ห้องโถง จวนไป๋
ไป๋ฉางอวิ๋นรู้สึกว่าวิธีนี้เหมาะสมสำหรับการปิดจวน ส่วนไป๋จื่อจินเอง เขาอย่างไรก็ได้ อย่างไรก็ตาม ยามที่เขาไปไหนมาไหนก็ไม่มีใครรู้อยู่แล้ว ยามที่อยู่ข้างนอก เป็เพราะว่าเขาไม่กลับมาสามปีแล้ว และจวนไป๋ไม่ใช่ตระกูลที่โด่งดังมาก่อนจึงไม่มีใครรู้จักเขาเลยว่าเขาเป็ถึงคุณชายใหญ่ของจวนตระกูลไป๋
ทว่าย่อมไม่มีสิ่งใดชัดเจนเสมอไป
ไป๋ชิงโหรวแต่งตัวทุกวัน นางตั้งหน้าตั้งตารอที่ประตูโดยไม่รู้ว่ารอใครอยู่ แม้แต่อวี๋ซื่อก็ประพฤติตัวดีขึ้นมากใน่สองสามวันที่ผ่านมา ไม่รู้ว่านางเอาเงินจากที่ใดมาเติมสมุดบัญชีเพื่อไม่ให้ไป๋ฉางอวิ๋นมีเหตุผลที่จะเข้าร้านค้า อย่างไรก็ตาม หัวใจของเขาไม่ได้อยู่ที่ร้านค้าไม่กี่แห่ง ทว่าเขาคิดที่จะส่งสินค้าให้มากขึ้น วิ่งไปทางเหนือและทางใต้ให้มากขึ้นเพื่อหาเงินให้เพียงพอ และขยายร้านค้าเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย
ไป๋ฉางชิงไม่ได้ไปบ่อนใน่สองสามวันที่ผ่านมา ตอนแรกเป็เพราะการกลับมาของผู้เฒ่าไป๋ เขากลัวถูกทุบตีจึงแสร้งทำเป็ว่าไม่ได้ไปในสามวันแรก แต่ก็อดไม่ได้ในสองวันต่อมา ทว่าประตูกลับปิดสนิทเปิดไม่ได้
เขาคิดฝันมาอย่างดี ตอนนี้จวนตระกูลไป๋ต่างจากเมื่อก่อน ตระกูลใหญ่ๆ คนใดก็ต้องประจบประแจงพวกเขา และใครก็ตามที่ไปบ่อน ยามเห็นเขามิใช่ว่าต้องจงใจแพ้โดยเจตนาหรือ
เขาไม่อยากปล่อยโอกาสดีๆ นี้ไป และ้าหาเงินคืน ทว่าประตูจวนกลับปิดลง
เขาไม่รู้ว่าคนในตระกูลนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ สองวันแล้วที่จวนถูกปิด บัตรเชิญกองเต็มจนแทบเป็ูเาแล้ว เปิดประตูให้คนรู้ว่าเรายังมีคุณธรรมจิตใจสูงส่งเถิดขอรับ”
“เ้าจะเข้าใจอะไร!” ผู้เฒ่าไป๋ยืนขึ้น สะบัดมือออกไป ถ้วยชาในมือพลันลอยออกไปทันที
ไป๋ฉางชิงซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องถูกทุบจนได้เืแน่นอน
“ท่านพ่อ ท่านทำอะไร เกือบโดนข้าแล้ว” สีหน้าของไป๋ฉางชิงน่าเกลียดยิ่ง เขาเอ่ยปากบ่นยามที่มองไปยังผู้เฒ่าไป๋
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะพูดจบ ชายชราไป๋ก็ลุกขึ้นยืน พร้อมทำท่าจะทุบตีเขาด้วยไม้เท้า
ใบหน้าของไป๋ฉางชิงน่าเกลียด เขาก้าวถอยหลังติดต่อกันทันที
อวี๋ซื่อรีบลากไป๋ฉางชิงออกมา แล้วยิ้มให้ชายชรา “ท่านพ่อ ระงับโทสะเถิดเ้าค่ะ ฉางชิงมิได้ตั้งใจ”
ไป๋ฉางชิงถูกภรรยาดุ เขาอารมณ์เสียเป็อย่างยิ่ง ทว่าก็ไม่กล้าพอที่จะต่อสู้กับท่านพ่อของเขาอีก
ผู้เฒ่าไป๋เกลียดที่เหล็กไม่กลายเป็เหล็กกล้าเป็ที่สุด "เ้าอายุเท่าไหร่แล้ว ยังเหลาะแหละไร้แก่นสาร ทำอะไรไร้สาระอยู่ทั้งวัน กิน ดื่ม เล่นการพนัน? เ้าเพิ่งทำให้ตระกูลไป๋เสียหน้า ยามนี้ไม่ว่าที่ใดก็ห้ามไปทั้งสิ้น จงอยู่บ้านอย่างเชื่อฟัง ตอนนี้ติดต่อกับคนข้างนอกให้น้อย ฮ่องเต้มิได้ออกคำสั่งอันใด ทว่าเ้าที่ร้องแรกแหกกระเชอไป้าทำอันใดกันแน่ อีกทั้งองค์ชายสามส่งคนมาแจ้งข่าวล่วงหน้าแล้วว่าให้พวกเราเตรียมพร้อม หลบหลีกทิศทางลมสักพัก นอกจากการปิดประตูจวนแล้ว เ้าอยากวางประทัดหน้าประตูเรียกร้องความสนใจหรือ?”
