ในใจของหยางเฉินบังเกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นมาดูเหมือนว่าลิลิธจะติดใจเื่ที่ฮิวจ์สหายไปในคืนนั้นอยู่ไม่น้อย เช่นเดียวกับคำถามที่ใครหลายๆคนก็้าคำตอบมากที่สุด ''ความเป็ะ''
“ลิลิธอย่างแรกที่คุณควรจะรู้ ในสังคมเราวันนี้มีหลายสิ่งที่เป็ะอยู่มากมาย” หยางเฉินกล่าว
ลิลิธเบิกตากว้างเธอแทบไม่อยากเชื่อว่าคำพูดนี้จะออกมาจากปากของหยางเฉิน
“เผ่าเือย่างฉันอาจดูมีชีวิตเป็ะก็จริงแต่พวกเราก็พ่ายแพ้ต่อพวกของแสลงหลายสิ่งอยู่ ยิ่งสายเืเจือจางลงมากเท่าไรก็ยิ่งไม่มีโอกาสอายุยืนขึ้นมากเท่านั้นนั่นทำให้ฉันคิดว่าพวกเรายังคงอยู่ห่างไกลจากความเป็ะที่แท้จริง เป็ไปได้เหรอคะที่จะมีสิ่งที่เป็ะอยู่บนโลกใบนี้ด้วย” ลิลิธเอ่ยถาม
หยางเฉินลุกออกมาจากเก้าอี้ของเขาเขาทอดสายตามองออกไปยังนอกหน้าต่าง บริเวณด้านนอกมีรถยนต์วิ่งสัญจรไปมาบนถนนเส้นน้อยใหญ่ภายในเมือง ผู้คนกำลังเดินไปทำงานกันขวักไขว่
“คุณรู้จักรัสเซียนรูเล็ตหรือเปล่า?” หยางเฉินถาม
ลิลิธพยักหน้ากลับ “เกมของพวกรัสเซียใส่ะุหนึ่งนัดไปในปืนลูกโม่และหมุน จากนั้นคนสองคนจะผลัดกันยิ่งไปเรื่อยๆ เกมจะจบลงก็ต่อเมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งถูกยิงสินะคะ”
“ถูกต้องเกมจะจบลงก็ต่อเมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งถูกยิง” หยางเฉินกล่าว พร้อมกับยกมุมปากยิ้มขึ้นมา
“แต่ถ้าคุณเชื่อทฤษฎีควอนตัมและกลศาสตร์ว่าด้วยพื้นที่คู่ขนานแล้วล่ะก็คุณจะรู้ว่าสุดท้ายแล้วเกมนี้จะไม่มีคนตายแม้แต่คนเดียว”
ลิลิธขมวดคิ้วเรียวงามของเธอทฤษฎีควอนตัมและเื่พื้นที่คู่ขนาดนั้นเคยมีการพูดถึงอย่างกว้างขวางในอดีตอยู่แต่เธอก็ไม่ได้รู้เื่เ่าั้อย่างลึกซึ้งนัก เพราะั้แ่ตอนที่ไอน์สไตน์เสียชีวิตลิลิธก็อายุร่วมร้อยกว่าปีแล้ว
อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์หลายร้อยปีของเธอทำให้ลิลิธพอจะเข้าใจว่า หยางเฉินกำลังพูดถึงทฤษฎีความเป็ไปได้ของความว่างเปล่าหรือรูปลักษณ์ที่ปรากฏออกมาในรูปแบบของความว่างอยู่
หยางเฉินรู้ว่าเขาไม่จำเป็ต้องอธิบายให้ลิลิธฟังมากนัก
“ทฤษฎีเื่พื้นที่คู่ขนาน เป็เื่ที่ว่าด้วยการตั้งสมมติฐานขึ้นมาว่า มีโลกแบบเราอยู่นับไม่ถ้วนตามมิติต่างๆ เช่นเดียวกัน ภายในโลกใบนั้นก็มีคนที่เหมือนกับเราทุกๆส่วนอยู่ด้วย กลศาสตร์ด้านควอนตัมอธิบายเื่นี้ได้เป็อย่างดี ตามทฤษฎีแล้วคนเ่าั้ก็กำลังเคลื่อนที่แบบเดียวกับเราอยู่เหมือนกัน”
