ถึงแม้จะถูกจับได้คาหนังคาเขา แต่เจี่ยเหยียนอันกลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังหัวเราะเยาะเย้ย “งั้นหรือ ข้ารู้เพียงว่าตอนที่ข้าเข้ามา ฮูหยินก็ถูกเ้าสังหารไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือเื่ที่ข้าสังหารคนร้ายเพื่อล้างแค้นให้ฮูหยินต่างหาก”
“โอ้? มั่นใจเช่นนั้นเชียวหรือ” ไป๋เสียหัวเราะเยาะ
เจี่ยเหยียนอันลอบยกยิ้มมุมปาก ทันใดนั้นเขาก็สะบัดแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว ลูกดอกสั้นสองดอกพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของไป๋เสีย
แต่ปฏิกิริยาของไป๋เสียก็รวดเร็วยิ่ง เขาเอียงหัวหลบ ลูกดอกสั้นสองดอกจึงเฉียดผ่านไปปักเข้าที่เสาไม้อย่างง่ายดาย
ลูกดอกสั้นปักลึกเข้าไปในเสา เหลือเพียงส่วนปลายเล็กน้อยโผล่ออกมา ตำแหน่งที่ถูกยิงค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีดำและกัดกร่อน เห็นได้ชัดว่าเป็ลูกดอกอาบยาพิษ
เจี่ยเหยียนอันไม่ปล่อยโอกาสให้ไป๋เสียได้หายใจหายคอ หลังจากยิงลูกดอกพิษแล้ว เขาก็ฉวยโอกาสเข้าประชิดตัวไป๋เสียในขณะที่อีกฝ่ายไม่ทันระวังตัว นิ้วทั้งสิบของเขางอกออกมาเป็กรงเล็บพุ่งตรงไปที่ลำคอของไป๋เสีย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาอย่างดุเดือด ไป๋เสียจึงคิดจะหลบไปด้านข้าง แต่ไม่คาดคิดว่าเจี่ยเหยียนอันจะเปลี่ยนท่ากลางคัน กรงเล็บพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว กรงเล็บตะกุยเข้าที่หน้าอกของไป๋เสียจนเป็แผลเหวอะหวะ
เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยให้เห็นกล้ามหน้าอกที่แข็งแกร่งของลู่เต้า บนหน้าอกมีรอยแผลเป็ทางยาวสามนิ้ว รอบๆ แผลไม่เพียงแต่เปลี่ยนเป็สีดำม่วง เืที่ไหลออกมาก็ยังเป็สีดำ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ไป๋เสียก็รู้ทันทีว่าตนเองโดนพิษเข้าให้แล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองเจี่ยเหยียนอัน เห็นเพียงมือทั้งสองข้างกลายเป็กรงเล็บ ปลายนิ้วทั้งสิบรวมถึงเล็บต่างก็มีลมปราณสีดำสนิทแผ่ออกมา
ไป๋เสียหรี่ตามอง “เ้าเป็คนของสำนักพิษงั้นหรือ?”
“โอ้?” เจี่ยเหยียนอันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายจำสำนักของตนได้
สำนักพิษมีต้นกำเนิดมาจากแถบมณฑลชางโจว แคว้นบูรพาคราม อาหารปลุกพลังขั้นพื้นฐานของสำนักคือขนมที่ทำจากสมุนไพรพิษห้าชนิด โดยทั่วไปแล้วศิษย์สำนักพิษจะติดอาวุธลับและปลุกพลังวิชา ‘กรงเล็บพิษ’
ใน่แรกผู้ฝึกตนจะมีเพียงเล็บที่เปลี่ยนเป็สีดำ ความรุนแรงของพิษไม่มากนัก แต่ทุกครั้งที่ผู้ฝึกตนกินยาพิษแปลกๆ เคล็ดวิชาจะพัฒนาขึ้น ลมปราณพิษสีดำจะขยายไปถึงข้อนิ้ว ตราบใดที่สามารถกินยาพิษที่หายากบนโลกนี้ได้สามชนิด ทั้งฝ่ามือก็จะถูกปกคลุมด้วยลมปราณสีดำ เมื่อฝึกฝนกรงเล็บพิษสำเร็จ ความรุนแรงของพิษนั้นทำให้แม้โจวเทียนหยวนยังต้องหวาดผวา
ไป๋เสียจ้องมองนิ้วของเจี่ยเหยียนอันอย่างพินิจพิเคราะห์ พบว่าลมปราณสีดำได้ลามไปถึงปลายนิ้วแล้ว แสดงว่าเขากินยาพิษแปลกๆ ไปชนิดหนึ่งและรอดชีวิตมาได้แล้ว
