คนที่ปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันยืนอยู่ตรงมุมห้องโถงชั้นหกอย่างเปิดเผย เขาสวมเสื้อคลุมสีดำหลวมๆ ผูกเชือกสีขาวไว้ตรงเอว ร่างกายสมส่วน ผมสีดำเหมือนขนอีกายาวประบ่า การแต่งกายของเขาธรรมดาอย่างมาก และที่สำคัญ เขาไม่สวมหน้ากากสีดำปิดบังใบหน้าเหมือนนักฆ่าคนอื่นๆ ดังนั้นซุนเฟยจึงมองเห็นใบหน้าที่แสนธรรมดาของชายคนนี้ได้อย่างชัดเจน
คนแบบนี้ แม้ว่าจะเคยพบมาแล้วเป็พันๆ ครั้งก็ยากที่จะจดจำเขาได้
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่เขามาปรากฏกายอยู่ในห้องโถงแห่งนี้ ราวกับว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นตั้งนานแล้ว เพียงแต่ซุนเฟยไม่ทันสังเกตเห็นเท่านั้นเอง
ซุนเฟยกวาดสายตามองไปยังอาวุธในมือของชายคนนั้น
ดาบปะา!
ด้ามจับเป็รูปทรงกระบอก ตรงขอบดาบมีเหล็กแหลมงอกออกมาและมีสนิมขึ้นประปราย ใบดาบสีดำสนิท ตัวดาบยาวหนึ่งเมตรหกสิบเิเ ปลายดาบไม่ได้เป็ทรงแหลม แต่เป็ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ตรงปลายแยกเป็สองแฉก ดาบนี้เหมาะสำหรับการสับ ส่วนใหญ่แล้วดาบประเภทนี้นิยมนำมาใช้สำหรับการปะาชีวิตมากกว่า
ดาบถูกพิงไว้ตรงกำแพงไม้ ราวกับมีน้ำหนักหลายพันจิน
ตอนแรกซุนเฟยคิดว่าชายคนนี้เป็นักรบที่แพรีสเตรียมไว้เพื่อคอยสนับสนุนนาง ในฐานะนักฆ่า การไม่ปิดบังใบหน้าและใช้อาวุธที่ไม่เหมาะสำหรับการลอบสังหาร สองข้อนี้ถือเป็ข้อห้ามที่สำคัญสำหรับนักฆ่า แต่เมื่อซุนเฟยสังเกตสายตาของชายคนนั้นดีๆ เขาก็รู้ในทันทีว่าตัวเองคิดผิด
ดวงตาคู่นั้นแฝงไปด้วยความโหดร้ายและอำมหิต ราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่อของตัวเอง
เืเย็น!
ไร้ความปราณี!
สายตาของคนคนนั้นจ้องไปยังแพรีสที่กำลังตกอยู่ในวงล้อมของนักฆ่าทั้งสามคน ซุนเฟยเองก็รู้สึกได้ว่าชายคนนี้ก็มองมาที่ตัวเองเหมือนกัน แต่อาจจะเป็เพราะว่าตัวเขาไม่มีคลื่นพลังใดๆ แผ่ออกมา ดังนั้นชายคนนั้นจึงมองข้ามตัวเองไป และไม่ได้ให้ความสนใจอีก
ในที่สุดชายคนนั้นก็ขยับตัว
ดาบปะาถูกลากไปตามพื้น และที่น่าใกว่านั้นก็คือ ใบดาบที่ขูดไปกับพื้นไม้เกิดประกายไฟแลบออกมา ราวกับว่าสิ่งที่คนคนนี้กำลังลากอยู่ไม่ใช่ดาบทั่วไป แต่เป็ูเาั์
ซุนเฟยรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ทุกย่างก้าวที่ชายคนนี้เดิน แรงกดดันบนร่างเขาก็ดูเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว
เมื่อเขาเดินไปได้ห้าก้าว คลื่นพลังในร่างของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นเป็ระดับห้าดาวระยะต้น
ทันใดนั้น ดาบปะาขึ้นสนิมก็สั่นขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะเกิดเสียงร้องแหลมๆ ออกมา ฉับพลันรังสีฆ่าฟันก็กระจายไปทั่วห้องโถงชั้นหก
ดาบปะาเล่มนี้ราวกับมีชีวิต ตอนนี้มันกำลังออดอ้อน อ้อนวอนและคาดหวัง...คาดหวังที่จะได้ชโลมเืและเนื้อของศัตรูบนตัวของมัน
