หลงเหยียนสำรวจรอบด้านอย่างละเอียด เขารู้สึกใเป็อย่างมาก คล้ายมีคลื่นั์ซัดกระหน่ำอยู่ในใจ คิดไม่ถึงเลยว่าที่นี่จะกว้างใหญ่ได้ขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเข้ามาภายในร้านอิงลั่ว เขาก็ได้ัักับความหรูหราและยิ่งใหญ่ไม่ต่างไปจากพระราชวังเลยทีเดียว กระทั่งเสาที่ค้ำคานอยู่ก็ยังเป็เสาที่ทำมาจากทองคำ ช่างร่ำรวยอะไรเช่นนี้
หลงเหยียนนึกแอบใ สิ่งตรงหน้าทำให้เขาตาเป็ประกายขึ้นมาทันที ที่นี่มีห้องส่วนตัวซึ่งกั้นด้วยฉากอยู่นับร้อยห้องเลยทีเดียว เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าน้องชายของเ้าสำนักแห่งสำนักเก้าชั้นฟ้าคนนี้ฉ้อโกงและหาผลประโยชน์เข้าตัวเองมามากแค่ไหน
ไม่นานนัก หลงเหยียนก็สังเกตเห็นผู้ฝึกยุทธ์นับสิบที่ปรากฏกายขึ้นเบื้องล่าง ผู้ฝึกยุทธ์เหล่านี้มีพลังที่แข็งแกร่งและมหาศาลนัก พวกเขามีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำกันทุกคน ช่างเป็พร์ที่น่าใเสียจริง
ไม่นานผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายก็แยกย้ายกันออกไปจนหมด พวกเขายืนอยู่รอบด้านเพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบภายในร้าน หลงเหยียนเชื่อว่า ในเวลาเช่นนี้ ต้องไม่มีใครกล้าก่อเื่วุ่นวายภายในนี้อย่างแน่นอน อย่างไรเสีย สำนักเก้าชั้นฟ้าก็เป็ถึงมหาอำนาจที่แข็งแกร่งเป็อันดับสอง รองจากตระกูลหลงอู่เท่านั้น
“หลงเหยียน อย่าเพิ่งแตกตื่นไป อย่าลืมสิว่าตอนนี้เราเป็คนของตระกูลอู่ตี้แล้ว อย่าทำให้ตระกูลต้องขายหน้า”
หลงเหยียนยกยิ้มมุมปากพลางพยักหน้าเบาๆ
“ตัวข้าแค่ไม่เคยมาในสถานที่เช่นนี้เท่านั้น เ้าคิดว่าตัวข้าเป็คนบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นโลกภายนอกจริงๆ หรือไร!” พูดจบหลงเหยียนก็พบว่าตนอยู่ในห้องส่วนตัวแห่งหนึ่ง เหนือศีรษะยังมีไฟประดับที่ทำมาจากทองคำแขวนอยู่อีกด้วย
ไม่ใช่แค่ห้องที่หลงเหยียนอยู่เท่านั้นที่มีไฟเช่นนี้ ทว่าไฟที่หลอมมาจากทองคำนี้กลับมีอยู่ในห้องส่วนตัวทุกห้องในร้าน เดิมทีหลงเหยียนเตรียมจะถามว่าเหตุใดต้องนำทองคำมาหลอมเป็ไฟประดับเช่นนี้ด้วย แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าเ็าของหานอวี่ หลงเหยียนก็เลือกที่จะเงียบลง เพราะกลัวอีกฝ่ายจะมองว่าตนบ้านนอกอีกนั่นเอง
ภายในห้องมีโต๊ะทรงกลมกับแก้วน้ำชาวางอยู่หลายใบ ด้านนอกยังมีพนักงานหญิงยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูของห้องส่วนตัวทุกห้องเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรอรับคำสั่งจากลูกค้าในทันที การบริการของที่นี่ดีเยี่ยมดั่งลูกค้าเป็พระเ้าจริงๆ หลงเหยียนดื่มชารสหอมเข้มเข้าไปหนึ่งอึก กระทั่งชานี้ก็ยังมีราคาแพงจนหลงเหยียนต้องใ
ราคาของมันคือสิบหยกิญญานั่นเอง!
