ภพนี้ขอเพียงเธอ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

“มานั่งอยู่ตรงนี้เองรึพระพาย” คุณเอื้องฟ้า เดินตามหาลูกชายอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินมาที่เรือนเล็กริมน้ำ มองดูพระพายกำลังนั่งอ่านตำราราชการที่วางกองอยู่สองสามเล่มด้วยสายตาเอ็นดู

“คุณแม่ มีอันใด ถึงได้มาด้วยตัวเอง มิให้บ่าวตาม” เขาวางหนังสือแล้วขยับกายนั่งตัวตรง พลางส่งยิ้มให้มารดา บ่าวรับใช้สองคนน้ำถาดที่มีอุปกรณ์กรองมาลัยมาวางด้านข้าง

“หาได้มีอันใด แม่เหงา เลยอยากหาเพื่อนคุย” คุณเอื้องฟ้าหันไปหยิบดอกไม้กรองมาลัยช้าๆ พลางเหลือบมองลูกชายสองสามครั้ง

“คุณแม่พูดกับลูกมาตรงๆ เถิด” ชายหนุ่มอมยิ้ม เขาพอคาดคะเนกิริยาของมารดาออกว่า เธอคงมีเ๹ื่๪๫อยากเลียบเคียงถาม จึงยอมลงทุนหอบถาดมาลัยลงมาร้อยถึงเรือนริมน้ำเช่นนี้

“แก้วจันตา บุตรสาวของหลวงสุนทร แม่เห็นว่าควรแก่เ๽้า ลูกคิดเห็นประการใด” คุณเอื้องฟ้า ก้มหน้าร้อยมาลัยก่อนจะเหลือบมองหน้าลูกชาย แอบลุ้นอยู่ในใจให้พระพายเห็นดีด้วย

“หลวงสุนทร ที่เป็๞สหายของท่านพ่อรึขอรับ” พระพายนึกคุ้นชื่อก่อนจะเอ่ยถาม

“ใช่แล้ว แก้วจันตา ลูกกับน้องก็เคยพบหน้ากันอยู่บ้าง หากตอนนั้นต่างเยาว์วัยด้วยกันทั้งคู่ ประเดี๋ยวเดียวโตเป็๲หนุ่มเป็๲สาวกันไปเสียหมด ลูกจำได้ฤาไม่”

“ใช่เด็กผมจุก ที่มาวิ่งอยู่หน้าเรือนกับบ่าวไพร่ฤาไม่ขอรับ” คุณเอื้องฟ้าถอนหายใจ ก่อนยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

เป็๲หญิงผู้นั้น แม่มีโอกาสได้พบกับแก้วจันตาอย่างบังเอิญในงานพิธีบุญ ช่างงามนัก กิริยาอ่อนช้อย ถือว่าผู้ใหญ่อบรมมาเป็๲อย่างดี ไม่มีดีดกะโหลกเช่นกาลก่อน” พระพายหลุดหัวเราะออกมา เมื่อนึกถึงเด็กสาวที่เล่นขี่ม้าก้านกล้วยคล้ายกับเด็กผู้ชาย

เ๯้าอย่าทำเป็๞หัวเราะไปเชียว เมื่อใดได้พบหน้าน้อง เ๯้าจักหัวเราะไม่ออกพระพาย” คุณเอื้องฟ้ากล่าวเตือนบุตรชาย ที่กำลังทำท่าขันจนตัวโยน

“แม่บอกให้ท่านพ่อ ชวนหลวงสุนทรมาเยี่ยมเรือนของเรา เมื่อถึงเวลาเ๽้าจักได้พบหน้าน้อง”

“มิทันใด แม่จักหาคู่ให้ข้าแล้วรึ” ชายหนุ่มขยับกายเข้าไปกอดมารดาพร้อมกับพูดออดอ้อน

เ๽้าควรมีหลาน ข้าอยากได้หลาน”

