ในทางหินที่มืดมิด เนี่ยเทียนไล่ตามแสงไฟที่ถูกปล่อยออกมาจากเกราะัเพลิง ตรงดิ่งลงไปยังใต้ดิน
ไม่จำเป็ต้องใช้กระแสจิตไปรับัั เพราะระหว่างเขาและแกนเืที่อยู่ในเกราะัเพลิงมีความเชื่อมโยงที่พร่าเลือนดำรงอยู่ตลอดเวลา
ต่อให้ไม่มีแสงไฟที่ถูกปล่อยออกมาจากเกราะัเพลิง ลำพังเพียงแค่การขานรับระหว่างเขาและแกนเื เขาก็สามารถหาตำแหน่งของอีกฝ่ายได้อย่างถูกต้อง จึงทะยานดิ่งตามไปด้านล่างอย่างไม่ร้อนใจ
ทางหินที่ช่างหลอมอาวุธเปิดเอาไว้ ลึกสุดจะหยั่ง เนี่ยเทียนที่ทะยานดิ่งลงมาตลอดทางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็ระยะทางเท่าไหร่ แล้วทันใดนั้นเขาก็พลันหยุดชะงัก
การหยุดลงของเขาไม่ใช่เพราะสาเหตุจากตัวเขาเอง แต่เพราะว่าเกราะัเพลิง... ได้ร่วงลงมาถึงก้นถ้ำแล้ว
ปลายทางของทางหินที่แคบพอให้แค่คนสองคนยืนเคียงบ่ากันมีร่องรอยของการถูกขุดค้นกระจัดกระจาย
เปลวเพลิงที่ปลดปล่อยออกมาจากเกราะัเพลิงซึ่งมีแกนเืฝังอยู่ พลันกระแทกลงบนปลายทางของทางหิน
“เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!”
ผนังหินที่แข็งแกร่งทนทานพากันะเิกระจาย เกราะัเพลิงคล้ายกลายมาเป็สว่านแหลมคมชิ้นหนึ่งที่เจาะลึกลงไปบนผนังหินทอดยาวไร้ที่สิ้นสุด
เนี่ยเทียนมองเห็นว่าเกราะัเพลิงใช้วิธีการเช่นนี้ฝืนเจาะให้เกิดเส้นทางหินเส้นใหม่ที่ลึกลงไปใต้ดิน
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับรู้ว่าบัดนี้หากเขายังปล่อยให้เกราะัเพลิงมัวมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ จะส่งผลร้ายต่อความปลอดภัยของเขา
“เกราะัเพลิง แกนเื...”
เขาร้องเรียกอยู่ใจครั้งแล้วครั้งเล่า คาดหวังให้เป็เหมือนครั้งแรกที่เกราะัเพลิงได้ยินเสียงเรียกในใจของเขา แล้วกลับเข้ามาในกำไลเก็บของอีกครั้ง
เขารู้ว่าการที่เขาเข้ามาในถ้ำหิน คนอื่นๆ อาจจะไม่ยินดีรอเขา หรืออาจจะทิ้งเขาไป ทว่าอันซืออี๋... เพราะความซาบซึ้งใจที่มีต่อเขา อย่างไรนางก็ต้องรอเขาอยู่ที่เดิม
หากรอนานเกินไป อาจถูกผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิต สำนักภูตผีจับเจอปราณของพวกเขา ทำให้อันซืออี๋ที่รอเขาตกอยู่ในอันตราย
เขาแค่หวังให้เกราะัเพลิงตอบรับเขา หยุดการขุดลึกลงไปใต้ดิน กลับไปทางเก่าพร้อมกับเขาโดยเร็วที่สุด
น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าเกราะัเพลิงและแกนเืจะไม่ได้ยินเสียงเรียกหาของเขา ยังคงขุดลึกลงไปยังผนังหินบนพื้นอย่างเต็มแรง
เขาจนใจอย่างยิ่ง รู้ทั้งรู้ว่าอยู่ที่นี่มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเอง แต่กลับมิอาจทิ้งเกราะัเพลิงได้ลง จึงทำได้เพียงตามติดมันลงลึกไปยังใต้ดิน
“เปรี๊ยะ!”