อีกด้านหนึ่ง สตรีที่มีอายุมาเกินยี่สิบคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่เวทีทรงกลมเบื้องล่าง สตรีผู้นี้ใช้เสียงที่ชวนให้หลงใหลของนางประกาศกฎและกติกาของการประมูลในครั้งนี้ขึ้น
“ทุกท่าน วันนี้ร้านอิงลั่วร่วมกับร้านค้าทุกแห่งในซอยซูฮวาเปิดการประมูลในครั้งนี้ขึ้น ข้าในฐานะของตัวแทนของนายท่านและทางร้าน ขอต้อนรับแขกทุกท่าน ทั้งท่านที่ได้รับบัตรเชิญและท่านที่มาเพราะทราบข่าวจากทางอื่นอย่างเป็ทางการ”
“เกรงว่าทุกท่านคงจะทราบกฎของการประมูลในครั้งนี้อยู่แล้วไม่มากก็น้อย ตามกฎของทางร้าน ในห้องของทุกท่านจะมีไฟประดับที่ทำมาจากทองคำอยู่ด้วย หากทุกท่านพบสินค้าที่พึงพอใจและมีกำลังทรัพย์มากพอ ก็สามารถจุดไฟ์นี้ได้เลย”
“และการจุดไฟ์ที่ว่านี้ ก็คือการเหมาสู้ราคานั่นเอง ไม่ว่าคนอื่นจะออกราคาเท่าใด ผู้ที่จุดไฟ์ก็จะสู้ราคาจนถึงที่สุดเสมอ ในการประมูลเช่นนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือการจุดไฟ์นั่นเอง”
ทว่าหากจุดไฟ์แล้วไม่มีเงินจ่าย เช่นนั้นก็เสียใจด้วย คนผู้นั้นคงต้องเลือกว่าจะเอาตัวเองใช้หนี้ หรือจะเอาอวัยวะภายในร่างกายขัดดอกกันแน่ ทว่าโดยปกติแล้ว คนที่จะจุดไฟ์ย่อมรู้กำลังของตนเองดี เพราะนี่ไม่ใช่เื่ที่จะมาล้อเล่นได้ ทว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นจริงๆ ผู้ที่เสนอราคาครั้งล่าสุดก็จะเป็ผู้ที่ได้สินค้าไปแทน
“การจุดไฟ์ก็มีกติกาของตัวมันเอง หากไม่จำเป็จริงๆ ห้ามจุดไฟ์เด็ดขาด ถึงอย่างไรก็ไว้ใจได้ ต่อให้เราจะจุดไฟ์แล้ว ทางร้านก็ไม่มีทางโก่งราคาเด็ดขาด ราคาที่เราได้จะเป็ราคาที่เหมาะสมกับมูลค่าสินค้าอย่างแน่นอน ก็อย่างว่า ไม่มีใครรู้ว่าทุกคนในที่นี้มีเื้ัเป็มหาอำนาจกลุ่มใดกันแน่ เพราะผู้ที่สามารถนั่งในห้องส่วนตัวได้ ล้วนมีฐานะไม่ธรรมดาทั้งนั้น”
หานอวี่อธิบายให้หลงเหยียนฟัง ทำให้เขาเข้าใจเื่นี้มากยิ่งขึ้น เพราะไม่แน่ว่าหลงเหยียนอาจชอบของชิ้นใดชิ้นหนึ่งในการประมูลนี้ก็ได้
เมื่อสตรีที่อยู่เบื้องล่างประกาศเริ่มงาน การประมูลในครั้งนี้ก็เริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ ฝูงคนมีท่าทีตื่นเต้นเป็อย่างมาก ส่วนคนธรรมดาที่ไม่มีอำนาจอะไรก็พากันไปยืนอยู่ที่หน้าเวที พวกเขายืนอยู่ที่นอกรั้วกั้นแห่งหนึ่ง แต่แน่นอน พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะประมูลสินค้าเช่นกัน
“สินค้าชิ้นแรกที่จะประมูลในวันนี้คือหอกหัวใจั นี่เป็หอกเงินที่เป็อาวุธระดับมายาขั้นที่สาม มีพลังโจมตีที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังแสดงพลังของมันออกมาได้อย่างไม่มีจำกัดอีกด้วย”
เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นในห้องโถง สตรีผู้นั้นจึงยกมือขึ้นเบาๆ เป็เชิงให้ทุกคนเงียบลงก่อน
“เกรงว่าทุกท่านคงรู้จักหอกหัวใจัเล่มนี้ดี แม้มันจะเป็แค่อาวุธระดับมายาขั้นที่สาม ถึงอย่างไรก็เป็อาวุธที่ยอดผู้ฝึกยุทธ์ในยุคอดีตกาลเคยใช้ใน่ที่ยังไม่โด่งดัง จึงมีคุณค่าและเหมาะที่จะเก็บรักษาเอาไว้เป็อย่างมาก หากผู้ใดที่มีอาวุธที่มีคุณค่ามากพอๆ กัน จะนำอาวุธมาแลกกับมันก็ได้”
“ตอนนี้ การประมูลเริ่มขึ้นแล้ว เริ่มราคาประมูลที่สองพันหยกิญญา หากจะประมูลแข่ง ต้องเสนอราคาเพิ่มขึ้นหนึ่งพันหยกิญญาเป็อย่างต่ำ”
ไม่นานก็มีคนยกป้ายประมูลขึ้น “ข้าให้ราคาสามพันหยกิญญา!”
