บทที่ 80 กดดันเขาหนิงชุยเฟิง
ทันทีที่ลู่อวี่พูดจบ ทุกคนต่างก็ร้องะโตามออกมาว่าช่างเป็วิธีการที่ดีนัก
ลู่เหว่ยจุนและผู้เฒ่าทั้งห้าปรึกษาหารือกัน ไม่นานก็สั่งการให้คนที่มีความสามารถมารับผิดชอบเื่นี้ ถึงแม้ทุกคนจะโกรธเกลียดเขาหนิงชุยเฟิงไม่น้อย แต่มันคงไม่ได้เห็นผลใน่ระยะเวลาอันสั้น การที่ผู้เฒ่าห้าและคนปรุงโอสถผู้อื่นจะเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาทั้งสามนั้นคงต้องใช้เวลานาน ส่วนใหญ่ก็พยายามฝึกฝนกันอย่างหนัก ล้วนแต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประมุขและผู้เฒ่าทั้งห้า
หลังจากครึ่งเดือนผ่านไป จู่ๆ ตระกูลลู่ก็สั่งปิดร้านค้ายาในตลาดเซียนต่างๆ ที่อยู่ทั่วเทียนตู ก่อให้เกิดความสงสัยและเป็ที่สนใจของเหล่าผู้คน ซึ่งเวลานี้ตระกูลลู่และเขาหนิงชุยเฟิงถูกตำหนักมหาเทพเรียนรู้จนทะลุปรุโปร่งเื่เคล็ดวิชาลับเพาะเลี้ยงหญ้าเช้าเย็นแล้ว แต่จู่ๆ ตระกูลลู่ก็กระทำการเช่นนี้ มันทำให้ผู้คนหวาดระแวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่เขาหนิงชุยเฟิงเองก็จับจุดไม่ได้เช่นกันว่าตระกูลลู่คิดจะทำอะไรกันแน่
ตอนนี้ตระกูลลู่นอกเหนือจากมีคนปรุงโอสถขั้นห้าผู้เดียวแล้ว ก็เริ่มมีชื่อเสียงในการปรุงยาอายุวัฒนะต่างๆ ดังนั้นผู้เฒ่าท่านหนึ่งที่รับผิดชอบเื่ภายนอกของตำหนักมหาเทพยังส่งคนไปสอบถามเื่นี้โดยเฉพาะ
เขาไม่ได้กังวลว่านับจากนี้ตระกูลลู่จะไม่เปิดร้านขายยาอะไรอีก แต่ที่กลัวคือจะถูกคนเข้าใจผิดว่าตระกูลลู่ทำเช่นนี้ เพราะได้รับการข่มขู่และกดดันจากตำหนักมหาเทพ หากเป็เช่นนั้น ย่อมกระทบต่อชื่อเสียงของตำหนักมหาเทพเอาได้!
แต่โชคดีที่ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ร้านค้าในเมืองเซียนต่างๆ ของตระกูลลู่ก็ได้เปิดดำเนินกิจการอีกครั้ง แต่ภายใต้การจับตาดูของคนส่วนใหญ่ ไม่นานนัก เหล่าชาวบ้านนั้นก็ค้นพบข้อแตกต่างหลายประการในทันที
ชนิดของยาอายุวัฒนะที่ตระกูลลู่วางจำหน่ายมีไม่ใช่เพียงมีเท่าตัว แต่กลับมีจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะยาอายุวัฒนะเฉพาะที่เขาหนิงชุยเฟิงผูกขาดจำนวนมากแต่ก่อน ตอนนี้ก็มาปรากฏอยู่ในร้านค้าของตระกูลลู่ด้วยเช่นกัน แม้แต่ยาไท่หยวนขั้นห้า ที่แม้มีเงินก็ยังหาซื้อไม่ได้ แต่กลับมีวางจำหน่ายอยู่ที่นี่บางส่วน สิ่งนั้นได้สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งเทียนตู
“ท่านอาจารย์ ศิษย์มีเื่ขอเข้าพบ!”