“ในเมื่อเป็เช่นนั้น เ้าคงจะรู้แล้วสินะว่าโดนกรงเล็บพิษของข้าเข้าแล้ว?” เจี่ยเหยียนอันเห็นว่าตัวเองทำร้ายอีกฝ่ายได้สำเร็จก็รู้สึกโล่งใจ
เพื่อถ่วงเวลารอให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ เจี่ยเหยียนอันจึงเล็งลูกดอกอาบพิษไปที่ไป๋เสีย “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ข้ากับเ้าไม่ได้มีบาดหมางต่อกัน ข้ายอมมอบยาแก้พิษกรงเล็บพิษให้เ้า แลกกับการที่เ้าแสร้งทำเป็ไม่เห็นอะไร เื่นี้เราลืมๆ มันไปเสียเถอะ! ได้หรือไม่”
ไป๋เสียหัวเราะหึๆ ร่างกายที่ซีดเซียวดูบอบบางยิ่งขึ้นภายใต้แสงไฟที่สั่นไหว ดวงตาของเขากลับกลอกอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ตกลง ข้าก็คิดจะ ‘จัดการ’ เ้าอยู่พอดี”
เขาหยิบลูกเต้าออกมาเทลูกกวาดออกมาสองเม็ด เม็ดหนึ่งเป็ลูกกวาดรักษาาแ อีกเม็ดหนึ่งเป็ลูกกวาดแก้พิษ ไป๋เสียหยิบลูกกวาดทั้งสองเม็ดเข้าปากเคี้ยว เืจากแผลบนหน้าอกก็หยุดไหลทันใด และค่อยๆ สมานตัวอย่างช้าๆ ิัที่เปลี่ยนเป็สีดำก็กลับมาเป็ปกติ
“อะไรกัน!?” เจี่ยเหยียนอันเบิกตากว้างใ
เพื่อฝึกฝนกรงเล็บพิษ เจี่ยเหยียนอันเสี่ยงชีวิตกินยาพิษ ‘เจ็ดก้าวร่วง’ ที่ทำจากสมุนไพรเจ็ดก้าวมรณา เขาได้เตรียมยาแก้พิษเจ็ดก้าวร่วงเอาไว้ด้วย หลังจากกินยาพิษไปได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เขาก็กินยาแก้พิษทันที
ถึงแม้ว่าจะกินยาแก้พิษอย่างรวดเร็วเช่นนั้น แต่เจ็ดก้าวร่วงเกือบจะคร่าชีวิตเขาไปแล้ว โชคดีที่เขารอดชีวิตมาได้ และยังเพิ่มความรุนแรงของกรงเล็บพิษจนเทียบเท่ากับเจ็ดก้าวร่วงได้สำเร็จ
เขาเอาชีวิตเข้าแลกกับผลลัพธ์เช่นนี้ สุดท้ายกลับถูกอีกฝ่ายแก้พิษได้ด้วยลูกกวาดเพียงเม็ดเดียว?
เจี่ยเหยียนอันจ้องมองไป๋เสียตะลึงงัน อีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อยากให้ข้ายอมสยบภายใต้กรงเล็บพิษของเ้า เ้าคงต้องกินยาพิษแปลกๆ อีกหลายตัว พิษอ่อนๆ เช่นนี้ ข้าแค่เหงื่อออกก็แก้ได้แล้ว”
“อย่าบังอาจดูถูกสำนักพิษ!”
เมื่อวิชาประจำสำนักถูกเยาะเย้ย เจี่ยเหยียนอันก็โกรธจัด เขาใช้กรงเล็บพิษพุ่งเข้าหาไป๋เสียอีกครั้ง
ปลายนิ้วทั้งสิบมีลมปราณสีดำแผ่ออกมา ฟาดฟันใส่ไป๋เสียอย่างต่อเนื่อง
ไป๋เสียก้าวเท้าไม่เร่งรีบ ร่างกายราวกับหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับอนธการ การโจมตีทุกครั้งของเจี่ยเหยียนอันล้วนแต่พลาดเป้า
ไป๋เสียฉวยโอกาส งอแขนซ้าย ปล่อยกำปั้นขวาพุ่งออกไปชกเข้าที่หน้าอกของเจี่ยเหยียนอันอย่างจัง เจี่ยเหยียนอันเอามือกุมหน้าอก ถอยหลังเซ มุมปากมีเืสีแดงสดๆ ไหลออก
“น่าเสียดาย ถ้าเป็เมื่อก่อน หมัดเดียวก็เพียงพอที่จะปลิดชีพเ้าได้แล้ว”
เจี่ยเหยียนอันมองไป๋เสียอย่างไม่อยากเชื่อ อีกฝ่ายควรจะเป็แค่ผู้ฝึกตนระดับหนึ่งดาราเท่านั้น แต่ในเวลานี้ ภาพลักษณ์ของไป๋เสียในสายตาของเขากลับดูลึกลับเกินคาดเดา
“วิชาตัวเบาเช่นนั้น รวมถึงน้ำเต้าประหลาดนั่น...”
