หลี่เยวี่ยซือสาดส่องสายตาไปยังรอบข้าง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่บ้านจริงก็เกิดความคิดอะไรบางอย่าง นางเอ่ยถามหลี่อันอันอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ “เ้าอยู่บ้านตามลำพังหรือ?”
หลี่อันอันพยักหน้าอย่างไร้เดียงสา “พี่หญิง ท่านมีธุระอะไรหรือเ้าคะ? ข้าจะไปตามท่านแม่มาให้”
หลี่เยวี่ยซือร้องห้ามทันที “ไม่ต้อง พี่เอาของมาฝาก เป็ของดีมาก ดังนั้น เ้าอย่าบอกแม่เ้าเด็ดขาดนะ ไปเล่นต่อเถอะ”
นางพาหลี่อันอันไปเล่นต่อหลังจากพูดจบ พอรอจนหลี่อันอันไม่ได้สนใจแล้ว จึงค่อยแอบย่องไปทางห้องของหลี่อันหราน
หลี่เยวี่ยซือทำการค้นห้องจนทั่ว ตัวห้องไม่ได้ใหญ่นัก ภายในห้องโถงไม่มีของล้ำค่า ส่วนห้องนอนก็เล็กมาก ดูแล้วไม่มีที่พิเศษสำหรับซ่อนของ นางขมวดคิ้วยับย่นพลางกวาดสายตาไปทั่วห้อง พยายามทำให้ห้องคงสภาพเดิมมากที่สุด
ทว่าหลังจากที่ค้นหาอยู่นาน หลี่เยวี่ยซือก็ยังไม่พบสิ่งที่ตัวเอง้าเสียที ทำให้นางถึงกับขมวดคิ้วกัดฟันบ่นออกมา “เอาไปซ่อนไว้ที่ใดกัน? หรือว่าจะไม่อยู่ในห้องของนาง?”
ขณะที่กำลังพร่ำบ่น อยู่ๆ นางก็ได้ยินเสียงหลี่อันหรานดังมาจากลานบ้าน “อันอัน เหตุจึงมาเล่นคนเดียวอยู่ที่นี่ ท่านแม่เล่า?”
หลี่อันอันเห็นหลี่อันหรานกลับมาก็วิ่งออกไปรับ “ท่านแม่ทำความสะอาดบ่อปลาหลังบ้านอยู่เ้าค่ะ พี่หญิง ไม่ใช่ว่าท่านเดินทางเข้าเมืองหรอกหรือ? เหตุใดจึงกลับมาเร็วเช่นนี้?”
หลี่อันหรานเอ่ยตอบ “พี่ลืมของไว้ เ้าต้องระวังอย่าให้คนแปลกหน้าเข้ามา เข้าใจหรือไม่” หลังจากนั้นนางก็เดินไปทางห้องตัวเอง
ห้องของหลี่อันหรานไม่ได้ใหญ่ ไม่มีที่ให้ซ่อนตัว หลี่เยวี่ยซือจึงตัดสินใจเดินออกมาเพราะรู้ว่าตัวเองหลบไม่ได้
หลี่อันหรานใมากที่เห็นหลี่เยวี่ยซือออกมาจากห้องของนาง ทว่านางยังไม่ทันจะได้พูดอะไร หลี่เยวี่ยซือก็ชิงพูดก่อนว่า “ข้ามาหาเ้าเพราะมีธุระ เดิมทีคิดว่าเ้าจะอยู่ที่ห้องเสียอีก เ้ากลับมาก็ดีแล้ว”
หลี่อันหรานขมวดคิ้วมองหลี่เยวี่ยซือด้วยความสงสัย “เ้ามีธุระอะไรกับข้า?”
หลี่เยวี่ยซือขยับลูกตาคิดหาข้ออ้าง สุดท้ายก็นึกถึงเื่ที่ดินสองไร่ขึ้นมาได้ จึงแสร้งอ้างว่า “ท่านแม่ให้ข้ามาคุยเื่ที่ดินสองไร่นั้น นาง้าให้เ้าจ่ายค่าชดเชยบางส่วนให้ครอบครัวข้า”
หลี่อันหรานอดหัวเราะเยาะไม่ได้ “สมองเ้ามีปัญหาใช่หรือไม่ เื่นี้ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว เหตุใดข้าต้องชดเชยให้พวกเ้าด้วย”
นางกลอกตาใส่หลี่เยวี่ยซือแล้วเดินเข้าห้องตัวเองทันที แต่แล้วในตอนที่นางกำลังจะหยิบของจากใต้หมอนตัวเองนี้เอง นางกลับพบว่ามีของข้างเตียงผิดแผกไปจากตำแหน่งเดิม นี่ทำให้นางต้องขมวดคิ้วโดยพลัน
ภายในใจครุ่นคิด หรือว่าหลี่เยวี่ยซือจะมาค้นหาอะไรบางอย่าง?
