แสงตะวันยามเช้าทอแสงอ่อนๆ ลอดผ่านรอยแตกของเพดานกระท่อม หลินชิงเหอลืมตาขึ้นพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจเล็กน้อย เธอขยับตัวลุกขึ้นไปที่มุมห้องเพื่อตรวจสอบคลังสมบัติของเธอ เงิน 120 หยวนที่ได้มาจากการขายโสมและแหวนทองนั้น แม้จะดูเป็เงินก้อนโตในหมู่บ้านนี้ แต่สำหรับคนที่มองการณ์ไกลระดับนักธุรกิจพันล้าน เธอรู้ดีว่ามันเป็เพียง 'กระแสเงินสดชั่วคราว'
"ค่าข้าวสาร แป้งขาว น้ำมันพืช และของใช้ที่จำเป็... เงินมันมีแต่จะร่อยหรอลงทุกวัน"
เธอพึมพำขณะนับเงินที่เหลืออยู่ในห่อผ้า "ถ้าฉันมัวแต่กินทุนเก่าแบบนี้ อีกไม่กี่เดือนเราสามแม่ลูกก็ต้องกลับไปขุดรากไม้กินเหมือนเดิม"
เธอเดินไปนั่งที่ขอบเตียงเตา มองดูลูกชายสองคนที่นอนกอดกันกลมเพื่อสร้างความอบอุ่น จู่ๆ ความทรงจำสายหนึ่งก็แล่นพล่านเข้ามาในสมอง มันไม่ใช่ความทรงจำเื่การซื้อขายหุ้นหรือการเจรจาธุรกิจ แต่เป็ความทรงจำที่นุ่มนวลและละเอียดอ่อน เป็ภาพของ 'หลินชิงเหอ' คนเดิมที่กำลังนวดแป้งอย่างตั้งใจในครัวเก่าๆ ของตระกูลหลิน
เ้าของร่างเดิมมีพร์เื่การทำอาหารจากแป้งอย่างน่าอัศจรรย์ เธอรู้น้ำหนักของการนวดแป้ง รู้จังหวะการรอให้แป้งขึ้นฟู แต่ที่ผ่านมาเธอกลับไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือเพราะแม่สามีมักจะจำกัดวัตถุดิบ ให้เพียงแป้งข้าวโพดเนื้อหยาบและขี้รำ
"จริงด้วย" ชิงเหอดีดนิ้วเบาๆ "ความรู้เื่ 'รสชาติระดับมิชลิน' จากโลกอนาคตของฉัน ผสมกับ 'ทักษะการปั้น' ของเธอ... นี่มันคือสินค้าเกรดพรีเมียมชัดๆ!"
ความตื่นเต้นทำให้เธอหายง่วงเป็ปลิดทิ้ง เธอตัดสินใจทันทีว่าจะใช้เงินส่วนที่เหลือลงทุนซื้อวัตถุดิบชั้นดีเพื่อทำซาลาเปาสูตรลับ ที่ไม่มีใครในยุคนี้เคยลิ้มลอง
การเตรียมการของผู้เชี่ยวชาญ
"แม่ครับ แม่จะทำอะไรเหรอ?" ต้าเป่าขยี้ตาเดินเข้ามาในครัว เห็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการตั้งไฟและเตรียมถังไม้ใบใหญ่
"แม่จะทำของอร่อยจ้ะ" ชิงเหอหันมายิ้ม "ต้าเป่า ไปปลุกน้อง แล้วมาช่วยแม่นวดแป้งนะ วันนี้แม่จะสอนว่า 'ทองคำ' ไม่ได้มีแค่ในเหมือง แต่มันอยู่ในมือของพวกเรานี่แหละ"
ชิงเหอใช้แป้งหมี่ขาวละเอียดที่เธอเพิ่งซื้อมา ผสมกับน้ำอุ่นและยีสต์ธรรมชาติที่เธอหมักไว้ั้แ่เมื่อคืน เธอเริ่มนวดแป้งด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว ทุกจังหวะที่มือกดลงไปบนก้อนแป้งขาวนวล เธอรู้สึกได้ถึงความยืดหยุ่นที่พอเหมาะพอดี
"ว้าว... แป้งขาวจังเลยครับแม่" เสี่ยวเป่าที่เพิ่งตื่นตาโตเท่าไข่ห่าน เขาไม่เคยเห็นแป้งที่ขาวและเนียนขนาดนี้มาก่อน
"นี่แค่เริ่มต้นลูก" ชิงเหอกล่าวพลางเตรียมไส้ซาลาเปา เธอใช้เนื้อหมูติดมันที่สับจนละเอียด ผสมกับขิงแก่ซอย น้ำมันงาเพียงเล็กน้อย และซอสถั่วเหลืองที่เธอเคี่ยวจนเข้มข้น เคล็ดลับสำคัญคือการใส่ 'น้ำสต๊อกเข้มข้น' ที่แช่เย็นจนเป็วุ้นลงไปในไส้ด้วย เพื่อที่ว่าเมื่อนึ่งจนร้อน วุ้นจะละลายกลายเป็น้ำซุปชุ่มฉ่ำอยู่ภายในซาลาเปา เทคนิคเสี่ยวหลงเปาจากโลกอนาคตที่ยังไม่มีใครในหมู่บ้านนี้รู้จัก!