หินแตกละเอียดจำนวนมากถูกเกราะัเพลิงขุดกระจายออกมา ทางหินด้านหลังจึงถูกอุดขวางอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้าที่ช่องทางจะถูกอุดขวางเอาไว้ เนี่ยเทียนมักจะเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว รักษาระยะห่างระหว่างเกราะัเพลิงแค่ไม่กี่เมตร แล้วตามลงไปด้านล่างอย่างต่อเนื่อง
ก็ไม่รู้ว่าเกราะัเพลิงแปลกประหลาดชิ้นนั้นเป็บ้าอะไรขึ้นมา ถึงได้ะเิอานุภาพที่น่าตะลึงอย่างนี้ออกมา ทิ่มแทงลงไปบนพื้นดินอย่างบ้าคลั่งไม่ต่างจากเหล็กหมาดแหลมคมแท่งหนึ่ง
เนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความอกสั่นขวัญแขวน รู้สึกว่ายิ่งห่างไกลจากพื้นดิน้ามากเท่าไหร่ ใจของเขาก็ยิ่งกระวนกระวายมากเท่านั้น
“ตูม!”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงตูมดังกัมปนาทหนึ่งเสียงะเิออกมาจากก้อนหินที่เกราะัเพลิงกระแทกชนกับผนังหิน
จุดลึกบนพื้นดินถูกเกราะัเพลิงขุดเจาะออกมาเป็หลุมขนาดใหญ่ั์หนึ่งหลุม แล้วเกราะัเพลิงก็หยุดอยู่กลางหลุมนั้น คล้ายกำลังลังเลอะไรบางอย่าง
เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าในหลุมใหญ่นั้นมีเสียงประหลาด “ฟู่ๆ” ดังออกมา รวมไปถึงมีควันสีแดงลอยกรุ่น
ควันเ่าั้มีกลิ่นของกำมะถันแฝงมาด้วย คล้ายว่าเป็กลิ่นที่มาจากลาวาใต้ดิน
“เกิดอะไรขึ้น?” เนี่ยเทียนค่อยๆ เข้าไปใกล้ เพ่งมองด้วยความตั้งใจ หน้าจึงพลันเปลี่ยนสี
เขามองเห็นว่าใต้หลุมั์ที่เกราะัเพลิงหยุดนิ่งอยู่นั้น มีลาวาร้อนลวกปรากฏพรวดขึ้นมา ลาวาพวกนั้นไหลทะลักเชี่ยวกราก เดือดเป็ฟองขนาดใหญ่ ระเหยเป็ไอสีแดงลอยกรุ่น
“ลาวาใต้พิภพ ทว่า... ที่นี่เป็ูเาไฟที่ดับไปแล้วไม่ใช่หรือ?” เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด
ตามที่พันเทาบอก ก่อนหน้านี้นานแสนนาน รอบด้านเทือกเขาชื่อเหยียนล้วนมีูเาไฟมากมายที่มีเปลวไฟร้อนแรงปะทุอยู่ตลอดเวลา ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ตอนนีู้เาไฟของเทือกเขาชื่อเหยี่ยนที่เหลืออยู่มีเพียงูเาสามลูกรอบหอหลิงเป่าเท่านั้น
ูเาไฟสามลูกนั้นถูกค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ของหอหลิงเป่าควบคุมไว้อย่างแ่า ไม่มีทางพ่นเปลวเพลิงร้อนระอุออกมาได้อีกตลอดกาล
เพลิงใต้พิภพด้านล่างูเาไฟทั้งสามลูกได้รับการชักนำจากค่ายกล ถูกดึงมายังห้องหลอมอาวุธมากมายเพื่อใช้สำหรับชุบหลอมอาวุธวิเศษ
หากหอหลิงเป่าเผชิญกับหายนะ เมื่อเปิดใช้ค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” มันก็จะชักจูงเปลวเพลิงใต้ดินให้กลายเป็แหล่งพลังงานของค่ายกลใหญ่
นอกจากนี้แล้ว ยอดเขาอื่นๆ ของเทือกเขาชื่อเหยี่ยนล้วนเป็ูเาไฟที่ไม่รู้ว่าดับสนิทมานานกี่ปีแล้ว
ไฟใต้พิภพของูเาไฟที่ดับแล้วได้หายเกลี้ยงไปนานแล้ว ไม่หลงเหลืออยู่แม้แต่เส้นเดียว
ทว่าใต้พื้นดินของูเาเล็กเตี้ยที่พันเทาชี้ชัดว่าเป็ูเาไฟที่ดับแล้วแห่งนี้ ภายใต้การขุดลึกลงไปอย่างต่อเนื่องของเกราะัเพลิง พอถึงท้ายที่สุด เขากลับได้เห็นว่าที่ไหลรินอยู่เบื้องใต้หลุมขนาดั์นั้นก็คือลาวาร้อนแผดเผา!