หลี่อันหรานหยิบของที่้าแล้วกลับออกมายังลานบ้าน เมื่อเห็นว่าหลี่เยวี่ยซือกำลังเล่นอยู่กับหลี่อันอันจึงเดินเข้าไป “เ้าแอบค้นของในห้องข้ามาใช่หรือไม่?”
หลี่เยวี่ยซือพยายามยิ้มปกปิดอาการลนลานของตัวเอง “ข้าจะค้นห้องเ้าเพื่ออันใด เ้าไม่ได้มีของล้ำค่าที่ข้าอยากได้สักหน่อย”
หลี่อันหรานกอดอกมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ “ข้ารู้สึกว่าเ้ามาเพื่อขโมยอะไรบางอย่าง”
หลี่เยวี่ยซือขมวดคิ้วทันที แสร้งทำเป็โมโหที่ถูกใส่ร้าย “อย่ามากล่าวหา เหตุใดข้าต้องขโมยของของเ้าด้วย? เ้ามีสิ่งใดคู่ควรให้ข้าต้องขโมยกัน? หรือว่าในนั้นมีูเาเงินูเาทองซ่อนอยู่? หรือว่าเงินทองทั้งหมดของบ้านเ้าจะซ่อนอยู่ในนั้น? เช่นนั้นก็ได้” ไม่พูดเปล่า นางยังกางแขนต่อหน้าหลี่อันหรานอีกด้วย “เชิญเ้าค้นตัวข้าได้เลย ค้นให้ละเอียดละ จะได้พิสูจน์ว่าข้าได้ขโมยอะไรหรือไม่”
นางพูดพร้อมกับเดินไล่ต้อนหลี่อันหราน จนหลี่อันหรานต้องถอยสองก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง
หลี่เยวี่ยซือเห็นว่าตัวเองได้เปรียบก็ยิ่งลำพองใจ “อย่าเอาแต่มองผู้อื่นในแง่ร้ายขนาดนั้น ทำราวกับว่าครอบครัวข้าไม่มีอะไรเลยอย่างไรอย่างนั้น ข้าจะบอกให้นะ ถึงแม้ตอนนี้ความเป็อยู่ของครอบครัวเ้าจะดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน แต่หากเทียบกับครอบครัวข้าแล้วนับว่ายังห่างชั้นอีกไกล เห็นว่าตัวเองมีเงินเข้าหน่อยก็ทำตัวอวดดี ต่อให้เ้ามีเงินมากกว่านี้ก็ไม่มีผู้ใด้านังอัปลักษณ์เปื้อนมลทินเช่นเ้าอยู่ดี”
หลี่อันหรานกำหมัดแน่น ไฟโทสะแล่นพล่านเมื่อได้ยินถ้อยคำเสียดแทง
“ข้าเพียงแต่มาคุยเื่ที่ดินสองไร่นั้นก็เท่านั้น ในหัวตัวเองมีแต่เื่แย่ๆ แท้ๆ แต่กลับคิดว่าคนอื่นจะเป็เหมือนตัวเอง”
หลี่เยวี่ยซือพูดจบแล้วก็กลอกตาใส่หลี่อันหราน ก่อนเดินจากไปทันที
หลี่อันหรานเอาผิดอะไรนางไม่ได้ ท่าทีร้อนตัวเมื่อครู่ของหลี่เยวี่ยซือบ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่พบของที่้า แต่นางมั่นใจว่าอีกฝ่ายมาเพื่อหาอะไรบางอย่างแน่นอน
ปกติแล้วนางจะนำเงินไปฝากไว้ที่โรงรับฝากเงิน จะพกติดตัวเพียงแค่เศษเงินเท่านั้น ฉะนั้น ภายในห้องจึงไม่มีของล้ำค่าอะไรเลย
แต่แล้วนางกลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หลี่อันหรานรีบวิ่งกลับเข้าห้องไปดูโฉนดที่ดินที่เจียงเฉิงมอบให้ก่อนหน้านี้ โฉนดยังคงอยู่ภายในกล่อง และตัวกล่องก็ไม่มีร่องรอยการถูกเปิดแต่อย่างใด หลี่เยวี่ยซือคงไม่ทันได้เจอมัน
ทว่ามีเพียงแค่นางกับเจียงเฉิงที่รู้ว่ามีโฉนดที่ดินใบนี้อยู่ ดูแล้วหลี่เยวี่ยซือน่าจะไม่ได้มาตามหามัน
