หลังจีอู๋ซวงทำการรักษาเสร็จสิ้น จึงค่อยเปิดปากกำชับ ก่อนจะนำผ้าที่ปิดตาตนเองออก
“ตอนนี้ข้าเชื่อว่าท่านเป็หมอแล้วจริงๆ...”
ฮวาเหยียนกล่าวด้วยท่าทางครุ่นคิด
“แม่นางเหยียน คำพูดนี้ของเ้าช่างไม่จริงใจเลยสักนิด ข้ากล้ารับรอง ทั้งเมืองหลวงของต้าโจว หากคุณชายเช่นข้าเป็ที่สาม ก็ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าเป็ที่สอง และแน่นอนว่าบุตรชายของเ้าย่อมเป็ที่หนึ่ง...”
จีอู๋ซวงเลิกคิ้ว กล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ
“ข้าเชื่อแล้ว”
ฮวาเหยียนพยักหน้าอย่างซื่อตรง
จีอู๋ซวงรู้สึกเหมือนกับได้รับคำชมอันน้อยนิดจากคำพูดของฮวาเหยียน เพราะเหตุใดหรือ? เพราะบุตรชายของนางสามารถเอาชนะเขาได้สบายๆ
“ท่านแรงเยอะ ช่วยข้าพาคนไปห้องทางปีกตะวันตกที”
ฮวาเหยียนชี้ฉิงคงที่ผล็อยหลับไป
จีอู๋ซวงก้มลงด้วยใบหน้าที่ไม่เต็มใจและไม่ยินดี ปากของเขายังกล่าวอีกว่า “ได้รับการอุ้มด้วยท่าเ้าสาวจากคุณชายเช่นข้า แม่นางขี้เหร่ผู้นี้ช่างโชคดีนัก”
ฮวาเหยียน “...!”
จีอู๋ซวงต้องหยิบล่วมยา พอไตร่ตรองดูจึงวางฉิงคงลงอีกครั้ง
เมื่อครู่ยามที่ฉิงคงถูกจีอู๋ซวงอุ้มไป ฮวาเหยียนเองก็กำลังจะหยัดกายลุกขึ้นเช่นกัน แต่เนื่องจากนางนั่งอยู่ที่พื้นเป็เวลานาน ทั้งยังถูกฉิงคงนอนทับมาตลอด ขาขวาของนางจึงเป็เหน็บชา รวมกับการที่นางลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว ขาของนางจึงทรุดอ่อน ทำท่าจะล้มลงไปข้างหน้า
จีอู๋ซวงมีดวงตาที่ฉับไวและมือที่รวดเร็ว เขาเอื้อมมือออกไปคว้าเข้าที่เอวของฮวาเหยียนทันที
เอวอ่อนอยู่ในอ้อมแขน เอวบางร่างน้อย จีอู๋ซวงรู้สึกถึงชั้นเหงื่อที่ผุดซึมบางๆ บนฝ่ามือของเขาทันที
“ระวังหน่อย”
เขาเอ่ยเตือนเสียงเบา แม้แต่น้ำเสียงก็ต่ำลงถึงสองระดับ มิใช่โทนเสียงเอ้อระเหยลอยชายเช่นปกติ ทั้งยังมีความแหบพร่าอยู่เล็กน้อย เขายังมิทันจะคลายอ้อมแขนออก ดวงตาดอกท้อคู่นั้นพลันตกลงบนใบหน้าของฮวาเหยียน แววตาแฝงความเย้ายวนดึงดูดใจ
สายลมพัดโชย พัดพาดอกไม้สีขาวไร้ที่มาปลิวว่อน โปรยปรายอยู่บนศีรษะของฮวาเหยียน จีอู๋ซวงจ้องมองอย่างเหม่อลอย
“ไอ้หยา...พวกเ้าทำอันใดกัน? มู่อันเหยียน สตรีใจง่าย!”
ทันใดนั้น เสียงโกรธจัดหาใดเปรียบของบุรุษผู้หนึ่งพลันะเิอย่างรุนแรง ทั้งยังมีเสียงไม้ค้ำยันตกกระทบพื้น
เสียงนั้นปลุกจีอู๋ซวงให้ตื่นขึ้นจากอาการสติหลุดลอย เขารีบดึงมือของตนกลับมาด้วยความตื่นตระหนก “เ้าไม่เป็อันใดใช่หรือไม่?”
“ไม่เป็ไร เพียงขาชาเท่านั้น!”