เจี่ยเหยียนอันสรุปได้ว่า ‘เื้ัเ้าหนูนี่ ต้องมีผู้สูงส่งคอยช่วยเหลืออยู่แน่’
ศิษย์สำนักพิษมีธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงาม หากสู้ไม่ได้ก็ใช้พิษ หากใช้พิษแล้วยังสู้ไม่ได้ก็รีบหนี
ดังนั้น เขาจึงไม่รู้สึกว่าการหนีจากสนามรบเป็เื่น่าอายแม้แต่น้อย มีชีวิตอยู่จึงจะมีความหมาย ตายไปแล้วก็ไม่เหลืออะไร เขาย่อมไม่ได้โง่!
ว่ากันว่า แม้ค้าความตายยังมีคนทำ แต่ค้าขายขาดทุนไม่มีใครทำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่เอาชีวิตเข้าแลก
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
เจี่ยเหยียนอันยิงลูกดอกอาบพิษจนหมด จากนั้นจึงฉวยโอกาสในขณะที่ไป๋เสียกำลังวุ่นอยู่กับการหลบหลีก พุ่งตัวออกจากประตู วิ่งตรงไปที่กำแพงล้อมรอบจวนสกุลหง
เนื่องจากทุกคนในจวนสกุลหงต่างก็หลับใหล ตลอดทางเจี่ยเหยียนอันจึงไม่พบอุปสรรคใดๆ
ไป๋เสียไม่ได้ไล่ตาม ปล่อยให้อีกฝ่ายวิ่งหนีไปไกลพอสมควร เขาก็ค่อยเป่านกหวีด
“หึ! ความแค้นครั้งนี้ สักวันข้าจะกลับมาเอาคืน!...”
เจี่ยเหยียนอันยังพูดไม่ทันจบ ร่างกายก็โซเซ ลำคอรู้สึกหนืดข้น ก่อนจะกระอักเืคำโตออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าตัวเอง
ทันใดนั้นร่างที่สั่นเทิ้มก็ก้มลงมอง ประจักษ์เพียงความเย็นยะเยียบของคมดาบสีขาวราวหิมะ ปรากฏให้เห็นเพียงส่วนปลายดาบเปื้อนเื
กระบี่ิญญาแทงทะลุจากด้านหลัง ทะลวงอกออกมา
อะ...อะไรกัน!?
คมดาบถูกดึงกลับอย่างรวดเร็ว าแพลันพวยพุ่งเืออกมา เจี่ยเหยียนอันตระหนกใยิ่งนัก รีบใช้มือปิดปากแผล ก่อนจะหันหลังกลับไปมองอย่างยากลำบาก
เด็กหนุ่มกำลังเดินออกมาจากประตูห้องอย่างเชื่องช้า กระบี่ิญญาเปื้อนเืลอยกลับไปหาเ้านาย เจี่ยเหยียนอันเห็นกระบี่แล้วก็เข้าใจทันทีว่าตนเองกำลังเจอกับปัญหาใหญ่แล้ว
เพราะแม้แต่เด็กสามขวบที่เพิ่งหัดพูดบนโลกใบนี้ก็รู้ดีว่า กระบี่วิเศษนั้นเป็สัญลักษณ์ของผู้แข็งแกร่ง
ด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด เจี่ยเหยียนอันจึงพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อหลบหนีจากเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่พอขยับเท้าก็รู้สึกราวหมดเรี่ยวแรง
ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบล้มลงคุกเข่ากับพื้น
ไป๋เสียถือกระบี่ิญญาค่อยๆ เดินเข้ามาหา เจี่ยเหยียนอันพยายามดิ้นรนบนพื้น ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อถอยห่างออก ปากก็ร้องอย่างเสียสติ “ยะ...อย่าเข้ามานะ!!!”