ภายในสำนักกระบี่ทลายฟ้า หลังจากที่ฟื้นพลังมาได้ไม่นาน ผู้รอบรู้สายลมแห่งเหมันต์ หลิงหยวน ซึ่งยังคงฝึกฝนอย่างหนัก จู่ๆ ก็ถูกลูกศิษย์มาขัดจังหวะ เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เพราะเคยสั่งกำชับไว้เมื่อก่อนหน้านี้แล้วว่า หากไม่มีเื่ที่สำคัญเป็พิเศษ ห้ามเข้ามารบกวน ตอนนี้แม้แต่ผู้เป็ประมุขก็ยังไม่จัดสรรภารกิจใดๆ ให้กับเขา เพราะรู้อยู่แล้ว เหตุใดศิษย์ผู้นี้ถึงมีตาแต่หามีแววไม่? ไม่เคยพบเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน
แม้ว่าในใจจะคิดเช่นนี้ หลิงหยวนก็ยังคงสงบสติอารมณ์ ไม่แม้แต่จะปลดกลอนสิ่งกีดขวางที่ประตูให้ด้วยซ้ำ จากนั้นก็ถามออกไปตามตรงด้วยความไม่พอใจ “มีเื่อะไร รีบพูดมา!”
ผู้ที่อยู่ด้านนอกก็คือลูกศิษย์ใกล้ชิดเพียงคนเดียวของผู้รอบรู้สายลมแห่งเหมันต์หลิงหยวน หานชิงเหอ เขามีแววตาเป็กังวลและร้อนรนไม่น้อยในเวลานี้ หลังจากได้ยินเช่นนั้น จึงไม่กล้าทำให้เสียเวลา และพูดโพล่งออกไปว่า “ท่านอาจารย์ ร้านค้าของตระกูลลู่เปิดดำเนินกิจการใหม่อีกครั้งแล้ว ไม่ใช่ว่าท่านให้ข้าคอยจับตาดูร้านค้าของตระกูลลู่หรือ! ข้า…”
“มีเื่อะไร เหตุใดเ้าไม่ไปรายงานทางสำนัก เหตุใดถึงมารบกวนการฝึกฝนของข้า?” ผู้รอบรู้สายลมแห่งเหมันต์ได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งไม่พอใจ เอ่ยปากตำหนิทันทีโดยไม่รอให้ลูกศิษย์พูดจบ
ความน้อยเนื้อต่ำใจที่หานชิงเหอไม่พูดถึงปะทุอยู่ในใจ แต่อาจารย์ก็คืออาจารย์ บางครั้งหากต้องทนรับความขุ่นเคืองใจบ้าง ย่อมต้องอดทน ดังนั้นจึงไม่คิดแก้ตัว แต่พูดออกมาตามตรงว่า “การที่ตระกูลลู่เปิดดำเนินกิจการครั้งใหม่อีกครั้ง ไม่เพียงมียาไท่หยวนขั้นห้าทุกร้านค้าเท่านั้น แต่ยังมียาอายุวัฒนะขั้นห้าอีกหลายชนิด ข้าได้ยินว่าหลายตระกูลและหลายสำนัก...”
ยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเพียงเสียงสบถจากด้านใน ผู้รอบรู้สายลมแห่งเหมันต์กำลังเข้าฌานอยู่ในห้องสงบจิต แต่จู่ๆ กลับถูกรบกวนจนต้องออกการบำเพ็ญภาวนาอย่างกะทันหัน ไม่นานเขาก็กลายร่างเป็เงาสีเทาแล้วหายไปทันที เหลือไว้เพียงคำพูดที่ดังสะท้อนอยู่ข้างหูของเขาเท่านั้น
“ยังไม่รีบไปรายงานทางสำนักอีก ข้าขอล่วงหน้าไปตรวจตราดูก่อน!”
