ณ โรงพยาบาล M พรีเมียม
ฉันพาร่างที่สะบักสะบอมกลับมายังห้องพักผู้ป่วยที่ยังเหลือคนที่มีสายเืใกล้ชิดเพียงคนเดียวในชีวิตของฉันอยู่ ภาพของพ่อที่ยังคงนอนแน่นิ่งแม้ว่าคุณหมอจะแจ้งว่าเป็ผลจากอาการช็อกและผลจากการเป็อัมพาตก็ตาม แต่ฉันกลับรู้สึกว่าในเวลานี้บนโลกใบนี้คงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ฮึก...ฮึก...พ่อค่ะ...ฮือออออ ~~”
ฉันพุ่งตัวเข้าไปกอดพ่อด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นตีมวนไปหมด ความเ็ปที่ระบมไปทั่วทั้งตัวเมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกแหลกสลายที่อยู่ในใจแล้วมันกลับทำให้ความอ่อนแอที่ฉันตั้งใจจะกดมันเอาไว้เพื่อให้คนข้างนอกเห็นว่าฉันเข้มแข็งไม่เป็อะไรได้พรั่งพรูออกมาเกินกว่าจะทนไหว
ใบหน้าที่แนบไปกับหน้าอกของผู้เป็บิดาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจนเสื้อผู้ป่วยชื้นแฉะกลับไม่ทำให้ความรู้สึกปวดร้าวที่เกิดขึ้นหายไปได้เลยสักนิด น้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเหมือน้าให้มันไหลออกมาให้หมดเพื่อที่วันหน้าฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจให้กับเื่พวกนี้อีกแล้ว...
กระทั่งเมื่อเสียงสะอื้นค่อย ๆ แ่ลงหลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก อีกทั้งความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นก่อนหน้านี้ก็เริ่มจะคลายลง ฉันที่ค่อย ๆ หยัดตัวออกจากอกของพ่อด้วยใจที่สงบขึ้นหลังจากได้ฟังเสียงหัวใจที่เต้นช้า ๆ เป็จังหวะยามที่หูแนบอยู่บนอกของท่านแล้ว ด้วยเสียงหัวใจนั้นมันกลับทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นมาว่าอย่างน้อยตัวฉันเองก็ไม่ได้เหลือตัวคนเดียวเหมือนอย่างที่คิดก่อนหน้านี้
กระทั่งเมื่อทุกอย่างกลับเข้ามาสู่ความเงียบสงบอีกครั้งพร้อมกับใจของฉันที่นิ่งขึ้น ฉันก็ค่อย ๆ รวบรวมสติของตัวเองเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเริ่มแรกฉันต้องหาที่อยู่ให้พวกเราให้ได้เสียก่อน
และเมื่อสิ้นความคิดที่เกิดขึ้น ฉันก็ได้เปิดดูจำนวนเงินที่อยู่ในบัญชีเพื่อจัดการอนาคตทันที ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเผยความจริงอีกอย่างให้ฉันได้หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มอีกครั้ง
“ห๊ะ…!! บัญชีถูกอายัด...!!”
ใจฉันพลันสั่นระรัวทันทีหลังเปิดหน้าแอปพลิเคชันธนาคารแล้วพบว่าบัญชีถูกแจ้งอายัด และแม้ว่ามันจะทำให้ฉันแทบสติแตกแต่ฉันจำต้องตั้งสติให้เร็วที่สุด
“จะทำยังไงดี สติลูกจันแกต้องมีสติ...”
ฉันที่พูดให้กำลังใจตัวเองก่อนจะรีบกดเบอร์โทรติดต่อกลับไปยังธนาคารทันที และทันทีที่ฉันได้ฟังคำตอบจากเ้าหน้าที่ธนาคารความสิ้นหวังก็กัดกินหัวใจจนแทบอยากจะหายไปจากโลกใบนี้
“ต้องขออภัยด้วยนะคะ บัญชีที่เกี่ยวข้องกับตระกูลดำริวงศ์ตระกูลถูกอายัดทุกบัญชีเลยค่ะ”
“เหตุผลล่ะคะพวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาอายัดบัญชีของฉัน...!!”
“มีหนังสือฟ้องล้มละลายคนทั้งตระกูลดำริวงศ์ตระกูลค่ะ ดิฉันต้องขออภัยด้วยนะคะดิฉันแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น”
กระทั่งเมื่อสิ้นสุดบทสนทนาระหว่างฉันกับเ้าหน้าที่ธนาคารมือถือหรูราคาเกือบแสนก็แทบจะหลุดร่วงหล่นลงพื้นทันที
“แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้...ฉันต้องทำยังไงดีล่ะทีนี้”
คำพูดที่งึมงำกับตัวเองอย่างคนสิ้นหวัง อีกทั้งน้ำตาที่อยากจะไหลแต่วินาทีนี้ไม่อาจไหลได้อีกแล้วในยามนี้ได้แต่สอดสายตาที่หมดจนหนทางมองไปทั่วทั้งห้องที่เงียบงันอย่างสิ้นหวัง
หัวใจที่ห่อเหี่ยวท้อแท้หดหู่อย่างไม่เคยเป็มาก่อน โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังร่างที่ยังคงนอนนิ่งสงบอยู่บนเตียงผู้ป่วย ความรู้สึกปวดร้าวบีบรัดหัวใจดวงน้อย ๆ ให้แน่นขึ้นเริ่มที่จะเปลี่ยนความรู้สึกถึงความหวังในชีวิตก่อนหน้านี้ให้มอดดับจนอยากจะไปให้พ้น ๆ จากโลกใบนี้เสียที
“จะไม่ให้เหลือทางรอดกันเลยใช่ไหม จะต้องทำให้จมดินกันเลยหรือไง”
ความรู้สึกเสียใจเริ่มจะกลายเป็ความโกรธและเริ่มที่จะเคียดแค้นชิงชัง เพียงแต่พอคิดไปว่าคนที่ตัวเองจะต้องไปต่อกรด้วยนั้นเป็ใคร ความกล้าที่เกิดขึ้นก็พลันดับวูบและยังคงเหลือไว้เพียงแค่ความสิ้นหวังดังเดิม
มือที่กำมือถือหรูแน่นอย่างใช้ความคิด อีกทั้งสถานการณ์จนมุมของตัวเองที่ได้รับเริ่มทำให้ฉันพอจะมองเห็นอะไรต่าง ๆ รอบตัวได้ถนัด โดยเฉพาะเมื่อสายตาได้ไปหยุดอยู่ที่เครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์รุ่นลิมิเต็ดราคาเหยียบแสนที่อยู่ในมือ ความคิดที่ว่ามันพอจะทำให้ฉันได้ผ่านพ้นวิกฤตในตอนนี้ไปได้ไหมก็พลันผุดขึ้น
“มันจะเอาไปขายได้ไหมนะ...??”
ดวงตาสั่นไหวมองไปที่มือถือในมืออย่างคนมีความหวัง กระทั่งเมื่อสิ้นคำพูดพึมพำที่พูดกับตัวเองนั้น...พี่นิดแม่บ้านที่เพิ่งไปซื้ออาหารมากินก็เปิดประตูเข้ามาพอดี
“พี่นิดค่ะ...พี่นิด...”
ฉันเรียกชื่อแม่บ้านด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเต็มไปด้วยความหวังอย่างไม่ปิดบัง และด้วยท่าทางของฉันนั้นก็ทำให้พี่นิดอดแปลกใจไม่ได้
“ค่ะ...มีอะไรหรือเปล่าคะคุณลูกจัน”
“พี่นิดว่ามือถือของลูกจันพอจะขายได้ไหมคะ กระเป๋านั้นด้วย เครื่องประดับพวกนี้ด้วยค่ะ ของพวกนี้มันพอจะขายได้ไหมคะพี่นิด”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเอ่ยถามแม่บ้านอย่างมีคนที่เห็นทางออก อีกทั้งนับั้แ่ที่ตนเองเติบโตมาสิ่งของทุกอย่างที่เอ่ยกล่าวมาก่อนหน้านี้เป็สิ่งที่เธอเคยเห็นแต่ที่บ้านหาซื้อเข้ามาเท่านั้น เธอไม่เคยรู้เลยว่ามันสามารถขายออกได้หรือไม่
“หา...ทำไมล่ะคะ!! เกิดอะไรขึ้นค่ะลูกจัน แล้วไหนว่าจะกลับไปเคลียร์ที่บ้านยังไงล่ะคะ”
พี่นิดที่ดูเหมือนจะสงสัยในหะแรกที่เห็นหน้าฉัน ก่อนจะอดถามถึงสาเหตุที่คุณหนูของตัวเองมาถามถึงเื่ขายของใช้ส่วนตัวแบบนี้ไม่ได้
“พี่นิดตอบลูกจันก่อนเถอะค่ะ ของพวกนี้มันขายได้ไหม”
แววตาที่เต็มประกายไปด้วยความหวัง อีกทั้งสองมือบางที่ตรงไปเขย่าแขนอย่าง้าได้คำตอบจากแม่บ้านผู้ที่เป็ดั่งที่พึ่งสุดท้ายของตน ทำให้คนที่เห็นจำต้องรีบตอบคำถามออกไป
“ขะ...ขายได้ค่ะ...ขายได้” นิดรีบตอบหลังเห็นท่าทางของเ้านายสาวของตัวเอง
“จริงหรอคะ” (^-^)
“จริงค่ะ” (O_O)?
“ถ้างั้นพี่นิดพาลูกจันไปขายหน่อยได้ไหมคะ...คือ...ลูกจันไม่กล้าไปขายคนเดียวค่ะ”
ฉันกำเครื่องประดับที่เหลืออยู่ในมือตัวเองแน่น แม้ว่ามันจะมีไม่กี่ชิ้นแต่ทว่ามูลค่าของมันในตอนที่ซื้อมาน่าจะพอให้ฉันจัดการปัญหาเื่ที่อยู่ในตอนนี้ได้อย่างสบาย ๆ
“ดะ...ได้ค่ะ...ได้”
พี่นิดตอบรับทั้งที่หน้าตายังเต็มไปด้วยคำถาม ก่อนที่ฉันจะคะยั้นคะยอให้พี่นิดพาฉันไปหาความหวังที่จะจัดการปัญหาในตอนนี้
“ไปกันเลยนะคะพี่นิด...เราไปกันเลยนะคะ” (^-^)
จากนั้นพี่นิดก็พาฉันเดินทางเพื่อไปขายของที่อยู่ในมือทันที และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาในระหว่างทางที่เราเดินทางกันไป ฉันก็ได้เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นตอนที่ฉันกลับไปที่บ้านให้พี่นิดได้ฟัง...
