ตอนนี้ภาพลักษณ์ของาาแซมบอร์ดกับองค์ชายรองอังเดร โดมิงเกวซกลายเป็คนประเภทเดียวกันไปแล้ว คนที่ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่กลับมีบุคลิกที่เหมือนกันราวกับแกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน!
ติ๋ง!
เสียงหยดน้ำไหลลงสู่พื้นดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน เสียงหยดน้ำนี้มาจากเหงื่อของหัวหน้า 'กองกำลังทหารรับจ้างเสือหมอบ' หน้าตาของเขาซีดขาวและเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่แตกพลั่ก
ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างได้ยินเสียงนี้อย่างชัดเจน
“พวกเ้าก็อยากได้แหวนของข้าไม่ใช่หรือ?” ซุนเฟยยกนิ้วกลางข้างขวาขึ้นมา แหวนสีดำเป็ประกายเงาวับล้อแสงไฟจากคบเพลิง ซุนเฟยกระดิกนิ้วกลางไปทางสองหัวหน้าทหารรับจ้างที่เป็ตัวเสริมก่อนหน้านี้แล้วพูดยิ้มๆ ว่า “อยู่นี่แล้วไง เข้ามาเอามันไปสิ!”
ไม่ว่าจะเป็โลกที่จากมาหรือแผ่นดินอาเซรอท ความหมายของการยกนิ้วกลางให้ก็เหมือนๆ กัน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเผชิญหน้ากับการดูถูกแบบนี้ แต่สองผู้นำทหารรับจ้างของ 'กองกำลังทหารรับจ้างเสือหมอบ' และ 'วิหารอันรุ่งโรจน์' ก็ได้แต่ยืนนิ่งๆ ความกล้าที่จะข่มขู่อย่างดุร้ายก่อนหน้านี้พลันสลายไป แม้ว่าพวกเขาจะโกรธมาก แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา แม้กระทั่งความกล้าที่จะสบตากับซุนเฟยก็ยังไม่มีเลย แต่ละคนได้แต่ก้มหน้าให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทหารรับจ้างส่วนใหญ่เป็พวกใจร้อน ดังนั้นพวกเขาจึงพบเห็นความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
แต่ถึงจะใจร้อนอย่างไรก็ไม่เท่ากับการตายแบบโง่ๆ
เพียงเห็นสภาพขององค์ชายคริสโตเฟอร์ คุณหนูบียอนเซ่ และจุดจบของยอดฝีมือชั้นหัวกะทิของกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์' ทั้งสิบเอ็ดคน ต่อให้พวกเขาเป็เพียงหมูโง่เง่าที่สุดในโลกก็ยังเข้าใจแจ่มแจ้งว่า ชายตรงหน้า...าาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ดผู้นี้ไม่ใช่บุคคลที่ควรจะไปยั่วยุ! ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ตอนนี้าาแซมบอร์ดกำลังหาข้ออ้างที่จะเล่นงานพวกเขาอยู่ ขอแค่พวกเขาอ้าปากพูดออกมา เชื่อเลยว่าจะต้องถูกสังหารทิ้งทันที หมาบ้าตัวนี้มันไม่รู้จักความกลัว และที่สำคัญมันไม่สนใจด้วยว่าใครหนุนหลังพวกเขาอยู่
“ฮึๆ ตอนนี้รู้จักกลัวขึ้นมาแล้ว?” ซุนเฟยชักนิ้วกลางกลับมาจากนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “ข้าคิดว่าพวกเ้าไม่สมควรได้รับส่วนแบ่งจากสมบัติของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต เพราะฉะนั้นไสหัวไปเสีย รีบกลิ้งไปให้ไว อย่าอยู่ให้ข้าเสียสายตา!”