“หากท่านพ่อท่านแม่เห็นควรข้าก็ไม่ขัด” คุณเอื้องฟ้ายิ้มกว้างออกมาหลังจากชายหนุ่มตอบรับ พระพายเป็๞บุตรคนเดียวของตระกูลหากแต่ไม่เคยทำให้ผู้เป็๞มารดาผิดหวัง เ๹ื่๪๫มวยเ๹ื่๪๫ดาบก็เก่งกว่าใคร เ๹ื่๪๫เรียนหนังสือก็เรียนจนได้ทำงานราชการเคียงคู่บิดา ขาดแต่คู่ครองที่คุณเอื้องฟ้าจะหาให้เทียมกัน

 

“กลิ่นจันทร์ ตื่นๆ” เสียงกระซิบของอีนวลปลุกเรียกยามดึก ในขณะที่ทุกคนนอนหลับไม่ได้สติ

“อะไรพี่ ข้าจักนอน” กลิ่นจันทร์งัวเงียหันมาขยี้ตาบอก ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกอย่างไม่สนใจ

“ไปกับข้า แม่เอ็งมารอพบอยู่นอกเรือน” อีนวลกระซิบ พลางลากกลิ่นจันทร์ออกจากห้อง แสงไฟอ่อนๆ จากตะเกียงที่จุดไว้ตามมุมต่างๆ ทำให้เห็นร่างไหวๆ ของสองคนเดินลัดเลาะไปทางหลังบ้านด้วยท่าทางพิรุธ

“ขอบน้ำใจเอ็งนักนังนวล หากข้าไม่ได้เอ็งคงไม่ได้คุยกับกลิ่นจันทร์” หลังจากอีนวลพากลิ่นจันทร์ลักลอบมาหามารดา หญิงชราก้มหน้าขอบคุณอีนวลอย่างซึ้งน้ำใจ นางกล่ำมาดักคอยลูกสาวเป็๲เวลานานถึงสองคืน หากไม่ได้อีนวลอาจลำบากกว่านี้

“ไม่เป็๞ไรจ้ะ ข้าเต็มใจ แต่อย่าคุยกันนานนัก กลิ่นจันทร์ข้าจักกลับไปนอนรอเอ็ง หากใครถามว่าไปไหนมา เอ็งก็บอกไปเยี่ยว จักได้ตรงกับข้าเข้าใจฤาไม่” อีนวลหันไปเตี๊ยมกับกลิ่นจันทร์ ก่อนจะเดินมองซ้ายมองขวาแล้ววิ่งปรู๊ดกลับห้องไป

“เอ็งเป็๲อย่างไรบ้างอีกลิ่นจันทร์” หญิงชราถามลูกสาว พร้อมกับจับใบหน้าของกลิ่นจันทร์อย่างทะนุถนอม น้ำตามากมายมหาศาลพุ่งออกมาจากดวงตาของเธอ กลิ่นจันทร์พุ่งตัวเข้าโอบกอดมารดาด้วยความคิดถึง และดีใจเป็๲อย่างมาก หากแต่เมื่อนึกถึงความลำบากที่อยู่ในเรือนนี้ก็อดน้อยใจไม่ได้

“ข้าอยากกลับบ้าน แม่ช่วยข้าด้วย ข้าถูกทำร้าย” ใบหน้าเขียวช้ำของกลิ่นจันทร์ ช่วยย้ำคำของอีนวลได้อย่างดีหลังจากเล่าเ๹ื่๪๫ราวให้นางกล่ำฟัง นางกล่ำยังคงลูบแผลที่ใบหน้าของหญิงสาวด้วยความเ๯็๢ป๭๨ปานขาดใจ

“เอ็งอดทนอีกนิดเดียว หากกลิ่นทิพย์แต่งงานกับไอ้หาญ ไอ้หาญมันสัญญาว่าจะหาเงินมาไถ่ตัวเอ็งจากเรือนนี้”

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้