ถ้าว่าช้าก็ช้า ว่าเร็วก็เร็ว ลู่เต้ายังไม่ทันได้ตอบสนอง หูต้าเซียนก็เปิดผ้าขาวออก ศพหนึ่งนอนคว่ำหน้าหงายหลังอยู่บนโต๊ะหิน
หูต้าเซียนคลำร่างกายศพ ยืนยันว่าสาเหตุการตายเป็เช่นเดียวกับที่ศิษย์กล่าวไว้ คือถูกแทงทะลุหัวใจ
ลู่เต้ากลัวว่าเื่จะแดงขึ้น ในขณะที่อีกฝ่ายตรวจสอบศพ เขากลั้นหายใจด้วยความตึงเครียด หัวใจเต้นจนแทบจะหลุดออกมา หากขัดขวางในตอนนี้ก็เท่ากับยอมรับผิด ยิ่งจะกระตุ้นให้อีกฝ่ายตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น
หูต้าเซียนจับหูแล้วหันศีรษะขึ้นเพื่อดูหน้าตา จินเลี่ยงนอนคว่ำหน้าจมกองเืตอนที่ตาย ใบหน้าเปื้อนเืจนมองแทบไม่ออก เขาขมวดคิ้ว ปล่อยมือลงโดยไม่ตรวจสอบอย่างละเอียด คิดในใจว่า ‘สภาพตอนตายน่าสยดสยองเช่นนี้ ไม่แปลกที่จินเลี่ยงจะใช้ผ้าคลุมเอาไว้’
หูต้าเซียนรังเกียจสภาพศพ จึงใช้ผ้าคลุมร่างนั้นด้วยตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าศพที่นอนอยู่ตรงหน้าคือศิษย์ตัวจริงของตน
สายตาของเขากลับมาที่ลู่เต้า แล้วสั่งว่า “ระหว่างการปรุงโอสถ อาจารย์จะควบคุมไฟอยู่ใต้เตา ส่วนเ้ามีหน้าที่ใส่สมุนไพรลงในเตาตามลำดับ”
ลู่เต้าที่รอดมาได้หวุดหวิดรีบตอบรับ “ขอรับอาจารย์!”
ทุกอย่างพร้อมแล้ว หูต้าเซียนเดินกลับไปนั่งลงหน้าเตายา แล้วะโว่า “ใส่ผลโสม์ลงไป”
บนโต๊ะมีสมุนไพรล้ำค่ามากมายเรียงราย ลู่เต้าถือผลโสม์ขนาดใหญ่และกลมไปที่นั่งร้านข้างเตายา เมื่อขึ้นไปแล้วก็พบว่าในเตายามีน้ำที่กำลังเดือดพล่านอยู่
หูต้าเซียนเห็นว่าศิษย์ที่อยู่้าเคลื่อนไหวเชื่องช้า จึงเร่งเร้าจากด้านล่าง “เร็วเข้า!”
“ขะ...ขอรับ!” ลู่เต้าโยนผลโสม์ลงในเตายา
ทันทีที่ผลโสม์ลงไปในหม้อยา ก็กลายเป็สมุนไพรสีเขียวข้น น้ำกำลังเดือดปุดๆ และมีฟองผุดขึ้นมาไม่หยุด
หูต้าเซียนที่นั่งอยู่หน้าเตาพลันรวบรวมพลังลมปราณ เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นมา เปลวไฟร้อนแรง อุณหภูมิภายในเตาสูงขึ้นเรื่อยๆ
สมุนไพรในเตาหมุนวนอย่างรวดเร็วราวกับพายุ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็สีเขียวอ่อน
เมื่อสีจางหายไป น้ำหมุนวนก็หยุดลง ภายในของเหลวมีผลึกสีเขียวขนาดเล็กก่อตัวขึ้น ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเมล็ดข้าว
“ฮู่” หูต้าเซียนถามจากด้านล่าง “ผลโสม์กลายเป็แก่นยาแล้วหรือยัง”
“ขอรับ”
“ต่อไปก็ใส่เมล็ดหญ้าดำกับดอกบัวหิมะลงไป”
ทุกครั้งที่ใส่สมุนไพรลงไปต้มจนสลาย ผลึกก็ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เมื่อใส่สมุนไพรหลายชนิดลงไปแล้ว ผลึกก็มีขนาดใหญ่เท่าตาปลา
หูต้าเซียนปรุงโอสถอย่างรวดเร็ว สมุนไพรบนโต๊ะหินลดลงอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดก็เหลือเพียงอย่างเดียวที่ยังไม่ได้ใส่
“เอาล่ะ! ใส่ร่างของเ้าหนูนั่นลงไป!”
