทั่งบอกเล่าเื่ที่ปิดบังเป่ยเหลียนโม่ในส่วนของรายละเอียดที่ไปเข้าห้องน้ำ
ั์ตาแมวดำฉายแววขบขัน สตรีผู้นี้ระวังตัวเองกับเขามาก ทว่านางกลับเล่าทุกสิ่งให้ร่างเดิมของเขารับรู้
“เฮ้อ ข้าเกือบจะได้มาแล้วเชียว” เหยาเชียนเชียนกล่าวอย่างเสียดาย “่นี้ข้าอาจจะดวงไม่ดีจริงๆ เห็นว่าสามารถคว้ามันมาได้แล้วแท้ๆ แต่ผู้ใดจะคิดว่ายามนี้มันจะหายไปแบบนี้ การล่าสัตว์ครั้งนี้นับว่าขาดทุนโดยแท้”
อะไรนะ แมวดำเชิดคางขึ้น นางอยากได้รางวัลจากการล่าสัตว์ครั้งนี้หรือ?