เดิมทีหานชิงเหอรู้สึกเพียงว่ายาอายุวัฒนะที่ตระกูลลู่จำหน่ายเ่าั้ บางทีอาจมีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูกำลังของอาจารย์อย่างมาก เขาถึงได้รีบวิ่งมารายงานอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อได้ยินอาจารย์พูดเช่นนี้ก็คิดได้ขึ้นมาทันที ยาอายุวัฒนะเหล่านี้แม้ว่าอาจารย์จะไม่ได้ใช้ ผู้อื่นในสำนักก็คงจะได้ใช้กันอยู่ดี หรือต่อให้ไม่ได้ใช้ ก็สามารถเก็บรักษาไว้ได้ เพราะอย่างไรเสีย ยาอายุวัฒนะขั้นห้านั้นก็เป็สิ่งของที่มีราคาแต่หาซื้อได้ยากนัก โดยเฉพาะยาอายุวัฒนะขั้นห้าหลายชนิดที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนจากตระกูลลู่
ไม่รอช้า เขารีบบังคับกระบี่ให้บินไปทางที่ตั้งของสำนักทันที โดยไม่ทันสนใจกระทั่งข้อห้ามที่ว่า ไม่อนุญาตให้นักพรตที่มีพลังยุทธ์ต่ำกว่าขั้นกำเนิดเทพเ้าเหาะเหินบินบนอากาศ เพราะครั้งนี้ หากเขาสามารถทำคุณงามความดีได้ และได้ยาไท่หยวนมาสักเม็ด น่าจะฝ่าทะลุพลังยุทธ์ไปถึงขั้นตงซวนได้
ผ่านไปได้ไม่นาน ชาวบ้านก็เห็นลำแสงหลายสิบแสงพุ่งออกมาจากสำนักกระบี่ทลายฟ้า แล้วทะยานบินไปรอบทิศ มองจากความรวดเร็วของลำแสง ผู้ที่บินพุ่งออกมานั้นต้องเป็ยอดฝีมือขั้นตงซวนทั้งหมดแน่นอน
“กว้านซื้อยาอายุวัฒนะขั้นห้าที่พบเห็นมาให้หมด หากหินวิเศษมีไม่พอก็ให้ใช้ของอย่างอื่นแลกมา หากมีผู้มาแย่งชิงกับพวกเราแล้วไม่ใช่เจ็ดตระกูลใหญ่หรือสำนักใหญ่ทั้งสี่ ก็จัดการสังหารทิ้งให้หมด!”
ข้างหูของผู้เฒ่าสิบกว่าท่านของสำนักกระบี่ทลายฟ้าและผู้บังคับใช้กฎยังคงมีเสียงของเ้าสำนักดังก้องอยู่ในเวลานี้ เห็นได้ชัดว่าเ้าสำนักให้ความสำคัญกับเื่นี้มากเพียงใด ดังนั้นกลุ่มคนที่เ้าสำนักส่งตัวมานั้นแต่ละคนก็เต็มไปด้วยความอำมหิต บ่งบอกอย่างชัดเจนเลยว่าหากพูดกันไม่เข้าหูคงได้ลงมือต่อสู้กันแน่ๆ ต่อให้เป็เจ็ดตระกูลใหญ่หรืออีกสามสำนักใหญ่ก็ตามแล้วมันอย่างไร ยาอายุวัฒนะขั้นห้า ปกตินั้นหาซื้อไม่ได้ยากนัก สำหรับผู้ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรเช่นพวกเขาที่เคยพบเห็นมาแล้ว ข้าวของแพงไปหน่อยก็ไม่เป็ไร แต่จะหักหลังวิชากระบี่ที่ติดตัวมาไม่ได้ แบกหน้าไปขอร้องใครไม่ลงด้วย ดังนั้นถึงแม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แม้ว่าสำนักกระบี่ทลายฟ้าจะอาศัยพละกำลังในการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงอยู่ในเทียนตู แต่ก็ใช้ชีวิตแต่ละวันอยู่อย่างลำบากและทรหด แต่เมื่อมีโอกาสได้ซื้อยาอายุวัฒนะขั้นห้าแล้วในตอนนี้ จะไม่ให้พวกบ้ากระบี่เหล่านี้ดีใจจนลืมตัวได้อย่างไร
