“เพื่อนคนไหน… ”
หัวคิ้วสีดำเป็แพหนาเหนือกรอบดวงตาคมกริบของอันโตนิโอชิดเข้าหากันด้วยความสงสัย เพราะว่าที่ผ่านๆ มาเขารู้จักเพื่อนของน้องสาวเกือบทุกคน
“คนนี้เฮียไม่เคยเห็นหน้าหรอกค่ะ เพื่อนหนูชื่อ ‘มินตรา’ เป็คนไทย บังเอิญเพิ่งตกงานกะทันหัน หนูก็เลยแนะนำให้มาเขียนใบสมัครงานไว้ที่โรงแรม พี่โตช่วยหน่อยนะคะ พอดีครอบครัวของเพื่อนหนูที่อยู่เมืองไทยกำลังมีปัญหาค่ะ… ”
เอมิเลียเล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องโทรหาพี่ชายเป็การด่วน
“ได้… เื่แค่นี้เอง เดี๋ยวพี่จะโทรบอกแผนกบุคคลไว้ล่วงหน้าว่าพอจะมีตำแหน่งอะไรที่เพื่อนเธอทำได้บ้าง เอ่อ… ชื่ออะไรนะ… ”
อันโตนิโอถามอีกครั้ง เขารักน้องๆ ทุกคนแม้บางคนจะต่างแม่แต่ก็พ่อเดียวกัน จึงไม่เคยมีครั้งไหนที่เอ่ยขอแล้วพี่ชายคนนี้จะปฏิเสธ
“ชื่อมินตรา… ชื่อเล่น ‘มิ้นท์’ ค่ะ”
“ได้… เดี๋ยวพี่จัดการให้”
ชายหนุ่มรับปาก จากนั้นพูดคุยกันต่อมาอีกครู่สั้นๆ ก่อนจะกดวางสายสนทนา
อีกสัปดาห์ต่อมา
ที่โรงแรมแกรนด์ลูเซีย ตอนสายๆ ของวันศุกร์ อันโตนิโอเดินออกมาจากห้องทำงานสุดหรูที่อยู่ชั้นบนสุดของตึกสูงตระหง่านระฟ้า
ก้าวตรงไปยังบานประตูสีเงินของลิฟท์ที่อยู่ติดกับบันไดด้านหลังเพื่อจะลงมาชั้นล่างซึ่งเป็ส่วนของงานออฟฟิศ
เมื่อลงมาถึงออฟฟิศ…
เพียงแค่ปลายรองเท้าสีดำราคาแพงยื่นผ่านประตูทางเข้า ความเงาของรองเท้าสะท้อนกับแสงของดวงไฟในออฟฟิศเป็มันวาบ ทำให้พนักงานทุกคนรู้ได้ในทันทีว่าเป็ใครคือคนที่กำลังจะเข้ามาโดยไม่ต้องเห็นหน้า
เห็นได้ชัดว่าพนักงานต่างพากันนั่งทำงานด้วยความเกร็ง เมื่อเห็นมาดขรึมของท่านประธานที่เป็คนจริงจังกับทุกสิ่ง