ยิ่งเขาดิ้นรนมากเท่าไร เืก็ยิ่งไหลมากเท่านั้น ไม่อาจห้ามเืได้เลย
ไม่นานนัก ใบหน้าของเจี่ยเหยียนอันก็ซีดเผือดหมดเรี่ยวแรง แม้เด็กหนุ่มจะเดินมาถึงข้างกายแล้ว เขาก็ไม่มีแรงดิ้นรนต่อ ได้แต่นอนจมกองเือยู่นั้น
“ข้าเจี่ยเหยียน...เมื่อตายไปแล้วจะต้อง...กลายเป็ิญญาพยาบาทมาเอาคืนเ้าให้จงได้!”
“ดีมาก” ไป๋เสียสะบัดนิ้วมือเบาๆ กระบี่ิญญาพลันปลิดชีพเจี่ยเหยียนอันทันใด
เห็นเพียงหัวใจถูกแทงทะลุ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง มุมปากมีเืไหลออกมา ก่อนจะสิ้นใจตายในที่สุด
ไป๋เสียหยิบยันต์สีขาวแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วเริ่มบริกรรมคาถาเชิญิญญา ิญญาชั่วร้ายของเจี่ยเหยียนอันที่เพิ่งจะหลุดออกจากร่างก็ถูกแรงดูดอันทรงพลังผนึกไว้ในยันต์ทันที
เช่นเดียวกับจู้หลง เมื่อิญญาของเจี่ยเหยียนอันถูกผนึกไว้ ใบหน้าของเขาก็ปรากฏขึ้นบนยันต์สีขาว
“เอ๊ะ ทำไมถึงไม่เหมือนกันเลย” ลู่เต้าเทียบใบหน้าของศพกับใบหน้าบนยันต์ มองอย่างไรก็ไม่เหมือนกันสักนิด
เจี่ยเหยียนอันที่นอนอยู่บนพื้นมีใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้าน ส่วนใบหน้าที่ปรากฏขึ้นบนยันต์นั้นบิดเบี้ยวราวกับผลแตงโม เด็กๆ เห็นเข้าคงเก็บเอาร้องไห้กลางดึกเป็แน่
ไป๋เสียเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะปกติแล้วิญญาของผู้ตายมักจะปรากฏในรูปลักษณ์ก่อนตาย การที่มีความแตกต่างกันเช่นนี้ มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น
เขาเดินไปนั่งยองๆ ตรวจสอบศพของเจี่ยเหยียนอัน พอเอามือแตะใบหน้าของเจี่ยเหยียนเบาๆ ไป๋เสียก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น แล้วอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว “โอ้”
มือเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่งขึ้น ไล่ลูบลงมาั้แ่หลังใบหู แก้ม คาง จนกระทั่งไป๋เสียลูบไปถึงลูกกระเดือก ก็พบจุดสังเกต
เขาออกแรงดึงเล็กน้อย ก็ลอกหน้ากากมนุษย์ของเจี่ยเหยียนอันออกมาได้! ลู่เต้าที่ซ่อนอยู่ในร่างเห็นภาพนองเืเช่นนั้นก็ทนดูไม่ไหว และหลับตาลงด้วยความหวาดกลัว
“คนก็ตายไปแล้ว ิญญาเ้าก็จับไปแล้ว ยังจะไม่ปล่อยแม้แต่ศพอีกหรือ” ลู่เต้าเอ่ยด้วยความอดทนไม่ได้
“เ้ามองข้าเป็คนวิกลจริตไปแล้วหรือไร” ไป๋เสียเอ็ด “ลืมตาขึ้นแล้วดูให้ชัดเจน!”
ลู่เต้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างไม่เต็มใจ และเมื่อเห็นใบหน้าของเจี่ยเหยียน เขาก็เบิกตากว้างด้วยความใ
ใบหน้าหล่อเหลาที่ทำให้ฮูหยินหงหลงใหลจนหัวปักหัวปำนั้นหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวเหมือนกับบนยันต์ ดวงตากลมโปน จมูกเหมือนหมู ปากอ้ากว้าง แตกต่างจากใบหน้าเดิมอย่างสิ้นเชิง
“นี่...นี่มันเื่อะไรกัน” ลู่เต้าตกตะลึง
“นี่แหละ โฉมหน้าที่แท้จริงของเจี่ยเหยียนอัน”
ไป๋เสียถือหน้ากากมนุษย์ที่ลอกออกจากใบหน้าของเจี่ยเหยียนอันเอาไว้ เมื่อหน้ากากมนุษย์แยกออกจากผู้สวมใส่แล้ว ก็ค่อยๆ กลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม กลายเป็หน้ากากทองสัมฤทธิ์ที่มีสนิมเขียวเขรอะ