ไม่ใช่เพียงสำนักกระบี่ทลายฟ้าที่เป็เช่นนี้ แม้แต่พวกที่พอจะมีอำนาจผู้อื่นต่างก็พากันวิ่งไปแย่งชิงจับจ่ายซื้อหายาอายุวัฒนะขั้นห้าที่ร้านค้าของตระกูลลู่กันอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะได้ใช้หรือไม่ ต่อให้ยาอายุวัฒนะจะมีราคาสูงเพียงใด ก็ยังขายราคาถูกกว่าที่งานประมูลและที่สำคัญไปกว่านั้น คือมีเงินแต่ไม่มีที่หาซื้อได้เช่นนั้นต่างหากที่แย่นัก
ดังนั้นเมื่อเวลานี้เห็นว่ามียาอายุวัฒนะขั้นห้ามาวางขาย ดูเหมือนทั่วทั้งเทียนตูก็พากันบ้าคลั่งไปหมดแล้ว
“สหายหลิว ยังจะอยู่ทำอะไรที่นี่อีก? มียาไท่หยวนมาวางขายอยู่ในร้านค้าของตระกูลลู่ เ้ายังไม่รีบไปหรือ!” นักพรตในอาภรณ์สีดำที่ดูเหมือนอายุประมาณสามสิบปีผู้หนึ่ง รีบเดินทางมาถึงที่ตลาดเสวียนชิงเซียน และบังเอิญเหลือบไปเห็นสหายผู้หนึ่งที่ยังคงจับหนังสือ ที่ไม่รู้ว่าเป็หนังสืออะไรอ่านอยู่ในร้านค้าของตัวเองอย่างเบื่อหน่าย ก็กระวนกระวายใจขึ้นมาทันที
“รู้แล้วน่า เื่นี้ใครไม่รู้บ้าง ของจำพวกยาไท่หยวนเ่าั้ มันใช่ของที่พวกเราจะไปแตะต้องได้ด้วยหรือ เมื่อครู่นี้มียอดฝีมือจากตระกูลใหญ่ และสำนักหลายแห่งทะเลาะวิวาทกันเพื่อยาอายุวัฒนะขั้นห้านี้ หากไม่มีผู้าุโเหลยควบคุมสถานการณ์ไว้ ที่นี่คงกลายเป็ซากปรักหักพังไปนานแล้ว!”
ผู้ที่พูดอยู่คือบุรุษนักปราชญ์วัยกลางคนผู้หนึ่งที่มีสีหน้าท่าทีกลุ้มใจ เห็นได้ชัดว่าเกิดความพะวงอยู่ในใจตลอดเวลา ที่ตัวเองไม่สามารถซื้อยาอายุวัฒนะขั้นห้าของตระกูลลู่มาได้
นักพรตในอาภรณ์สีดำได้ยินเช่นนั้น ก็หันสายตาไปมองและกล่าวว่า “หากซื้อขั้นห้ามาไม่ได้ เช่นนั้นยาอายุวัฒนะขั้นหกเล่า คงยังพอซื้อได้อยู่ ต่อให้ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ ก็สามารถขายต่อในราคาดีๆ ได้!”
นักปราชญ์วัยกลางคนแซ่หลิวได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งรู้สึกแย่ และพูดอย่างไม่พอใจว่า “ยาอายุวัฒนะเ่าั้ถูกตระกูลและสำนักใหญ่ๆ เ่าั้กว้านซื้อไปหมดแล้ว แม้ว่ายาอายุวัฒนะขั้นหกจะมีมาก แต่สำนักและตระกูลระดับกลาง จนถึงระดับเล็กก็มีมากราวกับขนวัว พวกเราเหล่านักพรตจะมีกำลังกันสักเท่าไรกัน เมื่อครู่นี้กว่าข้าจะซื้อยาอายุวัฒนะขั้นหกมาสิบกว่าเม็ดได้ก็ไม่ง่ายเลย แต่สุดท้ายก็ยังถูกบีบแบ่งไปครึ่งหนึ่ง ตอนนี้ก็มีเพียงหกเม็ดแล้วเท่านั้น รอเ้าไปซื้อก็คงหมดไปนานแล้ว!”