แพรีสที่อยู่ในวงล้อมของศัตรูก็รู้สึกถึงได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่กำลังเคลื่อนเข้ามาหานาง
คลื่นพลังสีฟ้าอมเขียวะเิออกมา ทำให้นักฆ่าทั้งสามคนที่กำลังรุมโจมตีนางต้องล่าถอยออกมาสามสี่ก้าว มือเรียวบางวาดสัญลักษณ์ลึกลับบางอย่างในอากาศ มันเหมือนเป็บทสวดหรือคาถาโบราณอะไรสักอย่าง จากนั้นก็มีนกสีฟ้าอมเขียวสองตัวพุ่งออกมาจากร่างของนาง เสียงแหลมแสบแก้วหูของนกกู่ร้องออกมาดังกึกก้องไปทั่วห้อง ทำให้ผู้คนที่ได้ยินมึนงงและเกิดภาพลวงตาขึ้นมา ราวกับว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ท่ามกลางป่าลึกหมื่นปี และมีร่างบอบบางของเทพธิดานางหนึ่งกำลังลอยลงมาตรงหน้าเขา...เทพีแห่งพงไพร
วินาทีต่อมา นกสีฟ้าอมเขียวที่บินวนรอบตัวแพรีสก็พุ่งไปทะลวงร่างของสองนักฆ่าที่สวมชุดเกราะสีดำจนทะลุ ร่างของนักฆ่าที่สวมหน้ากากสีดำก็ะเิออกมาจนเืสาดกระจาย กระดูกในร่างแตกหักทุกส่วน ในขณะเดียวกัน แพรีสก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ นางกำดาบในมือแน่นก่อนจะพุ่งทะยานไปหานักฆ่าคนสุดท้ายแล้วฟันไปที่ลำคอของมัน
แม้จะเห็นสหายตายไปอย่างน่าอนาถต่อหน้าตา แต่สีหน้าของชายที่กำลังลากดาบกลับไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด
ราวกับว่าคนที่ตายไปไม่ใช่สหาย แต่เป็ไอ้หมูโง่สามตัวต่างหาก
ตูม!
ทันทีที่เขาก้าวเท้าอีกหนึ่งก้าว สองมือที่กอบกุมดาบไว้ก็ค่อยๆ ยกดาบขึ้นมา
จากนั้นก็ฟันดาบลงมาอย่างรวดเร็ว พลังที่น่าเกรงขามพลันะเิออกมาอย่างรุนแรง คลื่นดาบพุ่งทะยานไปหาแพรีสที่ยืนอยู่ห่างออกไปห้าเมตร ถึงแม้ว่าคลื่นดาบที่แหลมคมจะมองไม่เห็น แต่กลับสามารถััได้อย่างชัดเจน ราวกับมีดาบที่แหลมคมขนาดั์ฟันผ่าลงมา ทุกที่ที่คลื่นดาบพุ่งผ่าน ไม่ว่าจะพื้น โต๊ะ เก้าอี้....ต่างก็แตกกระจายเป็สองซีกอย่างเงียบๆ
ทักษะสังหารที่น่ากลัว!
แพรีสหน้าเปลี่ยนสี นางรีบะเิคลื่นพลังสีฟ้าอมเขียวขึ้นมาอีกครั้ง นกสีฟ้าอมเขียวก็โผทะยานออกมาจากร่าง ก่อนที่มันจะเข้าปะทะกับคลื่นดาบที่มองไม่เห็น
เสียงะเิดังสนั่น แสงสีฟ้าสว่างจ้า ก่อนที่นกจะสลายไปแต่คลื่นดาบยังคงอยู่ มันพุ่งเข้าไปโจมตีแพรีสต่อ
พรูด!
แพรีสกระอักเืออกมาเป็สาย ในขณะที่ร่างบอบบางกระเด็นไปด้านหลัง
คลื่นพลังที่ปกป้องนางก็ถูกทำลายลงในพริบตา
ช่องว่างระหว่างพวกเขาห่างกันเกินไป อีกฝ่ายแข็งแกร่งมากจนนางไม่อาจรับมือได้
ชายที่ถือดาบก้าวไปด้านหน้าอีกหนึ่งก้าว ก่อนจะยกดาบขึ้นแล้วฟันลงมาอีกครั้ง คลื่นดาบที่น่าสะพรึงกลัวทะยานไปหาร่างแพรีส พร้อมที่จะผ่าร่างบางเป็สองส่วน
"ฝ่าา ถ้าท่านยังไม่ลงมือ เห็นทีคราวนี้ข้าคงตายจริงๆ!" แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน แต่แพรีสก็ไม่มีท่าทางวิตกกังวลอะไร ใบหน้าของนางยังคงมีรอยยิ้มยั่วยวนเช่นเคย นางปล่อยวางทุกอย่างแล้วหันมามองซุนเฟย
ตูม!
