ด้วยความสงสัยและอยากหาที่เงียบๆเพื่อทำสมาธิลั่วเสี่ยวซีจึงหยิบมือถือเดินออกไปที่ห้องแต่งตัวหมายเลข 17
เธอเดินตามหมายเลขประตูหน้าห้องไปเรื่อยๆไม่ถึงสองนาทีก็มาถึงจุดหมาย ลั่วเสี่ยวซีลังเลว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ ทันใดนั้นเองประตูไม้ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับชายวัยกลางคนที่ปรากฎตัวตรงหน้าเธอพร้อมรอยยิ้ม
“เสี่ยวซีผมว่าแล้วว่าคุณต้องมา” ชายหนุ่มดึงมือเธอให้เขามาด้านใน “รีบเข้ามาสิ”
กว่าลั่วเสี่ยวซีจะตั้งตัวได้ประตูห้องแต่งตัวก็ถูกปิดลงเสียแล้วเธอมองชายตรงหน้าก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาคือใคร
ก่อนรายการจะออกอากาศทางผู้จัดได้จัดงานปาร์ตี้ขึ้นมาและเชิญบรรดาผู้เข้าประกวดและสปอนเซอร์มาร่วมงาน
ผู้ชายคนนี้ชื่อฟางเจิ้งเขามายุ่มย่ามกับเธอตอนงานปาร์ตี้ ลั่วเสี่ยวซีพยายามสลัดเขาให้หลุดโดยไม่ให้เขาเสียหน้าอยู่นานกว่าจะสำเร็จ
ถ้าเขาไม่โผล่มาหาเธอแบบนี้เธอคงลืมเขาไปแล้ว ว่าแต่ทำไมเขาถึงมาหาเธอ?
“เสี่ยวซีคราวก่อนผมเคยบอกกับคุณใช่หรือเปล่าว่าแค่ผมได้เห็นภาพคุณก็ชอบคุณทันที”ฟางเจิ้งพูดอย่างอดใจไม่ไหว “คราวที่แล้วคุณบอกว่าไว้คราวหน้าเราค่อยคุยกันงั้นตอนนี้เรามาคุยกันดีไหมครับ?”
ลั่วเสี่ยวซียิ้มแกนๆพลางร้องเตือนตัวเองในใจ“ผอ.ฟาง ใกล้จะถึงคิวของฉันแล้วล่ะค่ะ”
“คุณอยู่ลำดับที่15คงต้องรออีกสักพัก” ฟางเจิ้งทำท่าจะคว้ามือลั่วเสี่ยวซีเอาไว้ทว่าเธอหันหนีทันสีหน้าเขาแปรเปลี่ยนในพริบตาราวกับลั่วเสี่ยวซีกำลังมองข้ามความหวังดีของเขา แต่เพียงชั่วอึดใจเขาก็ปรับสีหน้าดังเดิมพลางยิ้ม
“คุณก็เห็นแล้วว่ารูปร่างของคุณไม่ได้โดดเด่นไปกว่าผู้เข้าประกวดคนอื่นคงยากหน่อยที่จะชนะ แต่ถ้าผมช่วยเอ่ยปากล่ะก็ผู้ชนะในการประกวดครั้งนี้อาจจะเป็คุณก็ได้”
ความหมายของเขาก็คือถ้าอยากชนะก็ต้องเอาใจเขา
เมื่อรู้ถึงความ้าของฟางเจิ้งลั่วเสี่ยวซีก็รวบรวมสติก่อนจะยิ้มมุมปาก
“ผอ.ฟางถ้าดิฉันจำไม่ผิดสปอนเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดของรายการนี่คือเครือเฉิงอันไม่ใช่เหรอคะ”
“ใช่ครับแต่ผมก็เป็ถึงสปอนเซอร์อันดับสอง” ฟางเจิ้งยื่นข้อเสนอ “เสี่ยวซีขอแค่คุณยอมอยู่กับผม ผมรับรองว่าคุณต้องดังแน่ๆ”
นี่เขาจะทำตัวเป็เสี่ยเลี้ยง?
“คุณแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอคะ”ลั่วเสี่ยวซีถาม “ภรรยาของคุณไม่ได้อยู่ในประเทศงั้นเหรอ”
ปกติหากเป็คนรู้ทันเกมคงไม่ทักเื่ภรรยากันโต้งๆแบบนี้สีหน้าของฟางเจิ้งนิ่งขรึมไป
“คุณหมายความว่ายังไง”
“หมายความว่าฉันขอปฏิเสธน่ะสิคะ”ลั่วเสี่ยวซีก้าวถอยหลังไปสองก้าวขณะเอ่ย “คงมีอีกหลายคนที่้าเงินของคุณผอ.ฟาง ฉันแนะนำว่าคุณควรไปหาคนอื่นจะดีกว่า อย่ามาเสียเวลากับฉันเลย”
พูดจบเธอก็ตั้งท่าหันหลังกลับแต่ฟางเจิ้งกลับเข้ามารั้งมือเธอไว้
“เธอก็แค่นางแบบหน้าใหม่ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรฉันอุตส่าห์ให้โอกาส ยังจะมีหน้ามาปฏิเสธอีกเหรอ!”
ลั่วเสี่ยวซีสูดหายใจลึกเธอพยายามกลั้นความโมโหไว้จนถึงที่สุดแล้ว ถ้าเป็เมื่อก่อนล่ะก็ฟางเจิ้งคงได้หมอบกองกับพื้นแน่
เธอสะบัดมือเล็กน้อยและพลิกข้อมือของเขาจนได้ยินเสียงร้องโอดโอย
“ลั่วเสี่ยวซีเธอทำบ้าอะไรห๊ะ!”
“อุ้ย”ลั่วเสี่ยวซีแสร้งทำเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไปก่อนจะปล่อยมือ
“ฉันก็แค่อยากให้คุณปล่อยมือฉันอีกอย่างนะคะผอ.ฟาง วิธีใช้เงินเลี้ยงดาราเป็อีหนูแบบนี้ฉันไม่สนใจเพราอะไรน่ะเหรอคะ ก็เพราะเงินพวกนั้นมันไม่ได้มีค่าสำหรับฉันน่ะสิต่อไปนี้อย่าได้มาแตะต้องฉันอีก ไม่งั้นฉันข้อมือคุณหักแน่” พูดจบลั่วเสี่ยวซีก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับไปมองสักนิด
ฟางเจิ้งยืนกุมข้อมือของตนอย่างโกรธแค้น
หลายปีมานี้แกะน้อยหลายตัวยอมมาเป็เหยื่อให้เขาแต่โดยดีพอมาเจอสิงโตสาวแบบนี้ยิ่งทำให้เขาอยากเอาชนะ
นางแบบโนเนมแบบลั่วเสี่ยวซีเขาไม่เชื่อว่าจะเอาชนะไม่ได้!
นี่ก็ใกล้ถึงคิวขึ้นเวทีของลั่วเสี่ยวซีแล้วแคนดี้เห็นว่าลั่วเสี่ยวซีหายตัวไปก็ร้อนใจรีบออกตามหาก่อนจะพบเธอเดินออกมาจากห้องแต่งตัวอีกห้อง
“เมื่อไรเธอจะแก้นิสัยชอบหายตัวไปอยู่เรื่อยเนี่ย”แคนดี้ช่วยจัดชุดของลั่วเสี่ยวซีให้เรียบร้อย “เป็ไงบ้าง คิดว่าขึ้นไปแล้วจะติดปัญหาอะไรไหม”
เดิมทีลั่วเสี่ยวซียังคงตื่นเต้นอยู่บ้างแต่พอได้ออกแรงไปเมื่อกี้ สิ่งที่ติดอยู่ในใจเธอก็เหมือนจะคลายตัวลงจนเริ่มรู้สึกผ่อนคลายว่าแล้วจึงยักไหล่
“จะไปมีปัญหาได้ยังล่ะคะ”
แคนดี้ตบไหล่ลั่วเสี่ยวซีเบาๆอย่างพอใจ“งั้นก็ออกไปโชว์ฝีมือได้แล้ว!”