ฮวาเหยียนส่ายหัว นางไม่ได้สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของจีอู๋ซวงในขณะนั้น
จากนั้นเมื่อทั้งสองเงยหน้าขึ้น พลันเห็นเจียงจื่อเฮ่าที่เดินโดยใช้ไม้ค้ำพุ่งตรงมาทางนี้อย่างดุดัน ด้านหลังเขายังตามมาด้วยทหารของจวนนางอีกสองนาย ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกังวลร้อนรนใจ “คุณหนูใหญ่ ข้าน้อยละเลยในหน้าที่ คุณชายเจียงจื่อเฮ่ายืนกรานจะเข้ามา พวกข้าน้อยเกรงว่าจะทำให้คุณชายเจียงาเ็ จึงมิได้หยุดเขาไว้ขอรับ”
“ถอยไปเถิด”
ฮวาเหยียนโบกมือ ไม่จำเป็ต้องตรึกตรองก็ทราบว่าเจียงจื่อเฮ่าพุ่งเข้ามาอย่างอุกอาจเพียงไร
ฮวาเหยียนปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้วจริงๆ คนผู้นี้มิใช่ว่าเพิ่งถูกนางต่อยไปหรือ? เหตุใดจึงมาหานางอีกแล้วเล่า?
“กลางวันแสกๆ พวกเ้าทำอันใดกัน? กอดกันจนแทบจะรวมร่าง นี่นับเป็เื่อันใดกัน? ช่างเกินไปแล้วจริงๆ!”
เจียงจื่อเฮ่ายืนพิงไม้ค้ำ รอบดวงตาเป็สีม่วงซ้ำ เขาพุ่งเข้าไปด้วยความโมโห ครานี้เขาโกรธแล้วจริงๆ เมื่อครู่เขาเพิ่งจัดการาแที่ขาของตนเองเสร็จ พลันเห็นแม่นางมู่ชิงอวิ้นจากครอบครัวรองร่ำไห้ เขาเ็ปหัวใจยิ่ง รีบพุ่งเข้าไปถาม แต่กลับกลายเป็ว่านางมิได้รับความเป็ธรรมเพราะมู่อันเหยียนอีกแล้ว...
ความโกรธพุ่งขึ้นศีรษะของเขาทันที จึงพุ่งทะยานมาที่นี่ทันควัน!
ทว่านั่นยังถือว่าไม่นับ ที่ศีรษะของเขาร้อนลวกก็เพราะสตรีผู้นี้กำลังกกกอดอยู่กับจีอู๋ซวง มิใช่ว่านางชอบเขาหรอกหรือ? เหตุใดจึงไปกอดกับชายอื่นเช่นนั้น ที่แท้มู่อันเหยียนช่างหน้าไม่อาย ใจง่ายเสียจริง!
“ข้าให้ท่านไปรำลึกความหลังกับเขา ท่านยังมิได้ไปหรือ?”
ทันทีที่ฮวาเหยียนเห็นเจียงจื่อเฮ่าปรากฏตัว นางพลันโมโห หันศีรษะกลับไปมองจีอู๋ซวงด้วยท่าทางกลัดกลุ้ม
“ยังน่ะสิ ข้าไปเดินเล่นกับคุณชายน้อยมู่ก่อน”
จีอู๋ซวงกล่าว
เช่นนี้ทำให้นางเข้าใจแล้ว นี่เป็เหตุผลที่อธิบายว่า เหตุใดฮวาเหยียนส่งคนไปเชิญหยวนเป่า แต่กลับได้จีอู๋ซวงมาแทน
“จีอู๋ซวง คุณชายเช่นข้ากำลังถามเ้า เ้าเป็ใบ้หรือ? เหตุใดจึงมาเยือนจวนตระกูลมู่ได้เล่า?”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเมินเขา เจียงจื่อเฮ่าจึงรีบเอ่ยนามของจีอู๋ซวงด้วยน้ำเสียงเจาะจงทันที
จีอู๋ซวงใช้ดวงตาดอกท้อเหลือบมองอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าเจียงจื่อเฮ่าผู้ไร้หลักเหตุผล เหตุใดจึงะเิโทสะออกมาเช่นนี้ “เกี่ยวข้องอันใดกับเ้าหรือ?”
“เฮอะ เหตุใดจะไม่เกี่ยวกับข้าเล่า เ้าถอยห่างจากมู่อันเหยียน สตรีผู้นี้ให้ไกลสักหน่อย ข้าจะบอกเ้า สตรีผู้นี้นิสัยแย่นัก อย่าได้โดนนางหลอกเชียว!”
เจียงจื่อเฮ่าร้องโหยหวน
ฮวาเหยียนพ่นประโยคหนึ่งออกมาเบาๆ “หากข้าตัดลิ้นของเขาแล้วให้ท่านช่วยต่อคืน มันจะยังใช้การได้หรือไม่?”
ลมหนาวกรีดร้องหวีดหวิว แม้แต่เสียงร้องของจักจั่นยังหยุดลงเพราะความใ เจียงจื่อเฮ่าหดหัวและยกมือขึ้นอุดปากของตนเองโดยไม่รู้ตัว
จีอู๋ซวง “...!”