ใบหน้าของนักพรตผู้นั้นเปลี่ยนไปทันที จากนั้นก็ถอนหายใจและพูดขึ้น “ขายออกเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ สหายหลิวเ้าก็แบ่งให้ข้าสักสองสามเม็ด แพงหน่อยก็ได้!”
นักปราชญ์วัยกลางคนผู้นั้นได้ยินเช่นนี้ก็แสดงอาการไม่พอใจกลับพูดว่า “เห็นแก่เมื่อครู่นี้ที่เ้ามีเื่ดีๆ แล้วไม่ลืมเรียกข้า เอาเช่นนี้ ข้าขายให้เ้ามากสุดได้เม็ดหนึ่ง นี่คือยายืดอายุไป่เฉ่าและยาอายุวัฒนะน้ำค้างขาวของตระกูลลู่ เ้าว่าอย่างไร ้าสิ่งใดเล่า เลือกมาได้เพียงอย่างเดียว ส่วนเื่ราคา ข้ายอมเสียเปรียบ ขอเอาตามราคาตลาดว่าก็แล้วกัน!”
นักพรตในอาภรณ์สีดำแอบหลอกด่าไปคำหนึ่ง เพราะราคาตามท้องตลาดของยาอายุวัฒนะขั้นหกใช่ว่าจะมีราคาถูก แต่หาซื้อมาได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว ร้านค้าที่เขาหนิงชุยเฟิงเปิดนั้นแม้แต่ยาอายุวัฒนะขั้นเจ็ดก็มีวางขายอยู่อย่างจำกัด ยาอายุวัฒนะขั้นหกหากไม่มีเส้นสายก็หาซื้อไม่ได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จึงกลั้นใจทนความเ็ปเพื่อซื้อยายืดอายุไป่เฉ่ามาจากนักปราชญ์วัยกลางคนผู้นั้นมาเม็ดหนึ่ง ถึงแม้ยาอายุวัฒนะน้ำค้างขาวจะดีมากเช่นเดียวกัน แต่ในแง่ของคุณค่าในการใช้ ยายืดอายุไป่เฉ่าก็ยังคงดีกว่า
ในสถานการณ์เช่นนี้ ตลาดเซียนขนาดใหญ่ทั้งสิบสองแห่งทั่วเทียนตู และตลาดเซียนขนาดกลางกว่าร้อยแห่งก็เป็เหมือนกัน ผู้คนจำนวนมากค้นพบมันในเวลานี้เช่นเดียวกันว่า ร้านค้าเหล่านี้ที่ตระกูลลู่เปิดกิจการขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ได้ตั้งอยู่ตรงที่เดิม ต่างก็ย้ายมาเปิดอยู่ใกล้กับเขาหนิงชุยเฟิงอย่างแปลกประหลาด ราวกับใจตรงกัน ถึงขั้นที่มาเปิดอยู่ตรงข้ามอย่างไร้เหตุผลกันซึ่งหน้า กองกำลังอำนาจทุกที่เมื่อเห็นเช่นนี้ก็เดาใจตระกูลลู่ออกทันทีว่าคิดทำอะไรอยู่ แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเขา การที่สามารถหาซื้อยาอายุวัฒนะที่ราคาถูกมาได้ และไม่ต้องถ่อมเนื้อถ่อมตัวไปเอาอกเอาใจเขาหนิงชุยเฟิงเพื่อร้องขอยา กองกำลังอำนาจเหล่านี้ก็ปรารถนาและอยากได้กันอยู่แล้ว ยิ่งชอบใจใหญ่ที่ได้เห็นอำนาจสองขั้วสู้กันอย่างถึงพริกถึงขิง หากพวกเขาสามารถได้ผลประโยชน์จากเื่นี้ด้วยก็ยิ่งดีใหญ่