ลู่เต้ารีบแบกศพขึ้นไป หูต้าเซียนเตือนว่า “ก่อนโยนลงไป จำไว้ว่าต้องถอดผ้าขาวออก! หากมีสิ่งเจือปน สรรพคุณของยาบำรุงพลังจะลดลงอย่างมาก”
เขาถอดผ้าขาวออกจากร่างศพ ก่อนจะโยนลงไปในเตา เขาจ้องศพอีกครั้ง ใบหน้าของจินเลี่ยงเต็มไปด้วยคราบเื ดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นจ้องมองมาที่เขาอย่างเคียดแค้น
‘โทษอาจารย์ของเ้าเถอะ เป็เขาที่้าปรุงโอสถยาบำรุงกำลัง’
ลู่เต้าถีบร่างของจินเลี่ยงลงในเตายาขนาดใหญ่ เสียงน้ำกระเด็นสูงกว่าศีรษะคน หูต้าเซียนที่ควบคุมไฟอย่างเงียบๆ ได้ยินเสียงน้ำกระเด็นจึงรวบรวมลมปราณให้เปลวไฟลุกโชน
เนื่องจากจินเลี่ยงเคยฝึกยุทธ์มาก่อน ร่างกายจึงมีความแข็งแกร่งระดับหนึ่ง ศพที่ตกน้ำจึงไม่สลายตัวเหมือนสมุนไพรอื่นๆ แต่ลอยขึ้นลงไปตามกระแสน้ำเดือด
“สลายหรือยัง” หูต้าเซียนควบคุมไฟพลางถาม
“ยังขอรับ ยังอยู่” ลู่เต้าที่อยู่ข้างเตายามองเห็นอย่างชัดเจน
หูต้าเซียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย พลางคิดในใจว่า ‘ดูเหมือนว่าลมปราณของเ้าหนูนี่จะสูงกว่าที่ข้าคิดไว้ ร่างกายถึงยังไม่สลายแม้จะโดนไฟสีน้ำเงินเผา’
ปัจจุบันลู่เต้ามีลมปราณระดับหนึ่งดาราขั้นกลาง หากศพในเตาเป็เขา เปลวไฟสีน้ำเงินก็เพียงพอที่จะเผาให้สลายไปได้ แต่หูต้าเซียนไม่รู้ว่าตอนนี้ที่กำลังปรุงโอสถคือจินเลี่ยงศิษย์ของเขา ผู้มีลมปราณระดับหนึ่งดาราขั้นสูงสุด อุณหภูมิของเปลวไฟสีน้ำเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเผาจนแหลกเหลว
ความยากเพิ่มขึ้น แต่ศพที่มีลมปราณสูงที่นำมาเป็ยาก็จะทำให้ยาบำรุงพลังมีสรรพคุณดียิ่งขึ้น
หูต้าเซียนลอบปรับลมปราณ เปลวไฟใต้เตายาก็เปลี่ยนสีจากเปลวไฟสีน้ำเงินเป็เปลวไฟสีน้ำเงินอมขาว อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างมาก ลู่เต้าที่อยู่้าก็ััได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมา อุณหภูมิสูงอย่างน่าใ
ส่วนที่ถูกเผาจนแดงของเตายาโลหะสีดำก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ฟองอากาศของน้ำเดือดก็หนาแน่นกว่าเดิม
หลังจากแช่อยู่ในน้ำเดือดเป็เวลานาน ในที่สุดศพก็ทนความร้อนสูงไม่ไหว ค่อยๆ ละลายจนน้ำทั้งเตากลายเป็สีแดงสด เมื่อมองแวบแรกก็คล้ายกับสระเืในตำนานไม่น้อย
หลังจากใส่สมุนไพรชนิดพิเศษสุดท้ายลงไป กลิ่นหอมของสมุนไพรในเตายาก็หายไป กลับกลายเป็กลิ่นคาวเืฉุนจมูก
ศพสลายกลายเป็น้ำเืไปแล้ว ไร้ซึ่งหลักฐานอีกต่อไป ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองสลับตัวกัน ดังนั้นลู่เต้าจึงโบกมือให้หูต้าเซียนที่อยู่ใต้เตายาด้วยความดีใจ “สลายแล้วขอรับ อาจารย์!”