หมัดโปร่งแสงที่มีขนาดหนึ่งเมตรเข้าปะทะกับคลื่นดาบที่มองไม่เห็น
เคร้ง!
เสียงคล้ายกระจกแตกดังขึ้นมา คลื่นดาบถูกทำลายลงในพริบตา แรงลมที่แหลมคมพลันแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ ในตอนนั้นทั้งห้องโถงชั้นหกต่างเจอลมพายุที่น่ากลัว ราวกับมีแผ่นดินไหวจนกำแพงที่ล้อมรอบต่างถูกทำลายลงในพริบตา เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างถูกพัดปลิวตกจากชั้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นมาจากด้านล่าง แสงจันทร์เย็นะเืสาดส่องลงมาจากทุกสารทิศ ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่ซุนเฟยไปยืนขวางคลื่นดาบเพื่อปกป้องแพรีส!
"ยอดฝีมือหรือ?” รูม่านตาดำของอีกฝ่ายพลันหดลง
"ถูกต้อง!" ซุนเฟยพยักหน้า
"เยี่ยมไปเลย ข้าชอบสังหารยอดฝีมืออย่างเช่นเ้ามากที่สุด" มุมปากของอีกฝ่ายยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเลียริมฝีปากตัวเอง
ครั้งนี้เขาค่อยๆ ยกดาบปะาขึ้นมาอย่างช้าๆ
สีหน้าของเขาดูจริงจังและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ราวกับสาวกที่เคร่งศาสนา
เขาไม่สนใจเสียงช่วยเหลือที่ดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ สมาธิทั้งหมดของเขาเพ่งไปที่จังหวะการยกดาบที่เรียบง่ายตรงหน้า จากนั้น บรรยากาศที่น่าเกรงขามก็พลันะเิออกมาจากร่างของเขา ดาบที่ขึ้นสนิมก็พลันเปล่งประกายวิบวับขึ้นมาราวกับคริสตัล บนตัวดาบปรากฏภาพลวงตาดาบั์โปร่งแสงสีเงิน สูงประมาณสามสิบเมตรพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า ทะลุเพดานชั้นหก แสงสีเงินนี้ส่องสว่างไปทั่วค่ายทหารประหนึ่งคบเพลิงั์ ดึงดูดสายตาของทุกคนในค่ายทหารได้เป็อย่างดี
"พิฆาต์...ตาย!"
ภาพลวงตาดาบั์สีเงินที่สูงกว่ายี่สิบเมตรตั้งตรงเป็แนวนอน ก่อนจะพุ่งเข้าไปตัดหัวของซุนเฟยและแพรีสอย่างไร้ความปรานี แม้ตัวดาบจะยังมาไม่ถึง แต่แรงลมอันคมกริบกลับทำให้ร้านเหล้ากระซิบสายลมสั่นไหวจนแยกออกเป็สองส่วน
เพียงพริบตาเดียว พลังของชายตรงหน้าก็เพิ่มขึ้นมาเป็ระดับหกดาว
สีหน้าของซุนเฟยพลันเคร่งขรึมขึ้น เขากำมือทั้งสองข้างอย่างหลวมๆ ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสีแดงขึ้นมาสองสาย ก่อนที่ 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น' จะโผล่ขึ้นมาในมือของเขา
ชิ้ง!
เสียงแหลมคมดังขึ้นมาเบาๆ
ซุนเฟยยก 'ดาบศักด์สิทธิ์แห่งบูลแคทโตส' กับ 'ผู้พิทักษ์แห่งบูลแคทโตส' ซ้อนทับกันเป็รูปไม้กางเขนเหนือศีรษะของเขา เพื่อต้านทานดาบั์ที่กำลังแล่นเข้ามาหา
การป้องกันนี้ เมื่อเทียบกับภาพลวงตาดาบั์สีเงินที่ยาวกว่ายี่สิบเมตรแล้ว มันมีขนาดเล็กกว่ามาก
นี่คงเป็การดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
ใบหน้าของชายคนนั้นแสยะยิ้มออกมาอย่างสมใจ
ก่อนรอยยิ้มจะแข็งค้างอย่างรวดเร็ว
เพราะเสี้ยววินาทีต่อมา ดาบยาวทั้งสองเล่มก็พลันเกิดเปลวไฟสีแดงลุกโชนขึ้น และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นก็คือ เมื่อเปลวไฟนี้พบกับลมก็ยิ่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ช้ามันก็กลายเป็ดาบเพลิงั์ที่ยาวประมาณสิบเมตร ตอนนี้มันราวกับเป็ไม้กางเขนเพลิงั์ที่กำลังโชติ่อยู่ในอากาศ แสงสว่างสดใสเป็ประกายท่ามกลางความมืดที่เงียบสงบ
ตูม!