ลั่วเสี่ยวซียิ้มก่อนจะเตรียมตัวขึ้นเวที
แคนดี้มองตามหลังเธอไปพร้อมแย้มยิ้มอย่างวางใจจากนั้นจึงเดินไปที่หน้าเวที
ตอนนั้นเองพิธีกรก็ประกาศเรียกชื่อด้วยเสียงดังกึกก้อง
“ขอต้อนรับผู้เข้าประกวดคนต่อไปลั่วเสี่ยวซี!”
แสงไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องเข้ามาพร้อมเสียงดนตรีที่ดังขึ้นขนาดลั่วเสี่ยวซียังไม่ปรากฏตัวคนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนดูอย่างูเี่อันก็ตื่นเต้นจนอดกลั้นหายใจไม่ได้
เธอจ้องไปที่เวทีตาเขม็งแต่วินาทีที่เห็นลั่วเสี่ยวซีเดินออกมา เธอก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไป เพราะรอบกายของลั่วเสี่ยวซีเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ทุกย่างก้าวของลั่วเสี่ยวซีนั้นสง่างามและมั่นใจเต็มร้อยสายตาที่ว่างเปล่าแต่ทว่าทุกท่วงท่ากลับชวนมองจนสะกดทุกสายตาเอาไว้ได้ไม่ว่าจะเป็ดนตรี เวที หรือแสงไฟ ต่างสอดรับกับการเดินแบบของเธออย่างลงตัว
ูเี่อันสังเกตได้ว่าผู้ชมต่างนิ่งเงียบเพราะถูกเสน่ห์ของลั่วเสี่ยวซีสะกดเอาไว้จนละสายตาไม่ได้เช่นเดียวกับเธอ
เธอหันไปมองลู่เป๋าเหยียนขนาดเขายังแย้มยิ้มบางที่มุมปาก
นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าลั่วเสี่ยวซีทำได้อย่างยอดเยี่ยมแค่ไหน
ถ้าไม่มีอะไรผิดคาดที่หนึ่งในคืนนี้จะต้องเป็ของเพื่อนเธออย่างแน่นอน!
คิดได้ดังนั้นูเี่อันก็ยิ้มออกมาแต่รอยยิ้มของเธอก็ต้องชะงักค้างตาของเธอเบิกกว้างขณะมองสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีอย่างใจนเกือบส่งเสียงกรีดร้อง
บนเวที
ขณะที่ลั่วเสี่ยวซีเดินมาจนถึงด้านหน้าของแคทวอล์กจู่ๆเธอก็ลื่นจนขาพลิกและค่อยๆล้มลง...
“กรี๊ด...”เสียงของผู้ชมดังขึ้นอย่างใ
วินาทีนั้นลั่วเสี่ยวซีรีบรวบรวมสติหนังหน้ารองเท้าส้นสูงของเธอขาดและเธอกำลังจะล้มลง...
ไม่ได้เธอจะมาพลาดตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาดไม่อย่างนั้นหนึ่งในห้าคนที่ต้องถูกคัดออกอาจจะเป็เธอ!