“ข้าให้ราคาหนึ่งหมื่นหยกิญญา!”
“ข้าให้ราคาเป็วิชายุทธ์ระดับมายาขั้นกลาง เสียงสายฟ้ากวาดธุลีหนึ่งเล่ม”
ทันใดนั้น ฝูงคนก็เงียบสงัดลงทันตา “อะไรนะ? ให้ราคาเป็วิชายุทธ์ระดับมายาขั้นกลางอย่างนั้นหรือ?” สำหรับวิชายุทธ์ระดับมายาขั้นกลาง ไม่ว่าจะเป็วิชายุทธ์ที่ไร้ชื่อเสียงหรือไม่มีใครรู้จัก ก็ยังมีราคาหนึ่งหมื่นห้าพันหยกิญญาเป็อย่างต่ำ
“ข้าให้ราคาเป็วิชายุทธ์ขั้นสูง คลื่นสายฟ้าพิฆาตหนึ่งเล่ม!” ในตอนที่ทุกคนกำลังใอยู่ กลับมีเสียงที่ทั้งดุดันและทรงอำนาจของใครอีกคนดังมาจากห้องส่วนตัวที่อยู่ชั้นสอง
“อะไรนะ? นั่นเป็แค่อาวุธวิเศษระดับมายาขั้นที่สามไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมีคนนำวิชายุทธ์ระดับมายาขั้นสูงมาแลกเช่นนี้?” ฝูงคนส่ายหน้าไปตามๆ กัน พวกเขามีท่าทีตกตะลึงเป็อย่างมาก วิชายุทธ์ระดับมายาขั้นสูงถือเป็ของล้ำค่าที่ผู้คนมากมายต่างก็วาดฝันว่าจะได้ คนผู้นั้นต้องไม่ธรรมดาแน่ อย่างน้อยพวกเขาก็มั่นใจว่าคนผู้นั้นต้องฝึกวิชายุทธ์ระดับสูงแล้วเป็แน่
ทุกคนมองไปที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง กระทั่งหลงเหยียนก็ยังอดใไม่ได้ สมดั่งคำที่ว่า โลกนี้กว้างใหญ่นัก ทุกสิ่งย่อมเกิดขึ้นได้ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนอยากนำอาวุธเช่นนี้กลับไปเก็บรักษาด้วย ในขณะเดียวกัน เขาก็อดทอดถอนใจกับความอันตรายของวงการประมูลไม่ได้เช่นกัน
ชายหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องส่วนตัวที่ชั้นสอง ใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยความได้ใจ เท่าที่ดู คนผู้นี้น่าจะมีอายุไม่เกินยี่สิบปีเท่านั้น ทว่าสิ่งที่น่าใยิ่งกว่ากลับเป็ตราคำสั่งที่ห้อยอยู่ที่เอวของเขาต่างหาก
“เขาเป็คนของสำนักชีพหยินหยางที่ลึกลับและแข็งแกร่งนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็ลูกศิษย์ของหนึ่งในผู้าุโแห่งสำนักอีกด้วย”
เมื่อพูดถึงสำนักชีพหยินหยาง สิ่งแรกที่ทุกคนคิดถึงก็คือความแข็งแกร่ง ในบรรดามหาอำนาจทั้งสี่ของเมืองอู่ตี้ ตระกูลอู่ตี้ถือเป็มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ต่อมาก็คือสำนักสำนักเก้าชั้นฟ้า อันดับสามคือสำนักจ้าวคีรี และอันดับที่สี่ก็คือสำนักชีพหยินหยางนั่นเอง ว่ากันว่าสำนักชีพหยินหยางมีศิษย์แค่หลักพันเท่านั้น ทว่าศิษย์ทุกคนกลับมีพลังสูงกว่าระดับชีพมนุษย์ชั้นต่ำทั้งสิ้น ถือเป็มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่และมองข้ามไปไม่ได้เลย เมื่อหลายปีก่อน คนผู้หนึ่งในสำนักจ้าวคีรีล่วงเกินสำนักชีพหยินหยาง ปรากฏว่าศิษย์ในสำนักชีพหยินหยางแค่คนเดียวก็สามารถท้าประลองกับถ้ำทั้งสามสิบหกแห่งของสำนักจ้าวคีรีได้แล้ว ช่างเป็บุคคลที่น่ากลัวจริงๆ ในตอนนั้น ประตูสำนักสำนักจ้าวคีรีถูกทายจนพังยับ วงเวทป้องกันของสำนักก็ถูกทำลายจนเกือบครึ่ง ท้ายที่สุดจ้าวคีรีก็ต้องลงมือด้วยตนเอง จึงจะเอาชนะศิษย์จากสำนักสำนักชีพหยินหยางและรักษาสำนักสำนักจ้าวคีรีเอาไว้ได้