“เกราะัเพลิง มาที่นี่ก็เพราะลาวาใต้พิภพนี่หรือ?” ใจเขากระตุก พลันประจักษ์แจ้งขึ้นมา
แกนเืจำเป็ต้องใช้พลังเปลวเพลิงมหาศาลถึงจะสามารถก่อตัวออกมาเป็เืสดได้ เืสดหยดหนึ่งมีความมหัศจรรย์มากมายนับไม่ถ้วน
ูเาเหมืองแร่ของตระกูลเนี่ย พลังเปลวเพลิงของหินเมฆอัคคีถูกดูดซับมาจนเกลี้ยงก็ยังช่วยให้แกนเืรวมตัวเืออกมาได้เพียงหนึ่งหยดเท่านั้น
และตอนที่เืสดหยดนั้นพาเขาเข้าไปยังดินแดนลึกลับก็เหมือนว่าจะสูญเสียพลังงานมหาศาล จึงหดเล็กลงไปหลายเท่า
ตอนนี้แกนเืและเกราะัเพลิงที่รวมกันเป็หนึ่งคล้ายร้อนรน ้าพลังเปลวเพลิงที่มหาศาลมากกว่าเดิม และดูเหมือนว่าลาวาที่มาจากใต้ดินเ่าั้จะเป็พลังงานเปลวเพลิงที่เกราะัเพลิง้า
เพียงแต่ว่าทั้งๆ ที่เกราะัเพลิงขุดผนังหินหนามากมายหลายชั้นจนมาถึงที่แห่งนี้ได้แล้ว เหตุใดถึงได้เกิดอาการลังเลขึ้นมา?
ขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น เขาก็พลันมองเห็นว่าเปลวเพลิงพวยพุ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเกราะัเพลิงพลันร่วงลงไปยังลาวาที่อยู่ใต้หลุมั์
ทว่าตอนนี้เองที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น!
บนพื้นผิวชั้นบางๆ เหนือลาวาที่เดือดปะทุจนคล้ายสามารถหลอมละลายทุกสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็เืได้ในพริบตาเดียว พลันมีแถบผ้าหลากสีส่องประกายระยิบระยับลอยขึ้นมาหลายเส้น
แถบผ้าหลากสีเ่าั้คล้ายเกิดมาจากการผสมปนเปกันระหว่างหยกและผลึกใส อ่อนนุ่มและเป็เส้นยาว
แถบผ้าที่มีลักษณะเป็ผลึกใสจำนวนนับไม่ถ้วนถักทอตัดสลับกัน กลายเป็ตาข่ายขนาดั์งดงามหนึ่งผืนที่ปกคลุมอยู่บนพื้นผิวลาวาเ่าั้
เนี่ยเทียนมองแค่ครั้งเดียวก็พบว่าแถบผ้าที่มีลักษณะเป็ผลึกใสเ่าั้เป็ดุจดั่งเส้นชีพจรของกล้ามเนื้อ ในแถบผ้ายังมีอักขระประณีตสวยงามมากมายเคลื่อนที่ไหลวนอยู่
อักขระเหล่านี้มีสีสันรูปร่างแตกต่างกันออกไป มีทั้งที่เหมือนใบไม้ มีทั้งที่เหมือนดวงดาว และมีทั้งที่เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังเลื้อยคลาน แปลกประหลาดน่าพิศวง
“อักขระโบราณที่ช่างหลอมอาวุธยุคาใช้ติดต่อกับพลังงานฟ้าดิน!” เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด
่ที่ผ่านมาเขาติดตามอูจี้ ได้ยินได้ฟังเื่ราวมากมายของผู้ฝึกลมปราณา และก็รู้ถึงความประณีตพิถีพิถันของอักขระา อีกทั้งยังได้ทดลองเรียนรู้ด้วย
อักขระวิจิตรงดงามที่ไหลวนอยู่ในแถบผ้าผลึกใสเ่าั้ เห็นได้ชัดว่าเป็อักขระาซึ่งซุกซ่อนพลังลึกลับที่สามารถเชื่อมโยงฟ้าดิน ทำให้แม่น้ำและูเาเกิดการพังทลายแปรเปลี่ยนได้
เวลานี้เขาถึงตระหนักได้ว่าแถบผ้าเ่าั้เดิมทีก็ดำรงอยู่แล้ว เพียงแต่ปกติถูกซุกซ่อนเอาไว้จนไม่มีใครพบเห็น
“ฟู่วๆ! ฟู่วๆ!”