ลั่วเสี่ยวซีพยายามทรงตัวเอาไว้อย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้ตัวเองล้มลงไปอย่างน่าเกลียดนักขณะที่เธอล้มลงไปที่พื้นเธอจึงนั่งลงด้วยท่วงท่าอันสง่างามอวดขาเรียวคู่สวยสุดเซ็กซี่น่าหลงใหล
ั้แ่เกิดอุบัติเหตุจนถึงตอนที่ลั่วเสี่ยวซีโพสต์ท่านั่งนั้นเป็่เวลาสั้นๆไม่ถึงสี่วินาทีลั่วเสี่ยวซีสติหลุดไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะตั้งตัวทันและกู้สถานการณ์กลับคืนมาได้
ตอนนี้บรรดาผู้ชมช็อกกันไปหมดเมื่อเห็นลั่วเสี่ยวซีที่กำลังนั่งอย่างเซ็กซี่บนเวที หากไม่ใช่เพราะเห็นรองเท้าส้นสูงของเธอขาดพวกเขาคงคิดว่าลั่วเสี่ยวซีตั้งใจเตรียมโชว์นี้เอาไว้ หาใช่อุบัติเหตุ
ไม่กี่วินาทีให้หลังไม่รู้ว่าใครเป็คนเริ่ม เสียงปรบมือและโห่ร้องก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องส่ง
ลั่วเสี่ยวซีถอนหายใจย่างโล่งอกเธอไม่ได้พลาด เธอแก้ไขสถานการณ์เอาไว้ทัน
แต่ปัญหาก็คือรองเท้าข้างหนึ่งของเธอพังเสียแล้ว ถ้าลุกขึ้นมาและเดินกลับไปทั้งอย่างนี้คงโดนหักคะแนนแน่ๆความพยายามของเธอเมื่อกี้ก็เท่ากับสูญเปล่า
ทว่าปัญหาใหญ่แบบเมื่อครู่เธอยังจัดการได้แล้วนับประสาอะไรกับปัญหาเล็กน้อยแบบนี้กัน
ลั่วเสี่ยวซีค่อยๆถอดรองเท้าข้างหนึ่งและหยิบมันขึ้นมาห้อยไว้ในมือก่อนจะลุกขึ้นอย่างสง่างามเธอใช้อีกมือหนึ่งหยิบรองเท้าอีกข้างขึ้นมาพาดไว้บนบ่าจากนั้นจึงเดินกลับลงเวทีไปอย่างมีสไตล์และเป็ธรรมชาติ
หากว่ากันตามจริงการที่ผู้หญิงคนหนึ่งถือรองเท้าด้วยท่านี้ดูจะไม่ค่อยงามนัก
แตู่เี่อันรู้ดีว่าลั่วเสี่ยวซีมักจะทำแบบนี้เป็ประจำ
ั้แ่เพื่อนของเธอพบว่ารองเท้าส้นสูงทำให้รูปร่างของเธอสูงเพรียวกว่าเดิมเธอก็กลายเป็ราชินีแห่งรองเท้าส้นสูง ลั่วเสี่ยวซีสามารถสวมรองเท้าส้นสูงไม่ต่ำกว่า10เิเเดินช้อปปิ้งได้ทั้งวันโดยไม่เหน็ดเหนื่อย
ั้แ่นั้นเป็ต้นมาลั่วเสี่ยวซีก็เริ่มสะสมรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดัง เธอไม่เคยสวมส้นสูงซ้ำกันสักวัน ถึงเวลถ้าเมื่อยก็ถอดมันออกมาถือไว้แบบนี้และเดินด้วยเท้าเปล่า
ลั่วเสี่ยวซีไม่เคยสนใจว่าใครจะมองยังไงเธอมักจะก้าวเดินอย่างมั่นใจเหมือนเมื่อกี้ไม่มีผิด ซึ่งมันไม่ได้ดูน่าเกลียดแถมยังให้ความรู้สึกเป็ธรมมชาติ
ูเี่อันถอนหายใจอย่างโล่งอกขณะเอนพิงพนักเก้าอี้
ขนาดพิธีกรสาวยังทำหน้าไม่ถูกเธอนึกว่าลั่วเสี่ยวซีจะแย่เสียแล้ว แต่ผู้เข้าประกวดคนนี้กลับแก้ไขสถานการณ์ได้เป็อย่างดี
ลู่เป๋าเหยียนกุมมือของูเี่อันพลางเอ่ย“ไม่เป็ไรแล้วล่ะ”
“อืม”ูเี่อันพยักหน้าตอบรับ
ตอนนั้นเองทางรายการก็ตัดเข้าโฆษณาคนที่นั่งอยู่ด้านข้างูเี่อันอย่างซูอี้เฉิงค่อยๆคลายมือที่เกาะแขนเก้าอี้เอาไว้แน่นเพื่อโทรสั่งงานบางอย่างก่อนจะเดินไปที่หลังเวที
ูเี่อันมองตามแผ่นหลังของพี่ชายไปอย่างยิ้มๆ
เธอนึกว่าพี่จะทนได้จนรายการจบแต่ดูท่าคงจะทนไม่ไหวแล้วสินะ...