“เ้า…”
“นี่…”
ตอนนี้ สองหัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างทั้งกลัวทั้งโมโห
พวกเขาอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นซุนเฟยกวาดสายตามองมาที่พวกเขาอย่างเ็า ความกล้าที่จะโต้แย้งก็หายวับไปทันที ในอากาศยังคงมีหมอกเืของกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์' ลอยอยู่อย่างหนาแน่น ไหนจะตรงมุมห้องที่มีร่างของคุณหนูบียอนเซ่กับองค์ชายสี่ในสภาพสุนัขใกล้ตายนอนกองอยู่ตรงนั้น เเล้วยังรอยหมัดขนาดใหญ่ที่ประทับอยู่บนกำแพงห้องโถงนั่นอีก…ทุกอย่างทำให้สองหัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างไม่กล้าแสดงความคิดเห็นอะไรออกมา พวกเขาได้แต่พาคนของตัวเองรีบเดินจากไปทันที
ซุนเฟยหัวเราะอย่างสะใจเล็กๆ ก่อนจะหันมาพูดกับทุกคนในห้องโถงนี้ว่า“เอาล่ะ ในเมื่อตอนนี้ไม่มีพวกก่อกวนเหลืออยู่อีกแล้ว ข้อตกลงก็ยังคงเหมือนเดิม เมืองแซมบอร์ดจะได้รับส่วนแบ่งสามสิบเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม ส่วนที่เหลือพวกเ้าก็จัดสรรกันเอาเอง”
ตอนนี้เขากลับมาเป็คนปกติแล้ว ไม่หลงเหลือท่าทางเย่อหยิ่งจองหองเหมือนก่อนหน้านี้
ั้แ่ต้นจนจบ แพรีส ปัฟลูย์เชนโคและนักบวชบาเรซียังคงสงวนท่าทีสุขุมเยือกเย็นเอาไว้ พวกเขาทำเหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น บนใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม พูดคุยกับซุนเฟยด้วยน้ำเสียงถ่อมตัวอีกสองสามคำอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีใครพูดถึงแหวนเก็บของอีกเลย บรรยากาศตอนนี้ก็เริ่มปรองดองกันมากขึ้น ทุกคนเริ่มจัดสรรปันส่วนใหม่อีกครั้งอย่างสุภาพ ใช้เวลาไม่นานพวกขาก็บรรลุข้อตกลง
เมื่อตัวแทนของตระกูลเฟล็นส์ถูกทำลาย ส่วนแบ่งสิบเปอร์เซ็นต์ของเขาก็ถูกแบ่งออกให้องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองเท่าๆ กัน เนื่องจากองค์ชายสี่กับคุณหนูบียอนเซ่ยังคงสลบอยู่ ทำให้ส่วนแบ่งของพวกเขาถูกยกให้กับนักบวชบาเรซี และส่วนแบ่งที่เคยเป็ของสองผู้นำทหารรับจ้างที่ถูกซุนเฟยไล่ออกไปก็กลายเป็ของหอการค้าโซรอส
ไม่ช้า กองสมบัติที่อยู่ในห้องโถงใต้ดินก็ถูกแบ่งเป็สัดส่วนตามข้อตกลงใหม่
“เหตุผลที่พ่อมาอยู่ที่นี่เพราะว่า 'บุตรแห่งพระเ้า' ท่านกาก้า้าร่วมมือกับาาแซมบอร์ดในอนาคต ท่านอยากรู้จัก 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' อย่างฝ่าามาก ฮ่าๆๆ การเดินทางในครั้งนี้ถือเป็การเดินทางที่คุ้มค่าไม่น้อย อีกไม่นานท่านกาก้าต้องเดินทางออกจากเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป แต่ก่อนที่จะจากไป ท่านกาก้าคาดหวังว่าจะได้มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารเย็นกับฝ่าาสักครั้ง!”
นักบวชบาเรซีเอ่ยออกมาเบาๆ ขณะที่สะบัดมือย้ายสมบัติที่เป็ส่วนแบ่งของเขาให้มาอยู่ด้านหน้าตัวเองพลางมองหน้าซุนเฟย
ในจังหวะที่สะบัดมือไม่มีร่องรอยของความผันผวนหรือกลิ่นอายเวทมนตร์ใดๆ กระจายออกมาจากตัวของเขาเลย เหรียญทองมากกว่าหมื่นเหรียญ อัญมณีและก้อนหินเวทมนตร์อีกพันก้อนที่อยู่ห่างจากเขาไปห้าหกเมตรก็ถูกย้ายมาตรงหน้าเขาอย่างเป็ระเบียบ โดยที่ไม่มีของหล่นลงมาสักชิ้นเดียว ท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงของผู้คน แม้แต่ซุนเฟยเองก็ยังมีสีหน้าที่เครียดขึงขึ้นมาครู่หนึ่ง แม้แต่พลังของคนเถื่อนเลเวล 43 ก็ยังไม่สามารถควบคุมพลังได้แม่นยำขนาดนี้เลย นักบวชบาเรซีเป็บุคคลที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยจริงๆ
“'หมัดเดียวสังหารฟ้า'?” ซุนเฟยรู้สึกสนใจชื่อที่นักบวชบาเรซีพูดออกมา
“ฮิๆ…อเล็กซานเดอร์ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' เป็ชื่อเล่นที่เหล่านักพเนจรกับวณิพกตั้งให้ท่าน ชื่อนี้โด่งดังไปทั่วในเมืองหลวงเชียวนะ ทุกวันจะมีนักพเนจรคอยเล่าวีรกรรมของท่านตามร้านเหล้าด้วย…” แพรีสใช้นิ้วม้วนผมของตัวเองเล่นในขณะที่อธิบายออกมาอย่างขำๆ
ซุนเฟยกลอกตาเล็กน้อย
'หมัดเดียวสังหารฟ้า' เป็ชื่อที่…เห่ยที่สุด ฟังแล้วเหมือนโจรอย่างไรก็ไม่รู้
“ฮึๆ พ่อขอยืมดอกไม้มาถวายพระ1ก็แล้วกัน เหรียญทองกับก้อนหินเวทมนตร์พวกนี้ พ่อขอมอบให้กับองค์าาอเล็กซานเดอร์ หวังว่าท่านจะไม่ปฏิเสธ!”