“ในความหมายอื่นๆ ก็คือมีจักรวาลและมิติอยู่นับไม่ถ้วนที่เรายังไม่อาจค้นพบในมิติเ่าั้ก็มีคุณและผมกำลังคุยกับอยู่เช่นเดียวกัน จักรวาลและมิติอาจคล้ายกับรูปทรงอะไรสักอย่าง หากคุณโน้มจุดสองจุดซึ่งเป็จุดศูนย์กลางของมิตินั้นมาเข้าใกล้กันล่ะก็ อนุภาคของมิติทั้งสองอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้” หยางเฉินอธิบาย
ลิลิธค่อนข้างเข้าใจในสิ่งที่หยางเฉิน้าสื่อได้อย่างรวดเร็ว
“ถ้างั้นที่คุณบอกว่าเกมรัสเซียนรูเล็ตจะไม่มีคนตายนั้น เป็เพราะความสัมพันธ์ของมิติเ่าั้เกิดการเปลี่ยนแปลง?”
หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “กรณีการเล่นรัสเซียนรูเล็ตนั้นเป็แค่ตัวอย่าง ความเป็จริงแล้วหากใครจ่อหัวของอีกฝ่าย แล้วยิงะุออกไปก็น่าจะตายกันทุกคนเพียงแต่ใน่เวลาที่อีกฝ่ายกำลังจะยิง หากคนที่ถูกกระทำสามารถใช้กลศาสตร์ควอนตัมและทฤษฎีโลกคู่ขนานออกมาได้ล่ะก็เขาก็จะสามารถเบี่ยงวิถีะุไปที่อีกมิติหนึ่งแทน ทำให้เขาไม่ตาย ส่วนคนที่ตายก็จะเป็เขาในอีกมิตินั่นเอง”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านเฮดีสทำไมท่านถึงคิดว่ามีเพียงแค่คนในสังคมธรรมดาๆ เท่านั้นที่จะตายอย่างธรรมชาติ?” ลิลิธถาม
หยางเฉินยิ้ม “คุณยังคงคิดว่าการตายเป็ของคนธรรมดาเพียงเท่านั้นอีกเหรอ?”
ลิลิธกลับเบิกตากว้างทันที “ท่านคงไม่ได้จะบอกฉันว่าพระเ้าก็ตายได้เช่นกันหรอกนะคะ?”
หยางเฉินยกยิ้มมุมปากด้วยความเห็นใจ“คุณควรกลับไปค้นคว้าบันทึกทางประวัติศาสตร์ของตระกูลคุณนะในฐานะที่คุณเป็พวกเผ่าเื คุณไม่ควรเชื่อว่าพระเ้านั้นเป็ะพวกเขาแค่ใช้วิธีบางอย่างช่วยให้ชีวิตเขาอยู่ต่อไปได้หนึ่งในนั้นคือการถือกำเนิดใหม่ โดยทางวิทยาศาสตร์แล้วต่อให้เป็พระเ้าก็สามารถตายได้หากเขาไม่รู้เื่โลกคู่ขนาน ในบางครั้งพระเ้าอาจาเ็สาหัสโดยที่ลืมไปว่าเขาสามารถดึงตัวเขาอีกคนที่อยู่อีกมิติหนึ่งมารับการโจมตีได้”
พระเ้าองค์อื่นๆ อาจตายไปเพราะาแร้ายแรงพวกเขาไม่รู้ถึงการคงอยู่ของมิติอื่นๆ แต่พระเ้าที่แท้จริงสามารถรับรู้ถึงมันได้ และใช้มิติคู่ขนานเ่าั้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
ลิลิธเงียบเป็เวลานานก่อนจะกล่าวขึ้น“ตามมุมมองของท่านเฮดีสแล้วมันก็อาจจะถูกท่านอาจเป็พระเ้าที่แท้จริงโดยใช้ความรู้เ่าั้ ไม่ว่าท่านจะอยู่มานานแค่ไหนแล้วแต่อย่าลืมไปว่าร่างกายของคนไม่อาจหลีกเลี่ยงการเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาได้”