ขณะที่อีกด้านลั่วเสี่ยวซีก็เพิ่งเดินกลับมาเข้าหลังเวที
เธอปล่อยรองเท้าส้นสูงลงพื้นก่อนจะรู้สึกหมดแรงจนแทบทรุด
สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีเมื่อครู่ฉายภาพซ้ำในสมองเธออีกครั้งแต่เธอกลับรู้สึกมึนงงราวกับเื่เมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
“เสี่ยวซี...”แคนดี้รีบวิ่งเข้ามา “ไม่เป็ไรแล้วนะ เธอทำได้ดีมาก”
ลั่วเสี่ยวซีสูญเสียความมั่นใจไปจนหมดเธอเอ่ยถามเสียงอ่อน
“จริงเหรอคะ?”
แคนดี้พยักหน้ายืนยัน“จริงน่ะสิ! ทางรายการกลัวว่าเธอจะได้รับาเ็เลยเตรียมห้องแต่งตัวเดี่ยวให้เธอเข้าไปพักในนั้นเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปจัดการอะไรนิดนึง”
ลั่วเสี่ยวซียังคงมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้าหลังถูกแคนดี้ผลักให้เข้ามาในห้องแต่งตัวเธอก็นั่งนิ่งอย่างเหม่อลอยพลางคิดย้อนไปถึงเื่ที่เกิดขึ้นก่อนจะรู้สึกติดใจอะไรบางอย่าง
เสื้อผ้าและรองเท้าของนางแบบทุกคนล้วนเป็ของสปอนเซอร์ยี่ห้อเดียวกันแล้วทำไมจู่ๆรองเท้าของเธอถึงได้ขาด?
มันเป็เื่บังเอิญหรือว่า... มีคนจงใจวางแผนเอาไว้?
พี่แคนดี้คงไปจัดการเื่นี้แน่ๆว่าแต่ซูอี้เฉิงจะคิดยังไงนะ...?
เมื่อกี้ตอนที่เธอล้มลงเธอเห็นซูอี้เฉิงนั่งอยู่ด้านหน้าสีหน้าของเขาเรียบเฉยพลางจ้องมาทางเธอ ตอนหลังเธอมัวแต่คิดหาวิธีเอาตัวรอดจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าของเขาอีก
ขณะที่ลั่วเสี่ยวซีกำลังใช้ความคิดเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ลั่วเสี่ยวซีมองไปตามเสียงหรือว่าจะเป็ซูอี้เฉิง?
ก่อนรายการจะเริ่มเข้าไม่ได้มาหาเธอแต่หลังจากเกิดเื่เมื่อกี้ที่เขาก็ควรจะมาหาเธอบ้างใช่หรือเปล่า?
“ใครคะ?”เธอลองถามออกไป
“......”ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
ลั่วเสี่ยวซีขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินไปเปิดประตูเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านนอกสีหน้าของเธอก็ถึงกับแปรเปลี่ยน