นักบวชบาเรซีพูดออกมาก่อนจะสะบัดมืออีกครั้งหนึ่ง เกิดแสงสว่างสีขาวนวลกะพริบที่ปลายนิ้วของเขา ชุดเกราะและอาวุธต่างๆ ถูกดูดเข้าไปในแหวน จากนั้นนักบวชบาเรซีก็หันหลังเดินออกไปจากห้องโถงใต้ดินทันทีโดยที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว
ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น
ในใจของซุนเฟยรู้สึกหนักหน่วงขึ้นมา เขาไม่รู้ว่านักบวชคนนี้้าอะไรจากเขากันแน่ แม้ว่าในใจจะว้าวุ่น แต่ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม
แสงสว่างสีเงินทอประกายขึ้นมา ซุนเฟยดูดสมบัติทุกอย่างที่เป็ส่วนของเมืองแซมบอร์ดเข้ามาเก็บไว้ในแหวนเก็บของของตัวเอง
“ฮึๆๆ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่า 'บุตรแห่งพระเ้า' ท่านกาก้าจะสนใจในตัวท่านนะ อเล็กซานเดอร์ การกวาดล้างกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตในครั้งนี้ หลายๆ กองกำลังจ้องจะเขมือบเค้กชิ้นนี้ตาเป็มัน แต่สุดท้ายก็เป็เ้าที่ได้กินเค้กชิ้นนี้มากที่สุด…” แพรีสยิ้มหวานฃในขณะที่มือเรียวขาวยกดอกกุหลาบขึ้นมาดึงกลีบเล่นอีกครั้งหนึ่ง ยามที่สายลมพัดกระโปรงสีขาวของนางก็พลิ้วไหว ความงามของนางในตอนนี้ทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนพากันหวั่นไหว ทุกคนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
“เ้าพูดแบบนี้ได้อย่างไร เห็นโจรกินเนื้อแต่กลับไม่เห็นโจรถูกจับ2” ซุนเฟยพูดออกมาอย่างจริงจังว่า “เ้าไม่รู้หรือว่า ต้องมีชาวแซมบอร์ดจำนวนมากแค่ไหนที่ต้องตายไปเพื่อให้พวกมันมีสมบัติกองเท่าูเาแบบนี้ ดังนั้นสมบัติพวกนี้ เมืองแซมบอร์ดสมควรที่จะได้รับมันแล้ว!”
“ฮิๆๆ ไม่เอาน่า ข้าล้อเล่น! อย่าจริงจังนักเลย!” แพรีสส่งยิ้มให้ซุนเฟย ั์ตาคู่สวยของนางพราวระยับเป็ประกายแปลกๆ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่เข้าใจ นางหันไปพูดคุยกับกราเนโรอยู่สองสามประโยค จากนั้นก็เดินมาหาซุนเฟยแล้วพูดว่า “ใกล้จะรุ่งสางแล้ว ข้าจะไปส่งท่านออกจากเมืองเอง เื่ในคืนนี้จะทำให้ทั้งเมืองหลวงเกิดคลื่นลมพายุแน่!”