ถึงมีข่าวมาว่าองค์ฮ่องเต้ทรงเสด็จกลับราชสำนักแล้ว ทว่าองค์รัชทายาทยังอยู่ที่ชายแดนเพื่อดูแลประชาชนและสานต่อเนื้องาน วีรบุรุษตัวจริงในครานี้ก็คือเฟิ่งเจาเกอ ยามนี้เขายังไม่กลับมา แล้วผู้ใดจะกล้าเฉลิมฉลอง?
อย่างไรก็ต้องให้เขากลับมายังเมืองหลวงอย่างปลอดภัยก่อน ถึงจะสามารถฉลองกันทั้งแคว้นได้
ไป๋เซียงจู๋พยักหน้า ท่านตาของนางเป็คนที่มองเห็นโลกกว้าง และการปิดจวนนี้เหมาะสมเป็อย่างยิ่ง อีกทั้งเฟิ่งเจาเกอที่ไม่กลับเมืองหลวงก็ย่อมมิอาจ...
ยามที่คิดถึงเฟิ่งเจาเกอขึ้นมา ไป๋เซียงจู๋พลันคิดถึงจี้หยก ไม่ว่าจี้หยกจะเป็ประโยชน์กับนางหรือไม่ นางก็รู้สึกว่าควรส่งคืนให้เขา
สำหรับความร่วมมือที่เขากล่าวมานั้น นางยังคงต้องพิจารณาให้รอบคอบ อย่างไรเสียทุกคนในราชวงศ์ล้วนเป็จิ้งจอกเ้าเล่ห์ นางจะเสียเปรียบอย่างยิ่งหากไม่ระวังให้ดี
ในที่สุด ก่อนเทศกาลล่าปา เฟิ่งเจาเกอกลับมาถึงท้องพระโรง ในขณะเดียวกันก็นำข่าวการปรองดองของศัตรูมาพร้อมกันด้วย พวกนั้นเริ่มคืนเมืองที่ถูกยึดครอง ส่งเครื่องประดับทองและเงินจำนวนมหาศาล รวมทั้งสนธิสัญญาซ่อมแซมที่มีการลงนามแล้วเรียบร้อย
เมืองหลวงเต็มไปด้วยความสุข และทุกคนก็เลิกสนใจจวนตระกูลไป๋ แต่ละตระกูลเริ่มเคลื่อนไหวตามทางของตนเอง
จวนเหิงชินอ๋อง
เพล้ง-
เสียงเครื่องเคลือบตกลงสู่พื้นและแตกเป็เสี่ยงๆ ตามมาด้วยใบหน้าร้องไห้ของมู่จื่อรั่วที่งดงามราวกับดอกสาลี่ต้องสายฝน
“นางแพศยานี่ นางแพศยา นางแพศยา!”