ในวันที่ร้านค้าของตระกูลลู่เปิดทำการค้าใหม่อีกครั้ง เขาหนิงชุยเฟิงก็รู้ข่าวเช่นกัน าาโอสถและลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดอีกหลายคน ไม่ต้องคิดก็รู้เลยว่าที่ตระกูลลู่ทำเช่นนี้ พวกเขากำลังตอบโต้เขาหนิงชุยเฟิงอยู่อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้กลับไม่มีวิธีที่ได้ผลพอจะมารับมือด้วยได้
ในความเป็จริง ไม่ว่าจะเป็าาโอสถเสิ่นตานเจวี๋ย เซินหยวนชิง หรือลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดอีกหลายคนของาาโอสถต่างก็รู้กันดีว่า หลังจากที่เซินหยวนชิงไปหาเื่ตระกูลลู่ อีกทั้งยังยืมอำนาจมากดหัวอีกฝ่ายนั้นไม่ได้ผล ตระกูลลู่ก็คงไม่มีทางยอมรามือไปง่ายๆ แน่ ถึงแม้ทางเขาหนิงชุยเฟิงจะสนิทชิดเชื้อกับทางตำหนักมหาเทพ หรือตระกูลเมิ่งกับวังเทพอัคคีมากก็ตาม แต่จะให้มากดดันกันในเื่กิจการค้าขาย ย่อมไม่มีช่องทางให้เข้ามาช่วยเหลือได้ มิฉะนั้น หากเอาแต่พึ่งพาผู้อื่นให้มาช่วยเหลือหมด เช่นนั้นเขาหนิงชุยเฟิงก็ไม่น่าให้ความช่วยเหลือแล้ว
“รังแกกันเกินไปแล้ว รังแกกันเกินไป!” หลังจากที่เสิ่นตานเจวี๋ยรู้ข่าว ก็ไม่อาจฝึกปรุงโอสถต่อได้ ทำเพียงนั่งพูดสองประโยคนี้วกไปวนมาอยู่ตรงนั้น แววตาแวววับด้วยความโกรธ เห็นได้ชัดว่าคนปรุงโอสถขั้นห้าที่มีชื่อเสียงที่สุดท่านนี้ของเทียนตู คิดอาฆาตแค้น เพราะตระกูลลู่มาเขย่ารากฐานของเขาหนิงชุยเฟิง
“อาจารย์ ครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไร พวกเราก็ไม่อาจอดทนกันต่อไปได้แล้ว เื่เล็กน้อยเพียงเท่านี้ ไม่สู้พวกเราลองทุ่มสุดตัว ร่วมมือกับตำหนักมหาเทพ ตระกูลเมิ่งและวังเทพอัคคี ยังมีตระกูลและสำนักขนาดกลางและขนาดเล็กที่มาพึ่งใบบุญของเราเ่าั้อีก ข้าไม่เชื่อว่าตระกูลลู่จะทนรับมือได้! อย่างมากสุดพวกเราก็คงสูญเสียยาอายุวัฒนะและหินวิเศษไปบางส่วน ตราบใดที่พวกเรายังอยู่ และเมื่อจัดการกับตระกูลลู่แล้ว ของเหล่านี้ไม่ช้าก็เร็วคงหาทางนำกลับคืนมาได้!” เซินหยวนชิงยังมีท่าทีต่อต้านที่แข็งกร้าวกว่าเสิ่นตานเจวี๋ยมาก หลังจากได้รับการเหยียดหยามจากลู่อวี่มาสองครั้งติดต่อกัน ก็แทบอดทนรอที่จะหยิบกระบี่มากำจัดตระกูลลู่ให้สิ้นซาก แล้วบดขยี้เถ้ากระดูกของนายน้อยตระกูลลู่ไปให้หมดสิ้นไม่ได้