ซุนเฟยพยักหน้า เขารู้ความหมายที่นางพูดดี
ไม่ว่าเ้าจะเตรียมตัวล่วงหน้ามาอย่างไรก็ตาม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ทำให้บรรยากาศในเมืองหลวงกดดันมากขึ้น แม้ว่ากองกำลังส่วนใหญ่จะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ทางเ้าหน้าที่ก็ต้องหาคำอธิบายมาให้แก่ชาวเมืองเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก
เหตุการณ์ในวันนี้อาจจะยิ่งเพิ่มความไม่สงบให้แก่เมืองหลวง
ซุนเฟยหันมาพูดคุยกับหัวหน้าอัศวินปัฟลูย์เชนโคกับสาวน้อยจื่อเยี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะฝากคำทักทายไปหาองค์หญิงนาตาชา เมื่อซุนเฟยเก็บสมบัติที่เป็ส่วนของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินตามหลังแพรีสเพื่อออกไปจากที่นี่
“เฮ้! รอเดี๋ยวก่อน”
ตอนที่ซุนเฟยเดินผ่าน 'เคราแดง' กราเนโรกับเหล่ายอดฝีมือของทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักร ตอนนั้นเอง หนุ่มหน้าสวยที่ยืนสัปหงกกอดลูกสุนัขก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาปรือตามองซุนเฟยก่อนจะเอ่ยปากเรียก
บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมาทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกมา
“หือ? มีเื่อะไร?” ซุนเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ซุนเฟยสังเกตเห็นว่า ั้แ่ต้นจนจบ หนุ่มหน้าสวยคนนี้พูดออกมาแค่ประโยคเดียวเท่านั้น ท่าทางของเขาดูอ่อนปวกเปียกอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น ชายคนนี้ก็เป็จุดสนใจของผู้คนในห้องโถงอย่างน่าประหลาด แม้ว่าแพรีสหรือ 'เคราแดง' กราเนโรจะยืนอยู่ด้านหน้าของคนคนนี้ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าไปยืนบังสายตาของชายคนนี้ อีกทั้งรอบๆ ตัวของเขาก็แวดล้อมไปด้วยยอดฝีมือที่คอยคุ้มกันอย่างแ่าราวกับดาวล้อมเดือน
ดวงตาของชายคนนั้นกวาดสายตาขึ้นลงมองร่างของซุนเฟยอย่างละเอียด ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าคือโอกา โดมิงเกวซ ข้าชอบเ้า”
ซุนเฟยพลันหน้าเปลี่ยนสีทันที
ซุนเฟยรู้สึกเสียววาบยันรูตูดเมื่อชายหน้าสวยราวกับสาวประเภทสองคนนี้มา ‘สารภาพรัก’ ต่อหน้าเขาดื้อๆ แต่เื่นี้ซุนเฟยยังไม่ค่อยใเท่าไรเมื่อเทียบกับคำพูดของชายคนนี้ เ้า ‘เกย์’ คนนี้คือองค์ชายรองโดมิงเกวซผู้เลืองชื่อลือชาคนนั้นน่ะหรือ นี่คือชายที่กำลังงัดข้อกับอาร์ชาวิน 'เทพาแห่งเซนิท' เนี่ยนะ!
ก่อนหน้านี้ซุนเฟยก็เคยเดาๆ สถานะที่แท้จริงของชายหน้าสวยคนนี้อยู่บ้าง
แต่เขาก็คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเ้าเกย์คนนี้จะมีฐานะเป็ถึงองค์ชาย
และที่สร้างความแปลกใจอีกอย่างคือ หากชายตรงหน้าเป็องค์ชายรองแห่งเซนิทแล้ว ทำไมถึงไม่ชื่อว่า อังเดร โดมิงเกวซล่ะ ทำไมถึงเรียกตัวเองว่าโอกา โดมิงเกวซ
แน่นอนว่า ในหัวของซุนเฟยตอนนี้เต็มไปด้วยความคิดมากมายที่แล่นไปมา
“ยินดีที่ได้พบกันองค์ชายรองโดมิงเกวซ!” ซุนเฟยไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองกับคำ ‘สารภาพรัก’ ของชายหน้าสวยตรงหน้าอย่างไร จึงได้แต่ผงกหัวให้
“เฮ้ๆๆๆ เรียกชื่อข้าสิ อย่าเรียกข้าว่าองค์ชายรอง ให้เรียกว่าโอกา นับจากนี้ไป เ้าเรียกข้าว่าโอกานะ ฮ่าๆๆๆ เ้าโชคดีสุดๆ เลยล่ะ เพราะว่าทั้งเมืองหลวงมีคนที่ข้าอนุญาตให้เรียกข้าว่าโอกาแค่สามคน และเ้าก็เป็คนที่สาม”
----------------
1 ยืมดอกไม้มาถวายพระ อุปมาว่า เอาของของผู้อื่นมาใช้แสดงน้ำใจไมตรีกับอีกผู้หนึ่ง
2 เห็นโจรกินเนื้อแต่กลับไม่เห็นโจรถูกจับ อุปมาว่า เห็นเพียงความสำเร็จของคนคนหนึ่ง แต่กลับไม่เห็นว่าก่อนที่จะทำสำเร็จเขาผ่านอะไรมาบ้าง