“ดีมาก!” ขั้นตอนแรกของหูต้าเซียนดำเนินไปอย่างราบรื่น
ตอนนี้เขาต้องกำจัดสิ่งเจือปนในน้ำเื แล้วควบแน่นแก่นแท้ลงบนผลึก
หูต้าเซียนปรับความคิด น้ำเืในเตายาก็หมุนวน
ลู่เต้าเห็นน้ำเืหมุนวนอยู่ตรงกลางเตาเป็เวลานาน สีแดงสดก็ไม่จางลงเลย จึงคาดเดาว่าขั้นตอนนี้น่าจะยุ่งยากกว่าการปรุงโอสถสมุนไพรทั่วไป
หูต้าเซียนที่เหงื่อไหลนองหน้า นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเตายา หลับตาแน่น ขมวดคิ้ว มือทั้งสองยื่นไปข้างหน้า
เนื่องจากไม่อยากให้ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า และไม่อยากให้สมุนไพรชั้นดีทั้งเตาต้องเสียเปล่า หูต้าเซียนจึงระมัดระวังเป็อย่างยิ่งในการกำจัดสิ่งเจือปนในน้ำเื แม้จะใช้เวลานานกว่า แต่สีของน้ำเืก็ค่อยๆ จางลงไปตามกาลเวลา
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม น้ำเืเปลี่ยนจากสีแดงสดเป็สีแดงเข้ม จากสีแดงเข้มเป็สีแดงอ่อน สุดท้ายก็กลับมาใสสะอาดดังเดิม
เมื่อสีเืจางหายไป ลู่เต้าก็เห็นผลึกขนาดเท่าตาัในเตาอย่างแจ่มแจ้ง ทั้งหมดเป็สีแดงเข้มและมีกลิ่นอายของคาวเื ซึ่งดูไม่เป็มงคลนัก
ยาบำรุงพลังจวนจะสำเร็จแล้ว เตาขนาดใหญ่สั่นเล็กน้อย จากนั้นทั่วทั้งห้องหินก็สั่นะเืไปด้วย!
‘ปรากฏการณ์นี้เป็ลางบอกเหตุว่ายาสำเร็จแล้ว!’ สีหน้าของหูต้าเซียนพลันเปลี่ยนไป ใบหน้าที่ชราภาพเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา เขาคิดในใจว่า ‘ด้วยยาบำรุงพลังนี้ ในที่สุดวันนี้ข้าก็สามารถรักษาอาการาเ็เรื้อรังมานานกว่าสิบห้าปีได้แล้ว!’
เขาเพิ่มลมปราณเข้าไปในฝ่ามือ เปลวไฟสีน้ำเงินอมขาวใต้เตายาเปลี่ยนเป็เปลวไฟสีขาวโดยสมบูรณ์ ทัศนียภาพโดยรอบดูเลือนรางภายใต้อุณหภูมิสูง
น้ำในเตาเดือดพล่านและระเหยไปภายใต้ความร้อนระอุ เกิดควันสีขาวจำนวนมากลอยขึ้นมา แล้วลอยออกไปนอกห้องหินผ่านช่องกลมขนาดใหญ่้า
ลู่เต้าคิดในใจว่า ‘อาจารย์และศิษย์คู่นี้ปรุงโอสถอยู่เป็ประจำ หมอกสีขาวบนูเา บางทีอาจเป็ไอน้ำที่พวกเขาปล่อยออกมาครึ่งหนึ่งก็ได้’
เมื่อไอน้ำระเหยไปจนหมด ภายในเตายาก็มีแสงสีแดงที่ไม่เป็มงคลส่องออกมา หลังจากไอน้ำจางหายไป ยาเม็ดสีแดงเข้มเม็ดหนึ่งก็ลอยอยู่กลางเตายา
ยาบำรุงพลังสำเร็จแล้ว!