แน่นอนว่านางหญิงแพศยาที่ปากของนางด่าถึงย่อมเป็ไป๋เซียงจู๋
ยามนี้จวนไป๋นับได้ว่าคนเดียวสร้างคุณูปการ คนที่เหลือก็ถูกยกย่องไปด้วย
ไป๋เซียงจู๋ ไอ้เ้าไก่หญ้าที่ปีนขึ้นสู่ยอดไม้และกลายเป็หงส์ไฟ! นางโมโหแทบตายแล้ว แรกเริ่มเดิมทีนางยังไม่ทราบ รอจนกระทั่งข่าวแพร่สะพัด นางโมโหจนร่างสั่นสะท้าน
ไป๋เซียงจู๋ เ้ามีดีอันใด เหตุใดถึงได้โชคดีถึงเพียงนี้ ไม่ว่าโชคอันใดล้วนเป็นางที่พบเจอ
คุณูปการจากการช่วยชีวิตได้สำเร็จ แม้แต่การได้อภิเษกกับองค์รัชทายาทยังนับว่าไม่มากเกินไปด้วยไปด้วยซ้ำ ยังดีที่แม่นางผู้นั้นได้หาตระกูลมาแต่งงานกับตนเองอย่างโง่งม สมน้ำหน้านัก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ โทสะของมู่จื่อรั่วค่อยๆ คลายลงเล็กน้อย
“เ้าเองก็อย่าได้โกรธเลย ขอเพียงแค่เ้าทำตัวให้ดี คราวนี้พ่อของเ้าได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่แคว้น เมื่อถึงเวลาเ้าก็จะได้รับรางวัล ตำแหน่งของเ้าไม่มีทางมีผู้ใดแย่งมันไปได้”
ไป่ซื่อแย้มยิ้มอย่างงดงาม ทว่าตรงกลางหว่างคิ้วกลับปรากฏร่องรอยแห่งความกังวล
“ท่านแม่ ท่านเป็กระไรไปหรือเ้าคะ มีที่ใดไม่สบายหรือไม่” มู่จื่อรั่วเห็นว่าสีหน้าของมารดาไม่ถูกต้อง นางไม่สนใจจะโกรธแล้ว หญิงสาวรีบไปพยุงไป่ซื่อให้นั่งลงแล้วรับถ้วยชาจากสาวรับใช้มายื่นให้ด้วยตนเอง
ไป่ซื่อรับถ้วยชามาจิบสองครั้ง ก่อนที่ใบหน้าของนางจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ความกังวลในแววตากลับไม่ได้ลดลง
นอกจากนี้ นางยังได้รู้เมื่อเร็วๆ นี้ว่าจวนตระกูลไป๋กลายเป็บุคคลลึกลับที่ช่วยฮ่องเต้เอาไว้ แต่นางไม่ได้คาดหวังว่ายามที่นางสำรวจจวนตระกูลไป๋ นางกลับพบคนผู้หนึ่ง
ไป๋ฉีหลัว
นางไม่มีวันลืมได้ลงว่าเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ยามคืนวันแต่งงานในห้องเ้าสาว นางเห็นใบหน้าที่มีความสุขของสามีค่อยๆ แข็งตัวเป็ใบหน้าที่ใเมื่อเห็นนาง
สิ่งแรกที่เขาพูดคือ เ้าเป็ใคร!
เ้าเป็ใคร?!
เฮอะๆ ก่อนหน้านี้นางไม่รู้มาก่อน ทว่าอย่างไรเสียก็แต่งงานกันมานานหลายปีแล้ว เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าตนไม่ใช่หญิงในดวงใจของสามี แต่พอแต่งงานแล้ว เขาต้องรับผิดชอบนาง มิฉะนั้นชีวิตของนางจะถูกทำลาย
เพื่อชดเชยให้แก่นาง เขาปฏิบัติต่อนางได้ดียิ่ง
ให้เกียรติกัน เคารพนบน้อมในฐานะของสามีภรรยา
แต่นางรู้ว่าเขาไม่มีความสุข ที่เขาปฏิบัติต่อนางก็เป็เพียงแค่ความรู้สึกผิดและเสียใจกับนาง ท้ายที่สุดก็เพราะพันธะผูกพันในฐานะสามี
ขณะหลับ นางได้ยินเขาพึมพำอะไรฉีหลัวบางอย่าง...
จากนั้นนางก็รู้ว่าสามีของตนตามหาสตรีผู้นี้มาตลอด ยามนั้นนางถึงจะรู้ว่าสตรีผู้นี้ต่างหากคือสตรีในดวงใจของสามี
แต่หลังจากตามหามานานหลายปีจนท้อใจ สามีของนางก็เลิกคิดถึงเื่นี้ ทว่าเขากลับพกถุงหอมเอาไว้ตลอดเวลาไม่เคยถอดออก แม้ถูกล้างจนกลายเป็สีขาวซีดเขาก็ไม่เคยทิ้ง
เดิมทีนางคิดว่าทั้งหมดนี้เป็เพียงการคิดไปเองของตน ว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะตายจากไปนานแล้ว ไม่อย่างนั้นจะหาไม่พบได้อย่างไร แต่คราวนี้การตรวจสอบจวนตระกูลไป๋ทำให้นางพบว่าแม่ของไป๋เซียงจู๋ ไป๋ซื่อ นางมีนามว่าไป๋ฉีหลัว การออกเสียงนั้นพ้องกับนามของตนเป็อย่างยิ่ง...
ไม่ ไม่ มันไม่ควรจะบังเอิญขนาดนั้น
เล็บของไป่ชิงลั่วจมลึกลงไปในเนื้อ รูม่านตาของนางหดเกร็ง หัวใจของนางเป็กังวล
เมื่อนึกถึงดวงตาที่เ็าของไป๋เซียงจู๋ บางครั้งพวกเขาก็ดูเหมือนกันจริงๆ ... คล้ายกันมาก...
"ท่านแม่เ้าคะ?"
มู่จื่อรั่วใเมื่อเห็นดวงตาของไป่ซื่อแข็งกระด้างมากขึ้นเรื่อยๆ นางจึงเปล่งเสียงร้องออกมาอีกครั้ง
