“จอดตรงนี้ล่ะค่ะลุง”
มะปรางรีบบอกคนขับรถแท็กซี่จากเบาะด้านหลังเมื่อรถแล่นมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่งที่แวดล้อมด้วยสวนเขียวขจี โชเฟอร์วัยกลางคนชะลอความเร็วและจอดรถนิ่งก่อนที่เขาจะชะเง้อมองบ้านหลังใหญ่และหันมาพูดกับเด็กสาววัยสิบแปดด้านหลัง
“หลังนี้แน่นะ เดี๋ยวลงผิดบ้านจะยุ่งนะหนู แถวนี้ไม่มีแท็กซี่ผ่านไปมาซะด้วย”
“หลังนี้ล่ะ หนูเคยมา”
“เคยมาน่ะ ั้แ่เมื่อไหร่”
“สิบปีเห็นจะได้แล้วมั้งลุง”
“ห๊า! ตั้งสิบปีละ แล้วเ้าของบ้านยังอยู่หรือเปล่านั่น ถ้าเขาย้ายไปแล้วจะว่าไง เห็นบอกว่าไม่ได้เข้าเมืองใหญ่ตั้งนานละ”
“ไม่ผิดหรอกลุง...หนูยังจำได้ เอ้านี่เงินค่าแท็กซี่จ้ะ”
มะปรางยื่นค่ารถให้คนขับที่มองตามเด็กสาววัยสิบแปดรูปร่างเล็กบางแต่หน้าอกใหญ่เกินตัว เอวคอดและสะโพกผาย ยิ่งหล่อนสวมเสื้อและกางเกงรัดรูปด้วยแล้วยิ่งดูน่ามองเพราะเน้นทรวดทรงเห็นชัดเจน มะปรางหิ้วกระเป๋าผ้าที่หล่อนกระเตงมันมาจากต่างจังหวัดเพราะต้องมาเรียนต่อและที่บ้านก็เห็นพ้องกันว่าให้หล่อนมาอยู่กับป้าเพราะจะได้อุ่นใจ ถ้าอยู่คนเดียวก็กลัวจะมีปัญหาถึงแม้ว่ามะปรางจะเป็เด็กสาวใส ๆ ไม่เคยเที่ยวเตร่
แต่นั่นก้ยิ่งทำให้คนที่บ้านเป็ห่วงเพราะกลัวว่าจะตามเพื่อนไม่ทัน หล่อนเดินไปหยุดหน้าประตูรั้วและชะโงกมองเข้าไป สักครู่ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาและเปิดประตูให้ มะปรางยกมือไหว้แล้วพูดว่า
“สวัสดีค่ะ นี่บ้านป้ามะลิใช่หรือเปล่าคะ”
“ครับ...แม่ของผมเอง ไม่ทราบว่ามาหามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”
ชายหนุ่มหน้าใสอายุอานามน่าจะไล่ ๆ กับมะปรางตอบพลางยิ้มให้ ท่าทางเป็มิตรนั้นทำให้มะปรางยิ้มออกมาได้ ที่หล่อนดีใจนั้นไม่ใช่อะไรแต่เพราะหล่อนไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักลูกพี่ลูกน้องที่พ่อเคยบอกว่าป้ามะลิมีลูกชายคนเดียวและอายุแก่กว่าหล่อนแระมาณปีสองปี
“หนูชื่อมะปรางนะคะ เป็ลูกของพ่อวิฑูร เปป็นพี่ของป้ามะลิค่ะ”
“อ้าว! จริงดิ...นี่เธอเป็ลูกของคุณลุงวิฑูรหรอกเหรอนี่ ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลยนะ แม่เคยเล่าให้ฟังหลายหนละแต่ไม่เคยไปเยี่ยมคุณลุงพร้อมท่านสักที พี่ชื่อเม้งนะ”
“ค่ะพี่เม้ง...คือว่ามะปรางมาเรียนต่อ พ่อบอกว่าจะให้มาอยู่กับป้ามะลินะค่ะ มะปรางเคยมาที่นี่นะคะแต่ไม่เคยเห็นหน้าพี่เม้งเลย”
“แม่ให้พี่ไปอยู่กับหลวงตาที่วัดั้แ่เด็กน่ะ เพราะอยากให้พี่รู้เื่ธรรม...เข้ามาในบ้านก่อนเถอะมะปราง แม่กับพ่ออยู่ข้างใน”
เม้งรีบเข้าไปช่วยหิ้วกระเป๋าให้มะปราง ท่าทางเป็มิตรและเอื้อเฟื้อของลูกพี่ลูกน้องหนุ่มทำให้หล่อนใจชื้นขึ้นมากเพราะคิดว่ามาที่นี่แล้วไม่รู้ว่าจะพบกับอะไรบ้างเพราะหล่อนไม่ได้พบหน้าครอบครัวของป้าหลายปี กลัวว่าจะเป็ที่รังเกียจหรือไม่ แต่เมื่อเห็นเม้งแสดงออกซึ่งความมีน้ำใจก็ทำให้หล่อนสบายใจมากขึ้น
“แม่ครับ...นี่น้องมะปรางลูกสาวลุงวิฑูรมาที่บ้านเราครับแม่”
เม้งรีบบอกมารดาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขกโดยมีชายวัยกลางคนหน้าตาดีรูปร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ด้วย ทั้งสองหันมามองพร้อมกัน เมื่อเห็นมะปรางมะลิก็วางหนังสือลงและรีบลุกขึ้นไปหา
“มะปราง...ว่ายังไงจ๊ะ มาถึงเมื่อไหร่กันล่ะนี่ พี่วิฑูรโทรมาหาป้าเมื่อคืนบอกว่าหนูจะมาเรียนต่อและจะให้มาอยู่กับป้าที่นี่ นึกว่าหนูจะมาอาทิตย์หน้าเสียอีก”
มะปรางยกมือไหว้และยิ้มให้ “สวัสดีค่ะป้า หนูต้องรีบมาเพราะต้องเตรียมตัวหลายอย่าง ขอโทษทีนะคะที่ไม่ได้บอกว่าจะมาเร็วแถมยังต้องรบกวนป้าอีก”
“รบกวนอะไร้...ลูกพี่ชายป้าก็เหมือนลูกป้านั่นล่ะ แค่ไม่ได้เห็นหน้ากันนมนานละ เข้ามานั่งก่อน นี่นะจ๊ะมะปราง ลุงดำเกิง สามีของป้าเองจ้ะ”
มะลิแนะนำสามีของหล่อนให้หลานสาวที่ไม่ได้เจอกันนานมากแล้วได้รู้จัก จังหวะนั้นชายวัยกลางคนที่รูปร่างหน้าตาดีและยังดูแข็งแรงเงยหน้าขึ้น เขาจ้องมองหลานเมียที่ยกมือไหว้และนั่งลงบนเก้าอี้รับแขก ดำเกิงยิ้มกับมะปรางที่ก็จ้องมองลุงเขยด้วยสายตาชื่นชมเพราะไม่บ่อยนักที่หล่อนจะเห็นผู้ชายวัยเลยห้าสิบดูดียิ่งกว่าเด็กหนุ่ม ต่างคนต่างมองแต่มะลิก็ไม่ได้สนใจหรือสังเกต เหมือนเม้งที่วางกระเป๋าของลูกพี่ลูกน้องสาวลงแล้วเข้าไปนั่งใกล้แม่