“ถูกต้อง แต่เื่พวกนั้นคุณไม่จำเป็จะต้องรับรู้มันผมบอกได้แค่ว่าพระเ้ามีวิธีพิเศษเพื่อที่จะย้อนกลับไปสู่ความเยาว์วัยได้” หยางเฉินกล่าว “คุณคงต้องใช้เวลาอีกสักหลายปี กว่าจะเข้าใจเื่ที่ผมพูดออกไปทั้งหมด”
ลิลิธซ่อนความขมขื่นเอาไว้ภายในดวงตาของเธอ
“ฉันมีชีวิตอยู่มากว่า 200 ปี แต่กลับเทียบท่านไม่ได้สักนิดจริงๆค่ะ” ลิลิธกล่าว “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงต้องมี ''สนธิสัญญาเทพเ้า'' เอาไว้ทุกคนต่างเป็ะ การต่อสู้ทั้งหลายจึงไม่ได้สำคัญอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการปะทะระหว่างพระเ้าที่อาจเกิดการทำลายล้างที่ไม่จำเป็ขึ้นมาเท่านั้นเอง”
“ถูกต้องแต่บางครั้งพระเ้าที่เป็ะก็อาจร่วงหล่นลงมาจากฟ้าก็ได้แต่คุณยังไม่จำเป็จะต้องรู้เื่นั้น ใน่ระยะเวลานั้นๆ หากพระเ้าเปิดาขึ้นมาจริงๆล่ะก็ มันจะก่อให้เกิดภัยพิบัติขนาดั์ขึ้นมาอย่างแน่นอน” หยางเฉินกล่าว “ส่วนฮิวจ์สของพวกคุณก็เป็แค่เหยื่อที่ต้องเสียสละไปเท่านั้น”
ลิลิธเบิกตากว้าง “คุณกำลังจะบอกว่าที่พี่ใหญ่ฮิวจ์สหายไป ก็เป็เพราะเขาถูกใครบางคนดึงเข้าไปในมิติคู่ขนาน?!”
“คืนนั้นมีใครบางคนปล้นจอกศักดิ์สิทธิ์ไปภายใต้จมูกของผม” หยางเฉินกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นัก “แน่นอนว่าพระเ้าหลายๆ องค์นั้นไม่ได้แข็งแกร่งและไม่ได้อ่อนแอเสมอไปบางองค์อาจเก่งกว่าผม แต่บางองค์ก็อาจอ่อนแอกว่า เห็นได้ชัดว่าพระเ้าองค์นี้น่าจะแข็งแกร่งเอาเื่เพราะผมไม่สามารถตามรอยแยกภายในมิติคู่ขนานไปได้เลย”
“ใครบางคนปล้นจอกศักดิ์สิทธิ์ไป? ไม่ได้หมายความว่าจอกศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือของท่านหรอกเหรอคะ?” ลิลิธถามด้วยความสงสัย
หยางเฉินส่ายหัว “ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดแต่เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนสับเปลี่ยนมันไปตอนที่จอกตกลงบนพื้นดิน สิ่งที่เราได้ไปเป็เพียงก้อนโลหะไร้ค่าเท่านั้น”
ลิลิธรู้สึกผ่อนคลาย “นั่นหมายความว่าพระเ้าพวกนั้นหมายตาจอกศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เผ่าเือย่างพวกเราสินะคะ”
หยางเฉินพยักหน้า “ถูกต้องผมถึงได้บอกให้คุณรีบกลับยุโรปไปได้แล้ว ตามความคิดของผม เผ่าเือย่างพวกคุณไม่จำเป็ต้องพึ่งจอกศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวกว่าคนธรรมดาอยู่แล้วถ้าอยากจะเป็ะล่ะก็ ผมว่าไปหาเครื่องดื่มชูกำลังมาดื่มแทนการกินน้ำจากจอกศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่นจะดีกว่านะ”