อักขระภายในแถบผ้าจำนวนมากพลันส่องประกายแสงจัดจ้าแสบตา
พลังงานที่ไม่สามารถต้านทานได้ระลอกหนึ่งแผ่ออกมาจากตาข่ายที่เกิดจากการเชื่อมต่อกันของแถบผ้าเ่าั้ แล้วพลันพวยพุ่งเข้าหาเกราะัเพลิง
เกราะัเพลิงที่พยายามจะจมดิ่งลงไปเมื่อเจอกับแรงดันจากพลังงานกลุ่มนั้นจึงบินกลับออกมาจากหลุมใหญ่ แล้วร่วงลงบนหินแตกละเอียดก้อนหนึ่งใต้ฝ่าเท้าของเนี่ยเทียน
แสงไฟร้อนแรงที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเกราะัเพลิงทดลองทำซ้ำอีกครั้ง หลังจากถูกแถบผ้าผลึกใสเ่าั้สกัดกั้นเอาไว้ แสงไฟของมันจึงมืดสลัวลงไปไม่น้อย
“กั้นขวางไม่ให้เกราะัเพลิงจมดิ่งลงไปในลาวา ลาวาใต้พิภพที่เดือดปะทุอยู่นั้นก็คล้ายว่าจะโดนแถบผ้าผลึกใสขัดขวางไว้เหมือนกัน ทำให้ไม่สามารถพุ่งออกมาจากใต้ดินอย่างบ้าคลั่งได้” เนี่ยเทียนมองอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความตะลึงและแปลกใจ กำลังครุ่นคิดอย่างตั้งใจว่าแถบผ้าที่ตัดสลับกันแน่นขนัดซึ่งถูกซ่อนอยู่ลึกใต้ดินเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ด้วยเหตุผลใด
“อู้!”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังไตร่ตรองอยู่เงียบๆ เกราะัเพลิงที่หยุดชะงักไปครู่หนึ่งก็บินออกมาอีกครั้ง หมายจะจมดิ่งลงไปหาลาวาที่อยู่ใต้ช่องโหว่ขนาดั์
ไม่ต่างจากคราวที่แล้ว อักขระางดงามจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในแถบผ้าผลึกใสพลันสว่างวาบขึ้นมาอีกรอบ
นาทีถัดมาเนี่ยเทียนก็มองเห็นว่าเกราะัเพลิงถูกพลังมหาศาลผลักให้กระเด็นออกมาอีกครั้ง
คราวนี้ในที่สุดเนี่ยเทียนก็กล้าชี้ชัดว่าที่เกราะัเพลิงไม่สนใจคำพูดเกลี้ยกล่อมของเขา ยืนหยัดจะมาถึงจุดลึกใต้ดินให้ได้ก็เพราะ้าจมลงไปในลาวาใต้พิภพเ่าั้
ที่น่าเสียดายก็คือ แถบผ้าที่ปกคลุมอยู่บนลาวากลับกีดขวางไม่ให้สิ่งมีชีวิตหรือวัตถุใดร่วงลงไปได้
ไม่เพียงเท่านี้ ลาวาใต้ดินที่เดือดพล่านเ่าั้ก็ถูกสกัดกั้นเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถพวยพุ่งขึ้นมา ไม่สามารถเผาไหม้ใหู้เาไฟที่มอดดับแล้วลูกนี้กลับมาร้อนแผดเผาอย่างบ้าคลั่งได้อีก
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ด้านข้างหยุดชะงักได้ไม่นานก็เห็นว่าเกราะัเพลิงทดลองทำใหม่อีกรอบ
ทว่าผลลัพธ์กลับเหมือนเดิม เกราะัเพลิงยังคงถูกผลักให้ออกมานอกหลุมใหม่ ถูกปฏิเสธให้อยู่ข้างนอกอีกครั้ง
หลังจากผ่านไปสามครั้ง แสงของเปลวเพลิงที่ปล่อยออกมาจากเกราะัเพลิงจึงยิ่งมืดสลัว
ในที่สุดมันก็ยอมหยุดลง ไม่ได้เคลื่อนที่ต่อ แต่กลับยังไม่สนใจการร้องเรียกของเนี่ยเทียน ยังคงยืนหยัดที่จะรออยู่ด้านนอก
ดูเหมือนว่ามันยังไม่ยอมแพ้ ดูเหมือนว่ามัน... กำลังรออะไรบางอย่าง
เวลาค่อยๆ ผ่านพ้นไป เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าควันสีแดงร้อนแรงที่ระเหยขึ้นมานั้นคล้ายถูกเกราะัเพลิงดูดซับเอาไป ค่อยๆ ไหลรินไปยังแกนเืที่อยู่ตรงหน้าอกของเกราะัเพลิง
ควันนั้นก็มาจากลาวาใต้พิภพ และก็มีพลังเปลวเพลิงอ่อนจาง
หลังจากที่เกราะัเพลิงทดลองถึงสามครั้งแต่ไม่ได้ผล สูญเสียพลังงานไปไม่น้อย มันจึงอาศัยควันสีแดงพวกนั้นมาสะสมพลังงานใหม่อีกครั้ง รอคอยการโจมตีครั้งต่อไป
ใจของเนี่ยเทียนยิ่งร้อนรน อยากแต่จะไปจากสถานที่บ้าๆ นี้ให้เร็วที่สุด อยากไปจากเทือกเขาชื่อเหยี่ยนแห่งนี้
ทว่าเกราะัเพลิงกลับเอาแต่รอคอย ส่วนเขาก็ตัดใจทิ้งเกราะัเพลิงไปไม่ได้ จึงทำได้เพียงรออยู่เฉยๆ อย่างจนใจ
มาถึงบัดนี้ เขาค่อยๆ เชื่อแล้วว่าเกราะัเพลิงที่รวมสองเป็หนึ่งคืออาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งที่บรรลุถึงระดับเชื่อมโยงิญญาได้!