กลิ่นหอมที่ปลุกทั้งหมู่บ้าน
เมื่อซาลาเปาลูกใหญ่ขาวอวบถูกเรียงลงในซึ้งนึ่งไม้ไผ่ที่เธอขอยืมมาจากพี่เหม่ยหลิน ชิงเหอก็จุดไฟเตาจนแรง กลิ่นไอน้ำเริ่มพวยพุ่งออกมาจากฝาซึ้ง
ตอนแรกมันเป็เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งสุก แต่เมื่อผ่านไปเพียงสิบนาที กลิ่นหอมมันของน้ำมันหมู กลิ่นฉุนเล็กน้อยแต่สดชื่นของขิง และกลิ่นเค็มหวานของเนื้อหมูหมักก็เริ่มฟุ้งกระจายออกไปนอกกระท่อม
มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่มันเป็กลิ่นที่ 'เย้ายวน' จนแทบจะทำให้คนเดินผ่านไปมาหยุดหายใจ
"หอม... หอมจังเลยครับแม่!" เสี่ยวเป่าถึงกับต้องกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่ "ผมอยากกินแล้ว!"
"ใจเย็นๆ ลูก ต้องให้แป้งมันอิ่มไอระเหยมากกว่านี้อีกนิด" ชิงเหอกล่าวอย่างใจเย็น แต่ในใจเธอกำลังยิ้ม... กลิ่นนี้แหละคือ 'โฆษณา' ที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่หยวนเดียว
แขกที่ไม่ได้รับเชิญและการพิสูจน์รสชาติ
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นที่รั้วไม้ไผ่หน้าบ้าน ชาวบ้านที่กำลังจะออกไปทำงานในนาต่างพากันหยุดชะงักและเดินตามกลิ่นหอมมาจนถึงกระท่อมท้ายหมู่บ้าน
"เฮ้ย! บ้านสะใภ้หลินทำอะไรน่ะ? หอมไปสามบ้านแปดบ้านเลย!" เสียงผู้ชายคนหนึ่งะโถาม
"นั่นสิ กลิ่นมันหอมเหมือนอาหารในโรงแรมตัวอำเภอเลยนะ" หญิงอีกคนเสริม
เหม่ยหลิน เพื่อนบ้านที่แสนดี เดินเข้ามาเป็คนแรกด้วยความสงสัย "ชิงเหอเอ๋ย! เธอทำอะไรน่ะ? พี่อยู่บ้านถัดไป กลิ่นมันยังลอดเข้าไปในห้องครัวพี่เลยนะ!"
ชิงเหอเปิดฝาซึ้งนึ่งออกทันที ไอน้ำสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เผยให้เห็นซาลาเปาลูกใหญ่ั์ ขาวนวลราวกับหิมะ และที่สำคัญคือมันดู 'นุ่ม' จนเหมือนจะละลายเมื่อัั
"ซาลาเปาสูตรพิเศษของฉันเองค่ะพี่เหม่ยหลิน ลองชิมดูไหมคะ?" ชิงเหอคีบซาลาเปาที่ร้อนระอุส่งให้พี่สาวเพื่อนบ้าน
เหม่ยหลินรับมาด้วยความระมัดระวัง เธอเป่าเบาๆ แล้วกัดลงไปคำแรก แต่... ทันใดนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง แป้งที่นุ่มนวลราวกับปุยนุ่นตัดกับไส้เนื้อหมูที่รสชาติเข้มข้น และสิ่งที่ทำให้นางต้องอุทานออกมาคือ 'น้ำซุป' ที่ไหลเยิ้มออกมาจากไส้
"์! ชิงเหอ! นี่มันซาลาเปาหรืออาหารทิพย์กันแน่! แป้งนุ่มมาก และน้ำซุปข้างในนี่มัน... รสชาติมันล้ำลึกเหลือเกิน!"
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันกลืนน้ำลายตาม ต้าเป่าและเสี่ยวเป่าได้รับคนละลูก ทั้งสองคนกัดคำใหญ่จนแก้มตุ่ย ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำซุปและรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขที่สุดในชีวิต
"อร่อย... อร่อยที่สุดในโลกเลยครับแม่!" เสี่ยวเป่าพูดไปเคี้ยวไปจนสำลักความสุข
ชิงเหอมองดูผลงานของเธอด้วยสายตามาดมั่น เธอไม่ได้มองแค่ซาลาเปาที่อยู่ในมือ แต่เธอมองเห็นโอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่มหาศาล
"ทุกคนคะ!" ชิงเหอะโบอกชาวบ้านที่มุงดู "พรุ่งนี้เช้า ฉันจะทำซาลาเปาสูตรนี้ไปขายที่หน้าตลาดนัดในตัวอำเภอ ใครอยากชิมรสชาติที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เตรียมไปรอได้เลยนะคะ!"
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ชาวบ้านจะเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันด้วยความตื่นเต้น กลิ่นหอมที่ยังอบอวลอยู่ในอากาศเป็พยานชั้นดีว่าสิ่งที่เธอพูดไม่ใช่เื่โกหก
ในมุมมืดที่ไกลออกไป แม่เฒ่าหลินแอบมองมาด้วยความอิจฉาตาร้อนจนแทบกระอักเื "นังตัวซวยนั่น... มันเอาวิชามาจากไหนกัน!"
แต่ชิงเหอไม่สนใจเงาหัวของใครทั้งนั้น เธอก้มลงมองลูกชายทั้งสองที่กำลังเลียคราบซุปที่ปลายนิ้ว ความสุขของพวกเขาส่งผ่านมาถึงใจเธอ
'ก้าวแรกของอาณาจักรหลิน... เริ่มต้นขึ้นด้วยซาลาเปาลูกนี้นี่แหละ'
หลินชิงเหอในร่างผู้หญิงยากจน ยืนเหยียดหลังตรงท่ามกลางไอน้ำจากซึ้งนึ่ง สายตาของเธอไม่ได้มองแค่หมู่บ้านเล็กๆ นี้อีกต่อไป แต่มองไกลไปถึงตลาดค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในมณฑล และในใจเธอกำลังคำนวณกำไรที่กำลังจะไหลมาเทมาในวันพรุ่งนี้!