เหตุใดจู่ๆ จึงได้โเี้เช่นนี้เล่า
“มิต้องสนใจเขา พาสาวใช้ผู้นี้กลับห้องไปก่อนเถิด”
ฮวาเหยียนี้เีเกินกว่าจะใช้เหตุผลกับคนอย่างเจียงจื่อเฮ่า นางชี้ไปที่ฉิงคง ทั้งสองจึงออกจากศาลาคลายร้อน และเดินผ่านเจียงจื่อเฮ่าไปโดยตรง
เมื่อเห็นคนสองคนเดินจากไปไกลแล้ว เจียงจื่อเฮ่าจึงมีปฏิกิริยากลับมา ยามพบว่าตนเองถูกเมิน ชายหนุ่มพลันเต้นผางขึ้นมาทันที “หมายความว่าอย่างไร? หา? มู่อันเหยียน เ้าหมายความว่าอย่างไร? เ้าคิดว่าใช้วิธีการเช่นนี้จะสามารถดึงดูดความสนใจจากข้าได้หรือ? ไม่มีทาง เ้าทำเช่นนี้ยิ่งทำให้ข้าตีตัวออกหากจากเ้ามากขึ้น! เ้า...”
เจียงจื่อเฮ่าเต้นผางอย่างโกรธเคืองอยู่ด้านหลัง กรีดร้องเสียงดัง
คอของเขาะโได้เสียงดังยิ่ง จีอู๋ซวงที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้าพลันหยุดและมองฮวาเหยียนด้วยความประหลาดใจ “คุณชายเจียงกำลังพูดอันใดหรือ?”
เหตุใดเขาฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก
ฮวาเหยียนมีสีหน้าไร้อารมณ์ นางชี้ศีรษะของตน “อย่าได้สนใจ ตรงนี้ของเขาป่วย”
...
หลังพาฉิงคงเข้ามานอนพักแล้ว ฮวาเหยียนก็เรียกสาวใช้เข้ามาเฝ้า และเมื่อเสร็จจากการส่งจีอู๋ซวงกลับไป นางก็เข้าห้องน้ำไปล้างตัว เวลานี้นางค่อยรู้สึกเย็นสบาย วันนี้นางได้รับข่าวสารมาไม่น้อย จึงจำเป็ต้องย่อยให้ดี...
ฮวาเหยียนนอนอยู่บนตั่งในห้อง นางหรี่ตาลง หวนนึกถึงบทสนทนาของมู่ชิงอวิ้นกับฉิงคง
แน่นอนว่าหลังจากผ่านความเป็ความตายของฉิงคงมา ทัศนคติที่นางมีต่อสาวใช้ผู้นี้ย่อมเปลี่ยนไป ทั้งคำพูดของอีกฝ่ายที่ทำให้นางต้องเผชิญหน้ากับความจริง
มู่ชิงอวิ้นจากครอบครัวรอง หากทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับมู่อันเหยียนเกี่ยวข้องกับน้องรองจริงๆ เช่นนั้นความยุติธรรมนี้ นางย่อมต้องทวงคืนอย่างแน่นอน
การมาของนาง มิใช่แค่ต้องใช้ชีวิตแทนมู่อันเหยียนเท่านั้น แต่ยังต้องค้นหาความจริงแทนนางด้วย
...
หลังจีอู๋ซวงออกมาจากห้อง ยามออกมาจากจวนยังเห็นเจียงจื่อเฮ่าเดินทอดน่องอยู่ในเรือน ขาของเขาเดินกะเผลก ใบหน้าและจมูกบวมเป่ง ดูแล้วคุณชายเจียงคงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากจริงๆ ชายหนุ่มลูบหน้าของตน หากมีผู้ใดกล้าแตะต้องใบหน้าของเขา เขาย่อมทำได้แม้แต่การเอาชีวิตอีกฝ่าย
“จีอู๋ซวง เ้าวิ่งมาทำอันใดที่จวนตระกูลมู่? เ้าสนิทกับมู่อันเหยียนผู้นั้นหรือ? หรือเ้ามาที่นี่เพื่อมาหาข้า?”
เดิมทีเจียงจื่อเฮ่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจีอู๋ซวงมาที่จวนตระกูลมู่ เขามาที่นี่เพื่อทวงความยุติธรรมให้แก่มู่ชิงอวิ้น คิดว่าปัญหาอยู่ที่ขนมไม่กี่ชิ้นนั้น นางแอบมาดุด่าคุณหนูรองตามลำพัง มิเช่นนั้นคุณหนูรองจะร่ำไห้อย่างเ็ปถึงเพียงนั้นได้อย่างไร?
แต่เขาคิดไม่ถึงว่า ทันทีที่เข้ามายังเรือนชิงเฟิง กลับพบว่าจีอู๋ซวงเองก็อยู่ที่นี่ด้วย และทั้งสองคนยังมีบรรยากาศคลุมเครือ เขายังเห็นสองแขนของจีอู๋ซวงอยู่ที่เอวของมู่อันเหยียนอีกด้วย...
เห็นเพียงเท่านี้ก็ทำให้เจียงจื่อเฮ่ามิอาจสงบใจลงได้ มู่อันเหยียนผู้นี้มิใช่ว่าชอบเขาหรอกหรือ? แม้นางจะไม่ยับยั้งชั่งใจ แต่การกอดกับชายอื่นเช่นนี้ ถือว่าไม่มีกาลเทศะยิ่งนัก!