ลิลิธยิ้มออกมาอีกครั้ง “ความรู้ของท่านเฮดีสช่วยฉันได้มากจริงๆค่ะ ไม่ทราบว่าที่ท่านอุตส่าห์เผยความลับมามากมายขนาดนี้ อย่าบอกนะคะว่าท่านกำลังคิดอะไรกับฉันอยู่”
หยางเฉินโบกไม้โบกมือตอบกลับเธออย่างเคร่งเครียดทันที“ถึงผมจะชอบมิสลิลิธก็เถอะแต่คุณอายุพอๆ กับบรรพบุรุษผมเลยนะ ขอผ่านดีกว่า”
“หยาบคาย” ลิลิธกระทืบเท้าครั้งหนึ่งด้วยความโกรธที่ดูน่ารัก“ไว้โอกาสหน้าเราคงได้พบกันอีกนะคะ!”
จากนั้นลมก็กระโชกแรงพัดพาร่างของหญิงสาวให้หายไปจากสายตาของหยางเฉินทันที
ดูเหมือนว่าลิลิธก็ไม่ต่างจากมนุษย์สักเท่าไรเธอคงไม่ชอบนักที่คนอื่นๆ จะเสียมารยาทถามเื่อายุของเธอ
หัวใจของหยางเฉินพลันหนักอึ้ง เมื่อเขาคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นใครบางคนก้าวผ่านมิติมาชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ไป...
คนคนนั้นทำได้อย่างไรเป็ไปได้หรือไม่ว่าจะเป็พวกพระเ้าจากสมัยโบราณ?
นับั้แ่สร้างโลกมีพระเ้าที่แท้จริงอยู่เพียง 12 พระองค์เท่านั้นที่เหลือเป็เพียงเื่ปรัมปราและพวกเทพที่อยู่ในชั้นรองลงมาเท่านั้น แต่ถ้ามันเป็เื่จริง ไม่ใช่ว่าคืนนั้นมีพระเ้าองค์อื่นๆ ปล้นจอกศักดิ์สิทธิ์ไปจากพื้นที่ของหยางเฉิน นั่นไม่เท่ากับว่าเป็การละเมิดสนธิสัญญาเทพเ้าหรอกเหรอ?!
หยางเฉินรู้สึกปวดหัวหนักกว่าเดิมเขาจำเป็ต้องหาโอกาสพูดเื่นี้กับคนของเขาในโอกาสหน้า หยางเฉินได้แต่หวังว่าคงจะไม่เกิดเื่ร้ายๆขึ้นใน่นี้อีกครั้ง
ในขณะนั้นเองป้าหวังก็ส่งข้อความสั้นๆมาทางโทรศัพท์ให้หยางเฉินกลับบ้าน หยางเฉินกลับมาสนใจเื่อาหารทันทีเขารีบวิ่งตรงกลับไปยังหมู่บ้านหลงจิ่งอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่วิ่งตะบึงมาร่วมยี่สิบนาทีหยางเฉินก็มาถึงบ้านของเขาหลินรั่วซีกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารพร้อมกับอาหารบนโต๊ะหลากหลายอย่าง
ในขณะที่ป้าหวังเองก็กำลังตักข้าวใส่จานให้ทั้งคู่อยู่ หลินรั่วซีที่ขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนมาก่อนหน้านี้แล้วทำให้สีหน้าของเธอดูดีขึ้นมาเล็กน้อย เธอมองหยางเฉินที่รีบวิ่งมาจากข้างนอกเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม
“ไปล้างมือก่อนให้ความสำคัญเื่สุขอนามัยด้วย”
หยางเฉินเพิ่งเคยได้ยินหลินรั่วซีใส่ใจเื่สุขอนามัยเป็ครั้งแรกเขาหัวเราะออกมาครั้งสองครั้งแล้วเดินเข้าไปล้างมือภายในห้องครัว
ป้าหวังตักข้าวและนำจานส่งให้หยางเฉินเขานั่งลงบนโต๊ะและถอดสูทออกช้าๆ
“ค่อยๆ กินก็ได้ไม่มีใครแย่งนายกินหรอก”หลินรั่วซีขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
หยางเฉินเผยรอยยิ้มออกมาเขาค่อยๆ ลดความเร็วในการกินลง เนื่องจากเขาไม่ได้สนใจเื่ภาพลักษณ์สักเท่าไร ก็เลยไม่ได้สังเกตถึงวิธีการที่ชนชั้นสูงเขาทานกัน
ในตอนนั้นเองหลินรั่วซีก็กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อย“นายจะกินเนื้อพวกนี้ไปอีกกี่จาน? ตอนนี้อยู่ใน่ฤดูหนาวแล้ว นายควรกินผักและวิตามินให้มากเพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไปสิ”
หยางเฉินหยุดการกินของเขาในทันใดนี่เป็ครั้งแรกที่หลินรั่วซีกำลังแนะนำให้เขากินผักและของที่แตกต่างไปจากเนื้อเ่าั้
หลินรั่วซีที่ถูกหยางเฉินจ้องมองอยู่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเธอขมวดคิ้วมุ่น “มองอะไร? นายไม่กินข้าวต่อหรือไง?”
“ที่รัก วันนี้คุณดูแปลกไปนะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”หยางเฉินถามด้วยความเป็ห่วง
“ทำไมนายถึงถามอย่างนั้น?” หลินรั่วซีกล่าว
เมื่อเห็นว่าหนุ่มสาวตรงหน้าของป้าหวังกำลังพูดคุยกันอย่างไม่ตึงเครียดมากนัก เธอก็เงียบลงอย่างรู้ตัวว่าไม่ควรสอดแทรกการสนทนาของทั้งคู่
หยางเฉินส่ายหัวเล็กน้อยเขากล่าวกับหลินรั่วซีอย่างเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย “ผมแค่รู้สึกว่าคุณดูแปลกไปเท่านั้น ที่คุณอยากให้ผมกินผักนี่เพราะอยากให้ผมเป็มังสวิรัติเหรอครับอีกอย่างหนึ่ง ผมไม่ค่อยชินกับสภาพของคุณตอนนี้สักเท่าไร”
หลินรั่วซีเอ่ยเสียงเ็า “นายไม่ชอบที่ฉันคอยจัดการกับชีวิตนายมากสินะ?”
หยางเฉินรีบเงียบปากของตนลงและเผยรอยยิ้มแทนที่อย่างรวดเร็ว“จะ... จัดการได้สิครับ! มันก็แค่แนะนำการกินที่ถูกสุขอนามัยเท่านั้นเอง!”
จากนั้นหยางเฉินก็จิ้มตะเกียบลงไปยังกะหล่ำปลีอย่างรวดเร็วน้ำเสียงของเขาดูสั่นๆ เล็กน้อย
หลินรั่วซีจ้องมองหยางเฉินที่กำลังเคี้ยวกะหล่ำปลีอย่างสงบราวกับกำลังจับผิดเขาอยู่เมื่อเธอเห็นว่าเขาไม่ได้ฝืนใจกินแต่อย่างไร หลินรั่วซีก็เริ่มตักอาหารขึ้นมากินอย่างช้าๆอีกคน
ป้าหวังมองดูสองสามีภรรยาที่อยู่ตรงหน้าพลางหัวเราะออกมาเบาๆ