หากมีการเรียงลำดับกันใหม่อีกที เกรงว่าในตอนนี้ สำนักสำนักชีพหยินหยางนั้นอยู่เหนือกว่าสำนักสำนักจ้าวคีรีเป็ไหนๆ แล้ว
แม้จะมีจำนวนคนน้อยกว่า ทว่าศิษย์ของที่นั่นมีคุณภาพมากกว่า อีกทั้งยังมีวิชายุทธ์ระดับสูงอีกด้วย ไม่แปลกที่คนผู้นี้จะนำวิชายุทธ์ระดับสูงออกมาแลกกับของประมูลอย่างไม่ใส่ใจเช่นนี้
“วิชายุทธ์ระดับมายาขั้นสูง คลื่นสายฟ้าพิฆาตสองเล่ม!” ในตอนนั้นเอง อยู่ๆ ก็มีเสียงเรียบเฉยดังออกมาจากห้องส่วนตัวอีกห้องบนชั้นสอง
“อะไรกัน? มีคนกล้าแย่งของกับคนจากสำนักสำนักชีพหยินหยางด้วย? ยิ่งไปกว่านั้น คนผู้นั้นยังเสนอราคาเป็วิชายุทธ์ระดับสูงถึงสองเล่มเชียวหรือนี่? คนผู้นั้นเป็ใครกันหนอ?” ท่ามกลางความสับสนและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนทั้งหลาย ชายหนุ่มอีกคนเดินออกมาจากห้องส่วนตัวอย่างช้าๆ ทว่าดูเหมือนชายผู้นี้จะโกรธแค้นชายหนุ่มจากสำนักสำนักชีพหยินหยางเป็อย่างมาก
เมื่อได้เห็นตราคำสั่งของผู้มาใหม่ คนทั้งหลายถึงได้รู้ว่าเขาก็คือศิษย์ของสำนักสำนักจ้าวคีรีนั่นเอง ทั้งสองสำนักเป็อริกันมาั้แ่อดีต มาครั้งนี้ คนจากสองสำนักก็มามีเื่ในงานประมูลอีก
ทั้งที่นั่นเป็แค่อาวุธระดับมายาขั้นที่สามเท่านั้น ทั้งนี่ยังเป็แค่การประมูลรอบแรกอีก วินาทีนั้น คนทั้งหลายรับรู้ได้ถึงรังสีแห่งอำนาจซึ่งกำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุม ทางด้านของคนทั้งสองเองก็มองเขม็งไปที่กันและกันอย่างไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น
ยอดฝีมือระดับชีพธรณีนับสิบคนที่ยืนอยู่เบื้องล่างเองก็มองไปยังอีกฝ่ายด้วยสายตาเยือกเย็นเช่นกัน ที่แท่นประมูล สตรีคนนั้นส่งเสียงะโขึ้น
“ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง... ครั้งที่สาม... จบการประมูลที่วิชายุทธ์ระดับมายาขั้นสูง คลื่นสายฟ้าพิฆาตสองเล่ม!”
เสียงปรบมือดังระงมขึ้นรอบด้าน หลงเหยียนที่กำลังมองเหตุการณ์อยู่ก็อดตกตะลึงไม่ได้ จนถึงตอนนี้ เขายังไม่มีวิชายุทธ์ระดับสูงแม้แต่เล่มเดียวด้วยซ้ำ นั่นเป็วิชายุทธ์ระดับมายาขั้นสูงเชียวนะ วันนี้ ในที่สุดหลงเหยียนก็ได้เปิดหูเปิดตาสักที
ศิษย์จากสำนักสำนักชีพหยินหยางคล้ายจะโมโหมาก เขาสบถเสียงแข็งในลำคอเป็การทิ้งท้ายแล้วกลับไปยังที่นั่งของตน
“ในการประมูล หากใครมีดีกว่าก็ย่อมเป็ผู้ชนะ หากเกิดการวิวาทขึ้น เช่นนั้นก็อย่าหาว่าโรงประมูลของเราไม่เกรงใจก็แล้วกัน หากมีความแค้นหรือความบาดหมางส่วนตัว กรุณาสะสางกันเป็การส่วนตัวจะดีกว่า”
พูดจบสตรีคนนั้นก็ะโขึ้น “ประมูลต่อได้!”
“เด็กสาวคนนั้นมีหน้าตาสวยงาม ทว่าก็มีรังสีแห่งอำนาจไม่น้อยเช่นกัน ดูเหมือนเถ้าแก่อู่จะชำนาญเื่การเลือกคนมากจริงๆ” หลงเหยียนหัวเราะเบาๆ แค่การประมูลแรกก็ดุเดือดขนาดนี้แล้ว หลงเหยียนเริ่มสงสัยแล้วสิว่าการประมูลต่อจากนี้จะเป็อย่างไร
--------------------