ขณะที่กำลังใคร่ครวญอยู่นั่นเอง ท่านลุงจางก็เดินเข้ามาจากด้านนอกพอดี “อันหราน เ้ายังเข้าเมืองอีกหรือไม่ นี่ก็สายมากแล้ว”
หลี่อันหรานต้องหยุดคิดเื่นี้ไว้ก่อน นางรีบเดินออกไปทันที “ไปเ้าค่ะ พวกเรารีบไปกันเถิด”
พร้อมทั้งกำชับหลี่อันอันก่อนไปว่าให้ปิดประตูบ้านให้ดี ห้ามให้ผู้อื่นเข้ามาตามใจชอบ
……
หลังจากออกมาจากบ้านของหลี่อันหราน หลี่เยวี่ยซือกลับมายังบ้านของตัวเองด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง
เหอชุนฮวาเข้ามาพานางไปนั่งทันที “ว่าอย่างไร? หาเจอหรือไม่?”
หลี่เยวี่ยซือดื่มน้ำอึกใหญ่ ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธ “หาไม่เจอ มันไม่อยู่ในห้องของนาง เื่ที่ท่านว่ามาเป็ความจริงแน่หรือ”
เหอชุนฮวาขมวดคิ้วยุ่งเหยิงไปหมด “เป็ไปไม่ได้ ของสำคัญอย่างสูตรลับต้องถูกเก็บไว้ในที่ที่ใกล้ตัวนางที่สุดสิ”
“ข้าเกือบถูกนางจับได้อยู่แล้ว เอาไว้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่ามีสิ่งนี้อยู่จริงแล้วค่อยไปตามหาเถิดเ้าค่ะ”
เหอชุนฮวาได้แต่กล่าวอย่างร้อนใจ “หรือว่านางจะมอบให้แม่ของนางดูแล? ถ้าเช่นนั้นก็อาจอยู่ในห้องของเสิ่นอิ๋นหวน”
ถึงกระนั้น ดูเหมือนว่าหลี่เยวี่ยซือจะไม่ค่อยสนใจเื่นี้เท่าไรนัก “ในเมื่อท่านไม่แน่ใจ เช่นนั้นข้าไม่ไปแล้วดีกว่า หากถูกจับได้ขึ้นมาจะดูไม่ดีเอา”
ทว่าเหอชุนฮวายังคงกล่าวต่อ “ต้องมีสูตรลับของน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดแน่นอน หากไม่อยู่ในห้องของหลี่อันหรานก็คงอยู่ที่ห้องของแม่นาง เ้าลองคิดดูว่าน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดนี่ทำเงินได้มากเพียงใด หากพวกเราได้สูตรลับมาก็จะได้ทำขายบ้างเช่นกัน เช่นนี้จะได้ไม่ต้องไปก้มหัวขอความช่วยเหลือจากพวกนางอีก”
หลี่เยวี่ยซือเองก็อยากให้ครอบครัวตัวเองหาเงินได้เยอะขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม “แต่ข้ารู้สึกว่ามันอาจไม่ง่ายแบบนั้น ที่สำคัญคือ พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสูตรลับอยู่จริงหรือไม่ หากไม่มีเล่าเ้าคะ?”
“จะเป็ไปได้อย่างไร วิธีการทำยุ่งยากเสียขนาดนั้น ต้องมีสูตรลับแน่นอน” เหอชุนฮวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อึดใจต่อมาค่อยว่าต่อ “ข้าจะนำเื่นี้ไปคุยกับท่านย่าของเ้าดู ครอบครัวหลี่อันหรานจะรู้วิธีทำของพวกนี้โดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยได้อย่างไรกัน? ไม่มีทางเด็ดขาด”
หลี่เยวี่ยซือพยักหน้ารับ “เมื่อก่อนไม่เห็นจะเคยได้ยินว่าครอบครัวพวกนางมีฝีมือด้านนี้ อีกทั้งป้าสะใภ้สามก็ทำอะไรไม่เป็”