มีเพียงอาวุธวิเศษระดับเชื่อมโยงิญญาเท่านั้นถึงจะตอบรับการร้องเรียกจากจิตของเขา ถึงจะสามารถสร้างความเชื่อมโยงทางจิติญญาที่ละเอียดอ่อนกับเขา ถึงจะเป็ฝ่ายหลุดพ้นจากเขา กระทำการตามจิตสำนึกของตัวเอง
อาวุธวิเศษมีจิตสำนึกเป็ของตัวเอง มีสติปัญญา ถึงจะสามารถเชื่อมโยงิญญา ถึงจะเรียกได้ว่าเป็อาวุธวิเศษระดับเชื่อมโยงิญญา
จากที่อูจี้อาจารย์ของเขาบอกเอาไว้ อย่าว่าแต่อาณาจักรหลีเทียนเลย ต่อให้เป็อาณาจักรอีกแปดแห่งตลอดทั้งดินแดนดาวตกแห่งนี้ อาวุธวิเศษที่บรรลุถึงระดับเชื่อมโยงิญญา ก็ยังมีน้อยเสียยิ่งกว่าขนหงส์เขากิเลน
สมบัติที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้ ต่อให้เขาต้องเสี่ยงตาย ก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากมันเด็ดขาด
ดังนั้นเขาจึงเฝ้ารอคอยด้วยความยากลำบาก ทำได้เพียงรอให้เกราะัเพลิงเป็ฝ่ายถอดใจเอง เขาถึงจะพาเกราะัเพลิงไปให้ไกลจากสถานที่แห่งนี้ทันที
ผ่านไปอีก่หนึ่ง เขามองลาวาใต้ดินเบื้องล่างหลุมขนาดใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย แล้วก็พลันเห็นว่าลาวานั่นยิ่งเดือดพล่านรุนแรงมากกว่าเดิม
คราวนี้ เกราะัเพลิงไม่ได้เคลื่อนไหว ทว่าอักขระาที่อยู่ในแถบผ้าผลึกใสจำนวนนับไม่ถ้วนที่ปกคลุมอยู่เหนือลาวากลับะเิแสงจัดจ้าออกมาพร้อมกันทั้งหมด!
เนี่ยเทียนเบิกตากว้าง ก้มลงมองด้านล่างด้วยความตะลึงระคนแปลกใจ แล้วก็ได้เห็นว่าท่ามกลางลาวาสีแดงเพลิงนั้น คล้ายจะมีเงาร่างพร่าเลือนขนาดมหึมาร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนไหว
เขาจึงปลดปล่อยกระแสจิตออกไปโดยอัตโนมัติ หมายจะรับัั
“ปุ้ง!”
ทว่ากระแสจิตที่เขาปล่อยออกไปเพิ่งจะเข้าไปใกล้แถบผ้าผลึกใสน่าพิศวงเ่าั้ก็สลายหายวับไปทันที ไม่เหลือแม้แต่เส้นเดียว
“โฮก!”
และเวลานี้เอง เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังะเืฟ้าะเืดินก็ลอยมาจากเงาพร่ามัวขนาดั์ที่อยู่ในลาวานั่น
“ตูม!”
เนี่ยเทียนที่ไม่ทันได้ระวังตัว ศีรษะพลันปวดร้าวคล้ายจะะเิออก มุมปากและรูจมูกมีเืไหลออกมาอย่างมิอาจควบคุมได้
-----