ไม้กางเขนเพลิงและคลื่นดาบสีเงินเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง
ในขณะที่พลังทั้งสองสายปะทะอยู่ในอากาศ จนแสงสว่างเจิดจ้าแสบลูกตา
ร้านเหล้ากระซิบสาบลมมาอาจต้านทานคลื่นะเิที่รุนแรงนี้ได้ ตัวอาคารเกิดเสียงดังขึ้นมา ก่อนที่จะเริ่มทรุดตัวลง คลื่นะเิที่เกิดจากการะปะทะกันของสองขั้วพลังที่ยิ่งใหญ่ค่อยๆ แตกสลายไป ฝูงชนที่หนีไม่ทันก็ถูกคลื่นะเิพัดร่างจนปลิวไปในอากาศ สิ่งก่อสร้างโดยรอบเริ่มแตกเป็ชิ้นๆ กลายเป็ผุยผงประหนึ่งถูกกวาดล้างโดยะเินิวเคลียร์!
“ไป!”
ซุนเฟยกระชากเอวบางของแพรีส จากนั้นก็ะโลอยขึ้นไปในอากาศเพื่อหลบหนีอาคารั์แห่งนี้ที่กำลังจะพังทลายลง
กลิ่นหอมๆ ลอยเข้ามาในจมูก ชุดกระโปรงสีขาวกระพือไปตามแรงลม นางปลดปล่อยเสน่ห์ที่เย้ายวนชวนสัมมผัสนี้ออกมา
แต่ซุนเฟยไม่ได้มีความคิดลามกหื่นกามแต่อย่างใด
มือขาวกำหมัดแน่น ก่อนที่จะะเิหมัดออกไปถึงสามสิบกว่าครั้ง หมัดโปร่งแสงดุจคริสตัลก็ซ้อนทับขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดหมัดโปร่งแสงนั่นก็มันวาวขึ้นมา กลิ่นอายที่ดูทรงพลังและมีชีวิตชีวาก็กระพริบวิบวับขึ้นมา
“หมัด...หิมะ...เยือก...แข็ง!”
ตามมาด้วยเสียงะโอย่างโกรธเกรี้ยวของซุนเฟย หมัดโปร่งแสงพลันสั่นไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทะยานเข้าไปหาร่างของชายที่กำลังหลบหนีอยู่ในอากาศอย่างรวดเร็วประหนึ่งดาวตก
“อ๊าก”
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ก่อนที่หมอกโลหิตขนาดใหญ่ที่เจือไปด้วยเศษกระดูกจะกระจายอยู่เต็มอากาศ
ซุนเฟยและแพรีสค่อยๆ ลงสู่พื้นดิน
เหล่าผู้คุ้มกันก็พากันกรูเข้ามาประหนึ่งสายน้ำ โอบล้อมปกป้องปีศาจสาวไว้อยู่ตรงกลาง
ตุ้บ!
ดาบปะาขึ้นสนิมร่วงลงมาปักพื้นดินตรงหน้าซุนเฟยและแพรีส หลังจากนั้นก็มีเสียงดัง ‘เคร้ง’ ก่อนที่ดาบปะาจะแตกกระจายเป็ชิ้นๆ...
“นายท่าน ท่านเป็อะไรหรือเปล่า?”
“นายท่าน พวกข้ามาช้าเกินไป โปรดลงโทษ!”
“ปกป้องท่านแพรีส!”
เหล่าผู้คุ้มกันต่างคุกเข่าล้อมรอบแพรีส ไม่มีใครกล้าหายใจออกมาแรงๆ คราวนี้ผู้ช่วยคนสนิทขององค์ชายโดมิงเกวซถูกลอบสังหารจนเกือบตาย พวกเขาคงโดนลงโทษไม่น้อย หากแพรีสถูกสังหารตายไปจริงๆ องค์ชายรองคงโกรธมาก และพวกเขาคงไม่พ้นโดนลดขั้นลง กลายเป็ทาสชั้นต่ำ
ไกลออกไป มีซากศพจำนวนมากนอนกองระเนระนาด
นักฆ่าที่สวมชุดเกราะสีดำและหน้ากากสีดำถูกสังหารจนเกือบหมด ส่วนคนที่ถูกจับกุมก็ฆ่าตัวตายทันที ทำให้ไม่มีเบาะแสใดๆ เหลือให้สืบสาว
------------------
